การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 441 ทั้งหมดเพื่อพี่สาว
ไม่รู้จริงๆ ว่าเหตุใดองค์ชายสามต้องมาโชคร้าย พบเจอพี่น้องจวนต้วนที่ช่างร้ายกาจเช่นนี้ด้วย
เขาเชื่ออย่างสนิทใจแล้ว ต้วนอวี้เป็นคนหน้าหนามากกว่ากำแพงเมืองเสียอีก
พูดได้ว่าคำพูดของต้วนอวี้ทำให้ชายชุดดำไม่พอใจเป็นอย่างมากจนเกือบควบคุมอารมณ์ไว้ไม่ไหว
หากแต่เหยียนหลิ่งอวี๋ได้กำชับกำชามาก่อนหน้าแล้ว ให้เขาเชื่อฟังคำสั่งของต้วนอวี้ ดังนั้นต่อให้เขาจะโกรธเพียง
ใดก็ทำได้แต่อดทนอดกลั้นเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นชายชุดดำอายุมากกว่า จึงไม่อยากถือสาเด็กน้อยที่ยังไม่ประสีประสา
อย่างต้วนอวี้ เมื่อชายชุดดำคิดแบบนี้ ความโกรธที่มีจึงผ่อนคลายลงได้ เขากดเสียงตํ่าถามขึ้น “ยังมีตั๋วเงินอีกหนึ่งหมื่น
ตำลึงอยู่ในมือของหลิวหรง มิทราบว่าคุณชายต้องการหรือไม่ขอรับ?”
รู้ทั้งรู้ว่าชายชุดดำต้องการเปลี่ยนเรื่องพูด ต้วนอวี้กลับมิได้ว่าอะไร ตอบกลับเพียง “ไม่ต้องแล้ว เงินจำนวนไม่
มากพวกนั้นปล่อยให้นางเก็บไว้ดีใจสักสองสามวัน ค่อยหาวิธีเอากลับมาอย่างช้าๆ ก็ยังไม่สาย”
แมวจะตะครุบหนูทั้งที ยังต้องใช้เวลาหลายครั้ง ให้นางได้กอดเงินพวกนั้นไว้ก่อน แล้วค่อยหาทางให้นางคลาย
เงินที่อยู่ในอ้อมอกออกมา ทีละเล็กทีละน้อยย่อมสาแก่ใจมากกว่า
เงินจำนวนไม่มากอย่างนั้นหรือ… ตั้งหนึ่งหมื่นตำลึงเชียวนะ!
หากมองเงินหนึ่งหมื่นตำลึงเป็นเงินก้อนเล็กน้อย แล้วเงินก้อนใหญ่สำหรับคุณชายต้วนจะมากมายเท่าไรกัน
ชายชุดดำมองไปที่ต้วนอวี้เอาแต่ส่ายหน้า ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี
ต้วนอวี้เป็นเด็กน้อยที่อ่อนต่อโลกเหลือเกิน คงยังไม่เข้าใจคำว่าตีงูต้องตีให้ตายมิใช่ปล่อยเอาไว้ ตอนนี้เขาปล่อย
หลิวหรงไป วันข้างหน้านางไม่มีวันปล่อยเขาไว้อย่างแน่นอน รู้หรือไม่ว่าเงินจำนวนหนึ่งหมื่นตำลึงสามารถซื้อชีวิตคนได้
มากเท่าไร!
เมื่อต้วนอวี้รับถุงผ้ามาแล้วก็ไม่มีอารมณ์จะฟังชายชุดดำพล่ามนู้นพล่ามนี่ต่อ ยกมือขึ้นโบกไปมา “เอาล่ะ เรื่องนี้
พอแค่นี้แล้วกัน เจ้ากลับไปหาเหยียนหลิ่งอวี๋ได้แล้ว บอกว่าข้าเป็นคนสั่งให้เจ้ากลับเอง”
เด็กน้อยเริ่มรำคาญชายชุดดำแล้ว ส่วนชายชุดดำก็ไม่ค่อยประทับใจในตัวต้วนอวี้ จึงยกมือทำความเคารพแล้ว
จากไป
เขามองตามหลังชายชุดดำ ก่อนพึมพำเบาๆ “เฮ้อ ไม่ชอบที่สุดก็คือพวกที่ชอบทำตัววางมาดต่อหน้าข้านี่แหละ…
เจ้าก็ไม่ได้หน้าตาดีไปกว่าข้า ทำไมต้องทำหน้าไม่รับแขกอย่างนั้นด้วย?”
