การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 425 ต้วนอวี้หรานหายตัวไป (3)
ต้วนชิงหมิงรีบพูดขึ้นว่า “เถี่ยเฟิงรีบกลับไปรายงานท่านลุงหนิงกับท่านพ่อด้วยประเดี๋ยวข้าจะตามไปพบ”
เถี่ยเฟิงรับคำแล้วเดินจากไป
ในวันตรุษจีนปีนี้หนิงจื้อเต๋อมาเยี่ยมเยือนเพื่อนสนิทอย่างต้วนเจิ้งถึงจวนส่วนต้วนชิงหมิงที่เคยพบหน้าหนิงจื้อเต๋
อมาบ้างก็รู้สึกถูกใจนิสัยใจคอของท่านลุงผู้นี้นางจึงรีบพาต้วนอวี้วิ่งออกมาจากเรือนไปหาต้วนเจิ้งที่ห้องโถงรับรอง
เมื่อมาถึงห้องโถงรับรองทั้งสองคนได้ยินเสียงหัวเราะที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยความอบอุ่น
โบราณว่าหากหัวเราะออกมาจากใจจริงคนอื่นย่อมสัมผัสได้ฉะนั้นจิตใจที่กำลังสร้อยเศร้าของต้วนชิงหมิงกจึง
สัมผัสได้ถึงความสุขจากเสียงหัวเราะ
ต้วนเจิ้งที่นั่งอยู่กลางห้องยิ้มหน้าบานเมื่อเห็นบุตรชายและบุตรสาวต่างจูงมือกันเดินเข้ามาในห้องโถง “หมิงเอ๋อร์
อวี้เอ๋อร์รีบคารวะท่านลุงสิ”
ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ต่างรีบคำนับหนิงจื้อเต๋อ “ชิงหมิงกับน้องชายคารวะท่านลุงขอให้ท่านลุงสุขภาพแข็งแรง
สมความปรารถนาในทุกสิ่งเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างยกมือประสานอวยพรด้วยนํ้าเสียงที่น่ารักน่าเอ็นดู “อวี้เอ๋อร์คารวะท่านลุงขอให้ท่านลุงมี
ความสุขสำราญในวันตรุษจีน ขอให้ท่านลุงพบเจอแต่สิ่งดีๆ ขอรับ”
โอ้โห! หลานคู่นี้ช่างปากหวานอะไรขนาดนี้พอเข้าประตูมาเห็นหนิงจื้อเต๋อต่างอวยพรจนเขาดีใจรีบเข้าไปประคอง
แขนให้หลานทั้งสองลุกขึ้นและหัวเราะอย่างชอบใจ “ดี ดี! ได้ฟังคำอวยพรของหลานทั้งสองถือว่าการมาเยี่ยมเยือนใน
ครั้งนี้ไม่มาเปล่า”
หนิงจื้อเต๋อพูดไปพร้อมกับกวักมือไปข้างหลัง “เข้ามา รีบเข้ามาเร็วเข้าพวกเจ้าทั้งสองจะหลบข้างหลังทำไม รีบ
มาทำความรู้จักน้องชายกับน้องสาวเร็วเข้า”
พอต้วนชิงหมิงได้ฟังก็ยิ้มออกมาด้วยความชอบใจ “แต่ไหนแต่ไรมามีแต่น้องชายน้องสาวต้องไปทำความรู้จักพี่ๆ
ก่อน แต่วันนี้ท่านลุงกลับให้พี่ๆ มาทำความรู้จักกับน้องๆ ก่อน… ท่านลุงหากเรื่องนี้คนท่านลุงหากเรื่องนี้คนอื่นรู้เข้าจะ
หาว่าหมิงเอ๋อร์ไม่รู้จักมารยาทนะเจ้าค่ะ”
หนิงจื้อเต๋อรีบเอามือขึ้นมาลูบหัวเบาๆ “โอ้! ลุงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลยแต่ว่าวันนี้มีแต่คนกันเองกันทั้งนั้น ไม่
ต้องยึดกฏอะไรให้มากความหรอก!”
