การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 417 จางอี๋เหนียงคุมสติไม่อยู่ (2)
แม้หิมะที่ตกโปรยปรายลงมาอย่างหนักจะทำให้ผลผลิตในปีนี้อุดมสมบูรณ์แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านผู้
ยากจนต้องทุกข์ทรมานกับความหนาวเหน็บ ทั้งไม่มีเสื้อผ้าที่เพียงพอกินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ จนอาจมีบางคนหนาวจน
แข็งตาย
แต่ต้วนชิงหมิงก็อดคิดไม่ได้ว่าผลผลิตที่นางได้ลงทุนไว้จะต้องสร้างเม็ดเงินให้นางได้ไม่น้อย
ประมาณครึ่งเดือนก่อนหน้านี้ มีคนมาส่งจดหมายจากจ้วงจื่อเพื่อบอกว่าได้เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วตอนนี้
รอเพียงหิมะที่ตกลงมามากพอลงในผืนดินที่เค็มก็จะให้ผลผลิตในครั้งแรกแล้ว
ทุกอย่างในโลกนี้มักยากเสมอในครั้งแรกแต่หลังจากนั้นจะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายขึ้นมาด้วยเหตุนี้ต้วนชิงหมิงจึง
รวบรวมเงินเก็บก้อนแรกเพื่อมาใช้ปรับปรุงสภาพดิน ให้กลายเป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์
เนื่องจากการกำชับติดตามของต้วนชิงหมิงอย่างต่อเนื่องจากนี้อีกไม่กี่ปีจวนต้วนจะต้องมีรายรับก้อนแรกจาก
พื้นที่ดินเค็มแห่งนี้ เดิมทีต้วนชิงหมิงวางแผนไปดูผลงานที่ได้ลำบากตรากตรำทำไว้ในช่วงวันตรุษจีนแต่บัดนี้ที่จวนต้วน
กลับมีเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น นางจึงไม่ได้ไปจ้วงจื่อได้แต่นั่งเซ็งอยู่ที่เรือน
สายลมอันหนาวเหน็บที่มีหิมะปะปนมาด้วยเข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่งให้อยู่ในความขาวโพลนอันบริสุทธิ์ทว่าในใจ
ของนางอดคิดถึงภัยพิบัติในปีหน้าที่จะเกิดขึ้นมิได้
ถึงแม้นางได้เตรียมการรองรับล่วงหน้าไว้เป็นอย่างดีแล้วแต่นางก็รู้อยู่แก่ใจว่าที่เตรียมการมายังไม่เพียงพอ
แม้นางจะสามารถคาดการณ์ถึงภัยพิบัติในปีหน้าได้แต่ความสามารถของนางก็มีอยู่อย่างจำกัดนางช่วยได้เพียงคน
ใกล้ชิดเพียงเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่รู้ถึงภัยพิบัติที่จะตามมาอาจต้องเสียชีวิตลงอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ซึ่งนั่นต้วนชิงหมิงก็
จนปัญญาที่จะทำอะไรได้…
เมื่อคํ่าคืนที่ผ่านมา ต้วนชิงหมิงเขียนจดหมายส่งไปให้เหยียนหลิ่งอวี๋อย่างลับๆเนื้อหาข้างในเขียนเกี่ยวกับภัย
พิบัติที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่หิมะใหญ่ครั้งนี้ผ่านพ้นไปส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ได้อ่านก็ชะงักไปไม่เอื้อนเอ่ยวาจาถึงตอนนี้ไม่รู้
เลยว่าเขาจะเริ่มเตรียมตัวรับมืออย่างไรบ้าง
ต้วนชิงหมิงได้แต่ถอนหายใจเบาๆอยู่หลายครั้ง ในโลกใบนี้เรื่องที่จนปัญญายากจะแก้ไขที่สุดก็คือรู้ทั้งรู้ว่าจะเกิด
อะไรขึ้นแต่มิอาจห้ามมิให้เกิดขึ้นได้นั่นเอง!
ใช่แล้ว เพราะนางไม่มีอำนาจและความสามารถมากถึงเพียงนั้น
ทันใดนั้นแม่นมหนิงที่ยืนอยู่ด้านหลังต้วนชิงหมิงได้พูดพึมพำขึ้นมา “นี่อาจเป็นหิมะสุดท้ายที่ตกในปีนี้ก็ได้
เจ้าค่ะ!”
วันนี้เป็นวันสิ้นปี ทันทีที่ผ่านพ้นวันนี้ไปก็เป็นวันตรุษจีนวันแห่งปีใหม่!
