การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 405 จัดการโดยมิทันตั้งตัว
เยวี่ยหวามองเยวี่ยซิ่วด้วยความซาบซึ้งใจ อีกฝั่ายส่ายหน้าเบาๆ เตือนว่าอย่าส่งเสียงดัง ทำให้นางไม่กล้าขยับตัว
อีก ยังดีที่ต้วนอวี้หรานแค่สั่งให้นางคุกเข่าที่พื้น ไม่ได้ไล่นางไปนั่งคุกเข่าข้างนอกที่หนาวเหน็บจับใจ
เยวี่ยซิ่วแอบย่องกลับออกไปอย่างเงียบเชียบเมื่อมอบแผ่นรองนั่งเสร็จสรรพ หันไปเก็บข้าวของกระจัดกระจาย
บนพื้นที่ต้วนอวี้หรานทำแตกด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้หลงเหลือบาดผู้เป็นนายได้
นางติดตามต้วนอวี้หรานมานานกว่าเยวี่ยหวา แต่พวกนางติดตามต้วนอวี้หรานได้ไม่นานจึงไม่รู้อิทธิฤทธิ์และ
ฝีปากในการด่าทอ ขอเพียงต้วนอวี้หรานไม่เอาพวกนางไปขายทอดตลาดก็นับว่าเป็นบุญเหลือล้นแล้ว
เพียงแต่อากาศในวันนี้ช่างหนาวเหน็บจับใจ หากเยวี่ยหวาต้องคุกเข่าข้ามคืนยันเช้า เกรงว่าเข่าของนางคงจะใช้
ไม่ได้อีกต่อไป
เยวี่ยซิ่วลากเยวี่ยหวาเข้ามาคุกเข่าในห้อง แล้วปิดประตูลงอย่างเบามือ ทว่าภายในห้องยังคงมีเสียงด่าทอและ
ข้าวของตกแตกดังออกมาอย่างไม่จบไม่สิ้น
ด้วยอารมณ์ที่รุนแรงของต้วนอวี้หรานทำให้บ่าวรับใช้ระดับสองแต่ละคนต่างยืนตัวนิ่งไปหมด กลัวว่าถ้าไม่ระวัง
อาจเป็นการเติมเชื้อเพลิงเข้าไปในกองไฟได้
บ่าวรับใช้ในเรือนแต่ละคนต่างเดินอย่างเชื่องช้าแทบกลั้นหายใจ เวลาเดียวกันกับเสียงดังของพลุดังขึ้นและ
ท้องฟั้าด้านนอกสว่างไสวไปทั่ว
เยวี่ยหวาที่คุกเข่าหันหลังให้กับประตูไม่ได้เห็นพลุนั่น แต่เยวี่ยซิ่วมองดูอย่างถอนใจไม่กล้าส่งเสียง
วันนี้เป็นวันที่ยี่สิบเจ็ดเดือนสิบสองแล้ว ด้านนอกต่างเตรียมตัวเฉลิมฉลองก่อนเข้าวันตรุษจีน ทว่ามีเพียงเรือนข
องต้วนอวี้หรานที่เหมือนบ่าวรับใช้ถูกขังอยู่ในคุก ทุกที่ในเรือนต่างเงียบเชียบเสมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่
ภายใต้แสงไฟที่สาดสลัว เยวี่ยซิ่วกำลังจมอยู่ในภวังค์ ไม่ทันได้ระวังที่ต้วนอวี้หรานเขวี้ยงเศษแก้วโดนนิ้วมือจน
บาดเลือดไหลออกมา นางตกใจและเจ็บปวดจนหายใจแรงไม่เป็นจังหวะ เม้มปากแน่น พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาพัน
นิ้วที่โดนบาดอย่างลนลาน แล้วรีบเก็บเศษแก้วอย่างรวดเร็ว
บัดนี้ต้วนอวี้หรานที่ดูเหน็ดเหนื่อยได้ฟุบหลับไปบนโต๊ะไปแล้ว เยวี่ยเจียเก็บของอย่างระวังและรวดเร็วเพื่อรีบ
ออกไปจากห้องนี้
ภายในห้องที่เงียบงัน เยวี่ยหวากำลังคุกเข่าอยู่อย่างนั้นไม่ขยับเขยื้อน ทว่าไม่อาจต้านทานความง่วงได้
สะลึมสะลือเดี๋ยวลืมตาเดี๋ยวหลับตาสลับกัน ด้วยกลัวว่าต้วนอวี้หรานอาจตื่นขึ้นมาได้ทุกเมื่อ
โชคยังดีที่ต้วนอวี้หรานอารมณ์เสียจนหมดแรงไปแล้วจึงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ทันใดนั้นหน้าต่างที่ปิดแน่นสนิทอยู่
