การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 418 จางอี๋เหนียงคุมสติไม่อยู่ (3)
ต้วนเจิ้งได้ยินถึงกับชะงักไป ยกมือขึ้นเขกหัวต้วนอวี้ไปหนึ่งที “ทุกคนต่างต้องโตขึ้นทั้งนั้น เหตุใดอวี้เอ๋อร์ถึงพูด
อะไรที่เป็นไปไม่ได้?”
เด็กชายยกมือขึ้นเกาหัว “แต่ถ้าพี่สาวโตกว่านี้ก็ต้องแต่งงานออกเรือนไปมิใช่หรือขอรับอย่างนั้นอวี้เอ๋อร์ก็ไม่
อยากโตไปมากกว่านี้แล้ว”
ครั้นเด็กน้อยพูดจบ กลับเห็นต้วนเจิ้งใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ถูกต้องแล้ว! เขาลืมไปได้อย่างไรว่า อีกไม่นานบุตรสาวคนโตของเขาก็ต้องแต่งออกเรือนไปกับคนที่ดีเข้าสักวัน
บัดนี้สายตาที่ต้วนเจิ้งมองต้วนชิงหมิงจึงเปลี่ยนไป
วันนี้ต้วนชิงหมิงเกล้าผมขึ้นสูงและเสียบด้วยปินหยกที่ระย้าด้วยสายมุกนางใส่ชุดผ้าฝั้ายสีแดงเข้ม ด้านล่างเป็นก
ระโปรงตัวยาวสีแดงสดเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคลในการเฉลิมฉลองวันตรุษจีน
เผยให้เห็นผิวพรรณที่ขาวผ่องเป็นยองใยใบหน้าเล็กที่งดงามได้รูปของต้วนชิงหมิง ทำให้ต้วนเจิ้งอดนึกถึงฮูหยิน
ติงโหรวขึ้นมาไม่ได้
แต่ละภาพ แต่ละเหตุการณ์ค่อยๆปรากฏชัดในใจของต้วนเจิ้งราวกับว่าได้เห็นฮูหยินติงโหรวออกมาต้อนรับเขา
หลังจากได้รับชัยชนะในการออกรบ
ภาพบรรยากาศในปีนั้นที่เขายืนอยู่ในห้องโถงยังคงจำได้มิเสื่อมคลาย แม้กาลเวลาจะล่วงเลยผันผ่านไปนานเพียง
ใดภาพวันวานที่หอมหวานในวันนั้นก็ยังคงอยู่ในความทรงจำ
ต้วนเจิ้งมองบุตรีแล้วทำให้คิดถึงตอนที่ฮูหยินติงโหรวแต่งงานเข้ามาในจวนต้วนตอนนางอายุเพียงสิบสี่สิบห้าเวลา
นั้นติงโหรวเป็นบุตรสาวภรรยาเอกที่สูงศักดิ์ในจวนเสนาบดีนางยอมที่จะแต่งเข้ามาในยามที่จวนต้วนวุ่นวายจนสุดท้าย
นางสามารถช่วยให้จวนต้วนกลับมาเป็นระบบระเบียบได้ดังเดิมแต่กระนั้นคำสัญญาที่เขาให้กับนางว่าจะมอบความสุขให้
ตลอดไปกลับต้องหมดลง เพราะนางได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายปีมานี้ เมื่อเขาคิดถึง
เรื่องนางขึ้นมาเมื่อไรก็มักจะรู้สึกปวดใจขึ้นมาทุกครั้ง
จวบจนบัดนี้ต้วนชิงหมิงอายุได้สิบปีแล้วเกรงว่าอีกสองปีคงถึงเวลาที่ต้องแต่งงานออกเรือนไป
เช่นนั้นเรื่องต่อไปที่เขาต้องเตรียมคือการจัดงานแต่งให้บุตรสาวกับคนที่นางรัก
เขาคิดไปพลางฝืนยิ้มออกมา… ใช่แล้วคนเราเติบโตขึ้นมาก็ต้องพบเจอเรื่องราวต่างๆ มากมาย และหนีไม่พ้นเรื่อง
แต่งงานออกเรือนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในชีวิต
ต้วนชิงหมิงเห็นต้วนเจิ้งกำลังเหม่อลอยคิดบางสิ่งอยู่จึงเดินขึ้นไปข้างหน้าจับมือเขาและพูดเสียงเบา “ท่านพ่อ
เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ? หมิงเอ๋อร์พูดอะไรดูเหมือนท่านพ่อจะไม่ได้ยินเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งคลี่ยิ้ม หัวเราะออกมา “ฮ่าฮ่า! พ่อกำลังคิดว่าสิ่งที่อวี้เอ๋อร์พูดออกมานั้นไม่ผิด อีกไม่กี่ปีหมิงเอ๋อร์ก็จะ
ต้องแต่งงานออกเรือนไปถึงตอนนั้นอยากรั้งไว้ที่จวนต้วน……ก็คงจะมิได้อีกแล้ว”
หลังจากที่ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็เงียบไปครู่หนึ่ง…
นางรีบพูดยิ้มๆ ออกมา “หมิงเอ๋อร์จะไม่สนใจท่านพ่อแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อไม่รู้หรือว่าอวี้เอ๋อร์ยังเป็นเด็กมักพูด
อะไรออกไปโดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน”
ต้วนเจิ้งตบไปที่มือต้วนชิงหมิงอย่างแผ่วเบาและพูดอย่างจริงจังขึงขัง “เพราะว่าเด็กมักพูดอะไรโดยไม่คิดหน้าคิด
หลัง คนเป็นพ่อจึงต้องคิดทบทวนให้ดีอย่างไรเล่า”
เด็กสาวหน้าแดงกํ่าขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอายบิดตัวไปมาก่อนจะพูดขึ้น “หมิงเอ๋อร์จะไม่สนใจท่านพ่อจริงๆ
แล้วนะเจ้าคะท่านพ่อกับอวี้เอ๋อร์ต่างหัวเราะเยาะหมิงเอ๋อร์…”
เรื่องราวในชาติที่แล้วจู่ๆได้ปรากฏขึ้นมาในความคิดของนาง
ถ้าต้วนชิงหมิงจำไม่ผิดละก็อีกไม่นานจวนไปั๋จะใช้โอกาสในงานวันเกิดของต้วนอวี้ขอต้วนชิงหมิงแต่งงาน ถึงตอน
นั้นไม่เพียงฮูหยินจวนไปั๋จะมายังมีนายท่านไปั๋จิ้งผู้เป็นท่านพ่อของไปั๋หย่วนฮ่าวมาอีก…ท่านพ่อของไปั๋หย่วนฮ่าวไม่ได้ชื่น
ชอบต้วนชิงหมิงตั้งแต่แรกเห็นเพราะการพูดเสี้ยมของหลิวหรงกับต้วนอวี้หรานส่วนฮูหยินไปั๋เห็นต้วนชิงหมิงเป็นเด็กที่
อ่อนแอและสามารถกดขี่ได้ นางจึงเอาแต่แสร้งพูดชื่นชมไปต่างๆนานาและเอ่ยปากขอต้วนอวี้หรานมาเป็นอนุภรรยา
ของไปั๋หย่วนฮ่าวอีกคนโดยที่หลังจากฮูหยินไปั๋จัดการต้วนชิงหมิงให้สิ้นไร้ไม้ตอกแล้ว นางจึงต้องเชื่อฟังคำสั่งอย่างเลี่ยง
ไม่ได้
ส่วนไปั๋หย่วนฮ่าวผู้นั้นคนแบบนั้นจ้องมองแต่ตำแหน่งและอำนาจของต้วนเจิ้ง ไม่มีค่าให้สมควรเอามาคิดใส่ใจ
ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงยอมแต่งไปโดยไม่รู้ว่าต้องพบเจออะไรบ้างแต่บัดนี้เมื่อนางได้ยินชื่อไปั๋หย่วนฮ่าวขึ้นมาที
ไรหัวใจของนางมักเย็นชาจนไร้ความรู้สึก
เนื่องจากความจำบางส่วนมิสามารถเลือนหายไปตามกาลเวลาที่ผันผ่านได้ยังมีเรื่องร้ายบางส่วนที่ยังคงจำฝังใจต้
วนชิงหมิงอย่างมิอาจลืมเลือนเดิมทีต้วนชิงหมิงคิดว่าในชาตินี้นางจะไม่ต้องพบต้องเจอกับไปั๋หย่วนฮ่าวอีกแต่เมื่อต้องเจอ
จึงอดคิดถึงเรื่องร้ายๆ ในชาติที่แล้วขึ้นมามิได้
นั่นคือสิ่งที่ต้วนชิงหมิงอยากลบให้หมดไปจากความทรงจำแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่เป็นดั่งใจนึกหวัง
“หมิงเอ๋อร์…”
เด็กสาวที่กำลังเหม่อลอยคิดถึงบางสิ่งบางอย่างนิ่งงันไปจนต้วนเจิ้งรู้สึกแปลกใจเขาเริ่มเป็นห่วงบุตรสาวคนนี้
เพราะการที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ ทำให้แม้แต่เรื่องที่นางคิดสิ่งใดอยู่เขาก็ยังคาดเดาไม่ออก
เห็นทีเรื่องของเด็กผู้หญิงคงจะมีเพียงผู้เป็นแม่เท่านั้นที่ล่วงรู้ทว่าท่านแม่ของต้วนชิงหมิงก็จากไปนานแล้ว… ถ้า
บุตรสาวของเขายังชอบพลอกับตู้ชิงหรวนเขาก็จะรับนางมาอยู่ที่นี่ด้วยอย่างไรเสียนางก็เป็นคนที่ดีกับต้วนชิงหมิงจากใจ
จริง
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสับสนพอเห็นใบหน้าที่เปือนรอยยิ้มของต้วนเจิ้ง นางก็คลี่ยิ้มกว้างออกมา
ทันที “ท่านพ่อหมิงเอ๋อร์ไม่เป็นไรเจ้าค่ะเพียงแต่คิดถึงท่านปั้าตู้ที่ต้องฉลองวันตรุษจีนอย่างเงียบเหงาเพียงเดียวดาย
คิดๆดูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเห็นใจเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้ที่หลักแหลมหัวไวพอได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดก็รีบพยักหน้ารับหงึกหงัก “ท่านพ่อให้คุณปั้าตู้มาฉลองตรุษ
จีนด้วยกันที่นี่ได้ไหมขอรับ?”
