การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 403 สูญเปล่าจนหมดสิ้น
เยวี่ยหวาถลาเข้าไปประคองต้วนอวี้หรานไม่ให้ล้มลงเมื่อเห็นนางโกรธจนตัวสั่น
ทว่าเด็กสาวกลับผลักเยวี่ยหวาอย่างแรงจนล้มลงไปกับพื้นก่อนนางเงยหน้าขึ้นมองต้วนชิงหมิงด้วยสายตาเย้ย
หยันภายในใจเต็มไปด้วยความจงเกลียดจงชัง ทว่ากลับต้องฝืนเก็บเอาไว้ไม่อาจแสดงออกมาได้ค่อยๆ เอื้อนเอ่ยอย่างชัด
ถ้อยชัดคำ “ตอนนี้ก็ดึกแล้วเช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานพูดจบได้โค้งคำนับลงหมุนกายกลับหลังเดินจากไปทันทีเยวี่ยหวาที่ถูกต้วนอวี้หรานผลักจนล้มไม่
เป็นท่าผลุนผลันลุกขึ้นวิ่งตามผู้เป็นนายออกไป
ภายในเรือนต้วนชิงหมิงที่ตอนนี้เหลือเพียงเยวี่ยเจียกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หลังจากที่น้องสาวต่างมารดากลับไปต้วนชิง
หมิงที่ยืนอยู่ค่อนข้างห่างกลับไม่ได้มองไปที่ห่อผ้าเหล่านั้นแม้แต่น้อยนางเอาแต่ผินหน้ามองท้องฟั้าที่อึมครึมเพียงชั่วครู่
และกลับเข้าห้องไปดังเดิม
เยวี่ยเจียเดินเข้าไปจับมือของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ด้วยสายตาที่รู้สึกผิดอย่างมหันต์ทั้งยังมองอย่างวิงวอนให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ช่วยเหลือ
เยวี่ยเจียมาอยู่รับใช้ข้างกายต้วนชิงหมิงได้ไม่นานดังนั้นอาจมีพูดจาผิดไปบ้าง นางเกรงขามต้วนชิงหมิงจากใจ
จริง…เรื่องในคราวนี้เยวี่ยหวาพุ่งตรงเข้ามาหานางเพื่อจะดึงไปเป็นพวกและให้เป็นพยานความผิดของต้วนชิงหมิงนาง
กลัวว่าต้วนชิงหมิงจะไม่ให้อภัยนาง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตบไปที่มือของเยวี่ยเจียเบาๆมองอีกฝั่ายด้วยแววตาปลอบประโลม
ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่แยกแยะถูกผิดชัดเจนแต่วันนี้ต้วนอวี้หรานกลับมายุ่มย่ามกับคนข้างกายของนางครั้งแล้ว
ครั้งเล่าตั้งแต่ชิวหนิงต่อมาเป็นเยวี่ยเจีย เพียงเท่านี้ก็ถือว่าลํ้าเส้นที่ขีดไว้แล้วอีกอย่างครั้งนี้เยวี่ยเจียยังเข้าไปอยู่ใน
แผนการที่อีกฝั่ายวางไว้อีกจึงไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงจะยอมให้อภัยนางไหม
เยวี่ยเจียเม้มปากแน่นสีหน้าและแววตาแน่วแน่ นางรู้ว่าความผิดของตัวนางยากจะปัดให้พ้นตัวเรื่องนี้เป็นเพราะ
ความโง่เขลาของนางที่ถูกเยวี่ยหวาหลอกใช้ฉะนั้นไม่ว่าต้วนชิงหมิงจะลงโทษอย่างไร นางก็น้อมรับทุกข้อหา
มาถึงตรงนี้นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆเฮือกใหญ่ใช้มืออีกข้างเอื้อมไปแกะมือของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ออกอย่างช้าๆเดิน
เข้าไปในห้องเพื่อพบต้วนชิงหมิง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้แต่ถอนหายใจยาวออกมานิสัยของเยวี่ยเจียเป็นคนตรงไปตรงมาและหน้าบางจึงถูกเยวี่ยหวา
หลอกใช้ได้หากต้วนชิงหมิงลงโทษเยวี่ยเจียเสียหน่อยก็ดีวันข้างหน้าจะได้ไม่มีบ่าวรับใช้คนไหนกล้าคิดไปร่วมมือกับคน
อื่นมาทำร้ายเจ้านายในเรือนอีก
ต้วนชิงหมิงเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับถือหนังสือเข้ามาอ่านอย่างสงบนิ่งเยวี่ยเจียค่อยๆ เดินย่องเข้าไปห้อง
โถงอย่างระวัง คุกเข่าคำนับกับพื้นดังตุบ “คุณหนูโปรดลงโทษเยวี่ยเจียด้วยเถอะเจ้าค่ะ!”
