การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 430 ความคิดสร้างสรรค์ของต้วนอวี้
ต้วนชิงหมิงมองออกว่าคนที่มาที่นี่ต่างมีเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกโส่วหลูถือติดมือและหมวกที่ใส่กันลมหนาวอย่าง
มิดชิดเดินลงมาจากรถม้าอยู่เรื่อยๆเมื่อมองมาจากที่ไกลๆ ก็สามารถเห็นกลุ่มคนที่มีฐานะมาเล่นพักผ่อนกันที่นี่
ผู้คนที่มาที่นนี่ต่างมีหน้าตาที่ตื่นตาตื่นใจราวกับค้นพบขุมทรัพย์อย่างไรอย่างนั้นหรือว่าการมาเที่วเล่นที่นี่
นอกจากมาดูกระท่อมนํ้าแข็งแล้วยังมีอย่างอื่นที่รอค้นพบอีก?
ถึงแม้สถานที่ตรงนี้จะอยู่ห่างไกลไปเสียหน่อยกลับดึงดูดคนให้มาท่องเที่ยวได้ไม่น้อย เพราะเหมันต์ฤดูที่หนาว
เหน็บเช่นนี้คนมีฐานะส่วนใหญ่เบื่อหน่ายกับการอยู่ในจวน ในทางกลับกันต้วนชิงหมิงไม่อยากย่างกรายออกจากจวนใน
อากาศที่หนาวเหน็บเช่นนี้นางเพียงอยู่เงียบๆ ในจวนก็พอแล้ว
แต่ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วต้วนชิงหมิงมองเหยียนหลิ่งอวี๋ราวกับต้องการคำถามหลายๆ อย่างจากปากของเขา
เหยียนหลิ่งอวี๋หันหน้ามองไปโดยรอบ พูดด้วยท่าทางจริงจัง “เจ้าก็คงเดาได้ว่าการสร้างที่นี่ต้องใช้เงินจำนวนไม่
น้อยทั้งค่าแรงค่าของแม้ข้าไม่ได้รํ่ารวยเท่าไหร่แต่การสร้างกระท่อมนํ้าแข็งก็มิได้เหนือบ่ากว่าแรงขนาดนั้นฉะนั้นเงินที่นำ
มาใช้สร้างข้าได้ขอหยิบยืมมาจากหลายคนดังนั้นไม่ว่าใครมาเที่ยวใช้บริการที่นี่ จะมีการจดบันทึกค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด
ถี่ถ้วน”
ค่าใช้จ่ายหรือ?
แสดงว่าค่าใช้จ่ายในการมาเที่ยวที่นี่ครั้งหนึ่งคงต้องใช้เงินมากจำนวนหนึ่งเลยทีเดียวเลยพูดได้ว่าต้วนชิงหมิงเริ่ม
สงสัยจุดประสงค์ในการสร้างที่นี่ของเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมาแล้ว
ต้วนอวี้มองตามสายตาของต้วนชิงหมิงไปจากนั้นชี้นิ้วไปข้างนอกและพูดเสียงเบา “พี่สาวจะต้องคิดไม่ถึงแน่ๆที่นี่
ทานอาหารหนึ่งมือใช้จ่ายเงินเท่าไหร่?”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมา
ต้วนอวี้จึงทำหน้าทำตาให้ต้วนชิงหมิงรอดูสิ่งที่เขาจะทำต่อไปต้วนอวี้เงยหน้าขึ้นมองเหยียนหลิ่งอวี๋ “เหยียนหลิ่ง
อวี๋เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยเล่า ตอนนี้ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว!”
