การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 416 จางอี๋เหนียงคุมสติไม่อยู่ (1)
เป็นที่รู้กันทั้งจวนว่าตั้งแต่ที่หลิวหรงถูกกักบริเวณจนมิอาจไปทำร้ายใครได้จางอี๋เหนียงก็เอาแต่ดูแลลูกในท้อง
เป็นอย่างดีด้วยความระแวดระวังด้วยเกรงว่าหากไม่ระวังตัวอาจถูกเล่นงานเอาได้หรือไม่ก็กลัวลูกในท้องจะมีอันตราย
ด้วยเหตุนี้ทำให้บ่าวรับใช้ชิวเอ๋อร์และคนอื่นๆที่คอยปรนนิบัติต่างระแวดระวังภัยกันไปหมด
ครั้งที่แล้วที่จางอี๋เหนียงกับชิวเอ๋อร์ถูกต้วนอวี้หรานผลักจนล้มลงหากนางรู้ว่าลูกในท้องของนางไม่อยู่แล้ว คง
ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
ฉะนั้นสาเหตุที่จางอี๋เหนียงเสียลูกในท้องไปนั้นต้วนชิงหมิงต้องตามสืบมาให้รู้ความจริงให้จงได้
คาดไม่ถึงว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นอย่างกะทันหันแม้แต่แม่นมหนิงก็ยังพลอยลนลานจนเสียอาการแต่เมื่อได้เล่าเรื่องที่
ร้อนรนใจออกมาจึงค่อยๆ ผ่อนคลาย
“ตามที่ท่านหมอโจวบอกเล่าสาเหตุของการเสียลูกในท้องของจางอี๋เหนียงมิใช่มาจากร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ แต่
กลับมีคนตั้งใจเล่นงานเจ้าค่ะ” นางตอบคำถามต้วนชิงหมิง เสียงแผ่วเบา
สายตาของต้วนชิงหมิงหยุดชะงักไปชั่วขณะ
มีคนตั้งใจเล่นงานอย่างนั้นหรือนั่นแสดงว่ามีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอก สรุปแล้วเป็นใครกันแน่ที่ทำแบบนี้กับ
จางอี๋เหนียง?
หรือว่าจะเป็นหลิวหรง? หรือต้วนอวี้หราน?
ทว่าปัญหาในจุดนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไปสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมากที่สุดในเวลานี้คือ ต้วนชิงหมิงจะมีวิธี
ฟืนฟูจิตใจของจางอี๋เหนียงที่เพิ่งเสียลูกไปอย่างไรเพื่อไม่ให้นางเสียสติจากการเสียลูก
ที่จริงแล้วแม่นมหนิงกับต้วนชิงหมิงต่างโศกเศร้าไม่น้อยไปกว่ากันเมื่อหลายวันก่อนจางอี๋เหนียงมาหาต้วนชิงหมิง
ถึงเรือน อีกทั้งต้วนชิงหมิงยังบอกชัดเจนว่ามีเพียงจางอี๋เหนียงเท่านั้นที่สามารถปกปั้องลูกของตัวนางเองได้มาตอนนี้ลูก
ในท้องเสียไปแล้ว ไม่แน่ว่าจางอี๋เหนียงจะกำลังเกลียดชังนางอยู่ก็เป็นได้…สภาพในจวนต้วนแห่งนี้ไม่ได้สุขสงบมานาน
แล้ว แม้ว่าหลิวหรงจะถูกกักบริเวณแต่ความเกลียดที่มีต่อต้วนชิงหมิงไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปแม้แต่น้อยดังนั้นแม่นมหนิ
งกังวลใจกลัวมากว่าอาจมีคลื่นลมที่เตรียมเข้ามาเล่นงานต้วนชิงหมิงในอีกไม่ไกล
แม่นมหนิงยังคงมองตามด้วยความห่วงใย “ท่านหมอโจวยังบอกอีกว่า ลูกในท้องนั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อวานนี้
แล้วเจ้าค่ะส่วนจางอี๋เหนียงที่ดูเหมือนไม่มีอะไรก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ ไม่แน่ว่าตั้งแต่พรุ่งนี้จางอี๋
เหนียงอาจปวดท้องอย่างรุนแรงจนถึงกับชีวิตหากไม่รีบเอาลูกในท้องออก”
ต้วนชิงหมิงนิ่งเงียบลงไปไม่พูดไม่จา
ไม่ว่าต้วนเจิ้งหรือจางอี๋เหนียงล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญกับลูกในท้องเป็นที่สุดบัดนี้ลูกในท้องเสียไปแล้ว ต้วนเจิ้ง
คงต้องเสียใจอย่างที่สุด แต่ไม่ว่าจะเศร้าโศกมากเพียงใดทุกคนล้วนต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง
เมื่อคิดได้ดังนี้ต้วนชิงหมิงก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบานางมองไปที่แม่นมหนิงแล้วพูดเสียงเบาละม้าย
กระซิบกระซาบ “ตามความคิดของแม่นมเห็นว่าเรื่องนี้ควรจัดการอย่างไรดี?”
