การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 406 ร่วมมือกัน
ในวันนั้นต้วนอวี้หรานมองว่าชายชุดดำคนนั้นเป็นคนที่ฟั้าส่งมาช่วยนางในยามที่นางโดนต้วนชิงหมิงเล่นงาน
แต่ใครจะไปรู้ว่าชายคนนั้นจะมาเพื่อเป็นผู้ชมอย่างเดียว ที่บอกว่าจะมาช่วยเหลือนั้นก็เพียงแค่พูดไปเรื่อยเท่านั้น
ไม่ช่วยวางแผนและเล่นงานต้วนชิงหมิง จนนางโดนอีกฝั่ายเล่นงานกลับมาไม่เป็นท่า
อีกอย่างตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็ไม่ได้ติดต่อกับต้วนอวี้หรานอีกเลย นางไม่ได้พบหน้ากับเขาจึงไม่ต้องพูดถึง
เรื่องการวางแผนช่วยเหลือ ทว่าตอนนี้เขากลับมาโผล่ยามดึกดื่นค่อนคืนไม่รู้ว่าต้องการมาไม้ไหนกันแน่
ต้วนอวี้หรานคิดไปสายตาก็เคร่งขรึมขึ้นไปจนต้องขบฟันแน่น… ชายหนุ่มคนนี้จะต้องล่วงรู้แผนการว่านางจัดการ
ต้วนชิงหมิงไม่สำเร็จ จึงมาเพื่อหัวเราะเยาะเย้ย… เชอะ! มายามดึกดื่นค่อนคืน ลับๆ ล่อๆ ดูอย่างไรก็รู้ว่าเป็นคนไม่ดี
ชายหนุ่มชุดดำมองไปที่ต้วนอวี้หรานด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปและพูดอย่างเย็นชา “ทำไมกัน นึกเรื่องราวออกแล้ว
หรือ?”
มีหรือที่ต้วนอวี้หรานจะคิดไม่ออก คนที่เกลียดศัตรูคนเดียวกันคือต้วนชิงหมิง!
สีหน้าของต้วนอวี้หรานเปลี่ยนไปในทันที พูดอย่างโมโหขึ้นมา “ข้าจำได้อยู่แล้ว วันนั้นเจ้าเป็นคนบอกข้าจะช่วย
จัดการต้วนชิงหมิง แต่ถึงตอนนี้ยังไม่เห็นเจ้าลงมือ ต้วนชิงหมิงก็ยังคงลอยหน้าลอยตาไปมาในจวนต้วนได้อย่างสบายใจ”
ชายหนุ่มชุดดำจ้องไปที่ต้วนอวี้หราน เขาหัวเราะออกมาอย่างน่าหวาดกลัว “ดังนั้นเจ้าก็เลยอวดฉลาดโดยการใช้
ให้บ่าวรับใช้ไปใส่ร้ายและทำลายชื่อเสียงของนางเช่นนั้นหรือ?”
ถ้าจะบอกว่าต้วนอวี้หรานโง่เขลาก็มิใช่ระดับธรรมดาเลย ในวันนั้นที่เขารับปากว่าจะช่วยจัดการต้วนชิงหมิง แต่
สิ่งที่นึกไม่ถึงคือเขาติดภารกิจบางอย่างจึงมาช้าไป เมื่อกลับมาก็ได้ยินเรื่องที่ต้วนอวี้หรานตั้งใจใส่ร้ายต้วนชิงหมิง แต่กลับ
ถูกต้วนชิงหมิงสวนกลับไม่เป็นท่า
บัดนี้เขาโกรธเสียจนหัวเราะไม่ออก อยากเข้าไปเขกหัวต้วนอวี้หรานที่ทำเรื่องพังไม่เป็นท่า
อันที่จริงชายหนุ่มชุดดำก็ไม่ได้หวังจะช่วยต้วนอวี้หรานจริง เพราะการทะเลาะตบตีกันระหว่างต้วนชิงหมิงกับต้
วนอวี้หรานดูเป็นเรื่องเล็กในสายตาไม่มีความจำเป็นต้องให้ความสนใจมากขนาดนั้น แต่ที่เขาให้ความหวังต้วนอวี้หราน
เป็นเพราะเขาเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋เข้าออกจวนต้วนอยู่บ่อยครั้ง จึงแค่อยากหาคนมาคอยสร้างความลำบากให้เหยียนหลิ่ง
อวี๋ก็เท่านั้น
ในจวนต้วน ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่มีสติปัญญาเป็นเลิศ ต้วนอวี้ก็ดีไม่แพ้กัน ดังนั้นเขาจำต้องลงมือกับต้วนอวี้หรา
นที่ฉลาดน้อยที่สุดก่อน
เดิมทีชายหนุ่มชุดดำคิดว่าต้วนอวี้หรานเป็นคนหยิ่งยโสเลือดเย็น แต่เอาเข้าจริงกลับฉลาดน้อยที่สุดง่ายต่อการ
ควบคุมจูงจมูก นึกไม่ถึงว่าเขายังไม่ทันได้วางแผนอย่างดี ต้วนอวี้หรานก็ทำเรื่องพังหมดแล้ว
เป็นที่รู้กันว่าสายลับของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ปลอมตัวเข้ามาอยู่ในจวนต้วนย่อมทราบทุกการเคลื่อนไหวของทุกคน
วันนี้ต้วนอวี้หรานวางแผนใช้เสื้อผ้าผู้ชายใส่ร้ายต้วนชิงหมิง ดูท่าเหยียนหลิ่งอวี๋คงทราบเรื่องนี้ก่อนแล้ว จึงต้องการสั่ง
สอนต้วนอวี้หรานให้หนักๆ สักครั้ง
ต้วนอวี้หรานนั้นไม่รู้ที่มาที่ไปที่แท้จริงของเรื่องนี้ นางคิดว่าชายหนุ่มชุดดำต้องการมายิ้มเย้ยหยันจึงยกมือเท้าเอว
และพูดอย่างไม่ไว้หน้า “เชอะ! ข้าไม่เพียงจะทำลายชื่อเสียงของนางเท่านั้น ยังต้องการให้ท่านพ่อเห็นธาตุแท้ที่ชั่วช้าของ
นางอีกด้วย!”
