การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 433 เคราะห์หามยามร้ายของต้วนอวี้หราน
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 433 เคราะห์หามยามร้ายของต้วนอวี้หราน
เมื่อได้ยินที่หลิวหรวสั่งเยวี่ยหวากับเยวี่นเจียต่างหน้าถอดสี ขาไร้เรี่ยวแรงที่จะลุกยืนขึ้นมา
เจ้านายออกไปสร้างเรื่องบ่าวใช้ต้องมารับผิดแทนเป็นสิ่วที่พบเห็นอยู่เสมอแต่ตอนนี้ต้วนอวี้หรานกลับแอบหนี
ออกไปข้างนอก โดยไม่บอกกล่าวแม้แต่บ่าวใช้สองคนนี้เช่นนั้นจะให้พวกนางระบายความไม่พอใจออกมาได้ยังไง
ต้วนชิงหมิงเดินขึ้นไปสองก้าวส่ายหน้าเล็กน้อย พูดเสียงเรียบกับหลิวหรง “อี๋เหนียงใจเย็นๆ ลงก่อน รอหาน้องอ
วี้หรานพบค่อยลงโทษบ่าวสองคนนี้ก็ยังไม่สายไปหรอก!”
หลิวหรงมองต้วนชิงหมิงด้วยสายตาไม่พอใจและขัดเคืองเป็นที่สุดราวกับคลื่นทะเลที่โหมซัดกระหนํ่าเข้าฝัง
ต้วนชิงหมิงได้แต่ยืนนิ่งพร้อมกับยืนยิ้มเยาะอยู่ในใจ
คนอย่างต้วนอวี้หรานจะเกิดอะไรขึ้นได้อย่างมากก็แค่สร้างเรื่องวุ่นวาย ส่วนหลิวหรงที่ไม่ให้บ่าวใช้ออกไปตามหา
ตัวต้วนอวี้หรานกลับมานั่งทรมานบ่าวใช้อยู่ตรงนี้
หลิวหรงพูดเสียงแหลมออกมา “หรานเอ๋อร์ของข้าไม่พบแล้ว ต้วนชิงหมิง… เจ้าคงดีใจมากสิน่ะเจ้ามันตัวซวยรู้
บ้างหรือเปล่า? ถ้าเจ้ายังอยู่ที่นี่ต่อไปหรานเอ๋อร์ของข้าไม่มีทางมีชีวิตที่ดีขึ้นมาได้!”
ในเมื่อต้วนเจิ้งไม่อยู่ที่นี่คนในเรือนก็เป็นพวกของหลิวหรง นางจึงไม่จำเป็นต้องสร้างภาพเป็นคนดีอีกต่อไป…ทุก
ครั้งที่เกิดเรื่องขึ้นกับต้วนอวี้หรานย่อมหนีไม่พ้นต้องเกี่ยวข้องกับต้วนชิงหมิงในครั้งนี้ก็เช่นกัน ต้วนอวี้หรานหายตัวไป
ย่อมเกี่ยวกับต้วนชิงหมิงเป็นแน่
ในเมื่อต่างฝั่ายต่างไม่ต้องรักษาภาพลักษณ์แล้วต้วนชิงหมิงก็ไม่มีความจำเป็นต้องปันหน้าต่อไปอีก นางมองไปที่
หลิวหรงและพูดเย็นชา “คำพูดของอี๋เหนียงช่างประหลาดเหลือเกิน ถ้าบอกว่าเป็นตัวซวยไม่รู้ใครกันแน่ที่เป็น… ครั้ง
ก่อนข้ากับอวี้เอ๋อร์เจอเรื่องอันตรายบัดนี้ข้าได้ตรวจสอบจนรู้ความจริงทั้งหมดเข้าแล้วเหลือเพียงรอเวลาเอาความจริง
มาตีแผ่อี๋เหนียงจะได้รู้กันไปว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวซวย……”
พอหลิวหรงได้ยินสีหน้าถอดสีในทันที
เรื่องที่เกิดขึ้นกับต้วนอวี้นั้นหลิวหรงรู้ดีว่าเป็นฝีมือของต้วนอวี้หราน อย่างนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นกับต้วนชิงหมิงคงหนี
ไม่พ้นนํ้ามือของต้วนอวี้หรานด้วยเช่นกันเมื่อใดกันหนอที่หรานเอ๋อร์ใจกล้าถึงเพียงนี้ นางคงแอบใช้เงินซื้อลูกน้องไว้คอย
เรียกใช้
เมื่อเห็นหลิวหรงเอาแต่นิ่งเงียบไปต้วนชิงหมิงเลยแสยะยิ้มใส่ จากนั้นให้คนเข้าไปช่วยประคองเยวี่ยหวากับเยวี่ย
ซิ่วขึ้นมาแล้วสั่งให้บ่าวใช้ในเรือนนี้ออกไปตามหาต้วนอวี้หรานให้หมด
การที่ต้วนอวี้หรานหายตัวไปหรือเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับนางนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจของต้วนชิงหมิงแม้แต่น้อยแต่
เรื่องนี้ดันมาเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของคุณหนูในจวนต้วนต้วนชิงหมิงจึงมิอาจนิ่งเฉยดูดายตามใจปรารถนาได้อย่างไรเสียต้
วนอวี้หรานก็เป็นบุตรสาวคนหนึ่งในจวนต้วน หากเกิดเรื่องขึ้นมาคงต้องเสื่อมเสียมาถึงหน้าตาต้วนชิงหมิงอีกทั้งเพิ่งจะ
เป็นวันตรุษจีนกลับเกิดเรื่องนี้ขึ้นยามนี้ต้องหาวิธีจัดการหาตัวต้วนอวี้หรานให้เร็วที่สุด
หลิวหรงได้แต่กัดฟันยอมฟังคำสั่งที่ต้วนชิงหมิงจัดแจงก่อนจะไปหลิวหรงได้พูดอย่างไม่ชอบใจ “ต้วนชิงหมิงอย่า
คิดนะว่าเจ้าช่วยหรานเอ๋อร์แล้วข้าจะขอบคุณเจ้าน่ะ!”
