การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 426 ต้วนอวี้หรานหายตัวไป (4)
ต้วนอวี้ยืนแกว่งขนมถางหูลู่ไปมาและแอบยิ้มน้อยๆให้เหยียนหลิ่งอวี๋ “สวัสดีปีใหม่เหยียนหลิ่งอวี๋”
ทันทีที่ต้วนชิงหมิงได้ยินต้วนอวี้เรียกชื่อเหยียนหลิ่งอวี๋ตรงๆก็รีบตำหนิไปว่า “อวี้เอ๋อร์จะเรียกชื่อเหยียนหลิ่งอวี๋
โดยตรงไม่ได้เข้าใจไหม?”
ต้วนชิงหมิงพูดไปก็แอบเหล่ตามองปฏิกิริยาของเหยียนหลิ่งอวี๋เพราะองค์ชายท่านนี้มีนิสัยแปรปรวน ถ้าเกิดไม่
พอใจที่ต้วนอวี้เรียกชื่อขึ้นตรงๆมีหวังต้องโดนเล่นงานเป็นแน่
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารับและตอบกลับไปว่า “สวัสดีปีใหม่ต้วนอวี้”
ต้วนอวี้แอบหัวเราะคิกคักออกมาโดยไม่พูดอะไร…
ตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงวันแล้วบรรยากาศที่เมฆอึมครึมค่อยๆจางหายไปโดยมีแสงตะวันเข้ามาแทนที่
ด้านต้วนอวี้ที่ถูกต้วนชิงหมิงตำหนิก็ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมส่วนต้วนชิงหมิงได้ก้มหน้าทำความเคารพเหยียนหลิ่งอวี๋
“คารวะองค์ชายสาม!”
ถึงแม้เหยียนหลิ่งอวี๋เคยบังคับให้ต้วนชิงหมิงเรียกชื่อเขาโดยไม่ต้องใส่ฐานะคุณชายแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นเขาจึง
ไม่ได้ถือสาที่นางไม่ทำตามที่เคยสั่งไว้…ยิ่งไปกว่านั้นเขาเห็นต้วนชิงหมิงมากับหนิงจ้งจวี่และหนิงเปั่าจวี่ก็ยิ่งไม่สบอารมณ์
ขึ้นไปอีกเขาหมายจะพูดเสียดสีต้วนชิงหมิงเสียหน่อยแต่ต้วนอวี้กลับเดินเข้ามาดึงชายเสื้อและกล่าวขึ้นว่า “เหยียนหลิ่งอ
วี๋ดูนี่สิ……”
เหยียนหลิ่งอวี๋ก้มหน้าลงมองใบหน้าจิ้มลิ้มของต้วนอวี้เขายื่นถางหูลู่ในมือให้เหยียนหลิ่งอวี๋แล้วยู่ปาก “ไม่อร่อย
เลย เปรี้ยวเกินไป……”
เหยียนหลิ่งอวี๋เลิกคิ้วขึ้นถามว่า “อย่างนั้นเจ้าจะเอายังไงละ?”
“ก็แค่หวังว่าองค์ชายจะพาพวกเราไปหาของอร่อยๆทานยังไงล่ะ” ต้วนอวี้พูดออดอ้อน
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ฟังก็หัวเราะชอบใจ…ต้วนอวี้ผู้นี้ไม่เพียงมีความคิดประหลาด ชอบเล่นงานคน แถมฝีปากกล้าไม่
เบาดูท่าต้วนอวี้อยากหาเรื่องกินมาถลุงเงินเหยียนหลิ่งอวี๋สิท่า!
เหยียนหลิ่งอวี๋อดยิ้มไม่ได้กับความคิดตื้นๆ ของต้วนอวี้ “ก็ได้ เจ้าเลือกร้านได้เลย”
“เย่ เย่! มีคนเลี้ยงข้าวแล้ว” ต้วนอวี้กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
ต้วนชิงหมิงตกใจกับสิ่งที่ต้วนอวี้พูดจึงห้ามปรามไปว่า “อวี้เอ๋อร์ เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย?”
เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นใครกันไม่รู้เลยหรือผู้คนต่างหลบหลีกตั้งแต่เห็นเขาเดินมาแต่ไกลแล้ว แต่ต้วนอวี้กลับให้เขา
เลี้ยงข้าว…เห้อ! เห็นทีอาหารมื้อนี้คงไร้รสชาติแห่งความอร่อย!