อันที่จริงต้วนอวี้พาต้วนชิงหมิงมาที่เพื่อต้องการให้นางดูความคิดสร้างสรรค์ที่เขาได้คิดขึ้นไม่ใช่ให้เหยียนหลิ่งอวี๋
มาพล่ามเรื่องจำนวนเงินฉะนั้นต้วนอวี้ฟังอยู่ได้ไม่นานจึงพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมา
เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ฟังจึงได้สติขึ้นมาว่าเขาพูดมากเกินไปแล้วเขารีบหัวเราะกลบเกลื่อนและพูดขึ้น “ได้สิพวกเรา
กินไปด้วยคุยไปด้วยก็แล้วกัน”
ระหว่างที่พูดนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋แอบส่งสัญญาณมือให้กับคนคอยปรนนิบัติเพื่อให้ออกไปจากกระท่อมนํ้าแข็งแห่ง
นี้ไปเตรียมอาหารยกเข้ามา
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าต้วนอวี้เป็นน้องชายที่ทานยาก อะไรอร่อยอะไรไม่อร่อย เขาสามารถอธิบายชี้แจงได้อย่างละเอียด
ยิบระหว่างที่ต้วนอวี้ทานอาหารไปก็พูดชมอร่อยออกมาต้วนชิงหมิงเลยคิดว่าคงเป็นอาหารที่ทำจากวัตถุดิบที่หายาก แต่
นางกลับขมวดคิ้วขึ้นนึกไม่ถึงว่าอาหารตรงหน้าจะเป็นหน่อไม้อบสมุนไพรกับกูดเกี๊ยะ[1]ผัดเต้าหู้……
อาหารเจ็ดถึงแปดอย่างถูกยกมาจัดวางอยู่บนโต๊ะต้วนชิงหมิงพบว่าอาหารทำมาจากวัตถุดิบที่หาได้ง่ายทั้งนั้น
นางจึงอดแปลกใจถามขึ้นไม่ได้ว่า “อวี้เอ๋อร์อาหารเหล่านี้อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เนื่องจากอาหารบนโต๊ะนอกจากหน่อไม้อบสมุนไพรก็จะเป็นอาหารที่ทำจากกุนเชียง ไม่ก็รายการอาหารพื้นๆ
ทั่วไปอีกอย่างยังไม่รู้ว่านํ้ามันที่ใช้ผัดเป็นนํ้ามันอะไรถึงแม้อาหารบนโต๊ะจานสองจานดูเย็นชืดหมดแล้ว ทว่านํ้ามันยังไม่
ได้จับตัวเป็นไขมิหนำซํ้าบรรดาอาหารเหล่านี้ยังมีฝาครอบใสครอบไว้อีกทำให้ไม่ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยโชยออกมา
แต่ดูท่าทางที่นํ้าลายสอของต้วนอวี้แล้ว ต้วนชิงหมิงทำได้เพียงส่ายหัวเท่านั้น “อวี้เอ๋อร์คงหิวมากสินะ?”
ต้วนอวี้มองต้วนชิงหมิงด้วยสายตาที่มีบางอย่างซ่อนไว้ “พี่สาวอย่ารีบร้อนไปประเดี๋ยวจะมีอะไรให้ตื่นตตาตื่นใจ
อย่างแน่นอน!”
เหยียนหลิ่งอวี๋เอาแต่มองต้วนชิงหมิงโดยไม่ปริปากพูดอะไรเขาเอาแต่ผายมือทำท่าทำทาง “เชิญ”
ต้วนชิงหมิงที่มองดูอาหารที่พบเห็นพวกนี้ก็รีบหันไปมองหน้าต้วนอวี้ด้วยความรีบร้อน จากนั้นฝาครอบใสได้เปิด
ออกกลุ่มควันหมอกสีขาวจึงได้พวยพุ่งออกมาส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้องในทันที
กลิ่นหอมเหล่านั้นหอมเป็นพิเศษ กระทั่งต้วนชิงหมิงอดใจไม่ไหวรีบคว้าตะเกียบขึ้นมาคีบเต้าหู้เข้าปากอย่างระวัง
เมื่อได้ลิ้มรสพลันร้องออกมาด้วยความตกใจ “นี่เป็นอาหารที่พ่อครัวขั้นเทพเซี่ยกั่วรังสรรค์อย่างนั้นหรือ?”
