การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 424 ต้วนอวี้หรานหายตัวไป (2)
สีหน้าของต้วนชิงหมิงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจและน่าสงสารจนคนที่เห็นต่างเชื่อกันอย่างสนิทใจ
เมื่อต้วนอวี้หรานได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมาก็ได้แต่โกรธจนตัวสั่นไปหมดต้วนอวี้หรานอุตส่าห์เสียแรงวางแผน
ตั้งมากมายกว่าจะให้ต้วนเจิ้งมาฟังบทสนทนานี้เพื่อหวังให้เขาเห็นธาตุแท้ของต้วนชิงหมิงแต่บัดนี้ต้วนอวี้หรานกลับโกรธ
จนลมออกหูแทนเสียเอง
ต้วนอวี้หรานได้ยินเสียงถอนหายใจดังออกมาจากหน้าต่างนางจึงพยายามรีบเร่งหาคำพูดมาหวังต้อนต้วนชิงหมิง
ให้จนมุมทว่าต้วนชิงหมิงกลับหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาทำทีเป็นเช็ดนํ้าตา ก่อนจะใช้จังหวะที่ไม่มีใครเห็นแสยะยิ้มเย้ยใส่ต้
วนอวี้หราน
เรื่องทั้งหมดเป็นความชั่วที่ต้วนอวี้หรานก่อเอาไว้แต่นางกลับจะมาโยนความผิดทั้งหมดให้ต้วนชิงหมิงเห็นทีต้อง
สั่งสอนให้นางรู้สำนึกและสะกดคำว่า “ไร้ยางอาย” ให้เป็นเสียแล้ว
ต้วนอวี้หรานเดือดดาลขึ้นไปอีกที่เห็นต้วนชิงหมิงแอบแสยะยิ้มเย้ยใส่แต่นางกลับระงับอารมณ์เดือดดาลนั้นเอาไว้
และพูดเอาอกเอาใจขึ้นแทน “พี่สาวพูดอะไรเนี่ย เห็นชัดๆว่าพี่สาวตั้งใจใส่ร้ายน้องอวี้หราน……”
ต้วนชิงหมิงรีบปฏิเสธ “น้องอวี้หรานอย่าหาว่าพี่ไม่เตือนสติเลยนะใครทำอะไรเอาไว้ฟั้าดินย่อมเห็น เจ้าระวังตัว
ไว้บ้างแล้วกัน”
เมื่อต้วนชิงหมิงพูดจบลงก็ใช้สายตาที่น่าสงสารมองปริบๆใส่ต้วนอวี้หรานก่อนจะเดินจากไป
ต้วนอวี้หรานกระทืบเท้าด้วยความเดือดดาลที่ต้วนชิงหมิงจากไปโดยที่นางทำอะไรไม่ได้เลย
ในเวลานี้ในห้องหนังสือได้มีเสียงที่เย็นชาดังขึ้น “หรานเอ๋อร์เข้ามาได้”
ต้วนอวี้หรานได้ฟังก็ขนลุกขนซู่ไปทั้งตัวนางรู้ว่าต้วนเจิ้งปักใจเชื่อคำพูดของต้วนชิงหมิงเมื่อครู่จนหมดสิ้นเวลานี้
เรียกนางเข้าห้องหนังสือเพื่อไปสั่งสอนเป็นแน่
เมื่อคิดถึงรสชาติที่ต้องกักบริเวณและถูกต้วนเจิ้งหมางเมินในใจต้วนอวี้หรานเต็มไปด้วยความโมโห… เป็นเพราะ
แกแท้ๆ … ต้วน… ชิง… หมิง!!!
ทั้งหมดเป็นความผิดของต้วนชิงหมิง!
