การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 436 ต่อกรมิไหวแล้ว
อันที่จริงหลิวหรงคิดว่าคนที่ต้องการเล่นงานจะต้องใช้วิธีสารพัดเพื่อข่มขู่จึงได้เตรียมตัวรับมืออย่างสุดกำลังไว้
แล้วและเพื่อไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งนางได้เตรียมวิธีรับมือเพื่อจัดอีกฝั่ายให้ดิ้นไม่หลุดโดยมิให้รู้เนื้อรู้ตัว
บัดนี้หลิวหรงยังไม่ได้รับเบาะแสที่น่าเชื่อถือมาเลย ฉะนั้นนางจึงต้องคาดเดาสถานที่ซ่อนตัวของต้วนอวี้หรานเพื่อ
รีบช่วยออกมาให้เร็วที่สุด
เดิมทีหลิวหรงเอาแต่รอจนใจร้อนกระวนกระวายไปหมดในที่สุดแสงของความหวังแม้จะริบหรี่ แต่นางกลับไม่
ปล่อยให้ผ่านไปโดยง่าย
คํ่าคืนนี้ ช่วงเวลาได้ยืดยาวออกไปนานกว่าทุกครั้งที่เคยราวกับว่าจะมิมีรุ่งอรุณของวันถัดไป
ด้วยความกังวลใจเป็นที่สุดหลิวหรงจึงมิอาจข่มตาหลับได้ตลอดทั้งคืน… เมื่อแสงตะวันของวันใหม่เริ่มสาดแสงสี
ทองอร่ามเข้ามาทางหน้าต่างหลิวหลงอดรนทนไม่ไหวอีกแล้ว ที่จะไปรวบตัวอีกฝั่ายไว้ให้หมด
คำพูดที่ว่าไม่มีแผนการใดที่ไม่ถูกเปลี่ยนแปลงดูจากสถานการณ์ตอนนี้หลิวหรงคงตกอยู่ในจินตนาการ โดยไม่รับ
รู้ว่าความจริงที่เกิดขึ้น
สิ่งที่หลิวหรงหากคิดไม่ถึงคือเช้าวันถัดมาหลังจากที่นางล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยแล้วกลับได้รับจดหมายฉบับที่
สองมา
เนื้อหาจดหมายที่อยู่ในมือก็เขียนสั้นกระชับเหมือนฉบับแรกทว่าอ่านจบหลิวหรงก็ตาลุกเป็นไฟด้วยความ
เดือดดาล
สาเหตุที่หลิวหรงเดือดดาลเช่นนี้เป็นเพราะนางจับตัวคนส่งจดหมายมามิได้ โดยคนที่ส่งจดหมายใช้วิธีสอดเข้าตรง
ช่องประตูด้านล่างเมื่อบ่าวใช้ที่เฝั้าอยู่ด้านในเห็นจึงรีบนำส่งมาให้หลิวหลงในทันที
ในซองจดหมายฉบับที่สองนี้ได้ติดชายเสื้อของต้วนอวี้หรานที่ใส่ในวันแอบหนีออกจวนต้วนจดหมายเขียนด้วย
ลายมือที่อัปลักษณ์เหลือเกิน “รีบเตรียมเงินหนึ่งหมื่นตำลึงมาไถ่ชีวิตต้วนอวี้หรานให้เร็วที่สุด”
เนื้อหาในจดหมายของเมื่อวานกลับวันนี้ระบุเหมือนกันแต่สิ่งที่ต่างออกไปคือเมื่อวานต้องการเงินเพียงห้าพัน
ตำลึงเท่านั้นเพียงแต่วันนี้กลับต้องการมากกว่าเป็นสองเท่า
หลิวหรงยืนถือชายเสื้อของต้วนอวี้หรานด้วยมือที่สั่นไปหมด…อีกฝั่ายต้องการเล่นเกมซ่อนแอบเพื่อหวังปัน
ประสาทของนางต่อไปสิน่ะ
นี่มันอะไรกันเพียงแค่ข้ามคืนเงินไถ่ตัวกลับเพิ่มเป็นหนึ่งหมื่นตำลึงเชียวหรืออะไรจะช่างรวดเร็วถึงปานนี้!
