การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 434 เอาเงินมาแลกชีวิต
ต้วนอวี้หรานเกาหัวด้วยความมึนงงนางคลำไปเรื่อยก็พบเพียงกำแพงสีด้าน และห้องที่ว่างเปล่าไม่มีสิ่งใด
ต้วนอวี้หรานเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาเป็นที่สุด
แม้ว่านางไม่ค่อยออกจากเรือนบ่อยนักแต่รู้ว่าข้างนอกมีคนชั่วเยอะที่คอยลักพาตัวผู้หญิงไปขายที่หอนางโลมเพื่อ
แลกเงินหรือไม่ก็ขังลืมอยู่ใต้ดินโดยไม่ให้เห็นแสงตะวัน
ถึงแม้เรื่องนี้ต้วนอวี้หรานไม่เคยต้องประสบพบเจอกัยตัวมาก่อนแต่เมื่อนางถูกตีจนสลบและพามาที่ไหนไม่รู้ รอบ
ข้างไม่มีผู้คน ความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าตกอยู่ในกำมือของใครความหวาดกลัวที่มีในใจจึงทวีคูณเป็นเท่าตัว
ต้วนอวี้หรานพยายามคลำไปทั่วๆหลายต่อหลายครั้งก็ไม่พบประตูและหน้าต่างแม้แต่บานเดียวนางเลยพยายาม
เคาะกำแพงและถามเสียงแหบแห้ง “ขอถามหน่อย มีใครอยู่บ้าง?”
ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา
ความกล้าในใจของต้วนอวี้หรานพลันปะทุขึ้นอย่างไม่ทันคาดคิดนางเคาะกำแพงและถามเสียงดังลั่น “ขอถาม
หน่อยข้างนอกมีใครอยู่บ้าง?”
ด้านนอกก็ยังคงเงียบสงัดไม่มีเสียงใดตอบกลับมามีเพียงเสียง “เวิง เวิง เวิง” สะท้อนกลับมาเข้าหูนางจนแสบ
แก้วหูไปหมด
นํ้าเสียงสะอึกสะอื้นระคนความแหบแห้งต้วนอวี้หรานจึงถามขึ้นอีกครั้ง “มีใครอยู่ข้างนอกบ้างช่วยพาข้าออกไป
ที!”
ทันทีที่สิ้นเสียงลงก็ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายทางกลับมา
หลังจากที่ต้วนอวี้หรานตะโกนถามไม่หยุดหย่อนจู่ๆ รอบข้างกลับมีการเคลื่อนไหวบางอย่างที่น่าประหลาดเกิด
ขึ้นราวกับว่ามีสิ่งของบางอย่างกำลังกระทบกับกำแพงต้วนอวี้หรานที่ได้ยินขนหัวลุกขึ้นทันที นางรีบใช้มือเคาะกำแพง
และร้องอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง “มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง? ช่วยปล่อยข้าไปทีข้าจะให้เงินทองมากมายตามที่เจ้าต้องการ”
ฮือฮือ ฮือ! ต้วนอวี้หรานกลัวสุดขีดจนอยากกลับเรือนไปหยิบเงินมาจ่ายตามที่คนมาช่วยต้องการเพื่อจะได้ปล่อย
ตัวนางกลับไป
ต้วนอวี้หรานที่ร้องไห้ไปด้วยตะโกนไปด้วย จนเสียงแหบแห้งไปหมดแล้ว แต่กระนั้นก็ไม่มีเสียงใดตอบนางกลับ
มาอยู่ดี
ต้วนอวี้หรานเป็นคนที่นิสัยชอบสร้างเรื่องสร้างปัญหาตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยต้องอยู่ในความมืดมิด ไร้ซึ่งความ
หวังใดๆแบบนี้มาก่อนในชีวิต เวลานี้นางไม่ต่างอะไรกับสัตว์ปั่าที่ถูกขังจองจำเอาไว้ได้แต่ส่งเสียงกรีดร้องอย่างสุดเสียงอยู่
ในมุมมืดมิดโดยไม่มีผู้ใดเหลียวแล
มีใครอยู่บ้าง?ด้านนอกมีใครไหม? มีคนอยู่ข้างนอกบ้างไหม?