เนื่องจากเยวี่ยเจียมีธุระจึงขอตัวไปก่อนมีเพียงแม่นมหนิงคนเดียวที่เดินตามต้วนชิงหมิงที่ไม่ค่อยมีความสุขเอา
เสียเลย
แม่นมหนิงจึงเอ่ยขึ้น “คุณหนูวันนี้เป็นวันตรุษจีนต้องทำจิตใจให้ดีเข้าไว้เจ้าค่ะ”
“แม่นมความดีใจต้องมาจากข้างในแสร้งทำยังไงก็ไม่ได้แม่นมว่าสภาพจางอี๋เหนียงเป็นแบบนี้มีหรือที่ข้าจะดีใจ
ออกมาได้?” ต้วนชิงหมิงฝืนยิ้มออกมา
สายตาของแม่นมหนิงพลันเศร้าลง “คุณหนูอย่าได้โทษตัวเองไปเจ้าค่ะชีวิตของจางอี๋เหนียงเป็นไปตามชะตา
กรรมเจ้าค่ะ……”
ชะตากรรม?
ต้วนชิงหมิงอดส่ายหน้ากับชีวิตที่น่ารันทนเวทนาของจางอี๋เหนียงมิได้
แม้แต่ต้วนชิงหมิงเองชะตากรรมก็เล่นตลกกับนางให้กลับชาติมาเกิดในร่างต้วนชิงหมิงโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
เช่นกัน
แม่นมหนิงจู่ๆ ได้นึกถึงเรื่องในอดีตเมื่อสิบกว่าปีก่อนคราวที่เจอหน้าจางอี๋เหนียงเป็นครั้งแรกในตอนนั้นคุณหนูต้
วนชิงหมิงอายุน้อยมากและมีบ่าวใช้คอยล้อมหน้าล้อมหลังดูแลมิขาด
ฮูหยินติงโหรวรู้สึกถูกชะตาอย่างมากกับจางอี๋เหนียงที่เป็นบ่าวใช้ในตอนนั้นฮูหยินมักพรํ่าบอกกับแม่นมหนิง
เสมอว่าจางอี๋เหนียงเป็นบ่าวใช้ที่หัวไว ไหวพริบดีทั้งยังมีไมตรีจิตกับทุกคนอีก ดังนั้นต้องตอบแทนนางให้ดีหน่อย
ฮูหยินติงโหรวเป็นคนที่เมตตาอาทรกับบ่าวใช้ทุกคนเป็นอย่างมากแต่ฮูหยินคงนึกไม่ถึงว่าบ่าวใช้ที่เอ็นดูเป็นพิเศษ
จะตกอยู่ในสภาพเสียสติเช่นนี้
ในระหว่างที่แม่นมหนิงตกอยู่ในห้วงความคิดเหมือนได้ยินต้วนชิงหมิงเรียกขึ้นนางจึงค่อยๆ เงยหน้าอย่างช้าๆ
“ได้ยินมาว่าคุณหนูอยากให้นายท่านรับคุณหนูใหญ่ตู้เข้าจวนต้วนใช่ไหมเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงมองเข้าไปในดวงตาของแม่นมหนิงก่อนเอ่ยขึ้นว่า “แม่นมหนิงมีความคิดเห็นเป็นเช่นไร?”
