การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 423 ต้วนอวี้หรานหายตัวไป (1)
ต้วนเจิ้งยังคงจำได้ดีว่าช่วงนั้นเขาให้ความสำคัญกับหลิวหรงมากกว่าแต่ฮูหยินติงโหรวก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรและใช้
ชีวิตตามเดิมเหมือนที่ผ่านมา
สุขภาพของฮูหยินติงโหรวไม่ค่อยดีตั้งแต่เกิดมาอีกทั้งต้วนเจิ้งมักออกทำศึกเป็นเวลานานอีกกว่าจะกลับมาจวนสัก
ครั้งหลังจากแต่งงานได้สองปีฮูหยินติงโหรวได้ให้กำเนิดบุตรสาวที่ชื่อต้วนชิงหมิงจากนั้นไม่นานหลิวหรงได้ให้กำเนิดบุตร
สาวที่ชื่อต้วนอวี้หราน
ตอนที่หลิวหรงได้ให้กำเนิดต้วนอวี้หรานนั้นสุขภาพร่างกายก็ทรุดลงจนต้องพักเรื่องการมีลูกออกไปก่อนอีกหลาย
ปีส่วนฮูหยินติงโหรวที่ให้กำเนิดต้วนชิงหมิงออกมาได้เพียงไม่กี่ขวบก็ให้กำเนิดต้วนอวี้ตามมาแต่การคลอดต้วนอวี้ในครั้ง
นั้นได้พรากเอาชีวิตของฮูหยินติงโหรวไปด้วย
ฮูหยินติงโหรวได้รับจางอี๋เหนียงให้เป็นอนุของต้วนเจิ้งเพื่อช่วยมาช่วยหลิวอี๋เหนียงผลิตทายาทสืบสกุลให้ต้วนเจิ้ง
ในตอนนั้นต้วนเจิ้งจำได้ว่าทั้งฮูหยินติงโหรวกับเชวียอี๋เหนียงได้ตั้งท้องไล่เลี่ยกันแต่กลับนึกไม่ถึงว่าเชวียอี๋เหนียงจะล้มลง
จนต้องเสียลูกในท้องไป
นับจากนั้นเชวียอี๋เหนียงก็เสียสติไปส่วนจางอี๋เหนียงกลับตั้งท้องขึ้นมาโดยที่ต้วนเจิ้งไม่รู้เรื่องมาก่อน
จนกระทั่งวันนี้เมื่อจางอี๋เหนียงพูดออกมาถึงได้ทราบว่าหลิวหรงได้ทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไปแล้วหลายต่อ
หลายคน
ถึงแม้จะเป็นคำพูดของคนเสียสติของจางอี๋เหนียง แต่ในใจของต้วนเจิ้งยากจะทำใจรับได้เพราะหลังจากที่ฮูหยิน
ติงโหรวจากไปแล้ว ชีวิตของต้วนเจิ้งก็มีหลิวหรงเพียงคนเดียวบรรดาอี๋เหนียงคนอื่นถ้าเห็นต้วนเจิ้งเมื่อไหร่มักพากันรีบ
หลบหน้าหลบตาจนเขาลืมพวกนางไป
ยามนี้เรื่องเก่าในอดีตได้ถูกรื้อฟืนขึ้นมาอีกครั้งต้วนเจิ้งจึงรู้สึกขึ้นมาว่าเรื่องในจวนต้วนแห่งนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่
เขายังไม่รู้ความจริงอีกมากมาย
เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ต้วนเจิ้งก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะตามสืบเรื่องในอดีตว่าใครถูกใครผิดอีกแล้วเพียงแต่ว่าคำพูดของจางอี๋
เหนียงได้ปักลึกลงไปในใจของต้วนเจิ้ง…มีชายใดบ้างที่ไร้หญิงสาวห้อมล้อมและไม่อยากมีลูกเต็มบ้านกันบ้างแต่ลูกของต้
วนเจิ้งแต่ละคนยังไม่ทันคลอดออกมาก็ด่วนจากไปเสียแล้วโดยที่เขาไม่รู้เรื่องมาก่อนเลย
