การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 440 ต้วนอวี้ดูถูกดูแคลน
ในจุดนี้หลิวหรงก็ยังคิดไม่ออกว่าใครเป็นคนทำ
ปกติในจวนต้วนนั้น ต้วนเจิ้งจะยุ่งอยู่กับงานจนไม่มีเวลาดูแลจวน ข้าวของเงินทองที่ติดตัวฮูหยินติงโหรวก่อนแต่ง
เข้ามาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ในตอนนั้นต้วนชิงหมิงอายุยังน้อย ส่วนต้วนอวี้ก็เป็นเพียงทารกแบเบาะเท่านั้น… อย่าง
นั้นเป็นใครกันที่อยู่เบื้องหลังการขโมยของเหล่านี้ไป
เวลานี้ไม่ว่าหลิวหรงจะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกอยู่ดี
จนเวลาผ่านไปนานจู่ๆ หลิวหรงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องที่มืดมิดกลับคิดขึ้นมาได้… อีกฝั่ายต้องเริ่มจากการข่มขู่
นาง และใช้ประโยชน์จากความกังวลเรื่องความปลอดภัยต้วนอวี้หราน มาเบี่ยงเบนความสนใจ แล้วคงสะกดรอยตาม
นางไปจนขโมยของทั้งหมดจนเกลี้ยงเป็นแน่
ในยุคสมัยโบราณ ผู้คนจะดูสัญญาต่างๆ จากคนที่ถือ เพราะการทำสัญญาสมัยนั้น ไม่ได้เขียนชื่อกำกับไว้ ดังนั้น
หากสิ่งของตกไปอยู่ในมือใครก็เป็นของคนนั้นไป
นางเริ่มกระวนกระวายใจเป็นที่สุด หากเวลานี้สิ่งของต่างๆ ตกไปอยู่ในมือคนที่คิดจะเล่นงานนางขึ้นมาจะทำ
อย่างไร
คิดไปคิดมาพลันคิดอะไรขึ้นมาได้ในหัว… ใช่แล้ว! ช่วงก่อนหน้านี้ต้วนชิงหมิงมีพฤติกรรมที่แปลกไป ไม่เพียงกลัว
ต้วนอวี้หรานจะไม่ได้รับความโปรดปราน แม้แต่หลิวหรงก็ยังไม่มีกะจิตกะใจไปเล่นงานต้วนชิงหมิง หากไตร่ตรองถึง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หญิงสาวมั่นใจอย่างยิ่งว่าเรื่องนี้ต้วนชิงหมิงต้องเป็นคนทำ
มีเพียงต้วนชิงหมิงที่สนใจเงินทองที่ติดตัวมาของติงโหรว หรือไม่ก็ต้องการแย่งชิงของที่ควรจะเป็นของนางกลับ
ไป
ที่ต้วนอวี้หรานต้องประสบกับเรื่องลักพาตัวไป ก็ต้องเป็นการวางแผนของต้วนชิงหมิงอย่างแน่นอน คิดดังนั้นก็ได้
แต่กัดฟันกรอด ลืมตาขึ้นมองอย่างเชื่องช้า…
เวลาเดียวกัน ต้วนอวี้หรานที่นอนบนเตียงกลับละเมอขึ้น “ปล่อยข้าออกไป… ขอร้องละ ปล่อยข้าออกไปเถอะ”
ต้วนอวี้หรานร้องไปขัดขืนไป ดิ้นถีบผ้าห่มจนยุ่งเหยิงไปหมด ในความฝันต้วนอวี้หรานเอาแต่ร้องไห้ พูดขอร้อง
วิงวอนให้ปล่อยนางไป
ยิ่งหลิวหรงคิดมากเท่าไร ความเจ็บปวดรวดร้าวก็มากขึ้นเท่านั้น นางเดินเข้าไปหาบุตรสาวอันเป็นที่รักปานดวงใจ
ใช้มือลูบหลังอย่างเบามือ พูดปลอบเพียงพักเดียวอีกฝั่ายก็หลับปุั๋ยไป
หญิงสาวกัดฟันแน่นด้วยความคับแค้นใจ ราวกับสายนํ้าที่กำลังถาโถมซัดเข้าฝังอย่างแรง… ครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นต้วน
ชิงหมิงคิดเล่นงานหรือไม่ และไม่ว่าอีกฝั่ายจะกลืนกินนางลงไปได้อย่างไร หลิวหรงจะทำให้อีกฝั่ายต้องอาเจียนเอานาง
ออกมาให้จงได้
ใช่แล้ว ข้าต้องแก้แค้น จะไม่ยอมเสียทรัพย์สินเงินทองพวกนั้นไปเด็ดขาด
ต้วนชิงหมิง! ตอนนี้ข้าจำเจ้าได้อย่างขึ้นใจแล้ว!
