การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 438 ต้วนอวี้หรานกลับมาแล้ว
สิ่งที่หลิวหรงคิดไม่ถึงก็คือ หลังจากที่อีกฝั่ายส่งจดหมายฉบับที่สามมา ข่าวคราวทุกอย่างก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆ
ไป
ตอนนี้แสงไฟในห้องค่อยๆ มืดสลัวลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เริ่มมองเห็นทุกอย่างไม่ค่อยชัดเจน นางคิดไม่ถึงเลย
ว่าภายในเวลาเพียงครึ่งวัน นางถูกข่มขู่ไปแล้วถึงสองครั้ง หากบนโต๊ะไม่มีจดหมายสองฉบับและเสื้อคลุมของต้วนอวี้หรา
นวางไว้
บัดนี้หญิงสาวได้เตรียมเงินทองไว้เรียบร้อยแล้ว แต่นางยังไม่เข้าใจเหมือนกัน คนคนนั้นอยู่ที่ไหน เหตุใดจึงหาตัว
ไม่พบ?
นางรอมาตั้งแต่เที่ยงวันยันพลบคํ่า กระทั่งดึกดื่น
หัวใจของหลิวหรงที่บีบรัดจนแน่นจนเกือบหายใจไม่ออก ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป มีหวังเส้นเลือดในสมอง
อาจแตกและเสียชีวิตได้… ถ้าแม้แต่นางยังเกิดเรื่องขึ้นได้ รับรองว่าหรานเอ๋อร์ย่อมไม่มีคนดูแลใส่ใจเป็นแน่
ต้วนเจิ้งไม่ได้ใส่ใจ ต้วนชิงหมิงไม่สนใจ ส่วนคนอื่นก็พลอยเมินเฉยตามกัน
หลิวหรงเดินไปเดินมาวนเวียนอยู่ภายในห้อง ด้วยอารมณ์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ นางรอใช้ตั๋วเงินและสิ่งของที่ไป
หยิบมาเตรียมพร้อมไถ่ตัวต้วนอวี้หรานแล้ว
ส่วนบ่าวรับใช้ที่แม่นมหวางสั่งให้ไปซ่อนตัวอยู่ในหลืบของประตูใหญ่ พวกนางกำลังรอดูว่าเป็นใครกันที่นำ
จดหมายมาส่ง ทว่ารอมาตั้งครึ่งค่อนวัน ท่ามกลางหิมะที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง กลับไม่ได้ข่าวคราวและเบาะแสของต้วน
อวี้หรานอีกเลย
หลิวหรงที่รอคอยอย่างสิ้นหวังเริ่มหมดอาลัยตายอยาก นั่งกอดกล่องไม้ไว้แน่นอก ทันใดนั้นได้ยินเสียงแม่นมหวา
งร้องออกมาจนเสียงเปลี่ยน “คุณหนูเจ้าคะ… คุณหนูรองกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานกลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ?
เมื่อหลิวหรงได้ฟังรีบกระโดดลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจว่ามือจะไปกระแทกกับขอบโต๊ะที่
แข็ง
“ตุ้บ” กล่องไม้ที่อยู่ในมือหลิวหรงพลันตกลงพื้นเสียงดังเมื่อนางได้ยินแม่นมหวางตะโกนร้องขึ้นมาสุดเสียง จน
กล่องไม้ที่ตกลงพื้นเปิดอ้าออก เผยให้เห็นเครื่องประดับต่างๆ และตั๋วแลกเงินจำนวนมาก ที่นางตั้งใจเก็บไว้ให้ต้วนอวี้
หราน แต่คิดไม่ถึงว่า จะต้องนำของเหล่านี้มาใช้ในเวลานี้แทน
ต้วนอวี้หรานกลับมาแล้ว! ความมืดมิดที่แสนยาวนานจบสิ้นลงเสียที กลับกลายเป็นลำแสงสว่างประกายวาบขึ้น
มา ในเวลานี้หลิวหรงไม่ได้ให้ความสนใจทรัพย์สินเงินทองแม้แต่น้อย นางรีบจนลืมใส่เสื้อคลุมวิ่งผลักประตูออกไปอย่าง
แรง ร้องตะโกนสุดเสียง “หรานเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ… เจ้าไปไหนมา?”