ต้วนชิงหมิงเป็นเพียงคุณหนูใหญ่ที่ยังดูเป็นเด็กอยู่ตามหลักแล้วการที่อี๋เหนียงเสียลูกไปสักคนหนึ่ง ไม่ต้องจำเป็น
ต้องให้ต้วนชิงหมิงออกหน้าแต่บัดนี้มีเพียงนางเท่านั้นถึงจัดการเรื่องนี้ได้เหมาะสมที่สุดฉะนั้นต้วนชิงหมิงจำยอมต้องแบก
หน้าเสี่ยงต่อการสูญเสียชื่อเสียงของนางในการเข้าไปช่วยจัดการเรื่องจางอี๋เหนียงอย่างมิอาจมองดูอย่างเพิกเฉยได้
ทว่าเรื่องนี้จะเริ่มจัดการตั้งแต่ตรงไหนดี?
แม่นมหนิงครุ่นคิดแล้วส่ายหัวไปมา “ตามความคิดของบ่าว คุณหนูควรไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ รวม
ถึงการจะออกหน้าเป็นธุระด้วยเจ้าค่ะ!”
ใช่แล้วเรื่องนี้มิใช่เรื่องเล็กแต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ด้วยเช่นเดียวกันหากต้วนชิงหมิงยังดึงดันจะออกหน้าแทน ถึงตอน
นั้นต้องถูกคนเอามาเป็นจุดอ่อนไม่ก็เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความซวยเอาได้
พรุ่งนี้เป็นวันสิ้นปีแล้วจางอี๋เหนียงดันมาเสียลูกในท้องเห็นได้ชัดว่ามีคนจงใจให้การฉลองข้ามปีที่จวนต้วนไม่ราบ
รื่น
ต้วนชิงหมิงยังคงนั่งนิ่งคิดบางอย่างอยู่จู่ๆ ได้ถามขึ้นว่า “แล้วต้วนอวี้หรานอยู่ที่ไหน?”
เรื่องผิดศีลธรรมและทำร้ายคนอื่นนั้นถ้าไม่ใช่หลิวหรงก็ต้องเป็นต้วนอวี้หรานอย่างแน่นอน ทว่าบัดนี้หลิวหรงที่
ถูกกักบริเวณต่างให้บ่าวรับใช้วิ่งวุ่นไปตามหาหมอจากทั่วสารทิศให้มารักษาอาการที่เจ็บปวดทรมานเจียนตายของตัวนาง
เองคงไม่มีเวลามาครุ่นคิดการเล่นงานพวกนี้
อย่างนั้นก็เหลือแค่ต้วนอวี้หรานเพียงคนเดียวสิน่ะ!
หลายต่อหลายครั้งที่ต้วนอวี้หรานตั้งใจเล่นงานต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงแต่ก็ล้มเหลวทุกครั้งมาในเวลานี้อาจเป็นต้
วนอวี้หรานที่จงใจสร้างเรื่องให้ทุกคนอยู่อย่างไม่เป็นสุข
เดิมทีต้วนชิงหมิงเห็นว่านี่เป็นวันสิ้นปีจะหลับหูหลับตาปล่อยผ่านไม่อยากไปคิดบัญชีกับต้วนอวี้หรานแต่คิดไม่
ถึงว่าการที่นางนิ่งเงียบกลับทำให้ต้วนอวี้หรานกำเริบเสิบสานได้ถึงเพียงนี้เห็นทีต้องรีบหาโอกาสสั่งสอนนางอีกสักครั้งให้
ได้รู้ว่าฟั้าสูงแผ่นดินตํ่าเป็นเช่นไร!
แม่นมหนิงตอบกลับไปว่า “สองวันมานี้คุณหนูรองไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเจ้าค่ะ พูดน้อย อีกทั้งออกจากเรือน
แทบนับครั้งได้เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงแสยะยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็ถูกต้องแล้ว! เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับนางอย่างแน่นอน!”
