การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 428 โลกที่เต็มไปด้วยหิมะโพลนขาว
แต่หากจะเลือกบุตรชายตระกูลหนิงสักคนให้แต่งงานกับต้วนชิงหมิงคงไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้โดยง่าย
เพราะเรื่องนี้ฮูหยินหนิงกับหนิงจื้อเต๋อเคยปรึกษาหารือกันมาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ได้หาคำตอบที่ดีที่สุดมิได้ตาม
หลักแล้วหนิงเปั่าจวี่เป็นพี่ใหญ่และอายุมากกว่าต้องแต่งงานออกเรือนก่อนแต่ว่าเขาเป็นคนที่ชอบทำอะไรบุ่มบ่าม
สะเพร่า ไม่รอบคอบ จึงไม่มั่นใจว่าต้วนชิงหมิงจะรับได้ไหม
ส่วนบุตรชายคนรองหนิงจ้งจวี่มีอายุใกล้เคียงกับต้วนชิงหมิงนั้นเขามีหน้าตาที่สะอาดสะอ้าน หล่อเหลาเอาการที่
สำคัญเหมาะกับต้วนชิงหมิงดั่งเป็นกิ่งทองใบหยก… โบราณกล่าวว่าบุตรรักใครผู้เป็นแม่ย่อมรักด้วยดังนั้นหนิงจื้อเต๋
อกับฮูหยินหนิงต่างชื่นชมบุตรชายทั้งคู่ที่คนหนึ่งหน้าตาหล่อเหลาอีกคนเฉลียวฉลาด ดูยังๆ ก็ตัดสินใจเลือกไม่ถูก
จนในที่สุด หนิงจื้อเต๋อกับฮูหยินหนิงต่างมีความเห็นตรงกันเรื่องนี้ต้องให้ต้วนเจิ้งเป็นผู้ตัดสินแทนหากเขาถูกใจ
บุตรชายคนไหนก็สามารถแต่งเป็นเขยของจวนต้วนได้ทันที
ย้อนกลับมาที่จวนต้วนต้วนเจิ้งกับหนิงจื้อเต๋อที่ปรึกษาหารือกันยังหาข้อสรุปไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้นประสบการณ์ใน
เรื่องหมั้นหมายของไปั๋หย่วนฮ่าวกับต้วนชิงหมิง สอนให้ต้วนเจิ้งต้องคัดเลือกลูกเขยให้เคร่งครัดมากขึ้นแต่สิ่งสำคัญที่สุด
เหนือสิ่งอื่นใดก็คือต้วนชิงหมิงจะต้องพยักหน้าเห็นด้วยกับว่าที่สามีคนนั้นฉะนั้นการมาเยี่ยมเยือนในวันนี้เป็นการให้ต้วน
ชิงหมิงได้ลองเข้ากับหนิงเปั่าจวี่กับหนิงจ้งจวี่สักพักใหญ่ๆจากนั้นค่อยให้ต้วนชิงหมิงเลือกหนึ่งในสองคนนี้
ทั้งหนิงจื้อเต๋อกับต้วนเจิ้งต่างวางแผนเรื่องการพบหน้าเยี่ยมเยือนมานานแล้วแต่หนิงจื้อเต๋อกลับไม่ได้บอกราย
ละเอียดกับบุตรชายทั้งสองได้แต่บอกให้พวกเขาไปทำความรู้จักกับต้วนชิงหมิง…ส่วนต้วนอวี้ดูออกว่านี่เป็นเพียงการเริ่ม
ต้นเท่านั้นนับจากนี้ไปพี่น้องตระกูลหนิงคงมาเที่ยวเล่นที่จวนต้วนอีกบ่อยๆเพื่อสร้างความสนิทสนมระหว่างต้วนชิงหมิง
และต้วนอวี้พูดให้เข้าประเด็นคือบ่มเพาะความรู้สึกที่ดีให้ต้วนชิงหมิง
เมื่อได้ฟังต้วนอวี้อธิบายอย่างละเอียดของเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนต้วนทั้งหมดต้วนชิงหมิงกลับนิ่งเงียบ แทบไม่ยอม
พูดอะไรออกมา
ในใจของต้วนเจิ้งได้วางแผนเรื่องนี้มานานแล้วหรือ? ทำไมต้วนชิงหมิงถึงไม่รู้เรื่องเหมือนคนถูกปิดหูปิดตา?ต่อให้
นางรู้เรื่องนี้ขึ้นมาก่อนแล้วจะทำอะไรได้?
ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงตกหลุมรักไปั๋หย่วนฮ่าวแต่แรกเห็นทั้งยังมีสัญญาหมั้นหมายกันอีกฉะนั้นนางจึงตัดสินใจ
แต่งงานกับไปั๋หย่วนฮ่าวอย่างยินยอมพร้อมใจ
ในชาติที่แล้วเช่นกัน ต้วนเจิ้งไม่ได้ห้ามปรามต้วนชิงหมิงอย่าแต่งกับไปั๋หย่วนฮ่าวที่เป็นว่าที่ลูกเขยที่ไม่เคยชื่นชม
แม้แต่น้อย…ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงเข้าใจผิดว่าต้วนเจิ้งตั้งใจทำผิดกับนาง แต่มาคิดๆดูแล้วต้วนเจิ้งในตอนนี้ มี
ประสบการณ์ดูคนมามากมายต้วนชิงหมิงเลยไม่ได้คัดค้านอะไร
ทางด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ขมวดคิ้วขึ้นอย่างเชื่องช้าเพื่อดูสีหน้าของต้วนชิงหมิงที่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงจากนั้น
กลับนิ่งเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำเอาเหยียนหลิ่งอวี๋คาดเดาความรู้สึกนางไม่ออก
สำหรับเหยียนหลิ่งอวี๋หากไม่ชอบใจหรือไม่ถูกใจใครเข้าจะหาวิธีกำจัดให้พ้นหน้าพ้นตาไปไกลๆ
เหยียนหลิ่งอวี๋ถามขึ้นอย่างสงสัย “อะไรกัน เจ้าจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆอย่างนั้นหรือ?”
“ที่พูดว่าจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆอย่างนั้นหรือ หมายความว่ายังไง?” ต้วนชิงหมิงพูดอย่างงงงวยไม่เข้าใจว่าเรื่อง
ของนางไปเกี่ยวข้องอะไรกับเขา
เหยียนหลิ่งอวี๋โกรธจนลมออกหู แต่ระงับลงได้เพียงไม่กี่อึดใจ “ก็เรื่องพี่น้องตระกูลหนิงยังไงเล่า?”
เห็นกันอย่างโทงโท่ว่าเป็นเรื่องของพี่น้องตระกูลหนิงเหตุใดต้วนชิงหมิงกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว หรือว่านางไม่มีทาง
เลือกอื่นที่ดีกว่าให้เลือกแล้ว?
ต้วนชิงหมิงเลิกคิ้วขึ้น “พี่น้องตระกูลหนิงเป็นอะไรอย่างนั้นหรือ?”
ความหมายที่นางต้องการสื่อก็คือพี่น้องตระกูลหนิงไปสร้างเรื่องให้เหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้กัดไม่ยอม
ปล่อยแบบนี้?
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบกลับต้วนชิงหมิงอย่างเย็นชา “เหอะ เหอะ!ที่แท้เจ้าก็อยากแต่งงานกับพี่น้องตระกูลหนิงจนตัว
สั่นสินะ?”
“ใครบอกกันว่าข้าจะแต่งกับพี่น้องคู่นั้นด้วย?” ต้วนชิงหมิงปฏิเสธอย่างอารมณ์เสีย
เหยียนหลิ่งอวี๋ส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ก่อนพึมพำออกมาว่า “เห้อ! ดูสิๆข้านี่เอาตัวเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ไปทำไม
กัน… เจ้าพอใจแต่งงานออกเรือนกับใครไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับข้าเลย?”
ต้วนชิงหมิงเบื่อหน่ายไม่มีคำพูดใดจะพูดกับเหยียนหลิ่งอวี๋อีกแล้วนางไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้เหยียนหลิ่งอวี๋โกรธนาง
ได้ถึงขนาดนี้โดยพูดคุยกันไม่เพียงกี่ประโยคเท่านั้น
ทางด้านต้วนอวี้กลับพูดแทรกขึ้นมา “เห้อ! พี่สาวเอ๋ยท่านพ่อกำลังจะยกพี่ให้แต่งงานกับคนอื่น หรือว่าพี่ไม่อยาก
แต่งงานกับคนที่รัก?”
ต้วนชิงหมิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น “ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้รอท่านพ่อเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาค่อยว่ากัน!”