ในที่สุดก็มาถึงการเริ่มต้นใหม่ของทุกสิ่งในปีนี้ไม่รู้เลยว่าภัยพิบัติที่น่ากลัวจะมาเดือนไหน
คนจำนวนมากมิอาจล่วงรู้ถึงสถานการณ์ในอนาคตได้จึงไม่ทราบว่าในปีหน้านั้นจะสุขสบายปลอดภัยอย่างที่คิด
เคยเป็นมาหรือไม่
แม้ว่าความคิดนี้อาจดูค่อนข้างกังวลกับชีวิตในปีหน้าทว่ามิอาจทำให้บรรยากาศของการเฉลิมฉลองวันตรุษจีนที่
กำลังมาถึงให้ลดความคึกคักได้เลย
ภายในห้องของต้วนชิงหมิง นางยังคงยืนเหม่อมองหิมะที่กำลังโปรยปรายอยู่ด้านนอกแสงไฟวิบวับจากเทียนไข
ส่องกระทบใบหน้าที่งดงามของนาง
ลมหนาวเหน็บดั่งดาบอันแหลมคมได้พัดผ่านลอดเข้ามาจากหน้าต่างกระทบผ้าม่านกระพือไปมาก่อนปะทะ
ใบหน้าเล็กของต้วนชิงหมิงจนรู้สึกตึงหน้าไปหมดเสื้อผ้าของนางสะบัดไปมาราวกับนางกำลังจะลอยขึ้นไปตามแรงลม
อย่างไรอย่างนั้น
แม่นมหนิงเดินไปข้างหลังต้วนชิงหมิงพร้อมกับเอาเสื้อคลุมไปห่มไว้บนตัวของนางพูดอย่างห่วงใย “คุณหนู
ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง อย่ามาตากลมหนาวแบบนี้เลยประเดี๋ยวจะปั่วยเอาได้เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงฝืนหัวเราะออกมา กระชับผ้าที่อีกฝั่ายนำมาคลุมให้แล้วตัวเดินออกไปข้างนอก
`
แผนการของต้วนชิงหมิงที่วางไว้นั้นแม่นมหนิงได้กำชับลงไปแล้วเชื่อว่าอีกไม่นานในจวนต้วนจะมีข่าวการเสียลูก
ในท้องของจางอี๋เหนียงแพร่ไปทั่ว ไม่ว่าต้วนอวี้หรานจะปฏิเสธอย่างไรก็ไม่ทันเสียแล้วนางต้องได้รับผลของการกระทำที่
ทำไป
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดทั้งมวลในจวนต้วนนั้นคนที่รับเคราะห์อย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็คือลูกในท้องของจางอี๋เหนียง ยัง
ไม่ทันได้ลืมตาดูโลกก็ถูกคนใจร้ายพรากชีวิตไปเสียแล้ว
หิมะ… ยังคงตกโปรยปรายลงมา…ไม่ขาดสาย
ดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นตรงกลางศีรษะของวันถัดมาจู่ๆ ข่าวการปั่วยของหลิวยวนก็ถูกเล่ากันจนทั่วจวน คนที่เอาข่าว
เรื่องนี้มาแพร่ได้เล่าว่าหลังจากที่หลิวยวนกลับมาจากข้างนอกก็ไอกระเสาะกระแสะแม้จะดื่มนํ้าขิงไปหลายชามก็ไม่เป็น
ผล ยิ่งตกดึกยิ่งมีไข้สูงไม่ยอมลด นอนซมอยู่บนเตียง
จวนเสนาบดีนั้นเห็นทีจะมีเพียงหลิวจื๋อที่เป็นเดือดเป็นร้อนแต่เพียงผู้เดียวแม้จะสั่งให้คนไปหาหมอที่เก่งที่สุดมา
รักษาหลายต่อหลายท่าน เขียนตำรับยาให้ต้มดื่มไปก็มากสุดท้ายหลิวยวนก็ยังไม่ได้สติ ทั้งยังมีไข้สูงไม่ยอมลด
เมื่อข่าวนี้แพร่ไปถึงจวนต้วนต้วนชิงหมิงพลันชะงักนิ่งไปถึงการปั่วยหนักอย่างกะทันหันของหลิวยวน ทว่าต้วนอวี้
กลับแอบยิ้มเยาะในใจกับความใจกล้าเด็ดเดี่ยวเอาจริงเอาจังของหลิวยวนที่ดูจะมีมากกว่าเสี่ยวเฉิน
อันที่จริงเรื่องของเสี่ยวเฉินที่ต้วนอวี้เล่ามานั้นเป็นเรื่องที่เขาแต่งขึ้นมาทั้งสิ้นดูท่าคำแนะนำของต้วนอวี้นั้นหลิว
ยวนได้นำกลับไปทำตามจึงไม่ต้องไปร่วมงานเลี้ยงฉลองในวังหลวงนับจากนี้ต่อไปหากหลิวยวนพบเจอเรื่องที่ยากจะ
