การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 442 ต้วนอวี้หรานเสียสติไปแล้ว (1)
จุดประสงค์ที่เหยียนหลิ่งอวี๋มาจวนต้วนในคํ่าคืนนี้ เพื่อมาปรึกษาบางเรื่องกับต้วนชิงหมิง อันที่จริงเขาไม่ชอบ
พึ่งพาใคร ทว่าสำหรับเรื่องนี้นั้นแตกต่าง หากไม่มีต้วนชิงหมิงจะต้องไม่สำเร็จเป็นแน่
แต่เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋สาวเท้าเดินไปได้เพียงครึ่งทาง กลับบังเอิญเห็นต้วนอวี้กำลังเล่นงานองครักษ์ผู้ติดตามของ
เขา ด้วยอยากรู้สาเหตุที่เด็กน้อยทำเช่นนั้น จึงหยุดฝีเท้าลงเพื่อจะสอบถาม กระทั่งได้ยินเสียงของต้วนอวี้พูดขึ้นมาอีก
ครา พลันนึกถึงวัตถุประสงค์ที่มาจวนต้วนได้ออกมาในทันที รีบเดินต่อไป โดยปล่อยองครักษ์ไว้กับต้วนอวี้ก่อน
เมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋เดินอย่างรวดเร็วราวกับกำลังจะโบยบิน กลับได้ยินเสียงพูดพึมพำออกมาประโยคหนึ่ง
“พอนึกถึงผู้หญิงก็ลืมข้าเลยนะ ข้าเพียงเตือนสติเจ้าแค่ประโยคเดียวเอง เจ้าไม่จำเป็นต้องรีบไปเร็วขนาดนี้ก็ได้กระมัง?”
ต้วนอวี้เอาแต่ส่ายหน้าด้วยไม่อยากจะเสวนาด้วย “คิดไปคิดมาแล้ว เรื่องที่ข้าทำไปทั้งหมดก็เป็นการช่วยปูทาง
ให้ท่านกับพี่สาวข้ามิใช่หรอกหรือ? หากรู้ว่าท่านเป็นคนเช่นนี้ ข้าจะให้ท่านทำทุกเรื่องทั้งหมดเสียเอง”
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้ยิน เพราะเด็กน้อยได้แต่บ่นพึมพำเสียงเบากับตัวเองยกใหญ่ ก่อนจะ
กอดสัญญาเหล่านั้นไว้ในอ้อมอกและเดินจากไป
บัดนี้สัญญาได้อยู่ในมือเขาแล้ว ส่วนเรื่องจะส่งให้ต้วนชิงหมิงอย่างปลอดภัยได้อย่างไรนั้น เขายังคิดไม่ออก
เดิมทีเขาอยากให้เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนนำสัญญาพวกนี้ไปให้ต้วนชิงหมิง แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่อง
ภายในจวนต้วน คนนอกอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ควรเข้ามายุ่มย่ามเท่าไร ขอเพียงเป็นสิ่งของที่ไม่เป็นอันตรายต่อต้วนชิงห
มิง เขาจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย แต่เพราะนิสัยของต้วนชิงหมิงที่ไม่ชอบให้ใครยื่นมือเข้ายุ่งเรื่องในชีวิตของนาง ดังนั้นเหยี
ยนหลิ่งอวี๋จึงได้วางกับดักบางอย่างไว้เตรียมต้อนรับหลิวหรง และรอให้ต้วนชิงหมิงเป็นคนจัดการไว้เรียบร้อยแล้ว
ต้วนอวี้ทราบดี หากปล่อยให้เหยียนหลิ่งอวี๋นำสัญญาพวกนี้ไปให้ต้วนชิงหมิงด้วยมือ ต้องถูกต้วนชิงหมิงซักไซ้ไล่
ความจนถึงต้นตอ ฉะนั้นองค์ชายสามที่ไม่กล้าพูดปดต่อหน้าต้วนชิงหมิงจึงให้ต้วนอวี้เก็บไว้แทน
ต้วนอวี้ไม่กลัวว่าต้วนชิงหมิงจะรู้ความสามารถของเขา แต่สิ่งที่เขากลัวคือต้วนชิงหมิงจะต้องเสียใจอย่างหนักที่รู้