ในเวลานี้เองต้วนชิงหมิงปิดหนังสือลงทันที พลางยกมือขึ้นนวดขมับทั้งสองข้าง พูดเสียงเรียบ “ไหนลองพูดมาสิ
เจ้าทำผิดอะไรมา?”
กระแสอุ่นไหลรินผ่านกลางอกเยวี่ยเจียระลอกหนึ่งก่อนเล่าทุกอย่างออกมาจนสิ้น “บ่าวมันโง่เขลาเบาปัญญาดูไม่
ออกว่าเยวี่ยหวาร้ายขนาดไหนจึงถูกหลอกโดยไม่รู้ตัวให้เป็นพยานบุคคลจนเกือบทำลายชื่อเสียงของคุณหนูเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงหยุดเว้นจังหวะเพียงครู่เดียวก่อนเอ่ยถามสีหน้าเยือกเย็น “นอกจากเรื่องนี้แล้วเจ้ายังมีความผิดอะไร
อื่นอีก?”
เยวี่ยเจียนิ่งเงียบไปพูดไม่ออก
นอกจากที่นางเชื่อคำพูดโดยง่ายและโง่เขลาเบาปัญญานางก็นึกความผิดอย่างอื่นไม่ออก ไม่ว่านางจะนึกเท่าไรก็
นึกไม่ออกอีกอย่างต่อให้มีเยวี่ยเจียอีกสักสิบคนก็มิอาจสู้ความเฉลียวฉลาดของต้วนชิงหมิงได้
“บ่าวรู้ตัวโง่เขลาเบาปัญญา คุณหนูโปรดช่วยชี้แนะด้วยเจ้าค่ะ” นางละลํ่าละลักตอบผู้เป็นนายด้วยนํ้าเสียงแข็ง
กระด้างและเต็มไปด้วยความสงสัยจนทำให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หลุดหัวเราะออกมา
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์วางกานํ้าชาที่อยู่ในมือไว้ข้างกายต้วนชิงหมิงแล้วหัวเราะ “หึ หึ” ออกมา “เยวี่ยเจียผู้โง่เขลาเอ๋ย
คุณหนูกำลังเตือนสติเจ้าว่าจิตใจอ่อนแอปวกเปียกสายตาอ่านคนไม่ขาด ถูกพูดจาหว่านล้อมเข้าหน่อยก็ติดกับแล้ว”
อีกฝั่ายได้ฟังกลับพูดอย่างละอายใจเศร้าสร้อย “เห้อ ใครใช้ให้บ่าวมีสติปัญญาเพียงน้อยนิดเทียบกับคุณหนูไม่ได้
ละเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงใช้ให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปประคองเยวี่ยเจียขึ้นมานางมองไปใบหน้าที่สำนึกผิดของเยวี่ยเจียแล้วส่ายหัวไป
มา “สติปัญญายิ่งมีมากก็ยิ่งนำมาซึ่งความทุกข์มากเช่นกันบางครั้งความเฉลียวฉลาดอาจเป็นเรื่องที่น่าเศร้าก็เป็นได้”
อันที่จริงต้วนชิงหมิงรู้สึกอิจฉาเยวี่ยเจียอยู่บ้างถึงแม้นางจะไม่เคยผ่านโลกมามากและไม่เคยผ่านความลำบาก
อย่างสาหัสมาเอาแต่ใช้ชีวิตมีความสุขไปวันๆ ดูผิวเผินเป็นคนที่ไม่เอาไหน แต่ต้วนชิงหมิงรู้ดีว่าเยวี่ยเจียปฏิบัติต่อคนรอบ
ข้างด้วยดีเสมอมา
สิ่งสำคัญที่สุดคือความบริสุทธิ์และไร้เดียงสาที่แตกต่างจากชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และสิ่งนั้นเองที่นำมาซึ่งความ
สุขในชีวิตของเยวี่ยเจีย
เยวี่ยเจียงงงวยกับคำพูดของต้วนชิงหมิงขึ้นมานางถามขึ้นอย่างสงสัย “ความหมายของคุณหนูคือไม่ลงโทษเยวี่ย
เจียหรือเจ้าคะ?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หยักหน้ารับและพูดยิ้มๆ “คุณหนูจะไปลงโทษเจ้าทำไมกัน… เยวี่ยหวาไม่ไปหาเจ้าย่อมไปหาคนอื่น
มาแทนเรื่องนี้ช้าเร็วก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี เพียงแต่อีกหน่อยเจ้าต้องอ่านคนให้ขาดอย่าได้ตกไปเป็นเหยื่อของคนชั่วอีก”
เยวี่ยเจียยกมือขึ้นมาลูบหัวด้วยความเก้อเขิน “บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูเป็นคนดี แม่นมหนิงก็ดีอีกทั้งพี่เซี่ย
ฉ่าวเอ๋อร์กับพี่ชิวหนิงก็เป็นคนดีแต่คนอื่นนั้นตรงหน้าผากไม่ได้เขียนไว้ว่าเป็นคนดีหรือคนชั่วเช่นนั้นข้าจะแยกแยะได้
อย่างไรกัน?”