จัดการคงต้องมาหาต้วนอวี้เพื่อถามหาวิธีแก้ไขอีกทั้งต้วนอวี้ก็ไม่มีทางทำให้หลิวยวนผิดหวังเป็นแน่ จากนี้ไปเขาคงค่อยๆ
ได้รับความไว้วางใจจากหลิวยวนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงตอนที่เขาต้องการขอลูกสาวภรรยาเอกจวนเชวียแต่งงานไม่แน่ว่า
หลิวยวนอาจมีประโยชน์สำหรับเขา
เพียงแต่ว่าวาสนาของหลิวยวนกับองค์หญิงจิ่นซิ่วยังไม่จบกันเพียงเท่านี้เพราะว่างานเลี้ยงฉลองวันตรุษจีนที่วัง
หลวงในคํ่าคืนนี้แม้หลิวยวนล้มปั่วยอย่างกะทันหันไม่สามารถไปร่วมงานได้ ทว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วที่ไม่ยอมแพ้กลับบุกปั่า
ฝั่าหิมะที่โปรยปรายลงมา กระทั่งถึงจวนที่หลิวยวนอยู่จนได้ อันที่จริงนางตั้งใจมาช่วยหลิวยวนตรวจชีพจรแต่นึกไม่ถึงว่า
เมื่อนางได้พบหน้าหลิวยวนกลับมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นซึ่งเรื่องนี้ทำให้หลิวยวนไม่สนใจฐานะขององค์หญิงจิ่นซิ่วต่อไปยิ่ง
ไปกว่านั้นยังยืนกรานตัดความสัมพันธ์ของทั้งสองคนให้ขาดสะบั้นลง
แต่นั่นเป็นเรื่องในอนาคตที่ยังมิได้เกิดขึ้น
ในเวลานี้ข่าวการล้มปั่วยของหลิวยวนได้เล่ากันมาถึงจวนต้วนแล้วซึ่งตรงกับวันสิ้นปีพอดิบพอดี
คืนวันสิ้นปีต้อนรับวันตรุษจีนบรรยากาศในจวนต้วนนั้นถือว่าคึกคักสนุกสนานมากที่สุดเนื่องด้วยต้วนชิงหมิงได้
จัดเตรียมตกแต่งสถานที่และอาหารเสร็จสรรพ
เนื่องจากเป็นวันสิ้นปีต้วนเจิ้งจึงรีบกลับจากงานเลี้ยงฉลองในวังหลวงอย่างรวดเร็วยามนี้เขานั่งอยู่กลางห้องโถง
ใหญ่และเผยยิ้มเมื่อต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้เดินเข้ามา “หมิงเอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ พวกเจ้ารีบมานั่งเร็วเข้า”
วันนี้ต้วนเจิ้งสวมเสื้อผ้าสบายๆต้อนรับปีใหม่ หลังจากที่แทบไม่เคยถอดชุดขุนนางที่ใส่ประจำออก
ชุดที่ต้วนเจิ้งสวมวันนี้เป็นผ้าไหมชั้นเลิศสีแดงสดปักคำว่า ‘อายุมั่นขวัญยืน’ด้วยด้ายสีดำอยู่กลางอกส่วนอื่นปัก
ลวดลายดอกไม้สีแดงที่กำลังผลิบานเหมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ดูผ่อนคลายและเข้าถึงง่าย
ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ต่างสบตากัน ก่อนคุกเข่าลงที่พื้นและพูดอวยพรพร้อมกัน “หมิงเอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ ขอให้ท่าน
พ่ออายุมั่นขวัญยืนดั่งภูผาหนานซาน”
ต้วนเจิ้งมองบุตรชายบุตรสาวด้วยความปลาบปลื้มใจ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! พวกเจ้าทั้งสองรีบโตไวๆ ก็พอ”
ต้วนอวี้ยิ้มแก้มปริตอบกลับไป “อวี้เอ๋อร์ยังไม่อยากโตเลยขอรับท่านพ่อ…จะได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ”
พอต้วนเจิ้งได้ยินถึงกับชะงักไป ยกมือเขกหัวต้วนอวี้ไปหนึ่งที “ทุกคนต่างต้องโตขึ้นทั้งนั้น เหตุใดอวี้เอ๋อร์ถึงพูด
อะไรที่เป็นไปไม่ได้ด้วยเล่า?”