การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 408 คิดหาวิธีการ
โบราณว่า ‘คนเรายอมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด’ ซานไล่จื่อกับทูจื่อก็เป็นเช่นนั้น… ต้วนอวี้จึงได้บอก
ลู่ทางให้จนพวกเขาดีใจอย่างสุดขีด
ทว่าต้วนอวี้หาได้สนใจในความตื่นเต้นของทั้งสองคนตรงหน้าไม่ เขาเอาแต่ใช้เล็บขูดไปมาที่โต๊ะเบาๆ และพูด
เสียงเรียบ “ซานไล่จื่อ ทูจื่อ พวกเรานับว่าเป็นเพื่อนที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ดังนั้นข้าจึงมองเจ้าเป็นคน
กันเอง ในเมื่อเป็นคนของข้าและเลือกที่จะติดตามข้าแล้วละก็ ต้องทำตามกฎที่ข้ามี… ข้าจะเป็นเจ้านายของพวกเจ้า นับ
จากนี้ต่อไปถ้าข้าใช้ให้เจ้าไปซ้ายก็ต้องไปซ้าย ใช้ไปทางขวาก็ต้องไปทางขวา วันใดที่เจ้าเปลี่ยนใจทรยศขึ้นมา ข้าจะให้
พวกเจ้าตายอย่างไม่รู้ตัวเลยทีเดียว”
คำพูดของต้วนอวี้ไม่ถึงกับข่มขู่ ทว่าซานไล่จื่อและทูจื่อได้ฟังก็ชะงักไปเล็กน้อย… ต้วนอวี้ผู้นี้ช่างแตกต่างกับคนที่
นี่โดยสิ้นเชิง ถ้าพูดถึงวิธีเล่นงานคนของต้วนอวี้ พวกเขาต่างประจักษ์กับสายตาตนเองแล้ว จึงไม่กล้าแม้แต่จะคิดหักหลัง
ทันใดนั้นสายตาของซานไล่จื่อกับทูจื่อก็เคร่งขรึมขึ้นมา พวกเขารีบยกมือขึ้นพูดเพื่อรับประกัน “คุณชายวางใจได้
ถ้าพวกเราสองคนทำเรื่องที่ผิดต่อคุณชาย ยอมให้ฟั้าผ่าตายขอรับ!”
ต้วนอวี้ฟังแล้วก็ปรายตามองอย่างแน่นิ่ง ทำให้สองคนนั้นยกมือขึ้นปิดปากแทบไม่ทัน
“ข้าจะเอาชีวิตของพวกเจ้าไปทำไมกัน? ข้าเพียงต้องการให้พวกเจ้าเชื่อฟังข้า และไม่ทำผิดต่อข้าก็พอแล้ว!”
โบราณว่า ‘ไม่สามารถตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก’ ต้วนอวี้ที่ผ่านช่วงเวลาในการทำความคุ้นเคยกับซานไล่
จื่อกับทูจื่อมาแล้วนั้นย่อมเข้าใจนิสัยใจคอของพวกเขา จึงจะใช้ให้สองคนนี้ทำงานที่ไม่ต้องออกหน้าออกตา เพราะงานที่
ต้องออกตัวพวกเขาไม่เหมาะสมที่จะทำ
แต่ว่าสองคนนี้ก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง นั่นคือเชื่อฟังคำพูดและรู้จักพลิกแพลงไปตามสถานการณ์ได้ จุดนี้กลายเป็นสิ่งที่
เด็กน้อยต้องการใช้ประโยชน์มากที่สุด
สิ่งที่ต้วนอวี้ยํ้านักยํ้าหนาอีกอย่างก็คือ ทั้งสองคนต้องมาช่วยเหลืองาน ห้ามมาสร้างเรื่องให้เขาเป็นอันขาด
ถ้าสองคนนี้สมัครใจมาเป็นคนช่วยงานเขาอย่างลับๆ เขาก็จะใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ที่ทั้งสองคนใช้ชีวิตอยู่
ในเมืองมาเป็นเวลานานในการช่วยเขาทำงานเล็กๆ น้อยๆ เช่น สืบข่าวคราวเป็นต้น
เมื่อเห็นทั้งสองคนตาลุกวาวอยากรู้ประตูสู่ความรํ่ารวยจนทนไม่ไหวแล้ว ต้วนอวี้จึงกวักมือให้ทั้งคู่ยื่นหน้ามาเข้า
ใกล้ๆ และพูดไปหลายประโยค
ซานไล่จื่อกับทูจื่อฟังเเล้วได้แต่พยักหน้าหงึกหงักรับรู้ พร้อมกับอ้าปากค้างราวกับไม่อยากจะเชื่อคำพูดของอีก
ฝั่าย
หลังจากที่ต้วนอวี้เล่าให้สองคนนั้นฟังก็หันไปพูดเสียงเรียบว่า “เป็นอย่างไรบ้าง เรื่องที่จะให้ไปทำ พวกเจ้ากล้า
หรือไม่?”