ทางด้านแม่นมหลี่ที่ยืนรับใช้หลิวหรงอยู่ข้างหลัง เมื่อเห็นท่าทางหลิวหรง รีบวิ่งเอาเสื้อคลุมเข้าไปสวมให้ทันที
แล้วเข้าประคองหลิวหรงเดินออกมาหน้าประตูก็พบต้วนอวี้หรานยืนอยู่
หิมะที่ตกหนักอยู่บนหลังคา ประตู และด้านหน้าประตู ทำให้ต้วนอวี้หรานก้าวเดินบนถนนหิมะอย่างทุลักทุเล
จู่ๆ สายลมหนาวพัดกรูผ่านมาระหว่างที่นางกำลังก้าวเดิน แรงลมพัดปะทะร่างบางตัวน้อยที่ผอมซูบซีดจนเกือบลอย
ปลิวไปตามลม
บนตัวของต้วนอวี้หรานใส่เสื้อคลุมของผู้ชาย ที่ดูรู้ว่าไม่ได้ซักมานาน อีกทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นตลบไปทั่ว ประกอบ
กับรูปร่างที่ไม่สูงของต้วนอวี้หรานทำให้ชายเสื้อลากยาวไปกับพื้นหิมะ ที่จับตัวเป็นนํ้าแข็งขึ้นมาแล้ว
ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงกว่ารังนกของเด็กสาวทำให้ดูแล้วน่าเกลียดพิลึกพิลั่นไม่น้อย
น่าเกลียดเสียจนต้วนอวี้หรานเองก็ไม่กล้าดู นางทอดสายตาไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน เดินเหยียบยํ่าหิมะ ไม่รู้
สึกหนาวเหน็บแม้แต่น้อย
แม่นมหวางรีบเข้าไปประคองเด็กสาว แอบใช้มือปาดนํ้าตาไม่หยุด นางรีบหันกลับไปหยิบรองเท้าที่ให้พวกบ่าวรับ
ใช้เตรียมเอาไว้ให้ต้วนอวี้หรานออกมา ทว่าต้วนอวี้หรานกลับเดินไปด้านข้างหน้าเหมือนมองไม่เห็น เข้าไปหาหลิวหรง
พลางยื่นมือที่แสนสกปรกทั้งสองข้างโอบกอดไปที่มารดาและร้องไห้สะอึกสะอื้น “ท่านแม่ ท่านแม่ หรานเอ๋อร์ฝันไปหรือ
ไม่?”
หลิวหรงที่แต่ไหนแต่ไรมามีจิตใจอำมหิตโหดเหี้ยมนั้น กลับนํ้าตาไหลพรากเมื่อเห็นบุตรสาวอันเป็นที่รักกลับมา
มือทั้งสองข้างของนางยื่นไปลูบไล้ใบหน้าของต้วนอวี้หรานด้วยความทะนุถนอม พูดเสียงตํ่าปลอบโยน “หรานเอ๋อร์ หรา
นเอ๋อร์ หรานเอ๋อร์ของแม่…”
แม่นมหวางกับแม่นมหลี่ล้วนติดตามหลิวหรงมาก่อนที่นางจะแต่งเข้าจวนต้วน ในหลายปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่
หลิวหรงร้องไห้โฮเสียอาการถึงเพียงนี้ แม่นมทั้งสองก็ได้แต่ปาดนํ้าตาตามไปด้วย
ชั่วอึดใจเดียว แม่นมหวางเดินนำเสื้อคลุมเข้าไปสวมให้ต้วนอวี้หราน โน้มตัวลงกระซิบเสียงเบา “คุณหนูรีบเข้าไป
ในเรือนเถอะเจ้าค่ะ คุณหนูรองยังไม่ได้ทานอาหารเลย คงจะหิวแย่แล้ว ประเดี๋ยวบ่าวจะไปเตรียมนํ้าอุ่นให้คุณหนูอาบ
แล้วค่อยทานอาหารให้อร่อยแล้วกันเจ้าค่ะ”
เวลาผ่านไปเพียงวันกว่าๆ เท่านั้น แต่กลับให้ความรู้สึกนานแสนนานเหมือนห่างกันคนละที่
หลิวหรงยอมปล่อยต้วนอวี้หรานออกจากอ้อมอก ปลอบใจนางอยู่สักพักแล้วพาไปที่ห้องอาบนํ้า ไม่นานนํ้าอุ่น
ก็ได้เตรียมเสร็จ หลิวหรงจึงช่วยต้วนอวี้หรานขัดตัวอย่างเบามือพร้อมพูดปลอบใจสารพัด
ทว่าสมองของต้วนอวี้หรานคงผิดปกติกระมัง นอกจากเมื่อครู่ที่นางพูดกับหลิวหลงแล้ว มาถึงตอนนี้นางก็ยังไม่
เปิดปากพูดสิ่งใดออกมา
ด้านหลิวหรงก็ได้แต่รอต้วนอวี้หรานพูดออกมาอย่างใจเย็น เวลานี้นางทำได้เพียงปลอบให้บุตรสาวของนางหาย