คำพูดของต้วนอวี้แม้จะพึมพำเสียงเบา ทว่ากลับได้ยินอย่างชัดเจน จนชายชุดดำสะดุ้งเล็กน้อยรีบสาวเท้าเดิน
หายไป เขาชกกำแพงหนึ่งทีก่อนกระโดดขึ้นกำแพงไป
เด็กน้อยได้แต่หัวเราะเยาะ “หวังว่าคืนนี้เจ้าจะหลับลง…”
ภายในความมืดมิดได้มีเสียงหัวเราะที่เย็นชาดังขึ้นมา “คืนนี้เขาคงนอนไม่หลับ เขาคงอยากหาวิธีระบายความ
โกรธกับเจ้า เป็นไปได้ว่าเขาแทบอยากบีบคอเจ้าให้ตายในทีเดียว จะได้ไม่ต้องมีลมหายใจอยู่ต่อให้ทรมาน”
สิ้นเสียงได้มีชายชุดดำอีกคนแวบไปมาบนหลังคาและโรยตัวลงมาอย่างเชื่องช้า งดงามราวกับหิมะที่ตก
โปรยปรายลงมา
เมื่อเท้าสัมผัสกับพื้น ชายเสื้อได้พลิ้วไหวสะบัดไปตามลมหนาว ชายชุดดำยืนอย่างสง่างาม
ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่ารูปร่างแบบนั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเหยียนหลิ่งอวี๋
ต้วนอวี้มองผู้มาใหม่ตาขวาง อย่างดูถูกดูแคลน
เหยียนหลิ่งอวี๋กระโดดโรยตัวลงมายืนตรงหน้าต้วนอวี้ หัวเราะเสียงดัง “ต้วนอวี้เอ๋ย เจ้านะอยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่อง
กับใครไม่หา ดันไปหาเรื่องกับองครักษ์ลับคนนั้น ข้าจะบอกเจ้าให้ หากองครักษ์ผู้นั้นโกรธขึ้นมา ใครหน้าไหนก็เอาไม่อยู่
นะ”
เด็กน้อยยกมือขึ้นถูจมูกแล้วเบะปากพูด “เหอะ! ข้าดูยังไงก็ไม่ชอบท่าทางวางมาดของมันแม้แต่น้อย”
เหยียนหลิ่งอวี๋หัวเราะออกมาทันที “ข้าว่าเจ้าไม่ชอบท่าทางของเขาจึงอยากหาเรื่องต่างหาก”
ชายชุดดำคนนั้นไม่เพียงหน้าตาดี รูปร่างดี นิสัยใจคอยังดี ที่สำคัญดวงตายังดำขลับเป็นประกายออกมา เมื่อ
เทียบกับต้วนอวี้แล้ว เขาต้องชิดซ้ายไปเลย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้วนอวี้ไม่ชอบขี้หน้าของเขานั่นเอง
เด็กน้อยหน้าแดงกํ่า จ้องเหยียนหลิ่งอวี๋เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ “โบราณว่าฉลาดเกินไป อายุมักไม่ยืน”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มเยาะต้วนอวี้แล้วหันหน้าไปอีกทาง
“เหยียนหลิ่งอวี๋ ท่านคิดว่าจวนของข้าเป็นตำหนักของท่านไปแล้วหรือ? อยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไป?”
เด็กหนุ่มที่หมุนตัวกำลังจะเดินไปหยุดชะงักเท้า ทำให้ต้วนอวี้ชนไปที่หลังของเขาทันที เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนที่
แข็งแรงและกระดูกแข็งอย่างมาก เมื่อต้วนอวี้ชนเข้าไปที่หลัง เลือดกำเดาก็ไหลออกมาจนเด็กน้อยมึนหัวไปหมด
“เหยียนหลิ่งอวี๋ ท่านจะหยุดทำไม? ท่านไม่รู้หรือว่าคนชนกันสามารถบาดเจ็บได้?” ต้วนอวี้พูดอย่างไม่พอใจ
เด็กหนุ่มหันมองต้วนอวี้ด้วยหางตา “ไม่ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน… ข้าเคยได้ยินเพียงว่า คนที่ชอบทำให้คนอื่น
ตกใจจะตกใจจนเสียสติไปเอง”
ต้วนอวี้มองค้อนอย่างที่สุดไปทางเหยียนหลิ่งอวี๋
“ต้วนอวี้ เจ้าต้องการสัญญาซื้อขายที่อยู่ กับสัญญาที่ดินไปทำอะไร?” องค์ชายสามถามขึ้น
หากต้วนอวี้ไปเอาของสัญญาเหล่านี้มา หลิวหรงไม่มีวันยอมเลิกราเป็นแน่ แม้ว่าเรื่องนี้ต้วนอวี้จะทำเป็นความลับ