แม่นมหนิงกลืนนํ้าลายเฮือกใหญ่และพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ “บ่าวเห็นว่าไม่มีตรงไหนที่ไม่เหมาะเจ้าค่ะเพียงแต่
ห่วงว่าคุณหนูใหญ่ตู้จะดีกับคุณหนูหรือไม่ก็เท่านั้นเจ้าค่ะ”
คำพูดที่เหลือนั้นแม่นมหนิงกลับเก็บเอาไว้ในใจไม่ยอมพูดออกมา
เนื่องจากติงโหรวกับตู้ชิงหรวนรู้จักกันมาตั้งแต่อายุยังน้อยและนับถือกันเป็นพี่น้องแต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็น
ศัตรูต่อกัน ฉะนั้นแม่นมหนิงเป็นห่วงกลัวว่าตู้ชิงหรวนเข้ามาอยู่จวนต้วนเมื่อไหร่อาจชำระแค้นกับต้วนอวี้และต้วนชิงหมิ
งก็เป็นได้
ทางด้านต้วนชิงหมิงกลับหัวเราะออกมา “แม่นมลองดูสภาพตอนนี้ที่ไม่มีนายหญิงดูแลจัดการสิว่าวุ่นวายขนาด
ไหนต่อให้ไม่ใช่ตู้ชิงหรวนก็อาจมีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาดูแลจัดการแทนในเมื่อต้องเลือกสรรทำไมข้าจะไม่เลือกคนที่รู้ไส้รู้พุง
เล่าจะได้ไม่ต้องเกร็งเวลาต้องพบหน้ากัน”
แม่นมหนิงฟังแล้วเลยพูดอย่างเป็นห่วงขึ้นมา “แต่ว่าคุณหนูใหญ่ตู้นิสัยตรงไปตรงมาบ่าวกลัวคุณหนูกับคุณชาย
ใหญ่จะเสียเปรียบเจ้าค่ะ……”
“จุดนี้ข้าไม่กังวลเลยทุกคนย่อมมีจุดอ่อนกันทั้งนั้นหากคุณหนูใหญ่ตู้เข้ามาและดีต่ออวี้เอ๋อร์ข้าก็จะดีตอบแต่ถ้า
มาแบบวางอำนาจบาตรใหญ่ทำเรื่องเลวร้ายคนอย่างต้วนชิงหมิงก็ไม่มีทางปล่อยเอาไว้แน่” ต้วนชิงหมิงตอบกลับเสียง
เรียบ
แม่นมหนิงได้ฟังความคิดที่แน่วแน่ของต้วนชิงหมิงก็ไม่กล้าถามอะไรต่ออีก
เมื่อถึงวันตรุษจีนผู้คนต่างใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ไม่เว้นแม้แต่บ่าวใช้ในจวนต้วนผู้คนต่างไปเยี่ยมญาติและเพื่อนสนิทที่
ไม่ได้มีเวลาไปมาหาสู่กันเป็นเวลานาน
ด้านเรือนของต้วนชิงหมิงกลับคึกคักเป็นอย่างยิ่งเพราะตั้งแต่เช้าตรู่ต้วนอวี้ก็มาหาต้วนชิงหมิงหวังให้พาออกไป
เที่ยวข้างนอกส่วนบรรดาบ่าวใช้ต่างเข้าไปอวยพรต้วนชิงหมิงอย่างมิขาดสาย
ต้วนชิงหมิงมองต้วนอวี้ที่สวมเสื้อผ้าชุดใหม่พร้อมกับอมยิ้มออกมา “อะไรกันพอถึงวันตรุษจีนอวี้เอ๋อร์ก็อยากออก
ไปเที่ยวขนาดนั้นเลยหรือ?”