เมื่อเห็นต้วนเจิ้งเดินคอตกออกไปต้วนชิงหมิงจึงรีบเข้าไปจับมือของต้วนเจิ้งเอาไว้แนบแน่น
ทันใดนั้นต้วนเจิ้งรับรู้ถึงมืออุ่นๆ ของต้วนชิงหมิงสอดประสานเข้ามาในฝั่ามือเขาเลือกกุมมือนั้นแนบแน่นเช่นกัน
พ่อลูกคู่นี้ต่างจับมือกันเดินผ่านหิมะที่ตกหนาทีละก้าวๆแสงตะวันที่สาดส่องลงมากระทบหิมะที่ขาวโพลนได้
สะท้อนเข้าตาต้วนชิงหมิงจนนางลืมตาแทบไม่ขึ้นแต่กระนั้นต้วนชิงหมิงก็ยังออกแรงฝืนตามต่อไปด้วยกลัวว่าต้วนเจิ้งจะ
ปล่อยนางทิ้งไว้กลางทาง
ต้วนเจิ้งได้ผ่อนการก้าวเท้าให้ช้าลงและพาต้วนชิงหมิงเดินกลับไปที่ห้องหนังสือใช้ให้บ่าวใช้นำชาร้อนๆ มาให้ต้วน
ชิงหมิงได้ดื่มคลายความหนาวเหน็บ
ต้วนเจิ้งมองต้วนชิงหมิงและเอ่ยขึ้นมาว่า “หมิงเอ๋อร์ถ้าพ่อไม่ตามขุดคุ้ยเรื่องในอดีตที่ผ่านมา เจ้าจะรู้สึกผิดหวัง
หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เหนื่อยล้าของต้วนเจิ้งจากนั้นส่ายหน้าไปมา “ไม่เจ้าค่ะ เพราะท่านพ่อทำถูก
แล้วเรื่องในอดีตไม่ว่าจะถูกหรือผิดมันได้ผ่านไปแล้วต่อให้ตอนนี้กลับไปขุดคุ้ยคนที่จากไปแล้วก็มิอาจฟืนขึ้นมาได้ถ้าทำ
ไปก็มีแต่จะทำให้คนที่มีชีวิตอยู่ยิ่งเสียใจขึ้นไปอีกเจ้าค่ะ”
ต้วนเจิ้งยิ้มมุมปากออกมา “ฮ่า ฮ่า!หมิงเอ๋อร์เข้าใจหัวอกของพ่อเสียจริง”
ต้วนชิงหมิงจึงยิ้มจางๆ และลดสายตามองตํ่าลง อันที่จริงนางยังไม่เข้าใจต้วนเจิ้งทั้งหมดอย่างมากก็แค่คาดเดาใจ
ได้บางเรื่องเท่านั้นในเมื่อต้วนเจิ้งไม่อยากขุดคุ้ยเรื่องในอดีตของหลิวหรงกับต้วนอวี้หรานขึ้นมาต้วนชิงหมิงนี่แหละที่จะ
ไม่ยอมให้สองคนนั้นมาข่มขู่นางได้ตามอำเภอใจอีกต่อไป
ต้วนชิงหมิงนั่งจับมือต้วนเจิ้งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งต้วนอวี้มาคารวะต้วนเจิ้งในวันใหม่ของปีต้วนเจิ้งเผยยิ้มบน
ใบหน้าขึ้นและหันไปพูดกับต้วนชิงหมิงว่า “หมิงเอ๋อร์ วันนี้เป็นวันตรุษจีนเจ้าพาอวี้เอ๋อร์ไปเที่ยวเถอะ”
ระหว่างที่พูดไปต้วนเจิ้งได้ยื่นถุงเงินให้กับต้วนอวี้ต้วนอวี้รับไว้ด้วยใบหน้าที่เปือนยิ้มและจูงมือต้วนชิงหมิงเดิน
ออกไปข้างนอก
เมื่อเดินออกมานอกห้องหนังสือกลับบังเอิญเจอกับต้วนอวี้หรานเข้าพอดี
วันนี้ต้วนอวี้หรานใส่ชุดกระโปรงสีแดงเข้มที่ปักลายดอกไม้เต็มไปหมดเมื่อนางเห็นต้วนชิงหมิงเดินอยู่ตรงระเบียง
ทางเดินจึงเอ่ยปากขึ้น “สวัสดีวันปีใหม่ขอให้พี่สาวอายุมั่นขวัญยืนนะเจ้าค่ะ”
