การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 429 ถนนชิงหลิว
ภายในใจของต้วนชิงหมิงวางแผนมาเป็นอย่างดีแล้ว จะใช้คำว่า “องค์ชายสาม” ในการพูดเหน็บแนมคนขี้เหนียว
เจ้าคิดเจ้าแค้นและไม่ยอมให้ใครทรยศอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋แต่ต้วนชิงหมิงกลับนึกไม่ถึงว่าเวลานี้คนกลับกลอกเช่นองค์
ชายสามได้สร้างกระท่อมขึ้นมาไม่ใช่เพียงหนึ่งหลัง สองหลัง ทว่าสร้างขึ้นล้อมรอบแม่นํ้า
กระท่อมที่สร้างขึ้นโดยมีหิมะตกโปรยปรายลงมาทับจนทั่วทำให้เห็นรอบแม่นํ้าเต็มไปด้วยดูมีชีวิตชีวามากขึ้นไม่
ว่ากระท่อมหลังคาเป็นทรงเหลี่ยม ทรงกลมหรือทรงอื่นๆล้วนแล้วแต่มีจุดร่วมกันคือบนหลังคามีปั้ายที่เหมือนกัน
ชื่อของปั้ายนั้นเขียนกำกับไว้ว่าถนนหลิวชิง
นั่นหมายความว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ได้สร้างกระท่อมที่ทอดยาวไปตามแม่นํ้าโดยมีหิมะขาวตกโปรยปรายลงมาจับ
เป็นนํ้าแข็ง
ในเวลานี้แสงตะวันในเหมันต์ฤดูได้สาดแสงส่องลงมาทำเอาถนนชิงหลิวที่มีคนเดินไปมายิ่งดูคึกคักขึ้นไปอีกผู้คนที่
ดูจำนวนมากต่างพากันนั่งรถม้ามาที่แห่งนี้อย่างมิขาดสายเด็กชายที่รับผิดชอบจูงม้าเข้ามาโบกมือให้สัญญาณรถม้าไป
ทางลานกว้างหลังจากคนลงรถม้ากันแล้ว ต่างพากันพูดคุยหัวเราะอย่างสนุกสนานสำหรับต้วนชิงหมิงสิ่งที่เห็นตรงหน้า
เป็นอะไรที่แปลกตาแปลกใจไม่น้อย
ต้วนชิงหมิงเห็นภาพเบื้องหน้าจึงเกิดความสงสัยมากมายขึ้นมาภายในใจกระท่อมมากมายขนาดนี้ ต้องใช้แรงคน
มากมายเท่าไหร่กว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์
เมื่อคำถามต่างพรั่งพรูเข้ามาในหัวต้วนชิงหมิงจึงถามอย่างอยากรู้ “เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้าทำได้ยังไงกัน?”
ต้วนอวี้จึงพูดขัดขึ้นมาทันที “พี่สาวควรถามว่า พวกเราสองคนทำได้ยังไงมากกว่านะ”
ต้วนชิงหมิงตาโตขึ้นมา พร้อมกับความสงสัยในใจ “อวี้เอ๋อร์บอกพี่สาวมาสิที่นี่เจ้าก็ช่วยด้วยอย่างนั้นหรือ?”
โดยปกติต้วนอวี้เป็นเด็กน้อยที่ไม่น่าจะฉลาดได้มากขนาดนี้หากบอกว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะต้วนอวี้
ร่วมมือกับเหยียนหลิ่งอวี๋หัวเด็ดตีนขาดต้วนชิงหมิงไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นต้วนอวี้ไปเริ่มสนิทสนมกับเหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งแต่เมื่อไหร่กันสนิทกันถึงขั้นสร้างที่แห่งนี้ด้วยกันเลย
หรือ?
ต้วนอวี้หัวเราะ “หึ หึ” ออกมาพูดอย่างอมยิ้ม “ใช่แล้วนี่เป็นผลงานระหว่างเหยียนหลิ่งอวี๋กับอวี๋เอ๋อร์เอง”
ต้วนชิงหมิงมองดูต้วนอวี้ ค่อยมองเหยียนหลิ่งอวี๋ราวกับไม่เขื่อคำพูดของต้วนอวี้อย่างไรอย่างนั้นแต่ทางเหยียน
หลิ่งอวี๋กลับพยักหน้ารับอย่างจริงจัง “พูดตามความจริง ที่ตรงนี้เป็นเช่นนี้ได้เพราะความตั้งใจของต้วนอวี้ทั้งนั้น!”