ต้วนอวี้ได้แต่ยู่ปาก “อยู่ในจวนเบื่อจะตายอยู่แล้วอวี้เอ๋อร์อยากไปเที่ยวข้างนอกกับพี่สาว”
วันตรุษจีนปีนี้ต้วนอวี้หรานสร้างเรื่องกับจางอี๋เหนียงจนบรรยากาศในจวนต้วนกร่อยไปหมดแล้ว
ในใจของต้วนชิงหมิงยังคงห่วงเรื่องของจางอี๋เหนียงจนวางใจไม่ลงแต่ในเมื่อต้วนอวี้รบเร้าอยากไปเที่ยวข้างนอก
นางจึงยอมใจอ่อน “ก็ได้ แต่ข้างนอกอากาศเย็นมากอวี้เอ๋อร์ต้องกลับไปใส่เสื้อให้หนากว่านี้หน่อยแล้วพี่สาวจะพาออก
ไปเที่ยว”
ยามนี้ต้วนชิงหมิงคิดถึงเรือนที่ตู้ชิงหรวนพักอาศัยขึ้นมาไม่รู้ว่าที่นั่นจะเงียบเหงาเพียงใด ต้วนชิงหมิงจึงอยากไป
เยี่ยมตู้ชิงหรวนขึ้นมา
ทางด้านต้วนอวี้เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงรับปากพาไปเที่ยวก็รีบตอบรับแล้ววิ่งกลับเรือนไปใส่เสื้อผ้าเพิ่ม
ในวันนี้ต้วนอวี้จะทำอะไรบางอย่างในจวนต้วนโดยห้ามมิให้ต้วนชิงหมิงรู้เป็นอันขาดเขาจึงต้องมาหาต้วนชิงหมิง
ตั้งแต่เช้าเพื่อให้รบเร้านางพาออกไปเที่ยวข้างนอก
หากต้วนชิงหมิงพาต้วนเจิ้งออกไปเที่ยวข้างนอกได้ด้วยก็ยิ่งดีแต่หากต้วนเจิ้งไม่ยอมออกไปก็ไม่มีผลกระทบมาก
อย่างไรเสียแผนการของต้วนอวี้ได้เริ่มดำเนินตามแผนที่วางไว้แล้ว
ทางด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นต้วนอวี้วิ่งเล่นด้วยความดีใจ “คุณหนู ดูคุณชายใหญ่สิเจ้าค่ะพอได้ยินว่า
จะออกไปเที่ยวข้างนอกก็ดีอกดีใจถึงเพียงนี้…แล้วคุณหนูวางแผนพาคุณชายใหญ่ไปเที่ยวที่ไหนเจ้าคะ?”
“อวี้เอ๋อร์คงอยากออกไปเที่ยวเต็มทนเห็นแก่ที่ตั้งใจเรียนหนังสือ วันนี้พาอวี้เอ๋อร์ออกไปเที่ยวที่เขาอยากไปก็แล้ว
กัน” ต้วนชิงหมิงตอบยิ้มๆ
เยวี่ยเจียที่ยืนฟังอยู่ด้านข้างจึงถามอย่างแปลกใจ “คุณหนูวันตรุษจีนมักอยู่ในจวนไม่ออกไปไหนนิเจ้าคะ? อย่าง
มากก็อวยพรคนในจวนหรือญาติที่ไม่ได้ไปมาหาสู่กันนาน…คุณหนูอยากไปที่ไหนหรือเจ้าคะ?”
ปกติวันนี้ผู้คนจะทานอาหารร่วมกันในจวนถ้าไม่มีเรื่องพิเศษอะไรไม่ค่อยออกไปข้างนอกแต่นี่ต้วนชิงหมิงอยาก
พาต้วนอวี้ออกจากจวนไปเที่ยวตั้งแต่เช้าเกรงว่าจะดูไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าใด
ระหว่างที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถามจบลง จู่ๆเสียงของเถี่ยเฟิงก็ดังขึ้นมา “เรียนคุณหนู ท่านแม่ทัพเรียกคุณหนูให้ไปพบ
ขอรับ”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกแปลกใจจึงถามขึ้นว่า “เถี่ยเฟิงท่านพ่อรับแขกที่ห้องโถงอย่างนั้นหรือ?”
โดยปกติแล้วเถี่ยเฟิงแทบไม่ออกห่างจากต้วนเจิ้งแม้แต่น้อยบัดนี้เถี่ยเฟิงมาตามนางถึงที่นี่ ดูท่ามีแขกคนสำคัญมา
เยี่ยมเป็นแน่
“คุณหนูใหญ่ทายถูกแล้วขอรับนายท่านหนิงมาเยี่ยมขอรับ” เถียเฟิงตอบยิ้มๆ
หนิงจื้อเต๋อมาเยี่ยมอย่างนั้นหรือ?