หลิวหรงได้แต่หยิบชายเสื้อของต้วนอวี้หรานออกมาดูโดยพูดอะไรมิออก
เป็นที่รู้กันว่าภัยหนาวในไม่กี่วันมานี้สร้างความลำบากในการเดินทางให้กับผู้คนเป็นจำนวนมากผู้คนจำนวนไม่
น้อยจึงเริ่มเป็นห่วงปัญหาปากท้องขึ้นมาบรรยากาศในการเฉลิมฉลองในช่วงวันตรุษจีน จึงไม่คึกคักอย่างที่เคยๆ เป็นมา
ในช่วงสองวันมานี้ต้วนเจิ้งไม่ได้กลับจวนต้วนเนื่องจากขุนนางทั้งฝั่ายบู๊และบุ๋นที่มีระดับตั้งแต่ขั้นสามขึ้นไปต้อง
อยู่ประชุมในวังหลวง
อันที่จริงเรื่องใหญ่ของราชสำนักไม่จำเป็นที่หลิวหรงหรือผู้หญิงต้องมากังวลใจหลิวหรงจึงใช้โอกาสที่ต้วนเจิ้งไม่อยู่
ที่จวนรีบคิดหาวิธีทั้งหมดในการช่วยบุตรสาวออกมาให้ได้
หลิวหรงเรียกคนเฝั้าประตูเรือนมาสอบถามเรื่องราวตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นจนถึงเช้าวันนี้ว่ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น
บ้างทว่าคนที่เฝั้าประตูกลับบอกว่าเมื่อคืนนี้หิมะตกหนักตลอดทั้งคืนจึงไม่ได้ยินเสียงผิดปกติอื่นเลย
หลังจากที่นางได้ฟังพลันโกรธจนลมออกหูทั้งสองช้างแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่คิดหาวิธีการอื่นแทน
พูดตามความเป็นจริง หลิวหรงเจ็บปวดเจียนขาดใจเมื่อรู้ว่าต้วนอวี้หรานตกไปอยู่ในมือของคนอื่น โดยที่นางไม่รู้
ว่าคนคนนั้นเป็นใครยิ่งไปกว่านั้นต้วนอวี้หรานเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็มิทราบได้
อากาศในตอนนี้ลดตํ่าลงกว่าสองสามวันที่ผ่านมาแม้กระทั่งหยดนํ้าก็จับตัวเป็นนํ้าแข็งขอเพียงก้าวเท้าออกจาก
ประตูจะหนาวสั่นสะเทิ้มจนอ้าปากพูดไม่ออกดังนั้นหลิวหรงยิ่งเป็นห่วงต้วนอวี้หรานที่อุตส่าห์ดูแลประคบประหงมมา
อย่างดีว่าจะหนาวหรือหิวไหม หรือทนความทรมานที่เจอต่อไปได้อีกหรือเปล่า?
หิมะขาวโพลนได้โหมกระหนํ่าโปรยปรายลงมาสะสมจนสูงขึ้นเรื่อยๆมันไม่ได้เป็นความงดงามที่ผู้คนต่างคอย
ชื่นชมกลับแต่สร้างความลนลานและกังวลใจให้ผู้คนแทน
หากหิมะยังคงตกต่อเนื่องอยู่แบบนี้ต่อไปประตูเรือนคงไม่สามารถเปิดออกมาได้
บ่าวใช้ในจวนต้วนจึงต่างช่วยกันปัดกวาดหิมะให้พ้นทางเดินด้วยเกรงว่าหิมะอาจทำให้เจ้านายในจวนเดินทางไป
ไหนมาไหนได้ไม่สะดวก
บ่าวใช้ทั้งน้อยใหญ่ต่างรีบเร่งปัดกวาดหิมะออก ให้บรรยากาศเป็นเหมือนช่วงเหมันต์ฤดูที่หนาวเหน็บแต่ไร้หิมะ
เหมือนที่ผ่านมา
ในที่สุดแม่นมหวางได้เรียกหลิวหรงที่กำลังยืนกัดฟันแน่นมองออกไปนอกหน้าต่างขึ้นแม่นมหวางกำลังรอให้หลิว
หรงอนุญาตให้นางนำจดหมายออกไปส่ง พอเห็นหลิวหรงพยักหน้ารับแม่นมหนิงจึงเตรียมวิ่งฝั่าหิมะหนักออกไป
ในที่สุดหลิวหรงต้องการความช่วยเหลือจากคนคนนั้นเสียทีเพราะชีวิตของคุณหนูรองสำคัญกว่าทุกอย่างทั้งหมด
หากหลิวหรงไม่ถึงกับอับจนหนทางนางคงมิยอมขอความช่วยจากคนคนนั้น
สถานการณ์ตอนนี้ที่หิมะตกกระหนํ่าลงมาทำให้ยากต่อการเดินทางขึ้นไปอีกใครกันที่จะยอมช่วยต้วนอวี้หราน
จากภัยร้ายในครานี้?