ในเมื่อต้วนอวี้หรานสร้างเรื่องชั่วช้าแบบนี้เอาไว้เช่นนั้นก็ให้นางเป็นคนจัดการเก็บกวาดเรื่องนี้ด้วยตัวนางเองแล้ว
กัน
ต้วนชิงหมิงได้หันหน้าไปกวักมือเรียกแม่นมหนิงให้เข้ามาใกล้ๆกระซิบข้างหูไปหลายประโยค สีหน้าของอีกฝั่าย
ฉายแววปีติ “แผนการของคุณหนูช่างยอดเยี่ยมเจ้าค่ะเพียงแต่ว่าปัญหาในเวลานี้คือหากคุณหนูรองไม่ออกมาจากเรือน
เรื่องนี้ก็ยากจะเกี่ยวพันถึงตัวคุณหนูรองเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงมองแม่นมหนิงด้วยสายตาแน่วแน่ “แม่นมอาจจะลืมไป แม้ต้วนอวี้หรานจะไม่ยอมออกมานอกเรือน
แต่จางอี๋เหนียงสามารถออกจากเรือนได้นี่หน่าแม่นมให้จางอี๋เหนียง ‘ตั้งใจแกล้งชน’ ต้วนอวี้หรานก็สิ้นเรื่องแล้วนิ!”
แม่นมหนิงได้ฟังสายตาจึงลุกเป็นประกาย “ใช่แล้ว ถ้าเรื่องนี้เป็นไปตามแผนจางอี๋เหนียงย่อมเกลียดคุณหนูรอง
เข้ากระดูกดำเจ้าค่ะ ถึงตอนนั้นเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับคุณหนูรองอย่างปฏิเสธมิได้เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงเอาแต่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า
ฟังดูแล้วการเอาความผิดเหล่านี้กลับไปให้ต้วนอวี้หรานจะไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ได้ง่ายดายเช่นกัน อย่างไรเสีย
เรื่องนี้ต้วนอวี้หรานเป็นคนทำสองสามวันนี้จึงต้องหลบซ่อนตัวจากจางอี๋เหนียงจนกว่าเรื่องจะสำเร็จค่อยออกมาพบได้
ถึงแม้จางอี๋เหนียงไปถึงหน้าประตูเรือนของต้วนอวี้หรานทว่าจะต้องหาข้ออ้างในการไปพบซึ่งต้วนชิงหมิงได้คิด
เตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วบัดนี้รอเพียงจางอี๋เหนียงจะหยิบไปใช้เมื่อไรก็เท่านั้นเอง!
เมื่อแม่นมหนิงเห็นต้วนชิงหมิงเอาแต่ถอนหายใจหน้าเศร้านางจึงพลอยเศร้าตามไปด้วย
ในโลกใบนี้มักมีคนที่เห็นคนอื่นประสบความซวยแล้วมีความสุขเบิกบานใจโดยเห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่อง
สนุกซึ่งนั่นก็คือหลิวหรงและต้วนอวี้หราน
เมื่อก่อนต้วนอวี้หรานยังเด็กไม่ประสีประสาในการทำเรื่องชั่วช้ามากมายของหลิวหรงทว่าตอนนี้ต้วนอวี้หรานที่
ยังไม่เป็นผู้ใหญ่กลับมีความคิดที่โหดเหี้ยมอำมหิตไม่ต่างจากหลิวหรงผู้เป็นแม่ของนางแม้แต่น้อย
สิ่งที่น่าปวดหัวกุมขมับมากที่สุดคือต้วนชิงหมิงสามารถเล่นงานหลิวหรงผู้เป็นอี๋เหนียงอย่างไม่ต้องไว้หน้าได้แต่
นางกลับไม่ทำอย่างเด็ดขาดจึงส่งผลให้ต้วนอวี้หรานกำเริบเสิบสานได้ถึงเพียงนี้
แสงไฟในห้องค่อยๆริบหรี่ลงเรื่อยๆ จนทำให้เริ่มมองเห็นหน้าของอีกฝั่ายเลือนรางออกไป
เนื่องจากแม่นมหนิงต้องการคุยธุระกับต้วนชิงหมิงบ่าวรับใช้คนอื่นๆ จึงออกไปรอข้างนอก แม่นมหนิงที่อายุมาก
แล้วสายตาไม่ดี ทำท่าจะลุกขึ้นไปจุดไฟเพิ่มทว่าด้วยเท้าที่ยืนไม่มั่นคง ทำให้สะดุดจนเกือบล้มลงกับพื้น ต้วนชิงหมิงรีบ
ยื่นมือเข้าไปประคองเอาไว้และพูดเสียงเบา “แม่นมนั่งดีๆ ก็พอ ประเดี๋ยวข้าทำเอง”
เมื่อพูดจบลงต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปจุดเทียนให้สว่างไสวและแทนที่นางจะกลับไปนั่งเก้าอี้ไม้ยาวตัวเดิมกลับเดินไป
ที่หน้าต่างยื่นมือผลักเปิดออกไป
หิมะที่โปรยปรายอยู่ด้านนอกกำลังยังคงตกอย่างหนักจนมองไม่เห็นทางจู่ๆ ก็มีหิมะได้ปลิวลงมาตกบนคิ้วและ
ใบหน้า นางยกมือขึ้นปัดออกและพูดพึมพำ “หิมะในครั้งนี้ตกหนักเหลือเกิน…”