เมื่อต้วนชิงหมิงได้ยินก็เลิกตาโต พูดอย่างประหลาดใจ “เป็นไปได้ยังไงอวี้เอ๋อร์จะทำเรื่องพวกนี้ได้ยังไง?”
ต้วนอวี้ยกมือปั้องปากที่อมยิ้มออกมา “ใช่แล้ว อวี้เอ๋อร์เป็นคนออกความคิดทั้งหมดส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคน
ออกแรงขอรับ!”
ต้วนชิงหมิงฟังแล้วพลันหัวเราะออกมา “โอ้โหอวี้เอ๋อร์เป็นคนออกความคิดเลยเหรอ… อย่างนั้นลองบอกพี่สาวมา
สิกระท่อมเหล่านี้คิดออกมาได้ยังไง?”
ต้วนอวี้หัวเราะคิกคักออกมา พร้อมกับพูดไปด้วยว่า “พี่สาวเรื่องพวกนี้อวี้เอ๋อร์บังเอิญใช้เวลาทั้งคืนกว่าจะคิดขึ้น
มาได้หากใช้นํ้าแข็งสร้างเป็นกระท่อมน่าจะแข็งแรงพอไหวฉะนั้นจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาและให้เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคน
ลงมือออกแรงขอรับ”
“อวี้เอ๋อร์คิดเก่งเหลือเกิน!” ต้วนชิงหมิงพูดชมออกมา
ต้วนอวี้ได้ทีก็ยิ้มน้อยๆคิดในใจว่านี่เป็นความคิดในนิยายของท่านกู่หลงที่เขียนไว้ เขาเพียงแอบเอาความคิด
สร้างสรรค์นั้นมาลองใช้ดูโชคดีที่ท่านกู่หลงยังไม่ได้เกิดในยุคนี้มิอย่างนั้นคงต้องฟั้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์อีกทั้งต้วนอวี้ยังรู้ว่า
มีชาวเอสกิโมอาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือเพียงแต่ยังไม่มีใครสำรวจไปพบเท่านั้นเอง
ต้วนชิงหมิงได้กวาดสายตามองไปโดยรอบทันใดนั้นนางชี้นิ้วออกไปและพูดขึ้น “ภายในกระท่อมนํ้าแข็งยังมี
ของกินขายอีกหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารับและตอบกลับไป “แน่นอนหากไม่มีร้านขายของและอาหารเลิศรส ที่นี่จะเรียกว่าถนน
ชิงหลิวได้อย่างไร?”
ต้วนชิงหมิงยังนึกไม่ออกว่าการทำอาหารในกระท่อมที่ทำจากนํ้าแข็งรสชาติจะออกมาเป็นเช่นไร
เหยียนหลิ่งอวี๋เหมือนอ่านความคิดของต้วนชิงหมิงออกเขาจึงไม่พูดอะไรได้แต่กวักมือ เห็นคนถือเสื้อคลุมสีดำมา
ให้เหยียนหลิ่งอวี๋จากนั้นนำไปคลุมตัวต้วนชิงหมิงและพูดเสียงแผ่วเบา “เจ้าว่าหรือไม่ที่ตรงนี้หนาวเย็นกว่าในเมืองหลวง
นิดหน่อย”
เมื่อเสื้อคลุมสีดำได้ห่มตัวต้วนชิงหมิงที่กำลังหนาวตัวสั่นไปหมดจนนางพลันสัมผัสความอบอุ่นได้ในทันทีแล้วพยัก
หน้า ก่อนตอบกลับไปว่า “ไม่เพียงหนาวเย็นเท่านั้นที่นี่หนาวเย็นกว่าในเมืองหลวงเป็นอย่างมาก”
เหยียนหลิ่งอวี๋อมยิ้มอยู่นานสองนานจากนั้นพาต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ไปเดินดูทุกซอยทุกมุมจนทั่ว
ภายในกระท่อมนํ้าแข็งมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างแต่สิ่งที่น่าแปลกคือข้างในนั้นเมื่อจุดไฟขึ้นก็ให้ความอบอุ่นออกมาจน
