การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 415 ข่าวร้าย
หิมะยังคงตกโปรยปรายลงมา ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงหิมะที่ล่องลอยดั่งปุยนุ่นไหลลงมาจากท้องฟั้าปกคลุมไปทั่ว
บริเวณ ทั้งต้นไม้ หลังคา และทุกที่จนเต็มไปด้วยความขาวโพลน
ต้วนอวี้ยืนอยู่ตรงหน้าประตูจวนต้วนเพื่อส่งหลิวยวนไปจนลับตารอยยิ้มที่ไร้เดียงสาบริสุทธิ์บนใบหน้าของเขา
พลันมลายหายไปในพริบตากลับกลายเป็นสีหน้าที่มีเล่ห์เหลี่ยมจัดจ้านของผู้ใหญ่ขึ้นมาแทนในเวลานี้เขาเงยหน้าขึ้นมอง
ไปบนฟั้าที่มีกลุ่มก้อนเมฆสีขาวปกคลุมพร้อมกับฉีกยิ้มน้อยๆออกมา
หลิวยวนจะผ่านการเข้าวังหลวงในครั้งนี้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองแล้วแน่นอนว่าต้องดูว่าเขาจะกล้าทรมานตัว
เองอย่างหนักหรือไม่
ส่วนต้วนอวี้ที่เล่าเรื่องบ่าวรับใช้เสี่ยวเฉินเรียบร้อยแล้ว…คงทำได้แค่คอยดูหลิวยวนอยู่ห่างๆ เท่านั้น ครั้นเห็นรถ
ม้าเลี้ยวลับสายตาไปแล้ว จึงหันหลังกางร่มออกและเดินเข้าจวนเพื่อไปที่เรือนทันที
ใกล้วันสิ้นปีแล้วหลิวหรงยังคงถูกกักบริเวณอยู่ดังเดิมต้วนเจิ้งยังคงทำเป็นไม่สนใจไถ่ถามเรื่องหลิวหรงแม้แต่น้อย
ทว่าต้วนอวี้ดูออกว่าต้วนเจิ้งไม่อยากเห็นหน้าหลิวหรงจริงๆ
เป็นเช่นนี้ก็ดีรอเวลาอีกสักหน่อยที่ตู้ชิงหรวนย้ายมาอยู่ที่นี่ ไม่นานนางจะมาเป็นนายหญิงคนใหม่ที่จวนต้วน
ส่วนหลิวหรงจะถูกมองข้ามแต่ก่อนที่จะถึงตอนนั้นต้วนอวี้ต้องหาวิธีเอาเงินที่หลิวหรงแอบยักยอกซ่อนเก็บเอาไว้
ให้นางคลายออกมาให้จงได้
เพียงแต่ตอนนี้นางยังถูกกักบริเวณจนต้วนอวี้หรานมิอาจแผลงฤทธิ์ได้เต็มที่คงถึงเวลาแล้วที่เขาต้องหาเวลาเข้าไป
ปรึกษาต้วนชิงหมิงให้ปล่อยหลิวหรงและต้วนอวี้หรานออกมาเป็นอิสระตามเดิม
เพราะว่าคนอยู่ครบถึงจะเริ่มเล่นละครฉากต่อๆไปได้!
เด็กน้อยคิดไปก็ได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวไปมา…เห็นทีในปีแรกที่เขาย้อนเวลากลับมาในยุคโบราณคงต้องอยู่อย่างไม่
สงบสุขแล้วสิ
สิ่งที่ต้วนอวี้ยังไม่ทราบหลังจากที่เขาลงจากรถม้าหน้าจวนต้วนก็คือมีคนได้นำข่าวเกี่ยวกับการแอบออกไปข้าง
นอกของต้วนอวี้มาส่งให้ต้วนชิงหมิงที่นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ไม้แล้ว
“หลิวยวนมาส่งต้วนอวี้อย่างนั้นหรือ?” ต้วนชิงหมิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ
ต้วนอวี้ออกไปตอนกลางวันกลับมาก็ตอนเย็นใกล้คํ่าหายไปนานหลายชั่วยาม นี่เขาไปดื่มชาพูดคุยกับหลิวยวน
เพียงอย่างนั้นหรือ?