ระหว่างที่ต้วนอวี้หรานพูดออกมา สายตาของนางเผยประกายความเกลียดชังและโหดเหี้ยมอำมหิตออกมา ชาย
หนุ่มชุดดำถามกลับมายิ้มๆ “เช่นนั้นเจ้าทำสำเร็จหรือยัง?”
สีหน้าต้วนอวี้หรานเศร้าสร้อยผิดหวัง “ไม่สำเร็จ ข้าทำล้มเหลวไปแล้ว ทั้งหมดเป็นเพราะ…”
ต้วนอวี้หรานอยากบอกว่าทั้งหมดเป็นเพราะบ่าวรับใช้ของนางทำเรื่องพังจนหมด แต่จู่ๆ ชายหนุ่มชุดดำกลับพูด
แทรกนางขึ้นมา “เจ้าเคยได้ยินประโยคนี้หรือไม่?”
เด็กสาวเบิกตาโตเท่าไข่ห่าน “ประโยคอะไร?”
ชายหนุ่มชุดดำพูดเหน็บแนม “การอธิบายถือเป็นการกลบเกลื่อน ยิ่งกลบเกลื่อนก็เท่ากับมัดตัวเองให้ดิ้นไม่
หลุด”
`
สีหน้าของต้วนอวี้หรานแดงระเรื่อขึ้นช้าๆ
นางต้องการกลบเกลื่อนเพราะทนดูความหยิ่งผยองของต้วนชิงหมิงไม่ไหว การเล่นงานต้วนชิงหมิงถือเป็นสิ่ง
สำคัญที่สุดในชีวิตของนาง ต่อให้ต้องพ่ายแพ้อีกร้อยครั้ง ต้วนอวี้หรานก็ไม่มีทางปล่อยต้วนชิงหมิงอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มชุดดำใช้สายตาที่ดูถูกดูแคลนมองไปที่ต้วนอวี้หรานพร้อมกับส่ายหัวและพูดอย่างเย็นชา “ถือสารรูป
แบบนี้ไปเล่นงานต้วนชิงหมิง? เกรงว่ายังไม่ทันที่นางจะตาย เจ้าก็ชิงตายเสียก่อนแล้วกระมัง!”
เมื่อได้ฟังที่ชายหนุ่มชุดดำพูดกดอำนาจบารมีของต้วนอวี้หราน นางจึงมองค้อนไปที่เขาพลางยกมือชี้ไปที่
หน้าต่าง “ถ้าเจ้าขืนยังยกยอต้วนชิงหมิงอยู่ละก็ ก็รีบออกไปประเดี๋ยวนี้เลย!”