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่สนใจที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมาเขาเลือกเดินเข้าไปลูบหัวต้วนอวี้ “ไปกันเถอะพวกเราไปกินร้านที่
อยู่ข้างทะเลสาบนํ้าแข็งก็แล้วกัน”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับงกๆ “ดี ไปที่นั่นก็ได้”
ต้วนชิงหมิงเห็นต้วนอวี้ยิ่งพูดยิ่งชักจะเอาใหญ่แล้วจึงต่อว่าไป “อวี้เอ๋อร์ พวกเรากลับไปทานอาหารที่จวนกันดี
กว่า”
ท่าทีของต้วนชิงหมิงทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋เลิกคิ้วขึ้นมา…เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ไม่เจอเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเองต้วนชิงห
มิงต้องหลบหน้าเขาเหมือนเป็นเชื้อโรคอย่างนั้นแหละ
ต้วนอวี้แอบมองกลับไปที่พี่น้องตระกูลหนิงที่กำลังแย่งให้คนปันนํ้าตาลปันรูปของตนเองเขาอดไม่ได้ที่จะพูดเสียง
เบาขึ้นมา “พี่สาวหรือว่าจะเลือกพี่น้องคู่นี้คนหนึ่งมาแต่งงานด้วยอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อต้วนชิงหมิงได้ยินใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาและหันไปตำหนิต้วนอวี้ “เดี๋ยวเถอะอวี้เอ๋อร์นับวันเจ้ายิ่งพูด
เลอะเทอะขึ้นไปทุกที… ใครบอกกันว่าพี่จะแต่งกับพี่น้องคู่นี้?”
ต้วนชิงหมิงพูดไปก็แอบชำเลืองเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่
เวลานี้หนิงจ้งจวี่กับหนิงเปั่าจวี่ได้ขนมนํ้าตาลปันชิ้นแรกมาแล้วต่างดูกันอย่างดีอกดีใจ
“ไปรีบไปจากที่นี่กันเถอะ ประเดี๋ยวอวี้เอ๋อร์ค่อยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง” ต้วนอวี้ลากต้วนชิงหมิงเดินออกมาอย่าง
รีบร้อน
ต้วนชิงหมิงยังไม่ทันตั้งตัวกลับถูกต้วนอวี้ลากให้เดินไปเสียแล้วส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋ได้หันไปมองหนิงจ้งจวี่ที่ใบหน้า
หล่อเหลากับหนิงเปั่าจวี่ที่นิสัยใจกว้างไปครู่หนึ่งจากนั้นหันหลังกลับเดินตามต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้ไป
เชอะ! ดูสารรูปของพี่น้องตระกูลหนิงสิมีหน้าอยากแต่งงานกับต้วนชิงหมิง ฝันไปเถอะ!
เหยียนหลิ่งอวี๋คิดไปก็ส่ายหน้าไปด้วยเห็นทีจิ้งจอกน้อยโตจนถึงเวลาแต่งงานออกเรือนได้แล้วสิ
ทางด้านต้วนอวี้ยังคงลากต้วนชิงหมิงให้เดินอย่างเร็วราวกับว่ากำลังมีคนตามพวกเขามาจากข้างหลังอย่างนั้น
แหละ
ทันทีที่หลบหน้าหนิงจ้งจวี่กับหนิงเปั่าจวี่ได้ต้วนชิงหมิงก็สะบัดมือของต้วนอวี้ออกและกล่าวตำหนิ “อวี้เอ๋อร์เจ้า
พูดเลอะเทอะเกินไปแล้วเข้าใจไหม? พี่สาวจะแต่งงานกับพี่นร้องตระกูลหนิงได้ยังไง?”
ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงเชื่อฟังคำพูดของท่านพ่อท่านแม่และแม่สื่อที่ชักนำให้หมั้นหมายกับไปั๋หย่วนฮ่าวตั้งแต่
อายุยังน้อยเมื่อเติบใหญ่ขึ้นและได้แต่งกับไปั๋หย่วนฮ่าวแล้วต้วนชิงหมิงก็คอยปรนนิบัติและเอาใจใส่ไปั๋หย่วนฮ่าวอย่างไม่
ขาดตกบกพร่องของคนที่เป็นภรรยาคนหนึ่งจะทำให้สามีได้แต่สุดท้ายสิ่งที่นางคาดคิดไม่ถึงคือจุดจบที่อเนจอนาถ!