ถ้าอวยพรว่าสวัสดีปีใหม่มานั้นต้วนชิงหมิงจะไม่ตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อย แต่นี่มาอวยพรว่าอายุมั่นขวัญยืนต้วน
ชิงหมิงฟังดูแล้วขัดหูอยู่ไม่น้อยตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ต้วนชิงหมิงจะเอาคืนต้วนอวี้หรานนางเลือกฉีกยิ้มให้และพาต้วนอวี้
เดินจากไป
ต้วนอวี้หรานเห็นต้วนชิงหมิงมีท่าทีสงบเงียบไม่โต้ตอบอะไรจึงไม่ยอมใจขึ้นมา “เหตุใดพี่สาวถึงไม่สนใจน้องอวี้
หรานเล่าหรือว่าน้องอวี้หรานไปล่วงเกินพี่สาวเข้าอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนชิงหมิงหยุดก้าวเท้าลงหันกลับไปมองต้วนอวี้หรานที่ทำหน้าเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนั้นจึงเอ่ย
เสียงเรียบขึ้นว่า “น้องอวี้หรานพูดอะไรเนี่ยวันปีใหม่เช่นนี้รีบเข้าไปคารวะอวยพรท่านพ่อจะดีกว่า อย่าให้เสียฤกษ์งาม
ยามดีเลย”
ต้วนชิงหมิงพูดจบลงก็พาต้วนอวี้เดินจากไป
ใครจะนึกได้ว่าต้วนอวี้หรานวิ่งมาขวางทางต้วนชิงหมิงและพูดเหน็บแนมออกมา “ข้ารู้นะว่าพี่สาวกำลังหลบหน้า
ข้าอยู่!”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกรำคาญใจที่ต้วนอวี้หรานยังดื้อดึงดันอยู่แบบนี้นางจึงให้ต้วนอวี้เดินไปก่อน ส่วนนางจะรับมือกับต้
วนอวี้หรานเอง “น้องอวี้หรานมีอะไรก็พูดออกมาตรงๆเลยดีกว่า”
ต้วนอวี้หรานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบกลับไป “ข้าอยากรู้ว่าพี่สาวตั้งใจใส่ร้ายข้าเมื่อคืนใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงหัวเราะเยาะใส่หน้าต้วนอวี้หราน “พี่สาวไม่ได้ใส่ร้ายน้องอวี้หรานสักหน่อยใครกันแน่ที่วางแผนให้
จางอี๋เหนียงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ น้องอวี้หรานคงรู้อยู่แก่ใจดีทำไมถึงยังกล้าหาญชาญชัยมาถามว่าเป็นฝีมือของพี่สาวคน
นี้อีก?”
“เรื่องของจางอี๋เหนียงเป็นเพราะนางล้มเองทั้งนั้นข้าไม่ได้ทำร้ายนางเสียหน่อย!” ต้วนอวี้หรานโกรธหน้าดำหน้า
แดง
ต้วนชิงหมิงรีบพูดขัดขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ไหว “น้องอวี้หรานอาจไม่ได้ทำร้ายจางอี๋เหนียงก็จริงแต่น้องอวี้หรา
นเคยผลักจางอี๋เหนียงถึงสองครั้งหรือว่าน้องอวี้หรานไม่รู้สึกละอายใจกับสิ่งที่ทำไปบ้างเลยหรือ?”
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงพยายามพูดเปลี่ยนประเด็นต้วนอวี้หรานจึงพูดเสียงแข็งกร้าว “ที่นี่มีเพียงน้องสาวกับพี่สาว
เท่านั้นน้องสาวอยากรู้แค่ว่าเมื่อคืนคนที่ใส่ร้ายข้าเป็นพี่สาวใช่ไหม?”