ต้วนชิงหมิงตอบเสียงเรียบ “ที่ข้าทำเช่นนี้เพื่อช่วยท่านพ่อแบ่งเบาความกังวลส่วนคำขอบคุณของอี๋เหนียงนั้น…
ช่างมันเถอะ! มันไม่จำเป็นสำหรับข้า!”
หลิวหรงฟัโกรธจนหน้าดำหน้าแดงนางจ้องต้วนชิงหมิง พูดทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ต้วนชิงหมิง เจ้าอย่า
กำเริบเสิบสานให้มากเรื่องนี้ข้าไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ อย่างแน่นอน!”
“อี๋เหนียงตายสบายแล้วกัน” ต้วนชิงหมิงแสยะยิ้ม
หลังจากพูดจบนางก็กลับตัวเดินออกจากเรือนต้วนอวี้หรานไป
เมื่อหลิวหรงเห็นต้วนชิงหมิงกำลังจะเดินจากไปนางรีบสาวเท้าไปยืนขวางไว้ข้างหน้า พูดอย่างชิงชัง “เจ้าจะไป
ไหน? น้องสาวของเจ้าหายตัวไปแล้วหรือว่าเจ้าอยากให้คนรู้เรื่องนี้กันทั่วเมืองหลวง?”
เนื่องจากหลิวหรงนึกว่าต้วนชิงหมิงจะนำเรื่องต้วนอวี้หรานหายตัวไปบอกต้วนเจิ้ง
พอหลิวหรงสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวขวางทางไว้กลิ่นหอมผสมกลิ่นเหม็นได้โชยเข้าจมูกทำให้ต้วนชิงหมิงอยาก
อาเจียนออกมา
ถึงแม้หลิวหรงพยายามใช้กลิ่นหอมกลบกลิ่นเหม็นแต่ต้วนชิงหมิงที่จมูกไวกลับได้กลิ่นเหม็นนั้นอย่างชัดเจน
ในเวลานี้สำนวนที่กล่าวว่า “ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิดไม่มิด” คงเหมาะสมกับหลิวหรงมากที่สุด
ต้วนชิงหมิงเอาแต่ส่ายหน้า “ข้านึกว่าอี๋เหนียงฉลาดกว่านี้เสียอีกนึกไม่ถึงว่าน้องอวี้หรานหายตัวไป ไม่ว่าจะตั้งใจ
หรือไม่ตั้งใจก็ดีล้วนไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อจวนต้วนเหตุใดข้าต้องนำเรื่องเช่นนี้ไปปั่าวประกาศให้รู้กันถ้วนทั่วด้วย?”
เมื่อเห็นหลิวหรงถอนหายใจออกมาต้วนชิงหมิงจึงแสยะยิ้มให้ “แต่อี๋เหนียงต้องปิดปากให้สนิทหน่อยแล้วกันมิ
อย่างนั้นชื่อเสียงของน้องอวี้หรานอาจเสื่อมเสียด้วยนํ้ามือของอี๋เหนียงเสียเอง”
คำพูดของต้วนชิงหมิงทำเอาหลิวหรงยืนแทบไม่ติดอยู่กับที่ระหว่างที่นางกำลังจะอ้าปากพูด ต้วนชิงหมิงกลับตัด
หน้าขึ้นก่อน “ช่วงนี้อี๋เหนียงเปลี่ยนเครื่องหอมแล้วหรือ… กลิ่นนี้หอมนี้ขนาดข้าดมยังรู้สึกฉุนไปหน่อยไม่ต้องพูดถึงท่าน
พ่อหรอก… จริงสิท่านพ่อไม่ได้ไปพักที่เรือนอี๋เหนียงตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ? เรื่องโรคที่เป็นยังไม่รีบเร่งรักษาอีก?”
คำพูดนี้แทงใจดำหลิวหลงอย่างหนักนางมองหน้าต้วนชิงหมิงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ต้วนชิงหมิงอย่าคิดนะ
ว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นคนเล่นงานข้า!”