นำแข็งภายในค่อยๆ ใสปิงขึ้นมา
ด้านในมีพรมหนาที่ทำจากวัสดุกันความร้อนและความเย็นปูพื้นที่ด้านในจนเต็มดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าความหนาว
เย็นจะทำอะไรได้
ต้วนอวี้ทำไม้ทำมืออธิบายว่ากระท่อมแห่งนี้สร้างจากนํ้าแข็งก้อนใหญ่มาประกอบเข้าด้วยกันจนแข็งแรงมั่นคง
และลมเข้าออกไม่ได้ดังนั้นภายในห้องจึงอบอุ่นกว่าด้านนอกยิ่งเอาเสื่อมาปูที่พื้นอีกก็สามารถพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยแล้ว
ต้วนชิงหมิงที่ได้ยินกลับตาโตขึ้นมา ทุกปีล้วนมีหิมะตกโปรยปรายลงมาเป็นจำนวนมากแต่นึกไม่ถึงว่าจะมีใครเอา
หิมะที่กลายเป็นนํ้าแข็งเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้ถึงขนาดนี้
เหยียนหลิ่งอวี๋กับต้วนอวี้ต่างใจฟูที่ได้รับคำชมมิขาดปากจากต้วนชิงหมิงทั้งสามคนจึงนั่งลงบนนํ้าแข็งก่อนจะนั่ง
จิบชาร้อนๆ อย่างละเมียดละไม
พูดได้ว่าสถานที่แห่งนี้เหยียนหลิ่งอวี๋ใช้แรงกายแรงใจทุ่มเทลงไปไม่น้อยอีกทั้งนํ้าชายังเป็นนํ้าจากหิมะที่บริสุทธิ์
ค่อยๆ หลอมละลายลงมา เพียงแต่การมาที่นี่ในครั้งนี้เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องเสียงเงินทุ่มเมลงไปมากเพียงใด
ต้วนชิงหมิงกวาดสายตามองดูด้านในอย่างละเอียดพบว่ากระท่อมนํ้าแข็งนี้เป็นหลังคาเป็นทรงกลม ต้วนชิงหมิง
แปลกใจขึ้นเหตุใดภายในกระท่อมหิมะแม้จะจุดไฟให้ความอบอุ่นแต่กลับไม่มีนํ้าละลายหยดลงมาบ้างเลยหรือ?
ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดก่อนจะเอื้อนเอ่ยถามไป “หลังคาด้านบนทาอะไรที่กันนํ้าใช่หรือไม่?”
ต้วนอวี้กับเหยียนหลิ่งอวี๋อดหัวเราะออกมามิได้จากนั้นต้วนอวี้อธิบายกลับไปว่า “พูดแบบไม่ปิดบังพี่สาวเลยนะ
ด้านบนติดเสื่อนํ้ามันที่สั่งทำขึ้นอย่างพิเศษมีทั้งมีสีและไม่มีสีฉะนั้นหากไม่ตั้งใจสังเกตให้ดีอาจมองไม่ออกแต่นี่พี่สาวกลับ
สังเกตออกตั้งแต่แรกเห็น”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับรู้นางอดคิดไม่ได้ว่าครั้งนี้ต้องใช้เงินมากเพียงใดกว่าจะทำออกมาได้หลังจากเหมันต์ในปีนี้
ผ่านพ้นไปภัยพิบัติจะตามมา นางจึงอดไม่ได้ที่จะถามหยั่งเชิง “องค์ชายสามสร้างถนนชิวหลิงและกระม่อมนํ้าแข็งพวกนี้
ขึ้นมา คงต้องใช้เงินไปหลายตำลึงสิเจ้าคะ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋อมยิ้ม ก่อนจะตอบไม่ตรงกับคำถามกลับไป “เจ้าก็เห็นแล้วสินะ ที่นี่มีคนมาเที่ยวมากมายมิใช่
หรือ?”
ทุกอย่างเป็นดั่งที่เขาพูดมามีผู้คนมากหน้าหลายตาต่างมาเยี่ยมชมมิได้ขาดสายหากมองในพริบตาเดียวก็รู้ได้ทันที
ว่าพวกเขาล้วนเป็นคนที่มาจากตระกูลสูงศักดิ์และรํ่ารวยทั้งนั้น