พ่อครัวขั้นเทพ!
เซี่ยกั่ว!
ที่แท้ทั้งสองชื่อล้วนเป็นคนเดียวกันเขาเป็นคนที่ชำนาญอาหารประเภททุกอย่างเพียงแต่มีนิสัยและอารมณ์ที่
แปลกประหลาดไม่เหมือนใคร
ผู้คนต่างพูดติดปากกันว่า ในสายตาของคนในราชสำนักผู้มีอำนาจที่สุดในใต้หล้าคือโอรสสวรรค์อย่างฮ่องเต้ ใน
สายตาของชาวบ้านคนที่พวกเขาอิจฉามากที่สุดก็คือพ่อครัวขั้นเทพเซี่ยกั่ว!
ใช่แล้ว เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเซี่ยกั่วเป็นอาหารที่เขาทำจริงๆ ด้วย!
สาเหตุที่เซี่ยกั่วมีชื่อเสียงไปทั่วมีสองประการ ประการแรกคือเขาเป็นคนที่ชํ่าชองการทำอาหารทุกประเภท
ประการที่สองก็ยังเป็นเขาที่ชํ่าชองการทำอาหารทุกประเภทอย่างมากๆ!
แต่ว่าคนในใต้หล้าที่ต้มอาหารได้และมีชื่อเสียงด้วยมีมากมายนับมิถ้วนมีเพียงเซี่ยกั่วที่ทำให้ทุกคนต่างจดจำเขา
ได้มิมีวันลืมเลือน
และเหตุผลที่ทำให้ทุกคนต่างจดจำเขาได้ไม่ลืมเลือนมาจากการรังสรรค์อาหารไม่ว่าจะผัดหรือต้มล้วนแล้วแต่
สามารถชูและดึงรสชาติของอาหารนั้นๆออกมาตามใจปรารถนา รวมทั้งการใส่เครื่องปรุงที่ตามนํ้าหนักมือที่กะไว้เช่นการ
ใส่เกลือ เขาไม่เคยคำนึงขนาดของกะทะ แต่จับโยนเข้ากะทะตามความพอใจ
คนที่ทำอาหารเช่นนี้ไม่ควรได้เป็นพ่อครัวที่มีชื่อเสียงซึ่งไม่ต่างกับคนที่อยากสอบได้จอหงวน แต่ไม่เคยศึกษา
รํ่าเรียนอย่างจริงจัง
เสียดายตรงที่ไม่ว่าจะเปรียบเทียบอย่างไรอาหารที่เซี่ยกั่วรังสรรค์ขึ้นยังคงเป็นที่หนึ่งในใต้หล้าอยู่ดี
เซี่ยกั่วผู้นี้สามารถนำวัตถุดิบที่หาได้โดยง่ายทำออกมาเป็นอาหารเลิศรสที่ได้ทานเมื่อใดก็มิสามารถลืมเลือนไป
จากใจได้ ไม่ว่าเขาจะใส่เกลือหรือน้อยก็ยังเป็นอาหารสุดพิเศษคุ้มค่ากับการลิ้มรสอยู่ดี
ในชาติที่แล้ว ต้วนชิงหมิงได้รู้จักเซี่ยกั่วด้วยความบังเอิญแต่ยังไม่เคยได้ลิ้มรสอาหารที่เขารังสรรค์ขึ้นมาเลยใน
ที่สุดมาในชาตินี้เมื่อต้วนชิวหมิงได้ลิ้มรสก็รู้สึกระลึกถึงเรื่องราวต่างๆจนพูดอะไรไม่ถูก
ต้วนอวี้มองไปที่ต้วนชิงหมิงยู่ปากถามขึ้น “พี่สาวยังมีรายละเอียดบางอย่างที่พี่สาวไม่ทันได้สังเกตนะ”
ต้วนชิงหมิงเลิกคิ้วขึ้น มองไปยังอาหารที่ส่งกลิ่มหอมโชยมาทันใดนั้นนางก็เม้มปากจากนั้นหัวเราะขึ้น “อวี๋เอ๋อร์
คงไม่ได้อยากพี่นะว่าฝาครอบใสนี้ก็เป็นความคิดของอวี้เอ๋อร์อีกหรือ?”