ท้องฟั้าด้านนอกยังคงมีหิมะโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก ส่วนต้วนอวี้ที่ขี้หนาวกลับอยู่รับความ
อบอุ่นในห้องต้วนชิงหมิงทั้งช่วงบ่าย
ต้วนชิงหมิงพูดคุยถามไถ่น้องชายถึงเรื่องราวต่างๆ ไปเรื่อยเปือย บางครั้งเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็เอ่ยถามขึ้นมาบ้าง ส่วนต้
วนอวี้ที่ดูไม่สดชื่นก็เอาแต่พยักหน้ากับส่ายหัวแทนที่จะพูดตอบออกไป
เมื่อเห็นต้วนอวี้ไม่สดชื่นเหมือนเดิม ต้วนชิงหมิงจึงหัวเราะขึ้นมา เพราะว่าต้วนอวี้เป็นคนที่จำได้ว่าใครดีหรือไม่ดี
กับเขามาบ้าง หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาโดยที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เขาจะไม่ยอมรามือไปโดยง่าย ต้วนชิงหมิงเหลือบตาขึ้นมอง
น้องชายที่ทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง กระทั่งขนมกุ้ยฮวาที่ชอบทานเป็นชีวิตจิตใจ ก็ถูกเลื่อนไปด้านข้าง
ต้วนชิงหมิงมองออกไปนอกประตู แล้วหันหน้ามาดูต้วนอวี้ที่มาเกาะนัวเนียเหมือนเป็นลูกแมวน้อย ในคํ่าคืนนี้
หิมะที่ตกโปรยปรายด้านนอกไม่มีแนวโน้มว่าจะหยุด
ท้องฟั้าค่อยๆ มืดลง ดวงอาทิตย์ลับหายไปจากท้องนภาแล้ว ทว่าหิมะยังคงโปรยปรายลงมา แสงสว่างในห้องเริ่ม
สลัวและเลือนรางลงอย่างเชื่องช้า เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินไปจุดเทียนไขบนโต๊ะให้สว่างไสวไปทั่วห้องดังเดิม ก่อนไปที่ห้องครัว
ยกสำรับอาหารมา เมื่อต้วนชิงหมิงเห็นท่าทางต้วนอวี้ที่ไม่มีทางกลับไปโดยง่าย ก็คลี่ยิ้มออกมาแล้วสั่งให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
เตรียมอาหารไว้เพิ่มอีกชุด
เด็กน้อยนั่งทานอาหารเย็นเป็นเพื่อนต้วนชิงหมิงจนอิ่มหนำ พูดคุยกันอยู่สักพัก ก็ขอตัวลาเดินกลับเรือนของเขา
อย่างสบายใจ
ครั้นต้วนอวี้เดินพ้นจากประตูแล้ว สีหน้าท่าทางที่ดูสดใสเป็นเด็กน้อยกลับเปลี่ยนไปในพริบตา สายตาทั้งสองของ
เขากลับเปล่งแสงสว่างออกมาจนแสบตาไปหมด
ต้วนอวี้เดินไปอย่างไม่รีบร้อน ราวกับกำลังรออะไรบางอย่างอยู่อย่างนั้น เขาเดินเลี้ยวไปตรงมุมทางเดิน ก่อน
หยุดชะงักเท้า มองหาคนที่แอบซ่อนตัว
เวลาผ่านไปไม่นาน มีชายชุดดำคนหนึ่งปรากฏตรงหน้า ชายผู้นั้นรูปร่างผอมทว่าสูง เนื้อตัวเต็มไปด้วยร่องรอย