ด้านซานไล่จื่อสายตาล่อกแล่ก ส่วนทูจื่อก็กลืนนํ้าลายลงไปเฮือกใหญ่
เนื่องจากครั้งก่อนพวกเขาไปจับตัวต้วนอวี้มัดจนได้รับบทเรียนหนักขนาดนี้ คราวนี้ถ้าเชื่อที่ต้วนอวี้สั่งให้ไปจับตัว
คุณหนูอะไรนั่นขึ้นมา มีหวังจุดจบก็คงไม่ต่างกัน
ต้วนอวี้เลิกคิ้วไปทางสองคนนั้นและพูดเหน็บแนมออกมา “ทำไมกัน ไม่กล้าอย่างนั้นหรือ?”
ซานไล่จื่อรีบส่ายหัวไปมาทันที ส่วนทูจื่อกลับถามอย่างสงสัย “คุณชาย ทำไมต้องทำเช่นนี้ด้วยขอรับ?”
คุณหนูคนนั้นเป็นที่รู้จักกันในเมืองหลวง ทว่าเหตุใดคุณชายถึงได้อำมหิตถึงเพียงนี้ แม้แต่พี่สาวแท้ๆ ก็ยังไม่เว้น
ต้วนอวี้กัดฟันแน่นและพูดอย่างไร้ความรู้สึก “เมื่อครู่ข้าเพิ่งพูดกฎอะไรไป?”
พอทูจื่อได้ยินจึงรีบยกมือขึ้นมาปิดปากทันที
เมื่อครู่ต้วนอวี้พูดกฎออกมาแล้ว ถ้าเขาต้องการให้ทูจื่อกับซานไล่จื่อไปทางซ้ายก็ห้ามไปทางขวาเป็นอันขาด แต่
ทันทีที่เขาสั่งเรียบร้อย ทูจื่อกลับถามเขาถึงสาเหตุอย่างทันควัน!
ทูจื่อรีบกลืนนํ้าลายเฮือกใหญ่ลงคอไปและไม่กล้าปริปากถามอีกเลย
ต้วนอวี้มองค้อนทูจื่ออย่างแรง “พวกเจ้าฟังข้าให้ดี ข้าสั่งให้ไปทำก็ต้องทำ คราวหน้าห้ามถามถึงเหตุผลอีก!”
ทูจื่อพยักหน้ารับทรายอย่างว่องไว
ต้วนอวี้ยกมือขึ้นเท้าเอวและพูดขึ้น “เอาล่ะ พวกเจ้าฟังข้าให้ดี เรื่องที่ข้าสั่งเอาตามนี้ ถ้าพวกเจ้ายินดีที่จะทำละก็
นับจากวันนี้ไปพวกเราถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว แต่ถ้าไม่……ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน”
ซานไล่จื่อพยักหน้าตอบรับยินยอมอย่างรวดเร็ว “คุณชายวางใจได้ พวกเราสองคนยอมทำตามทุกอย่างขอรับ!”
ความหมายของต้วนอวี้คือซานไล่จื่อกับทูจื่อต้องทำตามคำสั่งที่เขาบอก หากไม่ทำก็จะเอาตัวรอดไม่ได้อีก เพราะ
ว่าพวกเขาล่วงรู้แผนการของต้วนอวี้เข้าแล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเก็บพวกเขาไว้ข้างกาย
ก่อนหน้านี้ซานไล่จื่อกับทูจื่อมองต้วนอวี้เป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืนเท่านั้น เพียงแต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าคิดแบบนั้น
อีกแล้ว เนื่องจากตอนที่ต้องเหี้ยมโหดขึ้นมา ต้วนอวี้พร้อมที่จะฆ่าฟันได้ทุกสิ่ง โดยยังไม่รวมเรื่องไม่กี่วันก่อนที่เขาใช้วิธี
ทรมานชายชุดดำที่วัดร้างนอกเมือง เมื่อสองคนนี้นึกขึ้นมาก็ต้องใจตุ้มๆ ต่อมๆ ขึ้นมา
เรื่องราวล่วงเลยมาถึงเพียงนี้ พวกเขาไม่มีทางกลับลำได้อีกแล้ว ได้แต่ก้มหน้าก้มตารับคำสั่งอย่างเชื่อฟัง…
ต้วนอวี้เอนตัวพิงพนักเก้าอี้พลางล้วงมือเข้าไปหยิบเงินจากกระเปั๋าห้าตำลึงโยนไปตรงหน้าซานไล่จื่อกับทูจื่อทันที
เมื่อทั้งสองตอบรับจะทำตาม “พวกเจ้าอย่าได้ร้อนใจไป กลับไปกินให้อิ่ม นอนให้หลับอย่างสบายใจ อีกสองวันข้าจะไป
หาพวกเจ้าเอง”
ชายหนุ่มทั้งสองคนมองเงินตรงหน้าดวงตาลุกวาว ซานไล่จื่อยื่นมือไปหยิบเงินอย่างรวดเร็ว พูดขอบคุณอย่าง
นอบน้อม “คุณชายวางใจได้ขอรับ ไม่ว่าจะสั่งให้พวกเราทั้งสองบุกปั่าฝั่าดงก็ไม่เกี่ยงขอรับ!”