กลับเปิดออกโดยไม่มีเสียง เห็นเพียงเงาดำของคนแวบเข้ามาในห้อง ด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของเงาดำนั้นทำให้เห็น
รูปร่างได้เพียงเลือนราง
แต่เมื่อหน้าต่างถูกเปิดออกสายลมหนาวได้พัดกรูผ่านประตูเข้ามาปะทะร่างกายเยวี่ยหวา ความอบอุ่นภายใน
ห้องหายวับไปในพริบตา เยวี่ยหวาที่คุกเข่าหลังตรงอยู่ที่พื้นรู้สึกหนาวจับใจแทบหายใจไม่ออก ได้ยินเพียงเสียงหายใจ
กระหืดกระหอบที่ยืนคํ้าหัวอยู่ ทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นต้องตกตะลึงยกใหญ่
เงาดำนั้นกลับกลายเป็นผู้ชายใส่เสื้อคลุมและรองเท้าสีดำ ใบหน้ามีผ้าปิดใบหน้าสีดำพลิ้วไหวไปมาตามลม
ชายผู้นั้นคิดไม่ถึงว่าภายในห้องนี้จะมีคนอื่นอยู่นอกจากต้วนอวี้หราน เขาชะงักมองด้วยความตกตะลึง สายตาที่
แหลมคมดุจเหยี่ยวของเขาจ้องเขม็งไปที่อีกฝั่ายไม่ละสายตา เคลื่อนตัวด้วยความรวดเร็วเข้าไปตีคอจนนางสลบลงไปใน
ทันที
เขากวาดสายตาซ้ายทีขวาทีอย่างไม่รีบร้อน เห็นว่าต้วนอวี้หรานกำลังฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะสืบเท้าเข้าไปใกล้พลาง
กระแอมไอสองครั้ง “แฮะ แฮะ! ทำเรื่องน่าอับอายเช่นนั้น ยังมีกะจิตกะใจมาหลับอยู่อีก…”
เงาดำนั้นพูดไปก็เห็นต้วนอวี้หรานกำลังบ่นพึมพำที่มีคนมาขัดจังหวะการนอนของนางจนตื่น
เด็กสาวตื่นจากฝันหวานขึ้นด้วยความหนาวเหน็บ ความรู้สึกนั้นเหมือนนางยืนอยู่ในกลางหิมะที่นอกจากความ
หนาวจนชาแล้วก็ไม่รับรู้ถึงสิ่งใดอีก
นางรู้สึกโกรธที่บ่าวรับใช้อย่างเยวี่ยหวาลืมปิดหน้าต่างให้สนิท เห็นทีครั้งนี้ลงโทษให้นางคุกเข่าคงจะเบาเกินไป
กระมัง
เด็กสาวพูดด้วยอาการสะลึมสะลือทั้งที่หนาวสั่นไปทั้งตัว ภายใต้แสงไฟที่สลัวปรากฏเงาดำของชายหนุ่มที่อยู่ตรง
หน้าต่าง เขาสวมชุดสีดำทั้งตัว กำลังจ้องมองมาดวงตาแข็งกร้าว เวลานี้เขากำลังมองต้วนอวี้หรานด้วยความรู้สึกเหมือน
มองคนที่โง่เขลาคนหนึ่งเท่านั้น
“เจ้าเป็นใคร? เข้ามาในห้องข้าได้อย่างไร?” นางตะโกนออกมาออกมาอย่างตกใจ พูดด้วยความโมโห แต่ไหนแต่
ไรมาไม่มีใครกล้าบุกเข้ามาในห้องต้วนอวี้หรานไปมาอย่างอิสระ
ตาสว่างขึ้นมาในทันที นางมองชายหนุ่มชุดดำขึ้นลง รู้สึกคุ้นตาแต่นึกไม่ออกว่าเคยพบเจอกันที่ไหนมาก่อน
ชายหนุ่มชุดดำคนนั้นปรายตามองนางอย่างไม่สนใจ เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ด้านข้าง แล้วเงยหน้าจ้องมองต้วนอวี้หรา
นเช่นนั้นไม่ขยับ
ในวันนี้ต้วนอวี้หรานถูกต้วนชิงหมิงเล่นงานกลับจนเสียอารมณ์ เดิมทีความร้อนในใจดั่งไฟแผดเผาได้ถาโถมขึ้นมา
ในใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มชุดดำยังไม่รีบไสหัวไป นางกลับโกรธขึ้นเป็นทวีคูณ ลุกขึ้นและชี้ออกไปนอกหน้าต่าง “ทำไมเจ้า
ยังไม่รีบไสหัวออกไป ไม่กลัวข้าตะโกนเรียกคนให้มาช่วยอย่างนั้นหรือ?”
