การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 414 ใครจะอยู่ใครจะไป (2)
ต้วนอวี้เพียงแค่ต้องการปันปั่วนองค์หญิงจิ่นซิ่วกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยให้วุ่นวายในฐานะที่พวกเขาคิดเล่นงานหลิว
ยวนกับต้วนชิงหมิงพี่สาวของเขา เด็กน้อยเพียงแต่คิดว่ายิ่งทำให้เรื่องยิ่งวุ่นวายเท่าไรก็ยิ่งดีและไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม
เหอะ! องค์หญิงจิ่นซิ่วกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยผู้ไม่เจียมตัว คิดจะเอาไม้ซีกมางัดไม้ซุงกับคนอย่างข้าหรือเห็นทีต่อจาก
นี้ต้องสำแดงอิทธิฤทธิ์ให้พวกนั้นเห็นเสียหน่อยแล้ว
คราวนี้ต้วนอวี้จะให้องค์หญิงจิ่นซิ่วกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้รู้เสียทีว่าใครเหนือกว่าใครกันแน่
ในรถม้าของหลิวยวนเด็กน้อยนั่งไปก็ได้แต่คิดไปพลางจิบนํ้าชาอย่างสบายใจเฉิบ กวาดสายตาไปทั่วรถม้าจนมา
หยุดที่หลิวยวนที่ทำท่าพยักพเยิดเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ไม่กล้าพูดออกมา
เขาเห็นหลิวยวนหน้านิ่วคิ้วขมวดตัดสินใจเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “ข้าได้ยินมาว่าในวังหลวงนั้นกว้างใหญ่ไพศาลทั้ง
ยังเป็นที่อาศัยของฝั่าบาทที่มีอำนาจล้นฟั้า เพราะฉะนั้นคนธรรมดาสามัญจึงไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้าไปแม้เพียงก้าวเดียว
หากมีโอกาสได้เข้าไปก็เท่ากับเป็นวาสนาเกียรติยศของวงศ์ตระกูล”
ต้วนอวี้หยุดเว้นจังหวะจ้องเข้าไปในแววตาของหลิวยวนจนเขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อไป “แต่ดูท่าทางพี่
หลิวยวนคงไม่มีกะจิตกะใจอยากเข้าไปกระมัง?”
อีกฝั่ายฝืนยิ้มและพยักหน้ารับก่อนตอบกลับอย่างจริงจัง “อวี้เอ๋อร์ที่จริงแล้ว พี่ไม่อยากไปร่วมงานเลย”
ผู้คนต่างรู้กันดีในวังหลวงเป็นสถานที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดและยังเป็นที่ที่ทุกคนต่างถวิลหาแต่ความรุ่งเรือง
นี้หลิวยวนไม่ได้ต้องการแม้แต่น้อย แต่การที่เขาต้องเข้าวังหลวงนั้นเนื่องจากการไล่ตามติดขององค์หญิงจิ่นซิ่วผู้ไม่รู้จัก
ความละอายผู้นั้น
การเข้าวังไปร่วมงานเลี้ยงฉลองนั้นไม่เพียงต้องปันหน้าแสร้งยิ้มยังต้องไปรับมือกับองค์หญิงจิ่นซิ่วที่น่ารำคาญอีก
ฉะนั้นพอหลิวยวนได้ยินคำว่า ‘เข้าวังหลวง’ก็ถึงกับสะดุ้งโหยงขึ้นมา เขายังได้รับข่าวคราวเรื่องการพระราชทานงาน
อภิเษกที่ฮองเฮาหมายมั่นปันมือให้หลิวยวนเป็นราชบุตรเขยอีกด้วย
ดังนั้นเขายิ่งไม่อยากไปวังหลวงแต่หลิวจื๋อผู้เป็นบิดาพูดแล้วว่าฝั่าบาทชื่นชมในความสามารถของเขา จึงเรียกเขา
ไปเข้าร่วมงานฉลองวันตรุษจีนเพื่อเข้าเฝั้าซึ่งทุกคนต่างยินดีอยากให้มีการเรียกเข้าเฝั้าเช่นนี้บ่อยๆ ทว่านั่นกลับทำให้หลิว
ยวนคิดต่างกับคนอื่นออกไปเพราะเขารู้มาว่าฝั่าบาทมีราชกิจที่ยุ่งมากไม่มีเหตุผลใดที่จะมาสนใจกับคนที่ยังไม่ได้แม้แต่
ตำแหน่งในราชสำนักอย่างเขา
แต่นั่นคงเป็นเพราะองค์หญิงจิ่นซิ่วที่คอยพูดกล่อมหูจนทำให้ฝั่าบาทสนใจในตัวหลิวยวนขึ้นมาองค์หญิงจิ่นซิ่วที่
เอาแต่พรํ่าเพ้ออยากจะแต่งงานในขณะที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอยากดึงหลิวยวนเข้ามาเป็นพวกเพื่อใช้ต่อกรกับบรรดาองค์
ชายอื่น
น่าเสียดายตรงที่ไม่ว่าจะเป็นองค์หญิงจิ่นซิ่วหรือเหยียนหลิ่งเจวี๋ยหลิวยวนผู้นี้ไม่เพียงไม่สนใจยังไม่อยากถูกดึงตัว
เข้าไปพัวพันกับเกียรติยศความรุ่งโรจน์เหล่านั้น
แต่เมื่อเห็นหลิวจื๋อมีท่าทางและสายตาที่ดีใจอย่างผิดแปลกไปหลิวยวนจึงไม่กล้าปฏิเสธที่จะไปร่วมงานเฉลิม
ฉลองในวังหลวงครั้งนี้
ความรู้สึกของหลิวจื๋อทำให้หลิวยวนรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบบังคับให้เดินไปข้างหน้าแม้จะรู้ว่านั่นเป็นกับดักหลุม
พรางแต่ก็จำยอมตกลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลิวยวนระบายลมหายใจออกมาเบาๆฝืนยิ้มพูดขึ้นมา “อวี้เอ๋อร์ความคิดของพี่ช่างแปลกประหลาดต่างจากคน
อื่นใช่หรือไม่? คนอื่นชอบอำนาจวาสนา แต่พี่กลับอยากผลักไสออกไปให้ห่างจากชีวิตแม้สิ่งเหล่านั้นอาจจะมีประโยชน์
กับพี่?”