จริงๆ แล้วคำว่า ‘ไสหัวออกไป’ ติดอยู่ที่ปากแต่นางกลับไม่กล้าเอ่ยออกไป ชายหนุ่มชุดดำได้แต่มองกลับมาด้วย
สายตาที่น่าหวาดหวั่นจนต้วนอวี้หรานสั่นสะท้านไปทั้งตัว นางแค่อยากไล่เขาออกไปและอย่าได้มาขัดขวางแผนการเล่น
งานต้วนชิงหมิงก็พอ
ทว่าอีกฝั่ายกลับยิ้มเย้ยหยัน “ต้วนอวี้หราน อย่าหาว่าข้าสอนเจ้าเลย เจ้ามันช่างปัญญานิ่มเสียเหลือเกิน เจ้าเป็น
คนที่ไม่รู้จักวางแผนรอบคอบก็ไม่น่าแปลกใจที่จะสู้ต้วนชิงหมิงไม่ได้ ถ้าเจ้าต้องการเล่นงานต้วนชิงหมิงจริง ข้าคงมีแค่
ประโยคเดียวที่จะพูดก็คือ……สร้างความอับอายขายขี้หน้าให้กับตัวเจ้าเองเท่านั้น”
สีหน้าต้วนอวี้หรานยิ่งไม่สบอารมณ์เป็นทวีคูณแต่ว่าก็ยังระงับอารมณ์เอาไว้ สองมือสั่นเทากำจนแน่นและพูดกด
เสียงตํ่า “ถ้าเจ้าจะให้ข้ากลัวต้วนชิงหมิงละก็ ตอนนี้ก็เชิญออกจากห้องไปได้แล้ว”
แต่ละคำที่เขาพูดออกมาล้วนเป็นการช่วยพูดแทนต้วนชิงหมิงทั้งสิ้น ต้วนอวี้หรานมิสามารถทนฟังได้อีกต่อไป
พยายามระงับโทสะที่เดือดดาลลง
ชายหนุ่มชุดดำพุ่งตัวจากหน้าต่างเข้าไปประชิดตัวเด็กสาวด้วยความไวแทบมองไม่ทัน เขาใช้นิ้วเรียวกดเข้าไปที่ลำ
คอต้วนอวี้หราน จนนางมิสามารถหายใจได้
เขาจ้องหน้านางสายตาโหดเหี้ยมพร้อมพูดอย่างเย็นชาไร้ความปรานี ก่อนปล่อยอีกฝั่ายให้เป็นอิสระ “ครั้งนี้ข้า
จะถือซะว่าเจ้าไม่เคยพูดออกมา หากมีครั้งหน้าหัวของเจ้าคงหลุดออกจากบ่าเป็นแน่แท้!”
ถึงแม้ต้วนอวี้หรานจะขยับปากพูดไม่ได้ ทว่าสีหน้าของนางกลับเริ่มเขียวจนชายหนุ่มตกใจขึ้นมา ระยะห่างที่ใกล้
ขนาดนี้ ความรู้สึกโกรธยิ่งทำให้ต้วนอวี้หรานอยากจะเข้าไปจัดการชายหนุ่มชุดดำเหลือเกิน
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของต้วนอวี้หรานที่ได้รู้ว่าความตายนั้นอยู่ใกล้แค่เพียงเอื้อมมือเท่านั้น โชคยังดีที่อีกฝั่ายยัง
ไม่ต้องการชีวิตของนาง เขาจึงพูดเตือนสตินางอีกครั้ง ก่อนจะใช้แรงผลักนางออกไป
ร่างของต้วนอวี้หรานหมุนกลับไปกลับมาจนมาหยุดเมื่อชนเข้ากับโต๊ะ ชีวิตที่ใกล้ความเป็นความตายเป็นเช่นนี้
นี่เอง ทันทีที่ต้วนอวี้หรานสัมผัสกับสองนิ้วของชายหนุ่มชุดดำก็สัมผัสได้ถึงความมึนงงขึ้นมา
เด็กสาวแอบกลอกตาไปมาทั่วห้องก็พบว่ามีเพียงนาง ชายชุดดำ และเยวี่ยหวาที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ในห้อง
เพียงสามคนเท่านั้น พูดได้ว่าหากชายหนุ่มชุดดำต้องการปลิดชีวิตของนาง นางก็ไม่มีโอกาสที่จะขัดขืนได้ ฉะนั้นนาง
ทำได้เพียงปิดริมฝีปากบนล่างให้สนิทแน่นเท่านั้น
อยู่ๆ ชายหนุ่มชุดดำได้หันไปมองข้างนอก ไม่นานเขาก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองมาที่ต้วนอวี้หรานและสั่งอย่าง
เย็นชา “เจ้าฟังข้าให้จงดี นับจากนี้ต่อไปอย่าได้ไปหาเรื่องต้วนชิงหมิงก่อน ถ้ามีเรื่องที่จะให้ออกโรง ข้าจะมาแจ้งเจ้าก่อน
ล่วงหน้า…”
เมื่อเขาพูดจบก็หันหลังกำลังจะจากไปทางหน้าต่าง
ต้วนอวี้หรานที่อยู่ด้านหลังได้รวบรวมพลังฝืนพูดขึ้น “ทำไมเจ้าต้องข้าจัดการต้วนชิงหมิงด้วย? เจ้ามีความแค้น
กับนางด้วยใช่หรือไม่?”
ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร แต่ในเมื่อจะร่วมเป็นพันธมิตรกันก็ต้องมีผลประโยชน์ร่วมกัน ทว่าบัดนี้ต้วนอวี้หราน
ยังมองไม่ออกเลยว่าเขาจะได้รับประโยชน์อะไรจากการทำลายต้วนชิงหมิง
เขาหัวเราะเยาะออกมา พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ “เจ้าคิดผิดแล้ว ข้าไม่ได้เกลียดต้วนชิงหมิง ข้าเพียงแต่เกลียดคน
ที่คอยยืนอยู่ข้างหลังนางต่างหาก!”