แผลเป็นที่มองดูก็รู้ว่าเกิดขึ้นจากดาบ รูปร่างที่สูงของเขาได้แวบไปมาระหว่างที่หิมะตกโปรยปราย ไม่นานจากนั้นเสียง
ของชายชุดดำก็ดังขึ้นอย่างเยือกเย็นที่สุด ทุกคำเหมือนนํ้าแข็งที่ทิ่มแทงเสียดสีหูจนเจ็บแสบไปหมด
ในมือของเขาถือถุงผ้าใบเล็ก พลางยื่นถุงนั้นไปตรงหน้าของต้วนอวี้ “นี่คือของที่คุณชายต้วนต้องการขอรับ”
ต้วนอวี้ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์จนเห็นลักยิ้มปรากฏขึ้นมา เขารับถุงผ้าใบเล็กไว้ “อืม ใช้ได้ ไม่เสียแรงที่เป็นยอด
ฝีมือ องค์ชายสามของพวกเจ้านี่ ขนาดเป็นโจรยังเก่งขนาดนี้เชียว”
คำพูดของต้วนอวี้เต็มไปคำเสียดสีและกระทบกระเทียบไม่น้อย ทำให้ชายชุดดำที่รักศักดิ์ศรีเสียหน้าไม่น้อย
เขาเป็นเพียงองครักษ์ลับคนหนึ่งเท่านั้น ที่ฐานะเทียบกับต้วนอวี้ไม่ติด ดังนั้นการเสียดสีเขาจึงมิใช่ปัญหาแต่อย่าง
ใด ขอเพียงไม่ด่าไปถึงเจ้านายของเขาก็พอแล้ว แต่นี่ต้วนอวี้กลับพูดพาดพิงถึงเจ้านายของเขา
ชายชุดดำหน้าดำหน้าแดงด้วยไม่พอใจ “ขอให้คุณชายระวังคำพูดด้วยขอรับ”
ต้วนอวี้แสยะยิ้มออกมา จับถุงผ้ามากอดเอาไว้ในอกอย่างแนบแน่น แล้วพูดเสียงเรียบ “ข้ากลับคำพูดก็ได้… องค์
ชายสามของพวกเจ้า มีฝีมือการขโมยที่ยอดเยี่ยมมาก!”
สิ้นเสียงของต้วนอวี้ สีหน้าของชายชุดดำกลับหน้านิ้วคิ้วขมวด ในครั้งนี้ต้วนอวี้ไม่ได้เสียดสีเจ้านายของเขาอย่างที่
เคย แต่กลับเป็นดูถูกดูแคลนแทนต่างหาก
ชายชุดดำที่คลุมผ้าปิดหน้าโกรธจนไม่รู้จะทำอย่างไร จ้องเขม็งไปที่ต้วนอวี้ เหมือนกำลังจะสวนกลับต้วนอวี้
คนอย่างเขาเคยเจอพวกที่ไม่เจียมกะลาหัวมามาก แต่ไม่เคยพบเจอคนที่ใจกล้า พูดจาไม่รู้จักฟั้าสูงแผ่นดินตํ่า
อย่างต้วนอวี้มาก่อนเลย
ต้วนอวี้ผู้นี้ องค์ชายสามอุตส่าห์ยื่นมือเข้าไปช่วย แต่กลับไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ อีกทั้งยังพูดจาสามหาวอย่างไม่
เกรงกลัว เชื่อว่าหากใครกล้าทำแบบเขา มีหวังองค์ชายสามคงต้องจัดการปลิดชีพคนผู้นั้นด้วยมือของพระองค์เองไปแล้ว
แต่ต้วนอวี้ที่อยู่ตรงหน้า เป็นน้องชายแท้ๆ ของคุณหนูใหญ่จวนต้วน
ถึงแม้คุณหนูใหญ่จวนต้วนอายุยังไม่มาก แต่กลับมีความกล้าหาญชาญชัยไม่น้อยไปกว่าชายอกสามศอก เดิมทีมี
นางเพียงคนเดียวก็มีเรื่องให้น่าแปลกใจเกิดขึ้นมากแล้ว แต่ตอนนี้กลับมีต้วนอวี้ขึ้นมาอีกคน ที่ไม่น้อยหน้าไปกว่าพี่สาว
ของเขา