ต้วนอวี้มองหลิวยวนกลับเอื้อนเอ่ยอย่างจริงจังเป็นที่สุด “พี่หลิวยวนอันที่จริงพี่ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้แต่ละ
ตระกูลย่อมมีสิ่งที่ยากจะอธิบายและทำตามกันทั้งนั้น บางครั้งท่านพ่ออยากให้ทำอย่างหนึ่งพี่สาวอยากให้ทำอย่างหนึ่ง
คนนี้อยากให้ทำอย่างหนึ่ง คนนั้นอยากให้ทำอย่างหนึ่ง……”
หลิวยวนอมยิ้มออกมาเล็กน้อยไม่เปล่งวาจาใด
เด็กน้อยยกมือขึ้นเกาหัวพูดเสียงอ้อมแอ้ม “เฮ้อ! ดูท่ายิ่งโตเร็วเท่าไรก็ยิ่งมีเรื่องที่ไม่เป็นดั่งใจให้ปวดหัวเท่านั้นไม่
ว่าจะเป็นเรื่องไม่อยากไปพบใคร ไม่อยากไปสถานที่ใด ล้วนไม่ได้มาจากความต้องการของตัวเอง”
หลิวยวนมองต้วนอวี้กลับอย่างคาดเดาความคิดของเด็กน้อยอยู่ว่าสิ่งที่ต้วนอวี้พูดเมื่อครู่ต้องการสื่อความหมาย
อะไรกับเขาหลิวยวนไม่มั่นใจว่าต้วนอวี้จะช่วยให้เขาผ่านพ้นความลำบากใจครั้งนี้ไปได้ทว่าปัญหาในเวลานี้คือในจวน
เสนาบดีไม่มีใครที่หลิวยวนสามารถพูดความในใจและปรึกษาเรื่องต่างๆได้สักคนเดียว
“เรื่องที่พี่หลิวยวนถูกบังคับให้ฝืนทำในสิ่งที่ไม่อยากทำเป็นเรื่องที่ยากจะรับมือได้…เมื่อก่อนข้ายังไม่อาจรับรู้ถึง
ความลำบากใจของพี่หลิวยวนได้ แต่บัดนี้ข้าเข้าใจจนหมดสิ้นแล้ว”
เด็กหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองเด็กชายที่อยู่ตรงหน้าพลางถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งแล้วหัวเราะอย่างชอบใจ
ออกมา กับคำที่อีกฝั่ายพูดขึ้นว่า‘เข้าใจหัวอกของเขา’
“พี่หลิวยวนยังจำเรื่องบ่าวรับใช้ที่ชื่อจูซ่างเฉินที่ทำหน้าที่ปัดกวาดเช็ดถูได้หรือไม่?”
อันที่จริงหลิวยวนไม่รู้จักบ่าวรับใช้ที่ชื่อจูซ่างเฉินอะไรนั่นหรอกแต่เมื่อดูท่าทางที่จริงจังตั้งใจของต้วนอวี้ เขาก็อด
ไม่ได้ที่จะพยักหน้ารับพร้อมกับถามต่อไปว่า “เสี่ยวเฉินเป็นอะไรหรือ?”