ขณะนี้ต้วนเจิ้งกำลังลังเลใจจนหัวใจเต้นแรงจู่ๆ เถี่ยเฟิงที่เฝั้าประตูอยู่ข้างนอกห้องโถง พูดขึ้นเสียงดัง “ท่าน
แม่ทัพคุณหนูรองกับหลิวอี๋เหนียงมาขอพบขอรับ”
สายตาของต้วนอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง
หลายวันมานี้เกิดเรื่องมากมายขึ้นในจวน…บังเอิญต้วนอวี้ได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมาโดยมิได้ตั้งใจถึงเหตุการณ์
หลังจากที่เกิดภัยพิบัติหลังหิมะตกครั้งใหญ่ผู้คนจะหนีเอาชีวิตรอดจากความหนาวเหน็บ หากควบคุมไม่ดีอาจเกิดโรคเวิ
นอี้ได้ ถึงตอนนั้นต้วนอวี้จะลงมือเอาคืนต้วนอวี้หรานในทันทีกับสิ่งที่นางทำไว้กับเขารวมทั้งจัดการหลิวหรงไปพร้อมกัน
เลย
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้วนชิงหมิงพูดเอาไว้ต้วนอวี้ก็มีวิธีเอาคืนต้วนอวี้หรานกับหลิวหรงให้สาสมกับสิ่งที่เคยทำ
ไว้
เมื่อได้ยินเถี่ยเฟิงรายงานว่าหลิวหรงกับต้วนอวี้หรานมารออยู่ด้านนอกประตูแล้วต้วนชิงหมิงพลันรีบตั้งสติให้
กลับมาดังเดิม อย่างไรเสียละครในคํ่าคืนนี้ก็จะได้ฉายใหม่อีกครั้งอีกทั้งเรื่องลูกในท้องของจางอี๋เหนียงจะได้ข้อสรุป
ฉะนั้นละครที่กำลังจะฉายต่อไปต้วนชิงหมิงจำต้องเป็นคนคุมการแสดงให้เป็นไปตามที่นางต้องการ
ทันทีที่ได้ยินว่าหลิวหรงมา ทั้งต้วนอวี้และต้วนชิงหมิงกลับตัวแข็งเกร็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจนต้วนเจิ้งสัมผัสได้
ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจที่เห็นบุตรชายและบุตรสาวมีอาการแปลกไปเช่นนี้อดคิดไม่ได้ว่าหลายปีมานี้หลิวหรงคงทำ
อะไรเกินไปจริงๆ
หลังจากที่ประตูเปิดออกหลิวหรงกับต้วนอวี้หรานได้ก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถง
วันนี้ต้วนอวี้หรานใส่ชุดผ้าฝั้ายสีแดงสดส่วนกระโปรงยาวเป็นสีแดงเข้ม บนหัวปักปินมรกตระย้าด้วยสายไข่มุก
สองเม็ด ใบหน้าทาแปั้งอ่อนๆเมื่อกระทบแสงยิ่งขับความงามออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
ต้วนอวี้หรานกับหลิวหรงเดินตามกันเข้ามาติดๆแล้วหยุดคุกเข่าทำความเคารพ กล่าวคำอวยพรต้วนเจิ้งก่อนจะ
หันมาทักทายต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงตามลำดับ
หลิวหรงที่เดินตามต้วนอวี้หรานมาจากข้างหลังกลับไม่แสดงอาการโอหังวางอำนาจบาตรใหญ่ออกมาข่มต้วนอวี้
กับต้วนชิงหมิงแม้แต่น้อย
วันนี้หลิวหรงใส่เสื้อผ้าฝั้ายสีแดงอ่อนสวมกระโปรงจีบสีแดงเข้มที่ดูแล้วไม่ขัดหูขัดตา นางทาปาก กันคิ้ว และผัด
แปั้งจนแก้มทั้งสองแดงอมชมพูดูสวยสมวัยผมที่เกล้าไว้เสียบปินประดับมุกช่วยขับให้ใบหน้าดูขาวละเอียดผุดผ่องเป็น
ธรรมชาติ