ระหว่างนั้นหนิงจ้งจวี่ผู้มีใบหน้างดงามและร่างกายสมชายชาตรีได้ก้าวออกมายืนด้านข้างหนิงจื้อเต๋อแล้ว
ประสานมือขึ้น “น้องสาวต้วนไม่เจอกันเสียนานเลย”
ต้วนชิงหมิงเห็นเช่นนั้นรีบยกมือประสานรับขึ้นทันที
หนิงจ้งจวี่มองยิ้มๆไปที่ต้วนชิงหมิงแล้วหันไปถามหนิงจื้อเต๋อที่อยู่ด้านข้างขึ้นว่า “นี่คงเป็นน้องสาวต้วนกับน้อง
ชายต้วนที่ท่านพ่อกับน้องรองมักพูดถึงบ่อยๆสิน่ะ วันนี้ได้มาพบหน้าช่างงามสมกับที่ท่านพ่อกับน้องรองว่าไว้”
หนิงจ้งจวี่จึงหันไปแนะนำต้วนชิงหมิงขึ้นว่า “น้องสาวต้วนคนนี้คือพี่ใหญ่หนิงเปั่าจวี่”
ต้วนชิงหมิงรีบคว้าต้วนอวี้เข้ามาทำความเคารพหนิงเปั่าจวี่และทักทายกันตามมารยาทก่อนที่จะนั่งเก้าอี้ที่จัดไว้
ต้วนอวี้ที่อยากออกไปเที่ยวข้างนอกเต็มทีกลับนึกไม่ถึงว่าจะถูกต้วนชิงหมิงลากเข้ามาพบแขกของท่านพ่อดังนั้น
สีหน้าของเขาจึงบูดบึ้งไม่ค่อยรับแขก
หนิงจื้อเต๋อกับต้วนเจิ้งได้พูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติแต่เมื่อเห็นลูกๆ พูดคุยกันอย่างสนิทสนมหนิงจื้อเต๋อจึง
ผายมือให้หนิงเปั่าจวี่กับหนิงจ้งจวี่แล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าสองคนพาน้องชายกับน้องสาวออกไปเล่นข้างนอกเถอะจำเอา
ไว้ต้องดูแลน้องชายน้องสาวให้ดีเข้าใจไหม?”
หนิงจ้งจวี่กับหนิงเปั่าจวี่ต่างพูดไม่ออกกับสิ่งที่หนิงจื้อเต๋อกำชับ “ท่านพ่อเห็นว่าพวกเราทั้งสองคนจะดูแลน้องทั้ง
สองได้ไม่ดีอย่างนั้นหรือขอรับ?”
ด้านต้วนเจิ้งที่ได้ยินก็หัวเราะชอบใจออกมา “เอาล่ะ พวกหลานๆ ไปเล่นข้างนอกกันเถอะวันตรุษจีนทั้งทีออกไป
เล่นให้สนุกแล้วกัน”
ต้วนอวี้รีบลุกขึ้นไปดึงชายเสื้อของต้วนชิงหมิง “พี่สาวและพี่ชายทั้งสองพวกเรารีบไปเล่นข้างนอกกันเถอะ”
ท่าทางรีบร้อนของต้วนอวี้ทำให้ทุกคนหัวเราะชอบอกชอบใจ
เวลานี้ผู้ใหญ่มีธุระที่จะต้องคุยกันเลยปล่อยให้เด็กๆไปเล่นด้วยกันแทน แม้ว่าต้วนชิงหมิงจะไม่ใช่เด็กแล้วทว่านาง
อยู่ในร่างของสาวน้อยอายุสิบปีจึงจำใจต้องไปใช้ชีวิตเหมือนกับเด็กในรุ่นราวคราวเดียวกัน
มองเพียงแค่แวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าหนิงเปั่าจวี่ยังมีนิสัยรักสนุกจึงเข้ากับต้วนอวี้ได้เป็นปีเป็นขลุ่ยส่วนหนิงจ้งจวี่ที่
โตกว่าก็ทนการรบเร้าไม่ไหวทั้งสามคนเลยปรึกษาหารือกันถึงสถานที่ที่อยากไปเที่ยวแล้ววิ่งขึ้นรถม้ากันไปโดยที่ต้วนชิงห
มิงเดินขึ้นไปเป็นคนสุดท้าย
เช้าวันตรุษจีนนี้แม้ว่าหิมะเริ่มตกโปรยปรายอีกครั้งทว่าทุกคนต่างสัมผัสถึงบรรยากาศเฉลิมฉลองได้ทุกตรอกซอก
ซอยผู้คนต่างสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่สำคัญทุกคนที่นั่งอยู่ในรถม้าประเดี๋ยวก็ชูถุงเงิน
อวดกันว่าใครได้รับแต๊ะเอียมากกว่ากันประเดี๋ยวก็คุยกันว่าจะไปซื้อขนมนํ้าตาลปันที่ตนชอบ
ทั้งต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้ หนิงเปั่าจวี่และหนิงจ้งจวี่ต่างได้รับแต๊ะเอียไม่น้อยจากต้วนเจิ้งกับหนิงจื้อเต๋อเวลานี้เมื่อ
เห็นข้างหน้ามีเด็กต่างห้อมล้อมแย่งซื้อขนมนํ้าตาลปันอยู่พวกเขาต่างคันไม้คันมืออยากเข้าไปซื้อด้วย