เสียงร้องวิงวอนของต้วนอวี้หรานที่ทั้งสูงและแหลมได้ร้องผสมกับเสียงสะอึกสะอื้นจนแหบแห้งไปหมด ภายใน
ความมืดมนไร้ซึ่งแสงสว่างต่อให้ต้วนอวี้หรานจะแหกปากตะโกนร้องจนเส้นเสียงพังคงไม่มีใครสามารถตามมาตอบนาง
ได้
ความโดดเดี่ยวกับความหวาดกลัวได้ถาโถมเข้ามาภายในใจต้วนอวี้หรานอย่างไม่หยุดหย่อนภายในความอนธการ
ต้วนอวี้หรานราวกลับได้เห็นยมฑูตฉีกยิ้มให้จากนั้นยื่นมือแห่งความตายให้นาง วินาทีนั้นนางรับรู้ถึงการขยับเข้ามาทีละ
ก้าวทีละก้าว สิ่งที่เห็นนั้นเป็นสัตว์ปั่าหน้าตาอัปลักษณ์อย่างที่สุดกำลังจะกระโจนเข้ามาเพื่อฉีกร่างนางออกเป็นชิ้นๆ
เสียงหลอนข้างหูได้ดังก้องอยู่อย่างนั้นวนไปเวียนมาต้วนอวี้หรานที่หวาดกลัวจนตัวสั่นสะเทิ้มเป็นทุนเดิมในที่สุด
ก็สิ้นหวังอยู่ในความมืดมิดนี้นางเอามือกอดเข่าไว้แน่นเพื่อจะได้รักษาชีวิตที่นางรักจนวินาทีสุดท้าย
มีใครอยู่บ้าง?ที่นี่มีใครไหม? ปล่อยข้าออกไปได้ไหม?
ขอเพียงปล่อยต้วนอวี้หรานออกไปต้องการเงินทองมากมายเพียงใดนางมอบให้ตามต้องการ……
ในวินาทีที่ต้วนอวี้หรานหวาดกลัวจนสิ้นหวังกำแพงด้านหลังที่หนากลับมีเสียงหนักแน่นดังขึ้น “อยากออกไปงั้น
หรือ?”
ยังไม่ทันได้คิดไตร่ตรองต้วนอวี้หรานอ้าปากตอบกลับทันที “อยาก……”
ในความมืดมิดอนธการมีเสียงใครบางคนหัวเราะเยาะเย้ย ดูถูกดูแคลนออกมา…ราวกับสัตว์ปั่าที่ถูกจองจำอยาก
ออกไปมีชีวิตที่อิสระ เช่นนั้นสิ่งแลกเปลี่ยนจะเป็นชีวิตหรือว่าสิ่งใดกันแน่?
เมื่อได้ยินที่อีกฝั่ายหัวเราะเยาะเย้ยออกมาต้วนอวี้หรานกลับตอบอย่างเจียมตัว “ขอเพียงช่วยข้าออกไปได้ เจ้า
อยากได้อะไร ข้าจะเอาให้ทั้งหมด… เรื่องเงินนั้นข้าจะให้เจ้ามากมายตามที่ปรารถนา ขอร้องเพียงแค่ปล่อยข้าออกไป”
ชีวิตย่อมมีค่ามากกว่าเงินทองเครื่องประดับที่ราคาสูงลิบลิ่วพวกนั้นเพื่ออิสระแล้วต้วนอวี้หรานยอมสละทุกอย่าง
ได้
ด้านหลังของกำแพงหนาได้มีเสียงหัวเราะชั่วร้ายดังขึ้นมาอีกครั้ง “เจ้าสามารถให้เงินทองข้าได้มากเท่าไหร่?”
“มากมาย เยอะมากๆ ไม่ว่าเจ้าต้องการเท่าไหร่ ข้าจะเอาให้ทั้งหมด……” ต้วนอวี้หรานตอบอย่างไม่ลังเลใจ
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยนั้นเปลี่ยนเป็นเสียงเรียบนิ่ง “มากมายคือมากขนาดไหน… เหอะ เหอะ!มากพอกับราคาที่
จะขายให้หอนางโลมไหมเอ่ย? รู้หรือไม่ว่าแม้เล้ามาดูตัวเจ้าไว้แล้วและยังพอใจเจ้าอย่างมาก ยังยอมควักเงินจ่ายมากถึง
สิบเท่า………”
เสียงของชายคนนั้นยังคงพูดอย่างไม่รีบไม่ร้อน “หึ หึ! ฉะนั้นหากเจ้ามีเงินไม่มากพอข้าคงได้แต่เอาเจ้าขายให้แม่
เล้าคนนั้นไป”
แม่เล้า?
ในตอนนั้นเองต้วนอวี้หรานนึกถึงหญิงงามในหอนางโลมที่ต้องฉีกยิ้มต้อนรับแขกที่มาใช้บริการ นึกภาพดูว่านาง
ต้องตกไปอยู่ในสภาพเช่นนั้นต้วนอวี้หรานเหงื่อไหลท่วมตัวด้วยความกลัวนางรีบกระโจนเข้าไปที่กำแพงและร้องไห้
วิงวอน “ขอร้องเจ้าละ อย่าขายข้าให้ไปหอนางโลมเลยเจ้าต้องการเงินทองมากเท่าไหร่ ขอเพียงบอกจำนวนมาเท่านั้น
พอ……”
เสียงนั้นหัวเราะอย่างเลือดเย็น “แต่ว่าข้าจะเชื่อที่เจ้าพูดออกมาได้ยังไง? แม่เล้าคนนั้นทำการค้ากับข้ามาหลาย
ครั้งแล้วเรื่องเงินจึงไม่สำคัญเท่ากับความไว้ใจซึ่งกันและกันแต่ข้าไม่รู้จักเจ้าแล้วจะเชื่อได้ยังไงว่ามีเงินจริง?”