และนับจากที่ต้วนชิงหมิงกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งนางมัวแต่เอาเวลาไปสู้รบปรบมือกับหลิวหรงและต้วนอวี้
หรานตลอดฉะนั้นยังไม่มีเวลาไปคิดเรื่องแต่งงานออกเรือนแต่อย่างใด
มาในชาตินี้ต้วนชิงหมิงตัดสินใจแน่วแน่เป็นที่สุดว่าจะไม่แต่งงานกับไปั๋หย่วนฮ่าวเป็นอันขาดแต่เรื่องในวันข้าง
หน้านางก็ยังไม่ได้วางแผนอะไรที่เป็นรูปธรรมให้กับตัวนางเอง
จู่ๆต้วนอวี้ได้ตะโกนเรียกชื่อนางขึ้นมาเสียงดังจนต้องตื่นจากภวังค์ไม่รู้ว่าต้วนอวี้คิดจะทำอะไรกันแน่?
ต้วนอวี้รีบยกมือปั้องปากกระซิบที่ข้างหู “ถ้าพี่สาวรับปากอวี้เอ๋อร์ว่าจะไปทานข้าวกับเหยียนหลิ่งอวี๋อวี้เอ๋อร์จะ
ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น”
ต้วนชิงหมิงเลิกตาโตขึ้นมาพร้อมกับยื่นมือออกแรงบิดหูต้วนอวี้ “อวี้เอ๋อร์เจ้าบังอาจหลอกพี่ด้วยเรื่องนี้เลย
หรือ?”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็รีบตีหน้าเศร้าทันที
เห็นได้ชัดๆ เลยว่าหนิงจื้อเต๋อกับต้วนเจิ้งกำลังเลือกว่าที่สามีในอนาคตให้ต้วนชิงหมิงอยู่แต่นางกลับยังไม่รู้ร้อนรู้
หนาวกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย
เวลานี้เหยียนหลิ่งอวี๋ที่เดินตามมาจากข้างหลังได้พูดเย็นชาว่า “ต้วนอวี้รีบบอกพี่สาวของเจ้าเร็วเข้าข้ากลัวว่าถ้าพี่
สาวของเจ้ายังไม่รู้ความจริงคงกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นแน่”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังสีหน้าก็นิ่งขรึมขึ้นมาทันทีนางหันไปต่อว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ “ข้ากินไม่ได้นอนไม่หลับมันเกี่ยวอะไร
กับคุณชายด้วย?ใครใช้ให้องค์ชายมายุ่มย่ามชีวิตคนอื่นด้วยเจ้าคะ?”
“ดีจริงมาหาว่าข้าชอบยุ่งย่ามเรื่องของคนอื่น วันข้างหน้าถ้าเจ้าถูกคนอื่นเอาไปขายอย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้ว
กัน!” เหยียนหลิ่งอวี๋หัวเราะชอบใจ
อันที่จริงเหยียนหลิ่งอวี๋รีบร้อนอยากพูดโน้มน้าวต้วนชิงหมิงว่าพี่น้องตระกูลหนิงไม่คู่ควรกับนางแม้แต่น้อยแต่เขา
กลับเลือกใช้คำพูดที่ไม่ตรงกับใจฟังแล้วบาดหูต้วนชิงหมิง
ทันทีที่ต้วนชิงหมิงได้ฟังคำพูดของเขาก็พูดอย่างโมโหออกมา “ถ้าข้าโง่ก็เป็นเรื่องภายในของจวนต้วนมิทราบว่า
เรื่องนี้องค์ชายสามจะเข้ามาจัดการด้วยเหรอ? หรือว่าบรรดาองค์ชายไม่มีอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอันจึงต้องมายุ่งเรื่องยิบ
ย่อยในจวนของบรรดาขุนนาง?”
ฝังต้วนอวี้ที่มองดูต้วนชิงหมิงกำลังฟาดงวงฟาดงาไปมาเขาจึงเข้าไปพูดเตือนสติ “พี่สาวระมัดระวังคำพูดกับ
การกระทำด้วย”
ต้วนชิงหมิงจึงได้สติกลับมาว่าการกระทำและคำพูดอาจรุนแรงเกินไปอีกทั้งคนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างมองนาง
ด้วยสายตาที่เวทนาจนนางหน้าแดงด้วยความละอายใจจากนั้นต้วนชิงหมิงมองค้อนเหยียนหลิ่งอวี๋ไปทีหนึ่ง ก่อนจะจู
งมือต้วนอวี้เดินจากไป