หนิงเปั่าจวี่ที่จิตใจยังเป็นเด็กอยู่มากได้ยื่นมือชี้ออกไป “น้องชิงหมิง น้องต้วนอวี้พวกเราไปซื้อขนมนํ้าตาลปันกัน
เถอะ”
เป็นที่รู้กันว่าลุงที่ทำขนมนํ้าตาลปันจะมีรายได้ดีในวันตรุษจีนแบบนี้พวกเขาจึงฝั่าความหนาวเหน็บออกมาปัน
นํ้าตาลขายเพื่อหารายได้
ต้วนชิงหมิงพูดยิ้มๆ ตอบกลับไป “พี่หนิงไม่ต้องเรียกว่าน้องชิงหมิงน้องต้วนอวี้ก็ได้ พวกพี่เรียกแค่ชื่อชิงหมิงกับอ
วี้เอ๋อร์ก็พอแล้ว”
ต้วนอวี้ที่ได้ฟังก็รีบร้องค้านขึ้นมา “ไม่ได้ๆ ต้องเรียกว่าต้วนอวี้สิ”
“ทำไมละ?” หนิงจ้งจวี่ถามอย่างชอบใจ
ต้วนอวี้จึงยู่ปากตอบกลับไป “เพราะว่าต้วนอวี้โตแล้วไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้วนะสิ”
คำพูดนี้ทำเอาหนิงจ้งจวี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาส่วนหนิงปั่าวจวี่ก็อดรนทนไม่ไหวแล้วเขารีบเดินแทรกเด็กคน
อื่นเข้าไปยืนตรงหน้าลุงปันขนมนํ้าตาลจากนั้นชี้ไปที่ต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้หนิงจ้งจวี่และตัวเขาเพื่อให้ลุงปันนํ้าตาลเป็นรูป
เหมือนพวกเขา
ลุงปันนํ้าตาลได้ฟังรีบตอบรับในทันที “ได้ขอรับ คุณชายท่านนี้รอสักครู่ขอปันอีกสองชิ้นก็ถึงตาคุณชายแล้ว
ขอรับ”
เมื่อต้วนอวี้ได้ยินว่าจะถึงตาเขาก็รีบวิ่งตรงเข้ามา “พี่หนิงต้องปันต้วนอวี้เป็นคนแรกนะ”
ว่าก็ว่าเถอะลุงปันนํ้าตาลคนนี้ฝีมือเยี่ยมไม่เบาสามารถปันลิงที่เกาหัว ปันแม่ทัพที่องอาจ แม้กระทั้งผู้หญิงก็ปันได้
อรชรต้วนอวี้ที่มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้มาก่อนเขาจึงอยากให้ลุงปันนํ้าตาลปันตัวเขาออกมา ดูสิว่า
จะปันได้ดีขนาดไหนกัน?
หนิงจ้งจวี่ถือโอกาสที่ต้วนชิงหมิงวิ่งตามต้วนอวี้ไปรีบวิ่งไปซื้อถางหูลู่กลับมาสี่ห้าไม้
ต้วนชิงหมิงรับถางหูลู่มาหนึ่งไม้พร้อมกับกล่าวขอบคุณหนิงจ้งจวี่ส่วนต้วนอวี้ก็มองหนิงปั่าวจวี๋รับถางหูลู่ที่เป็น
ซานจาเคลือบนํ้าตาลพอเคี้ยวเข้าไปใบหน้าก็บูดเบี้ยวด้วยความเปรี้ยว
ในตอนนี้หางตาของต้วนชิงหมิงได้แวบเห็นเห็นคนแวบเข้าไปในซอยด้านซ้ายหายไปดูจากการแต่งตัวแล้วถ้าไม่ใช่
ต้วนอวี้หรานจะเป็นใครอื่นไปได้
แต่ว่าต้วนอวี้หรานไม่ใช่อยู่ที่จวนหรอกหรือ?นางออกมาข้างนอกตั้งแต่เมื่อไหร่?
อีกอย่างดูท่าทางที่เร่งรีบของนางราวกับมีเรื่องด่วนต้องไปจัดการต้วนชิงหมิงจึงครุ่นคิดว่าควรจะตามไปดูให้รู้แล้ว
รู้รอดจะดีไหม
ยังไม่ทันที่ต้วนชิงหมิงจะก้าวเท้าออกไป จู่ๆด้านหลังของนางมีเสียงนิ่งๆ ถามขึ้นว่า “ถางหูลู่นี่หวานไหมเอ่ย?”
ต้วนชิงหมิงกำลังจะตอบกลับแต่ต้วนอวี้กลับส่ายหน้าตอบตัดหน้าไปก่อน “ข้างนอกหวานข้างในเปรี้ยวมากจน
เข็ดฟันไปหมดแล้ว……”
ต้วนอวี้ไม่ทันพูดจนจบก็หันหน้าไปมองด้านหลังของต้วนชิงหมิงทันใดนั้นเขาก็ร้องขึ้นมา “เหยียนหลิ่งอวี๋มาได้ยัง
ไงเนี่ย?”
ต้วนชิงหมิงรีบหันหน้ากลับไปในทันทีก็พบผู้ชายที่เสื้อไหมสีแดงห่มเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีดำยืนอวดความหล่อ
เหลาและรอยยิ้มบาดใจจนทำให้ต้วนชิงหมิงแอบหลงเคลิ้มไปชั่วขณะ