ผู้เป็นพี่สาวเข้าใจนิสัยของน้องชายเป็นอย่างดีหากเขาไปหาหลิวยวนจะต้องมาบอกนางก่อนล่วงหน้าแต่ดูท่าแล้ว
หลิวยวนคงพบต้วนอวี้เข้าระหว่างทางซึ่งพอดีกับที่ต้วนอวี้ทำอะไรบางอย่างเสร็จพอดี หลิวยวนจึงอาสามาส่งต้วนอวี้ถึง
จวน
ข่าวการกลับจวนของต้วนอวี้เป็นเยวี่ยเจียที่มารายงานต้วนชิงหมิงเพราะว่าญาติห่างๆ ผู้ชายของนางเป็น
องครักษ์เฝั้าประตูจวนต้วนฉะนั้นเรื่องแค่นี้มีหรือที่เยวี่ยเจียจะไม่รู้เรื่อง
ต้วนชิงหมิงนั่งถือโส่วหลูเพื่อให้ความอบอุ่นในอุ้มมือและพูดเสียงเรียบทว่าเด็ดขาด “นับจากนี้เป็นต้นไปถ้า
คุณชายใหญ่มีธุระออกไปข้างนอก ให้องครักษ์ปล่อยเขาไป!”
ก่อนหน้านี้ต้วนชิงหมิงคิดเสมอว่าต้วนอวี้เป็นเพียงแค่เด็กน้อยเท่านั้นแต่ทว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้แสดงให้
เห็นแล้วว่าต้วนอวี้มีความสามารถในการปกปั้องตัวเขาเองที่สำคัญที่สุดคือจากลักษณะนิสัยของต้วนอวี้แล้วหากเข้มงวด
กับเขามากเกินไปอาจจะขัดขืนไม่เชื่อฟังขึ้นมาได้ ฉะนั้นต้องปล่อยให้เขาทำในสิ่งที่อยากทำโดยส่งองครักษ์แอบติดตาม
ดูแลไม่ให้เกิดเรื่องอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว
หลังจากที่เยวี่ยเจียฟังต้วนชิงหมิงพูดออกมาก็รีบพยักหน้ารับทราบประจวบเหมาะกับที่แม่นมหนิงกลับเข้ามา
ด้วยความลนลานเมื่อแม่นมหนิงเห็นเยวี่ยเจียอยู่ที่นี่ได้รีบผายมือให้นางรีบออกไปเฝั้าข้างนอกและเดินเข้ามายืนเบื้อง
หน้าต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิงเห็นท่าทีลนลานของแม่นมหนิงจึงรู้ได้ว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาอย่างแน่นอนนางให้แม่นมหนิงนั่ง
พักที่เก้าอี้ จิบนํ้าชาร้อนๆ ก่อนที่จะเอ่ยปากถามขึ้นอย่างสงสัย
ใช่แล้ว นางกำลังรอแม่นมหนิงเล่าเรื่องอยู่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นถึงทำให้แม่นมหนิงเสียอาการได้ถึงเพียงนี้
แม่นมหนิงกลืนนํ้าลายเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดติดๆขัดๆ ออกมา “คุณ คุณ คุณ……คุณหนู บ่ะ บ่ะบ่ะ…บ่าวได้ข่าว
มาว่าจางอี๋เหนียงเสียลูกในท้องไปแล้วเจ้า… เจ้าค่ะ”
“อะไรนะ???”
ต้วนชิงหมิงลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจจนโส่วหลูที่อยู่ในมือตกลงพื้นจนถ่านไฟกระจัดกระจายเต็มพื้นไม่อยาก
จะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินกับหู
ลูกในท้องของจางอี๋เหนียงเสียไปแล้ว เป็นไปได้อย่างไรกัน?
เมื่อคืนนางยังเห็นลูกในท้องของจางอี๋เหนียงยังดีอยู่เลยแต่ทำไมผ่านไปเพียงข้ามคืนกลับมีข่าวร้ายเช่นนี้เกิดขึ้น
มาได้!
แม่นมหนิงเห็นโส่วหลูตกลงจากมือของต้วนชิงหมิงรีบก้มลงไปเก็บในทันทีแต่ไหนแต่ไรมาต้วนชิงหมิงเป็นคนที่
เก็บอาการมาโดยตลอด แต่บัดนี้ข่าวการเสียลูกของจางอี๋เหนียงทำให้เด็กสาวตกใจจนไม่ทันตั้งตัวทั้งสีหน้าและท่าทาง
ของผู้เป็นนายคล้ายกับว่าไม่เชื่อว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง!