ฝาครอบอาหารสีใสเหมือนกับหลังคากระท่อมนํ้าแข็งมีประโยชนืในการรักษาอุณหภูมิของอาหารภายใต้ความ
หนาวเหน็บเช่นนี้เมื่อนำมาจัดวางบนโต๊ะและเปิดออก อาหารก็ยังร้อนอยู่อย่างเดิม
ต้วนอวี้ได้ฟังก็หัวเราะชอบใจ “ใช่แล้วท่านพี่ฝาครอบใสนี้เป็นความคิดของอวี้เอ๋อร์เอง……”
ต้วนชิงหมิงถามขึ้นอย่างแปลกใจ “อวี้เอ๋อร์ทำได้ยังไงกัน? อีกอย่างพวกเจ้าทั้งสองคนใช้วิธีอะไรถึงสามารถเชิญ
พ่อครัวขั้นเทพเซี่ยกั่วมาได้?”
เพราะทุกคนต่างรู้ว่าพ่อครัวขั้นเทพเซี่ยกั่วชอบปฏิเสธและไม่ชอบผูกมัดอยู่กับใครสิ่งสำคัญยังไม่ชอบคบค้า
สมาคมกับบรรดาผู้สูงศักดิ์อีกดังนั้นหากบอกว่าจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อเชิญมาย่อมไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน
ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดโดยทอดสายตาลงไปฝาครอบอาหารสิ่งใดกันที่สามารถดึงดูดความสนใจของพ่อครัวขั้นเทพเซี่
ยกั่วได้?
ต้วนอวี้ได้แต่อมยิ้มไม่พูดไม่จา
พูดก็พูดเถอะฝาครอบอาหารเป็นนวัตกรรมของคนยุคปัจจุบันของต้วนอวี้ทำจากวัสดุที่หาง่ายและทำได้ไม่ยากแต่
ถ้าทำขึ้นในยุคโบราณแบบนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่ต้วนอวี้จึงลงทุนลงแรงมากมายกว่าจะทำของสิ่งนี้ขึ้นมาได้
ทางด้านเหยียนหลิ่งอวี๋จู่ๆ พูดแทรกขึ้น “ต้วนอวี้เป็นเด็กที่เก่งไม่เบาเลยไม่เพียงสามารถออกแบบกระท่อมนํ้า
แข็งได้ ยังสามารถสร้างฝาครอบอาหารขึ้นมาได้อีกสิ่งนี้เองจึงสามารถเชิญพ่อครัวขั้นเทพเซี่ยกั่วมาทำอาหารที่นี่ให้แบบ
ไม่คิดเงินในช่วงหน้าหนาว!”
ต้วนชิงหมิงอมยิ้มออกมา การที่จะเป็นพ่อครัวขั้นเทพได้นั้นต้องมีอาหารหลักที่ทำให้ผู้คนหลงใหลจนยากลืม
เลือนนึกไม่ถึงว่าการลุ่มหลงของเขาจะกลายเป็นจุดอ่อนที่ต้วนอวี้สามารถใช้ประโยชน์จากเขาได้
[1]กูดเกี๊ยะ เป็นพืชในสกุลเดียวกับเฟิร์นมีมากกว่าร้อยสายพันธุ์มีทั้งชนิดดูคล้ายปาล์มและเป็นเหง้า บางพันธุ์ใบ
อ่อนหรือยอดอ่อนกินเป็นอาหารได้