ต้วนชิงหมิงยิ้มเยาะทุกๆ เรื่องต้องมีหลักฐานมายืนยันจะพูดพล่อยๆ มิได้ แต่ถ้าไม่มีพูดไปก็ไร้ประโยชน์ทำอะไร
ไม่ได้อยู่ดี
ยิ่งเห็นหลิวหรงโกรธจนลมออกหูโดยที่ทำอะไรไม่ได้ความเคียดของต้วนชิงหมิงที่มีกับหลิวหรงมาก็ค่อยๆ จาง
คลายลง
เห็นได้ชัดว่าการหายตัวไปของต้วนอวี้หรานทำเอาหลิวหรงเสียกระบวนท่าดังนั้นต้วนชิงหมิงเชื่อมั่น อีกไม่นาน
หลิวหรงต้องได้รับรู้รสชาติของการสูญเสีย
โดยเริ่มสูญเสียต้วนเจิ้งไปก่อน ตามด้วยต้วนอวี้หราน จากนั้นทุกอย่างจะค่อยๆสูญเสียไป
เมื่อต้วนชิงหมิงเดินออกจากเรือนของต้วนอวี้หรานก็แอบถอนหายใจยาวๆ ออกมาอย่างโล่งใจ เห็นได้ชัดว่าระ
หว่างต้วนชิงหมิงต้วนอวี้หรานและหลิวหรงนับเป็นการสู้รบที่ไม่มีที่สิ้นสุดเว้นเสียแต่ว่าจะมีใครตายไปข้างหนึ่งกันก่อน
บัดนี้ต้วนอวี้หรานหายตัวไปแล้วต้วนชิงหมิงได้แต่รอการกลับมาใหม่อีกครั้งของต้วนอวี้หรานเพื่อรอดูนํ้าหน้าคน
ที่ร่วมมือกับต้วนอวี้หรานมาเล่นงานนาง
ในชาติที่แล้วต้วนอวี้หรานใช้ทุกวิถีทางในการแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากต้วนชิงหมิงมาในชาตินี้ต้วนชิงหมิงจะยอม
ให้ต้วนอวี้หรานได้ทุกอย่างตามที่ปรารถนาจากนั้นค่อยเอากลับคืนมาทั้งหมดเพื่อให้ต้วนอวี้หรานได้ลิ้มรสชาติการสูญ
เสียว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่ทำให้ความทุกข์ทรมานเจียนขาดใจจากการสูญเสียลูกชายลูกสาวในอดีตให้
ผ่อนคลายลงมาได้
เนื่องจากต้วนชิงหมิงรีบเร่งออกไปข้างนอกจึงไม่ทันได้สังเกตด้านหน้าของมุมห้อง มีเงาดำเล็กๆ ที่กำลังมองนาง
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงเดินจากไป หลิวหรงก็สะบัดหน้าที่บูดบึ้งเดินตามออกไปส่วนเงาดำกลับเม้มปากเบาๆ ตอนนี้หลิวหรง
กระวนกระวายจนทำอะไรไม่ถูกแล้วขั้นต่อไปต้องให้เงินทองที่หลิวหรงเก็บเอาไว้ในมือค่อยๆ ปล่อยออกมา
หลิวหรง…ครั้งนี้เจ้าต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ ว่าจะเลือกบุตรสาวหรือเลือกเงินทองกันแน่?
ในที่สุดทางด้านต้วนอวี้หรานที่ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานมากเพียงใดก็ตื่นขึ้นมา
มืดหนอ
ทุกอย่างรอบข้างมืดมนอนธการทั่วไปหมด
ทุกทิศทุกทางของนางเงียบสงัดไร้เสียงใดมีเพียงกลิ่นของดินที่แตกระแหงกับกลิ่นของเน่าเหม็นบางอย่างโชยมา
อย่างแรง
ต้วนอวี้หรานค่อยๆใช้มือยันตัวที่นอนขึ้นมาให้ตั้งตรง จากนั้นใช้มือควานซ้ายทีควานขวาทีด้วยความลนลานไปทั่ว
ห้องก็พบแต่ความว่างเปล่าคลำอะไรไม่เจอสักอย่างเดียว
ต้วนอวี้หรานพยุงตัวขึ้นยืนเดินไปข้างหน้าสองก้าว พร้อมกับใช้มือควานทันทีที่นางได้ยินเสียงสะท้อนจากเท้าที่
ก้าวเดินก็รับรู้ได้ว่ากำลังอยู่ที่เคว้งคว้างว่างเปล่าไม่มีอะไร
ที่นี่เป็นที่ไหนกันแน่?
ต้วนอวี้หรานพยายามระลึกความจำขึ้นมาหลังจากที่เดินสะกดรอยตามต้วนชิงหมิง เพื่อสืบดูว่าต้วนชิงหมิงกำลัง
ทำอะไร ทว่าด้านหน้าของต้วนอวี้หรานกลับมีคนชุดดำเอาถุงกระสอบมาครอบนางจนสลบไปพอตื่นขึ้นมาก็ตกอยู่ใน
สภาพนี้แล้ว