กลัว เพื่อจะได้ลืมเรื่องสองวันที่ผ่านมาลงไป
ต้วนอวี้หรานอาบนํ้า แต่งตัว เกล้าผมเสร็จ กระทั่งเดินออกมาเห็นอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตพลันลุก
วาวขึ้นมา รีบเข้าไปหยิบอาหารในจานแล้ววิ่งไปแอบกินที่มุมห้อง
หลิวหรงมองต้วนอวี้หรานที่มือเลอะเทอะทั้งสองข้างอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์กำลังกินอาหาร นางจึงพูดอย่างเจ็บ
ปวดใจ “กินช้าๆ หน่อย ไม่ต้องรีบร้อน…”
ทว่าต้วนอวี้หรานเหมือนจะไม่ได้ฟังสิ่งที่หลิวหรงพูด นางเอาแต่กอดอาหารในอกไว้แน่นกว่าเดิม โดยไม่พูดไม่จา
นํ้าตาของหลิวหรงไหลพรากออกมาอีกครั้ง จนนางต้องเสมองไปทางอื่นเพื่อแอบซับนํ้าตา เรียกแม่นมหวางเสียง
เเผ่วเบาเพื่อสั่งบางอย่าง แม่นมหวางพยักหน้ารับงกๆ ด้วยแววตาที่เริ่มแดงและบวมขึ้นมา
บัดนี้ต้วนอวี้หรานกลับมาแล้ว แต่ดูท่าทางเหมือนนางกำลังกลัวอะไรบางอย่างมาทำร้าย สาวน้อยที่แสนดีกลับ
ต้องมานั่งเหม่อลอยไม่ยอมพูดจา เช่นนี้จะมิให้หลิวหรงไม่เสียใจและโมโหคนพวกนั้นได้อย่างไร
โชคดีที่บุตรสาวของนางกลับมาแล้ว ไม่ว่านางจะไปเจอเรื่องตกใจมากมายขนาดไหนมา เวลาคงจะช่วยให้ความ
รู้สึกอันแสนเจ็บปวดนี้ค่อยๆ จางหายไปตามกาลเวลาได้
หลิวหรงสาบานว่าจะต้องเอาคืนต้วนชิงหมิงให้สาสมกับสิ่งที่นางทำ!
หลิวหรงตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นความผิดของต้วนชิงหมิงหรือไม่ นางจะคิดบัญชีความแค้นนี้ที่ต้
วนชิงหมิงทั้งหมด
นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป นางจะไม่ให้ต้วนชิงหมิงมีชีวิตที่มีความสุขแม้แต่วันเดียว
เรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้หรานเอ๋อร์ต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ ก็เพราะต้วนชิงหมิงเป็นคนทำ ถ้าไม่ใช่ต้วนชิงหมิง
ตั้งใจมาแบ่งตำแหน่งและอำนาจในจวนต้วนไป มีหรือที่หรานเอ๋อร์ต้องมาพบกับความอเนจอนาถและน่าสมเพชเวทนา
แบบนี้
เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของหลิวหรงปะทุขึ้นมา ต้วนอวี้หรานที่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารอยู่ ได้อมยิ้มออกมา
และลดความเร็วในการทานอาหารลงมาให้ช้าลง… เมื่อผ่านเรื่องราวการโดนลักพาตัวในครั้งนี้มาได้ ต้วนอวี้หรานเข้าใจ
ทุกอย่าง หากใช้กำลังที่นางเพียงคนเดียวเล่นงานต้วนชิงหมิง ต้องเสียแรงไปอย่างเปล่าประโยชน์ เพราะต้วนอวี้ยังคอย
สนับสนุนต้วนชิงหมิงอยู่ข้างหลังอยู่เสมอ…
เดิมทีต้วนอวี้หรานคิดว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือของนางแล้ว นางพร้อมสำหรับเล่นงานต้วนชิงหมิงให้พ้นทางไป แต่
ต้วนชิงหมิงกลับยังเสวยสุขอยู่อย่างสุขสบาย มีหรือที่ต้วนอวี้หรานจะยอมได้?
หลังจากที่ต้วนอวี้หรานประสบความเลวร้ายมาแล้วครั้งหนึ่ง นางจึงแข็งแกร่งขึ้นและแน่วแน่ในการทำลายต้วน
ชิงหมิง