ไม่นานนักเยวี่ยเจียได้พึมพำขึ้นอีกประโยค “ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังไม่รู้หนังสือต่อให้เขียนก็อ่านไม่ออกอยู่ดี”
คำพูดของเยวี่ยเจียทำให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หัวเราะชอบใจแม้แต่ต้วนชิงหมิงก็อดอมยิ้มออกมามิได้เยวี่ยเจียทำได้เพียง
ส่ายหัวและไม่ได้พูดอะไร
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต่อว่ายิ้มๆ “เจ้ายังจะมีหน้ามาพูดอีกหรือชิวหนิงไม่ได้สอนให้เจ้ารู้จักตัวอักษรแล้วหรือ? ทำไมเจ้า
อ่านไม่ออกแล้วยังขืนพูดมั่วซั่วไปเรื่อยอย่างนั้นด้วยเล่า?”
เยวี่ยเจียรีบแลบลิ้นออกมาและพูดอย่างดึงดัน “โอ้โห อย่าได้พูดถึงมันเลย พอข้าเห็นตัวอักษรเมื่อไรก็ปวดหัว
ตุบๆขึ้นมาทันที”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินก็เอาแต่ส่ายหัวประจวบเหมาะกับที่ชิวหนิงกลับมาเพื่อหาตัวเยวี่ยเจียไปช่วยงานภายในห้อง
โถงจึงเหลือเพียงต้วนชิงหมิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อยู่เพียงสองคน
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้เดินไปกระซิบข้างหูสองก้าว “คุณหนู ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณหนูคิดไว้ล่วงหน้าในสวนต้นเหมย
นั้นมีของฝังไว้ใต้ดินจริงๆอีกอย่างของที่ฝังนั้นต้าชุ่ยเป็นคนฝังเจ้าค่ะเพียงแต่ยังไม่ทราบว่าคุณหนูรองล่วงรู้เรื่องนี้ได้เช่นไร
โชคยังดีที่คุณหนูคาดเดาถูกต้องจึงไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้น”
สายตาของต้วนชิงหมิงนิ่งชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น “ต้วนอวี้หรานยังอวดฉลาดอยู่ ไม่แน่ว่าเรื่องทั้งหมดต้าชุ่ย
เป็นคนบอกนางหรือไม่ก็นางทราบจากคนข้างกายที่ส่งคนมาสอดแนมก็เป็นได้…ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนปากคนย่อมยื่นยาว
ออกมาความลับมิอาจเก็บได้มิดหรอก!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังสีหน้าก็เคร่งเครียดไม่พูดไม่จาอยู่นานแสงสว่างภายในห้องเริ่มมืดลงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงเดินไปหยิบ
เทียนไขออกมาจุดวางบนโต๊ะให้ห้องโถงสว่างขึ้นมาทั้งแสงไฟจากถ่านที่จุดและเทียนไขได้สอดประสาน ให้ห้องที่มืดสลัว
ค่อยๆสว่างไสวขึ้นมา
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้เอ่ยถามเสียงเบาขึ้นมา “คุณหนูสิ่งของในห่อผ้าจะจัดการอย่างไรดีเจ้า
คะ?”
ต้วนชิงหมิงดึงสติกลับมาด้วยอาการอ่อนเพลียนางเพียงเบะปากและพูดขึ้น “ต้วนอวี้หรานไม่ได้อยากเห็นของ
เหล่านี้หรอกหรือนำของเหล่านี้ไปส่งคืนให้นางถึงเรือน!”
อีกฝั่ายพยักหน้ารับทราบแล้วเดินกลับตัวไป
เรื่องทั้งหมดในวันนี้อยู่ในความคาดหมายของต้วนชิงหมิงแล้วทั้งหมดถึงแม้นางไม่รู้ว่าต้วนอวี้หรานจะมาไม้ไหน
แต่นางกลับรู้ว่าต้วนอวี้หรานจะไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาคุยเล่นปกติแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นแผนการที่ต้วนอวี้หรานใช้ทั้งหมดจะต้องมีใครบางคนช่วยวางแผนให้นางไม่ผิดแน่
ฉะนั้นการที่ต้วนอวี้หรานเข้ามาพูดดีด้วยกับต้วนชิงหมิงนั้นกลับยิ่งตอกยํ้าความมั่นใจขึ้นไปอีกว่านางจะต้องมี
แผนชั่วร้ายภายในใจซ่อนเอาไว้