ดูท่าหากต้วนอวี้หรานถามแล้วไม่ได้คำถามที่ต้องการคงไม่ยอมเลิกราอย่างแน่นอน
อย่างไรเสียต้วนชิงหมิงก็ไม่รีบร้อนที่จะไปไหนอยู่แล้วนางจึงพูดกับต้วนอวี้หราน “พี่สาวไม่เคยคิดทำร้ายน้องอวี้
หรานโดยจะยึดมั่นเพียงหลักความถูกต้องเท่านั้นแต่ว่าน้องอวี้หรานกับมาบอกว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นพี่สาวที่ใส่ร้ายน้องอวี้
หราน…เมื่อคืนน้องอวี้หรานเห็นกันชัดแล้วไม่ใช่หรือ พี่สาวนั่งอยู่ตรงไหน? ไม่ว่าเรื่องนํ้าร้อนที่ลวกมือหลิวหรงและเรื่อง
ผลักอี๋เหนียงทุกคนต่างเห็นเป็นสายตาเดียวกันหมด……”
เมื่อต้วนอวี้หรานได้ฟังพลันร้องไห้ออกมาในทันที “พี่สาวอย่าได้เอาแต่พูดยํ้าเรื่องจางอี๋เหนียงให้มากสิเมื่อคืนที่
ผ่านมาน้องอวี้หรานก็ไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกมีอะไรชอบมาพากลแปลกๆที่ต้วนอวี้หรานแสร้งทำเป็นร้องห่มร้องไห้บีบนํ้าตาออกมา
แต่ไหนแต่ไรมาต้วนอวี้หรานไม่ใช่คนที่อ่อนไหวหรือสำนึกอะไรผิดง่ายๆต้วนชิงหมิงจึงมองดูรอบๆ ตัว
เวลานี้ต้วนชิงหมิงยืนอยู่กับต้วนอวี้หรานเพียงสองคนหในขณะที่เยวี่ยหวายืนรอห่างออกไป แต่ด้วยไหวพริบและ
เล่ห์เหลี่ยมของต้วนชิงหมิงที่มีอย่างแพรวพราวนางกำลังคาดเดาท่าทีของต้วนอวี้หรานอยู่
จู่ๆที่หน้าต่างมีเงาคนแวบผ่านไปซึ่งคล้ายกับร่างของต้วนเจิ้งทันใดนั้นต้วนชิงหมิงจึงเข้าใจในทันที ต้วนอวี้หรานอ
ยากให้นางต้องขายหน้าต่อหน้าต้วนเจิ้ง
ด้านต้วนชิงหมิงกลับหัวเราะเยาะขึ้นมาและพูดตัดบทต้วนอวี้หรานขึ้น “แม้ว่าเมื่อคืนน้องอวี้หรานไม่ได้ตั้งใจชน
จางอี๋เหนียงก็จริงแต่เรื่องเมื่อสองวันก่อนละ? น้องอวี้หรานใช้แรงผลักจางอี๋เหนียงจนต้องนอนพักหลายวันมิใช่หรอก
หรือ?อีกอย่างจางอี๋เหนียงที่กำลังท้องกำลังไส้มิอาจทนต่อแรงผลักที่แรงของน้องอวี้หรานได้หรอก!”
เมื่อต้วนอวี้หรานถูกต้วนชิงหมิงหว่านล้อมกลับไปเรื่องจางอี๋เหนียงนางจึงพูดด้วยความโมโหว่า “พี่สาวช่วยตอบ
คำถามให้ตรงประเด็นกับที่น้องอวี้หรานถามด้วย”
เชอะ เชอะ!ขอเพียงต้วนชิงหมิงเอ่ยปากยอมรับว่าใส่ร้ายต้วนอวี้หรานเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมาต้วนอวี้หรานก็มีวิธีให้
ต้วนชิงหมิงเสียใจกับคำตอบนั้นไปชั่วชีวิต
เมื่อต้วนอวี้หรานตั้งใจพูดให้ต้วนชิงหมิงยอมรับว่าเป็นคนใส่ร้ายนางทว่าต้วนชิงหมิงกลับไม่ตกกับดักที่วางไว้และ
ส่ายหน้าปฏิเสธไป “น้องอวี้หราน…เจ้าทำให้พี่เสียใจในตัวเจ้ายิ่งนักเรื่องที่น้องอวี้หรานทำผิดแต่กลับพยายามยัดเยียดให้
พี่สาวคนนี้… เจ้าผลักจางอี๋เหนียงล้มลงเป็นความผิดของเจ้าเพียงคนเดียวหากเจ้าต้องการโยนความผิดทั้งหมดให้พี่สาว
ละก็พี่สาวคนนี้มิอาจรับได้เพราะไม่ได้ทำ!”