ทันใดนั้นต้วนอวี้หรานรีบตอบทันที “ข้ามี… ข้ามี… ข้าเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพต้วนไม่ว่าเจ้าต้องการเท่าไหร่
ข้าจะไปเอามาให้แน่นอน”
เสียงนั้นนิ่งเงียบไปพักใหญ่กว่าจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่ว่าเจ้าเป็นใครขอเพียงเข้าไปในหอนางโลมก็ถือเป็นเด็ก
ของแม่เล้าแล้วเรื่องอื่นข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น… พรุ่งนี้แม่เล้าคงมารับตัวเจ้าไปก่อนวันพรุ่งนี้เช้า ถ้าเจ้าไม่เอามาให้ข้าละก็
เจ้าก็จงตามแม่เล้าไปอย่างโดยดีซะเถอะ!”
พอคำพูดจบลงเสียงนั้นได้ห่างออกไปไกลเรื่อยๆเหลือเพียงเสียงสะท้อนกลับมาอย่างแผ่วเบา “อาหารกับนํ้าอยู่
ข้างบนตรงมุมกำแพงด้านซ้าย รีบกินซะ จะได้ไม่ตายไปก่อนมิอย่างนั้นข้าจะไม่มีคนส่งให้แม่เล้า!”
หากเสียงนั้นไม่พูดถึงอาหารและนํ้าต้วนอวี้หรานก็จะไม่รู้สึกหิวขึ้นมาแม้แต่น้อย
แต่เมื่ออับจนหนทางถึงตรงนี้การรักษาชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดแล้ว ต้วนอวี้หรานจึงทุบกำแพงและตะโกนสุด
เสียง “ข้าให้เงิน ข้าให้เงินแน่นอน… ข้าสามารถเขียนจดหมายไปหาท่านแม่ให้นำเงินมาให้ตามที่เจ้าต้องการ”
ไม่มีเสียงใดตอบกลับต้วนอวี้หรานกลับมามีเพียงเสียงของนางที่สะท้อนกลับมาจนแสบหู ความหวาดกลัวและ
ลนลานจึงกลับมาอีกครั้ง…ทำยังไงดี จะทำยังไงเนี่ย! ข้าจะถูกขายไปหอนางโลมแล้วข้าเปั้นถึงคุณหนูของท่านแม่ทัพ ถึง
จะเป็นลูกอนุแต่ก็สูงศักดิ์มิน้อยมาตอนนี้ข้าตกต้องระกำลำบาก สิ้นไร้ไม้ตอกถูกขายไปที่หอนางโลมเชียวหรือ?
ไม่ไม่ ไม่มีทาง! ข้ายังท่านแม่ ท่านแม่ต้องมาช่วยข้าอย่างแน่นอน!
*
ในระหว่างที่ต้วนอวี้หรานกำลังจะบ้าคลั่งอยู่ในความมืดมิดต้วนอวี้ที่อยู่อีกฝังหนึ่งกำลังหยิบกระดาษมาม้วนเป็นก
รวยโดยไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ส่วนด้านหลังของต้วนอวี้ประกอบไปด้วยซานไล่จื่อกับทูจื่อยืนอยู่
ทั้งสองคนต่างมองต้วนอวี้ที่ใจเหม่อลอยโดยไม่รู้ว่าคุณชายกำลังคิดอะไรจึงมีท่าทางที่แย่ขนาดนี้
ซานไล่จื่อจึงเดินเข้าไปพูดยกยอต้วนอวี้ “คุณชายเป็นอะไรไปขอรับ? คุณหนูคนนี้ตอบรับแล้วจะเอาเงินมาให้แต่
ทำไมคุณชายจึงไม่ตอบรับข้อเสนอของนางละขอรับ?”
คุณหนูคนนี้บอกกับปากเองไม่ว่าพวกเขาต้องการเงินมากมายขนาดไหน นางยอมตกลงที่จะให้แต่ยามนี้ทำไม
คุณชายไม่ตอบรับและดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย
ระหว่างที่ซานไล่จื่อพูดนั้นทูจื่อได้จ้องมองต้วนอวี้ตาไม่กระพริบ
พูดตามจริงแล้วต้วนอวี้คิดอะไรอยู่ในใจ ทูจื่อไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อยนิดสิ่งที่เขาใส่ใจมากที่สุดคือเงินจะมาถึงมือเขา
จำนวนเท่าไหร่ต่างหาก!