สุดยอด แต่ยังเหลือจุดที่สามารถสืบสาวราวเรื่องมาได้ ด้วยเหตุนี้เหยียนหลิ่งอวี๋จึงเป็นห่วงต้วนอวี้ว่าจะถูกหลิวหรงแก้
แค้นและอาจส่งผลร้ายไปถึงต้วนชิงหมิง
แน่นอนว่าต้วนชิงหมิงไม่ได้กลัวหลิวหรงแม้แต่น้อย แต่เหยียนหลิ่งอวี๋กลับรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า หากเด็กสาวที่อายุยัง
น้อยจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อคอยแก้แค้นอย่างไม่มีวันเลิกรา
ผู้หญิงอย่างหลิวหรงนี่แหละที่น่ากลัว เพราะนางยอมทำทุกอย่างให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ จึงถูกเรียกว่าหญิงที่
จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต
ทว่านางไม่กล้าทำอะไรต่อหน้าอยากเปิดเผย แต่กลับทำร้ายลับหลังทุกวิถีทางที่ทำได้ นั่นยิ่งทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋
กลัวว่าต้วนอวี้และต้วนชิงหมิงจะได้รับอันตราย
คำพูดของเหยียนหลิ่งอวี๋ ต้วนอวี้นิ่งฟังอย่างตั้งใจ ก่อนพูดเสียงเรียบ “สัญญาเหล่านี้พี่สาวเป็นคนให้ความ
สำคัญ…”
เหยียนหลิ่งอวี๋ถึงกับชะงักไปในทันที
เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้แนบแน่นแค่ไหน ส่วนเรื่องที่ต้วนอวี้ปกปั้องพี่สาว เหยียน
หลิ่งอวี๋ก็ทราบดี เพียงแต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ ต้วนอวี้ยอมลงมือเล่นงานหลิวหรงเพื่อต้วนชิงหมิง จนหลิวหรงแทบ
กระอักเลือดจุกอกตาย
เสียงของต้วนอวี้ในยามคํ่าคืนให้ความรู้สึกดูห่างเหิน เขาพูดเสียงเรียบ “ท่านก็รู้ดีนี่ หลิวหรงดูแลจัดการจวนต้วน
มานานหลายปี สิ่งของที่มีค่าในจวน ก็ถูกนางโยกย้ายไปเป็นของส่วนตัว ข้าก็แค่ต้องการเอาของที่ควรเป็นของพี่สาวข้า
กลับคืนมาก็เท่านั้น…”
เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ยังนิ่งฟังอย่างสงบ ไม่พูดไม่จา
“เหยียนหลิ่งอวี๋ ท่านรู้ใช่หรือไม่ เงินทองและสิ่งของพวกนี้ ข้าไม่ได้ให้ความสำคัญ ตัวท่านเองก็ไม่ได้ให้ความ
สำคัญ ทว่าสำหรับพี่สาวข้านั้น นางให้ความสำคัญ เพราะวันข้างหน้าหากนางต้องแต่งงานออกเรือนไปก็ไม่ควรที่จะไป
ตัวเปล่าเล่าเปือยมิใช่หรอกหรือ?”
องค์ชายสามยังคงสงบนิ่งไม่พูดไม่จาอยู่อย่างเดิม
ในโลกใบนี้ไม่ได้มีความยุติธรรมสำหรับผู้หญิง ผู้ชายไปหาเล็กหาน้อยนับว่าปกติ ส่วนผู้หญิงหากไปหาชายอื่น
ย่อมต้องตายสถานเดียว ผู้ชายที่ออกไปเผชิญโลกภายนอกนับว่ากล้าหาญ ส่วนผู้หญิงที่ก้าวออกมาเรือนนับว่าเป็นหญิง
ใจทราม
แม้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ไม่สนใจ
เมื่อต้วนอวี้เห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ยังนิ่งเงียบอยู่ เขาจึงถามอย่างกะทันหันขึ้นมา “เอ้อ! เหยียนหลิ่งอวี๋ ท่านมาหาพี่
สาวของข้าใช่หรือไม่ มีธุระอะไรหรือ?”
ทันทีที่ได้ยินต้วนอวี้พูดขึ้นมา เหยียนหลิ่งอวี๋พลันนึกถึงจุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ขึ้นได้ รีบสาวเท้าเดินไปอย่าง
รวดเร็วพร้อมกับพูดไปด้วยว่า “เออ! ข้ายังมีธุระอื่นอยู่ต้องไปก่อนแล้ว ต้วนอวี้สัญญานั่นเจ้าก็เก็บไว้ให้ดีล่ะ”