แม่นมหนิงหน้าถอดสี พลางก้มหน้าก้มตาทันที “คุณ คุณ คุณ… คุณหนู เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเจ้าค่ะ เพราะท่าน
หมอที่บ่าวไปตามมานั้นได้จับชีพจรให้จางอี๋เหนียงจากนั้นก็ยืนยันผลตรวจแบบนี้เจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงพยายามตั้งสติที่เตลิดไปให้กลับมาจนผ่านไปสักระยะหนึ่งจึงเอ่ยเสียงแผ่วเบาขึ้น “แม่นมหนิงช่วยเล่า
เรื่องให้ละเอียดกว่านี้หน่อย…”
หญิงวัยกลางคนกลืนนํ้าลายเฮือกใหญ่อีกครั้งเพราะนางทราบดีว่าเรื่องนี้กระทบกระเทือนจิตใจของผู้เป็นนาย อีก
อย่างนางไม่อยากให้ต้วนชิงหมิงเข้าไปยุ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้น
มิใช่ว่าต้วนชิงหมิงไม่เข้าใจความคิดของแม่นมหนิงแต่เพราะอยากรู้จึงแค่นเสียงพูดดุดันขึ้นมา “แม่นมหนิงเรื่องนี้
ข้าจะไม่สนใจไม่ได้อีกอย่างแม่นมหนิงต้องบอกข้าว่าที่จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นอีกบ้างถ้าไม่เล่ามาทั้งหมดเกรงว่าเกิดอะไรขึ้น
มาละก็ข้าจะไม่สามารถหาวิธีรับมือได้ทันกาล”
หลังจากได้ฟังแม่นมหนิงถึงเล่าทุกอย่างให้ต้วนชิงหมิงฟังทุกฉากทุกตอนที่จริงวันนี้ตอนบ่ายท่านหมอโจวมาตรวจ
ชีพจรให้จางอี๋เหนียงแต่ผลหลังจากการตรวจต้องทำให้ท่านหมอโจวตกใจอย่างหนักเพราะว่าลูกในท้องของจางอี๋เหนียง
หัวใจหยุดเต้นลงแล้วโดยที่จางอี๋เหนียงไม่รู้ตัวมาก่อน
ท่านหมอโจวไม่รู้จะหาวิธีไหนบอกเรื่องนี้กับต้วนเจิ้งโชคดีที่พบแม่นมหนิงเข้าจึงบอกเล่าความจริงให้ทราบเมื่อแม่
นมหนิงทราบเรื่องก็รีบสาวเท้าสุดกำลังกลับมาที่เรือนต้วนชิงหมิงเพื่อมารายงาน
เด็กสาวไตร่ตรองครุ่นคิดชั่วครู่ แล้วเอ่ยถาม “แม่นมหนิง ตามความคิดของแม่นมคิดว่าเรื่องนี้เชื่อถือได้มากน้อย
เพียงใดกัน?”
อีกฝั่ายเงยหน้าขึ้นมองต้วนชิงหมิงไม่เปล่งวาจาท่านหมอโจวผู้นั้นนำเรื่องการเสียลูกในท้องของจางอี๋เหนียงไป
บอกกับแม่นมคนหนึ่งแต่ไม่รีบไปรายงานเจ้านาย เรื่องนี้ดูมีความชอบมาพากลอยู่ไม่น้อย?
ดังนั้นต้วนชิงหมิงจะเชื่อคำพูดของแม่นมหนิงว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหกกัน?
แม่นมหนิงเข้าใจความหมายที่ต้วนชิงหมิงต้องการสื่อนางรีบอธิบายสำทับไปว่า “เรียนคุณหนูท่านหมอโจวผู้นี้เคย
ช่วยชีวิตคุณหนูไว้หลายครั้งอีกทั้งพี่น้องของบ่าวเป็นคนแนะนำท่านหมอคนนี้มา รับรองได้ว่าเชื่อใจได้เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงบ่นพึมพำคนเดียวท่านหมอโจวเป็นคนที่ซื่อตรงอยู่ แต่นึกไม่ถึงว่าเขารู้จักกับแม่นมหนิงมาก่อนจึงทำ
ให้ต้วนชิงหมิงทราบเรื่องจางอี๋เหนียงก่อนใครเพื่อจะได้เตรียมแผนรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที
หลังจากต้วนชิงหมิงไตร่ตรองแล้วจึงถามขึ้น “ใช่แล้ว แม่นมหนิง ท่านหมอโจวได้บอกไหมว่าเหตุใดลูกในท้องถึง
เสียได้? เป็นเพราะปัจจัยภายนอกหรือเป็นเพราะร่างกายของจางอี๋เหนียงเอง?”
ปัจจัยภายนอกหมายถึงปัญหาอื่นที่เกิดแทรกขึ้นมาส่วนปัจจัยร่างกายหมายถึงปัญหาสุขภาพเดิมของจางอี๋เหนียง
เอง