ต้วนอวี้ได้แต่ยิ้มมุมปากไม่ได้ตอบอะไร
ผู้คนในโรงนํ้าชาบางตา เพราะอีกสองวันจะเป็นวันตรุษจีน ชั้นที่สองนอกจากโต๊ะของต้วนอวี้แล้วก็มีเพียงนักดื่ม
อีกไม่กี่โต๊ะ ทว่าตำแหน่งโต๊ะที่ต้วนอวี้เลือกก็ช่างน่าแปลกใจ เพราะสามารถมองเห็นทุกโต๊ะในชั้นนี้ได้ อีกอย่างคนที่มา
ดื่มนํ้าชาในชั้นนี้มีแต่คนที่มีตำแหน่งสูงศักดิ์กันทั้งนั้น
ระหว่างที่พวกเขานั่งจิบชาอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีคนสองคนที่มีผ้าปิดบังใบหน้าเดินบันไดขึ้นมา แม้จะเห็นหน้าไม่ชัด แต่
ว่านํ้าเสียงที่โอหังนั้นกลับรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน “พี่ใหญ่ ช่วยพวกเราคิดหาวิธีหน่อย หนิวไปั๋นั่นตายไปตั้งนานแล้ว แต่
หลิวยวนทำไมยังไม่ได้ข่าวคราวอะไรเลยแม้แต่น้อย”
หนิวไปั๋
หลิวยวน?
ชื่อสองคนนี้เป็นอะไรที่คนทั้งโต๊ะคุ้นเคย หนิวไปั๋ที่หน้าเงิน ส่วนหลิวยวนที่ไม่มีพิษมีภัยและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อ
ต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิง… พูดได้ว่าตั้งแต่ที่ต้วนอวี้ข้ามเวลามาในยุคโบราณ หลิวยวนเป็นเพียงไม่กี่คนที่เขาเชื่อใจและพูด
คุยได้อย่างสนิทใจ ที่สำคัญก็คือหลิวยวนดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี ฉะนั้นเมื่อมีคนพูดถึงหลิวยวนขึ้นมา เด็กน้อยถึงกับ
ต้องเงี่ยหูฟัง…
หึ หึ! ถ้าอีกฝั่ายคิดจะเล่นงานหลิวยวน เขาจะไม่มีทางนิ่งดูดายเด็ดขาด!
เรื่องนี้ต้วนอวี้รู้เพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว ซานไล่จื่อกับทูจื่อที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องรู้ เด็กน้อยหรี่ตาลงอ
ย่างตั้งใจฟังชายสองคนที่ยังไม่รู้ตัวว่าถูกแอบฟังอยู่ เขาเลือกที่จะหันไปมองซานไล่จื่อกับทูจื่อพร้อมกับยกมือขึ้นจุปาก
“เอาล่ะ ไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ตอนนี้พวกเจ้าทั้งสองคนกลับไปได้แล้ว ที่เหลือรอฟังที่ข้าจะแจ้งไปและทำตาม อย่าให้ผิด
พลาดเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่?”
ทั้งซานไล่จื่อกับทูจื่ออยากจะพูดยืนยันและแสดงความเคารพต้วนอวี้ แต่เขาไม่มีกะจิตกะใจที่จะฟังสองคนนี้พูด
พล่าม จึงปัดมือให้ไปอย่างรำคาญใจจนทั้งสองคนรีบออกไปอย่างรวดเร็ว