ทันทีที่ต้วนอวี้ได้ยินหลิวยวนจำจูซ่างเฉินได้เขาพลันดีใจเป็นอย่างมาก เดินขึ้นไปมองหลิวยวนอยู่ข้างหน้าและ
พึมพำขึ้น “พี่หลิวยวนคงไม่รู้สิว่าเพราะว่าพี่ชายของเสี่ยวเฉินเป็นผีการพนันทำให้นางถูกบีบบังคับให้แต่งงานหาเงินใช้
หนี้พนันให้กับพี่ชาย…พี่หลิวยวนลองคิดดูสิ หญิงสาวที่ดีเช่นนั้นจะเต็มใจแต่งงานใช้หนี้หรือไม่เล่า”
หลิวยวนฟังจนตกเข้าไปอยู่ในห้วงความคิดของเขาจนต้วนอวี้ต้องใช้มือโบกไปมาตรงหน้าและพูดเสียงดัง “เสี่ยว
เฉินไม่อยากแต่งงานแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ มิหนำซํ้ายังปฏิเสธมิได้อีกด้วยนางจึงจำใจต้องตอบรับไป ทว่าก่อนถึงวันแต่งงาน
เพียงคืนเดียวอวี้เอ๋อร์เห็นนางไปที่หลังเรือนใช้นํ้าเย็นราดรดตัวนางเพื่อยับยั้งไม่ให้งานแต่งจัดได้สำเร็จจนสุดท้ายนางมีไข้
สูงและปั่วยอย่างหนัก ผลก็คืองานแต่งก็ต้องยกเลิกไป”
ในระหว่างที่ต้วนอวี้พูดไปก็แอบชำเลืองมองสีหน้าของหลิวยวนไปเขาตั้งใจเล่าเรื่องเพื่อเตือนสติถึงขั้นนี้แล้ว หาก
หลิวยวนยังไม่เข้าใจก็โง่เต็มทนแล้ว
สายตาของหลิวยวนกลอกกลับไปมาคิดตามที่เด็กน้อยพูดเมื่อครู่ “เฮ้อ! อวี้เอ๋อร์ออกมาเดินเล่นข้างนอกเกิดรู้สึก
อากาศช่างหนาวเหน็บจนตัวสั่นไปหมดแล้ว…แต่หลังจากที่เสี่ยวเฉินหายเป็นปกติ ได้มาบอกอวี้เอ๋อร์ว่าต้องเลือกทำเเบ
บนั้นเพื่อแลกกับการไม่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้มีใจให้…”
ใช่แล้วเขาสามารถเลือกที่จะไปร่วมงานเลี้ยงหรือไม่ไปก็ได้นี่หน่า เพียงเลือกที่จะไม่สบาย!หลิวยวนตากระตุกขึ้น
มาเหมือนคิดบางอย่างขึ้นมาได้…
มีเพียงการล้มปั่วยอย่างหนักเท่านั้นถึงสามารถช่วยให้หลิวยวนไม่ต้องไปร่วมงานเลี้ยงที่วังหลวงได้อีกอย่างหาก
ฮองเฮาขอให้ฝั่าบาทพระราชทานงานอภิเษกให้เขากับองค์หญิงจิ่นซิ่วในงานเลี้ยงฉลองขึ้นมาถึงตอนนั้นความทุกข์ใน
ชีวิตของเขาคงต้องเริ่มขึ้น!
ต้วนอวี้ที่เห็นหลิวยวนเพิ่งคิดขึ้นมาได้ก็อดขำในใจเสียมิได้หลิวยวนผู้น่าสงสารเอ๋ย แผนการง่ายๆ เช่นนี้ยังคิดไม่
ออกอีก!
แต่ดูจากท่าทางของหลิวยวนในตอนนี้เหมือนคิดขึ้นมาได้แล้วเช่นนี้ก็ค่อยสบายใจหน่อยรอให้ถึงงานเลี้ยงฉลองใน
วันตรุษจีนแน่นอนว่าแผนการชั่วร้ายขององค์หญิงจิ่นซิ่วต้องพังไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน
ในที่สุดรถม้าก็เดินทางมาถึงจวนต้วนแล้วเดิมทีต้วนอวี้อยากพาหลิวยวนเข้าไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจเสียหน่อยแต่
กลับถูกหลิวยวนปฏิเสธเห็นได้ชัดว่าเขารีบร้อนจะกลับจวนเสนาบดีไปทำตามแผนการที่ต้วนอวี้ช่วยชี้แนะไว้พวกเขาจึง
เลือกอำลากันตรงหน้าประตูแทน
หลิวยวนใคร่ครวญดีแล้วก่อนอื่นเขาจะตอบรับไปวังหลวงเพื่อมิให้ท่านพ่ออารมณ์เสีย จากนั้นตกดึกก่อนงาน
เลี้ยงวันตรุษจีนเขาจะต้องทำให้ตัวเขาล้มปั่วยหนักจนไปไม่ไหว!
ถ้าเป็นดังที่ต้วนอวี้เล่ามาเขาต้องเลือกทำบางอย่างเพื่อแลกกับอีกอย่างเพื่อให้แผนการที่จะไม่ต้องเข้าวังหลวง
เป็นไปตามที่คิดไว้!