ต้วนอวี้มองค้อนต้วนชิงหมิงที่ยังงงงวยตามเขาไม่ได้…รอให้ถึงตอนนั้นขึ้นมาจริง ต้วนชิงหมิงจะไปพูดกับใครได้
เพราะอีกฝั่ายคงมีเกี้ยวบุปผามารอรับตัวไปแล้ว
ทางด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ใช้สายตาที่เย้ยหยันมองต้วนชิงหมิงที่ไม่ว่าจะช่วยนางอย่างไรก็คงกู่ไม่กลับแล้ว
ส่วนต้วนชิงหมิงขี้เกียจต่อร้องต่อเถียงต่อปากต่อคำกับสองคนนี้ต่อ จึงเลือกปิดปากเงียบ
โดยที่ความเป็นจริงนั้นต้วนชิงหมิงได้วางแผนเรื่องทั้งหมดโดยไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน
เนื่องจากการหมั้นหมายของนางกับไปั๋หย่วนฮ่าวยังมีอยู่ต่อให้ต้วนเจิ้งถูกใจพี่น้องตระกูลหนิงมากเพียงใดแต่ยังไม่
ถึงเวลาอย่างไรเสียรอให้การหมั้นหมายของนางกับไปั๋หย่วนฮ่าวล้มเลิกไปก่อนต้วนเจิ้งถึงจะสนับสนุนพี่น้องตระกูลหนิง
ขึ้นมา
อีกอย่างต้วนชิงหมิงกับพี่น้องตระกูลหนิงยังไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้นแต่ด้วยนิสัยที่ตรงไปตรงมาของหนิงเปั่าจ
วี่ ความจริงใจอบอุ่นของหนิงจ้งจวี่จึงรับรู้ได้ว่าสองคนนี้เป็นผู้ชายที่ดี แม้ว่าต้วนชิงหมิงอาจไม่ได้มีใจปฏิพัทธ์ทว่าไม่ได้
ปฏิเสธความหวังดีที่มิตรหยิบยื่นให้
อย่างไรเสียสำหรับต้วนชิงหมิง หากมีชายที่นางชอบจากใจจริงแต่กลับแอบทรยศนางในภายหลังนางยอมแต่งกับ
ผู้ชายธรรมดาที่แม่สามีไม่เข้มงวดจะดีเสียกว่า ส่วนจวนหนิงที่ไม่มีอี๋เหนียงและบรรดาคุณหนูที่มากเรื่องนับว่าเป็นตระกูล
ที่ดีอยู่ไม่น้อยฉะนั้นถ้าจำเป็นต้องแต่งกับพี่น้องตระกูลหนิงจริงก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว
ต้วนชิงหมิงคิดไปก็ยิ้มเจื่อนๆ ออกมาทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋รู้สึกไม่สบายใจ ต้วนอวี้ก็พลอยรู้สึกตามไปด้วยทั้งสอง
คนจึงปันหน้าไม่ถูกว่าต้องทำอย่างไรดี
บัดนี้รถม้าได้ลดความเร็วในการวิ่งลงต้วนชิงหมิงถึงเปิดม่านออกดูโดยไม่ตั้งใจทันใดนั้นนางต้องอึ้งกับสิ่งที่เห็น
เบื้องหน้าจนตาค้าง
หิมะที่ขาวบริสุทธิ์ได้ตกโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายภาพทิวทัศน์ภูเขา แม่นํ้า ลำธารใกล้ไกลต่างปกคลุมไปความ
บริสุทธิ์จากความขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา
ภาพหิมะที่ขาวโพลนในเวลานี้ กำลังจับตัวกันกลายเป็นผนึกนํ้าแข็งที่ใสแจ๋วบนกระท่อมหลังหนึ่งสะท้อนแสง
ตะวันระยิบระยับไปทั่ว
บนหลังคาของกระท่อมที่หิมะจับตัวเป็นผลึกนํ้าแข็งใส ได้สะท้อนแสงระยิบระยับออกไปเจ็ดสีเหมือนรุ้งกินนํ้าจน
ต้วนชิงหมิงต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ที่นี่เป็นที่ไหนกัน?”
รถม้าได้เดินอ้อมฝั่าทางที่หิมะได้ตกลงมาทับซ้อนกันเป็นชั้นหนาเลียบทางแม่นํ้าดูอย่างไรก็งดงามไปหมด
สิ่งที่น่าแปลกใจมากที่สุดคงเป็นภายใต้กระท่อมหลังหนึ่งที่ปกคลุมด้วยหิมะกลับมีเสียงของผู้คน กลิ่นสุราอันหอม
หวานและเสียงหัวเราะไปมา
ต้วนชิงหมิงยิ่งแปลกใจขึ้นไปอีก… หึ หึ!อากาศหนาวเหน็บและห่างไกลเพียงนี้ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีคนอยู่ด้วย
เหยียนหลิ่งอวี๋เอาได้แต่เม้มปาก พูดเสียงเรียบนิ่งที่สุด “เป็นยังไงบ้าง ที่นี่พอใช้ได้ไหม?”
“อะไรกัน องค์ชายสามอย่าบอกนะว่าที่ตรงนี้เป็นของท่าน?” ต้วนชิงหมิงถามอย่างสงสัย