อีกทั้งนี่เป็นวันที่สองแล้วที่ยังไม่พบต้วนอวี้หรานหากต้วนเจิ้งกลับจวนมาและไม่พบต้วนอวี้หราน ไม่รู้ว่าจะเกิด
เรื่องอะไรขึ้นมาบ้าง
ด้านหลิวหรงที่เห็นแม่นมหวางรีบสาวเท้าออกจากประตูไปแล้วนางจึงฟุบลงกับเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรง
หลิวหรงในตอนนี้กลัวการขอความช่วยเหลือจากคนคนนั้นเหมือนกันไม่รู้ว่าการขอความช่วยเหลืออย่างกะทันหัน
จะสร้างความไม่พอใจให้คนคนนั้นหรือไม่แต่เวลานี้นางไม่มีทางเลือกอื่น ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีไปกว่านี้อีก
แล้วขอเพียงคนคนนั้นช่วยต้วนอวี้หรานกลับมาได้ ผลที่ต้องรับทั้งหมดนางขอรับไว้แต่เพียงผู้เดียว
หากจะพูดว่าการช่วยในครั้งนี้อาจเป็นฝันร้ายตามหลอกหลอนหลิวหรงอย่างไม่มีวันเลิกรามันก็ดีกว่าการที่ต้อง
สูญเสียต้วนอวี้หรานไปอย่างไม่มีวันกลับ ถ้าเป็นเช่นนั้นหลิวหรงยอมตายดีกว่ามีชีวิตอยู่ต่อไป
ทั้งสองทางเลือกสำหรับหลิวหรงเป็นสิ่งที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกไม่รู้ทำอย่างไรดี ดังนั้นนางจึงตัดสินใจขอความ
ช่วยเหลือจากปีศาจคนนั้น……
เยวี่ยเจียกำลังเล่าสิ่งที่นางเห็นให้ต้วนชิงหมิงฟังอย่างออกรสออกชาติว่า “คุณหนู แม่นมหวางแอบลับๆ ล่อๆออก
ไปโดยไม่รู้ว่าจดหมายในมือของนางเขียนอะไร แต่ดูท่าทางของแม่นมหวางแล้ว บ่าวอดหัวเราะจนท้องแข็งไม่ได้เจ้าค่ะ!”
ทางด้านชิวหนิงที่ได้ฟังก็หัวเราะคิกคักตามไปด้วย “ข้าว่านะเยวี่ยเจียเจ้าเลียนแบบท่าทางของแม่นมหวางได้
เหมือนยิ่งกว่านางเสียอีก”
เมื่อเยวี่ยเจียฟังแล้วก็ยกมือเท้าสะเอว พูดอย่างโมโหกลับไป “ชิชะ!ชิวหนิงเจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรกัน ที่ข้าเลียนแบบ
เหมือนขนาดนี้เพราะข้าเฉลียวฉลาดมาแต่เกิด แค่เรียนรู้อะไรประเดี๋ยวเดียวก็เป็นแล้วต่างหาก!”
ด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ยืนฟังสองคนนี้กำลังเถียงกันฉอดๆจึงได้แต่ส่ายหน้า “ตอนนี้คุณหนูเหนื่อยไปหมดแล้วพวก
เจ้าทั้งสองกลับยังมีแรงมาเถียงกันแบบนี้อีก ดูท่าเจ้าสองคนคงว่างเกินไปกระมังอย่างนั้นช่วยเงียบลงสักครู่จะดีไหม!”
เยวี่ยเจียและชิวหนิงเงียบลงในทันที แต่ก่อนจะเดินออกไปทำงานทั้งสองคนได้มองค้อนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปคนละที
ในเวลานี้ต้วนอวี้ได้มาปรากฏตัวอยู่ข้างกายต้วนชิงหมิงและได้นั่งฟังเยวี่ยเจียกับชิวหนิงเถียงกันไปกันมาอย่าง
สนุกสนาน
ดูท่าหลิวหรงคงต้องไปหากำลังเสริมมาช่วยแล้วตอนเกิดเรื่องขึ้นใหม่ๆ หลิวหรงยังไม่ยอมไปหาคนคนนั้นแต่กลับ
เลือกที่จะไปในตอนนี้แทนสำหรับหลิวหรงอาจถึงเวลาที่ต้องแบกหน้าไปขอความช่วยเหลือแล้ว
เดิมทีต้วนอวี้อยากให้คนไปแย่งจดหมายฉบับมานั้นมาจากแม่นมหวางเพื่อจะดูเนื้อหาในนั้นแต่เมื่อเขาใคร่ครวญ
อยู่ครู่หนึ่งจึงไม่ได้สั่งการเพราะว่าการที่หลิวหรงอดทนต่อไปไม่ไหวแล้วเป็นสิ่งที่ต้วนอวี้ต้องการเห็นเป็นที่สุด
เวลานี้ตำแหน่งของหลิวหรงในจวนต้วนไม่ได้สลักสำคัญอีกต่อไปการสูญเสียอำนาจของนางทำให้บ่าวใช้ในจวนต้
วนเริ่มมองข้ามนางไปไม่เห็นหัวเหมือนอย่างเคย ยกเว้นเสียแต่แม่นมหวางที่จงรักภักดีไม่เป็นอื่น…อีกอย่างเรื่องการ
หายตัวไปอย่างลึกลับของต้วนอวี้หรานหลิวหรงยิ่งไม่กล้าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปฉะนั้นนางตั้งใจรวบรวมเงินให้ครบ
ตามจำนวน โดยไปขอหยิบยืมจากคนอื่นบ้างแล้วเพราะไม่รู้จะคิดหาวิธีใดรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้