ชายหนุ่มชุดดำหลุดขำออกมาอย่างเสียอาการ “เจ้าอยากตะโกนออกมาก็เชิญ ทางที่ดีเจ้าตะโกนให้ทุกคนมาที่นี่ก็
ดี ดึกดื่นปั่านนี้ให้ทุกคนได้รู้ไปว่าคุณหนูรองพาผู้ชายเข้ามาแอบซ่อนตัวในห้อง”
ทันทีที่ต้วนอวี้หรานได้ยินพลันตกใจขึ้นมาไม่น้อย
วันนี้นางอุตส่าห์ใส่ร้ายหวังทำลายชื่อเสียงของต้วนชิงหมิง กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า หากเรื่องที่นางพาชายหนุ่มเข้า
มาแอบในเรือนถูกต้วนชิงหมิงล่วงรู้เข้า ต้องดีใจเยาะเย้ยนางอย่างแน่นอน
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนอวี้หรานจึงพูดโกรธด้วยนํ้าเสียงที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด “เจ้ารีบพูดออกมาเดี๋ยวนี้ว่าเป็น
ใคร? มาที่นี่เพื่อทำอะไร? มิอย่างนั้นข้าจะให้ท่านพ่อฆ่าเจ้า!”
ชายหนุ่มคนนั้นมองต้วนอวี้หรานอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ในที่สุดเขาก็ค่อยๆ เอ่ยปากพูดขึ้น “ต้วนอวี้หราน ข้าว่า
เจ้าไม่เพียงอ่อนหัดเท่านั้น ยังปัญญานิ่มอีก มิน่าเล่าถึงไม่เคยต่อกรต้วนชิงหมิงชนะ ข้าว่า……เจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะไปถือ
รองเท้าให้นางด้วยซํ้า”
ทันทีที่ชายหนุ่มคนนั้นพูดจบ ความเดือดดาลพลันปะทุขึ้นมาในใจของเด็กสาวอย่างไม่ทันตั้งตัว นางชี้ไปที่ชาย
หนุ่ม กล่าวเสียงดัง “ออกไป… เจ้าจงไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!”
สุ้มเสียงดังที่ต้วนอวี้หรานตะเบ็งออกมาเล็ดลอดผ่านช่องประตู เยวี่ยซิ่วที่อยู่ด้านนอกจึงตะโกนถามขึ้นทันที
“คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ?”
ชายหนุ่มชุดดำมองไปที่ต้วนอวี้หรานด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ราวกับกำลังจะบอกว่าถ้าปล่อยให้บ่าวรับใช้เข้ามาเห็น
สภาพต้วนอวี้หรานในตอนนี้ ดูสิว่านางจะกล้าหรือไม่กล้า?
แน่นอนว่านางไม่กล้าเรียกเยวี่ยซิ่วเข้ามา ตอบกลับนํ้าเสียงเย็นชา “ไม่มีอะไร ข้านอนละเมอ เจ้าเฝั้าข้างนอกให้
ดีๆ อย่าให้ใครเข้ามาข้างในได้”
เยวี่ยซิ่วระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกด้วยกลัวว่าผู้เป็นนายจะบอกว่าเกิดเรื่องขึ้น แต่เยวี่ยหวาก็อยู่ด้านใน
หากเกิดอะไรขึ้นมานางต้องตะโกนขอความช่วยเหลือออกมาอย่างแน่นอน อีกทั้งต้วนอวี้หรานที่นั่งฟุบลงที่โต๊ะไม่กี่ชั่ว
ยาม เยวี่ยซิ่วจึงไม่กล้าส่งเสียงดังได้แต่เอาเสื้อคลุมมาช่วยห่มให้ผู้เป็นนาย ถึงตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรก็รู้สึกโล่งอก
เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานไม่กล้าตะโกนออกไป ชายหนุ่มก็ได้แต่หัวเราะเย้ยหยันอย่างสะใจ
ต้วนอวี้หรานมองชายหนุ่มสีหน้าไม่พอใจ ทว่าพลันนึกถึงเรื่องที่นางล้มลงบนพื้นหิมะไม่กี่วันก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้
คนคนนั้นก็คือชายหนุ่มชุดดำคนนี้ ที่เคยพูดและสัญญาจะช่วยต่อกรกับต้วนชิงหมิงนี่เอง