ว่าเรื่องนี้อาจทำให้ต้วนอวี้ถึงแก่ความตายได้ ในเวลานี้ต้วนอวี้มองต้วนชิงหมิงเป็นคนที่สนิทมากที่สุดแล้ว ฉะนั้นเขาต้อง
คิดวางแผนเพื่อนางอย่างรอบคอบ หากไม่มีความจำเป็น ต้วนชิงหมิงยังไม่ต้องทราบความสามารถของเขาก็ได้ หากปิด
ได้ก็ปิดต่อไป หากปิดไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที
ต้วนอวี้ไม่คิดว่าการปกปิดเรื่องบางอย่างเป็นการทำผิดต่อต้วนชิงหมิง ในใจของเขาเวลานี้ไม่รู้ว่าจะเอาสัญญา
เหล่านี้ไปให้กับต้วนชิงหมิงได้เหมาะสมอย่างไรดี เด็กน้อยเดินไปคิดไป ไม่ทันได้ระวังว่ามีเงาดำของคนแวบผ่านไปผ่าน
มาอย่างลับๆ ล่อๆ ข้างหลังเขา เงาดำนั้นมองด้านหลังต้วนอวี้หนึ่งที มองด้านหลังเหยียนหลิ่งอวี๋อีกหนึ่งที เงาดำคนได้
ยิ้มเยาะออกมา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ดูจากรูปร่างของเงาดำนั้นรูปร่างเล็ก ผอมบาง แววตามีความเจ้าเล่ห์อย่างมาก เสียตรงที่เงาดำมีผ้าคลุมหน้าช่วย
ปิดบังหน้าตาเอาไว้หมด เงาดำนั้นได้ยิ้มเย้ยหยันมองไปที่ต้วนอวี้ จากนั้นก็กลับตัวจากไป
ทว่าตอนนี้ต้วนอวี้ยังไม่รู้เลยว่ากำลังถูกสะกดรอยตามเข้าแล้ว จากคนที่หลิวหรงส่งมา ในเวลานี้เขาจึงเดินกลับ
มาที่เรือนอย่างสบายอกสบายใจ เตรียมเอนกายพักผ่อน ก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงนิทรา เด็กน้อยยังคงครุ่นคิดว่าจะเอาสัญญา
ซื้อขายที่อยู่และสัญญาที่ดินส่งให้กับมือต้วนชิงหมิงอย่างไรดี
ต้วนอวี้หลับฝันดีในคํ่าคืนที่ยาวนานนี้ ทว่ามีบางคนกำลังแอบจับจ้องโดยไม่ข่มตาหลับทั้งคืน
เหยียนหลิ่งอวี๋ปรึกษาเรื่องบางอย่างกับต้วนชิงหมิงไม่นานก็จากไปอย่างรวดเร็ว พูดได้ว่ามาไวไปไว แต่กลับมีบาง
อย่างที่แปลกไปคือ ตอนที่เหยียนหลิ่งอวี๋มาถึงเรือนของนาง เขาดูมีเรื่องกังวลและสับสนในใจเป็นอย่างมาก แต่ก่อนจาก
ไปเขากลับมีใบหน้าที่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ดูท่าแล้วต้วนชิงหมิงช่วยเขาแก้ปัญหาที่ยากได้เป็นอย่างดี
เช้าวันถัดมา มีเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่งแพร่สะพัดไปทั่วในเมืองหลวง… ถนนหนทางที่มีหิมะกองสูงปิดบังการ
สัญจรในเมืองหลวงกำลังค่อยๆ ละลายลง
ผู้คนที่ออกมาเดินพบว่าหิมะที่กองพะเนินได้เริ่มหลอมละลายลงบ้างแล้ว อีกทั้งดูท่าทางจะละลายอย่างต่อเนื่อง
บางพื้นที่เริ่มมีคนออกมาปัดกวาดถนนหนทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้คนต่างดีอกดีใจกันยกใหญ่… หิมะที่ตกโปรยปรายลงมาจากท้องฟั้าไม่เริ่มละลายกลายเป็นหิมะที่ไม่หนาอีกแล้ว
สวรรค์ช่างมีตาช่วยคุ้มครองให้ปีนี้ ไม่ต้องประสบกับภัยขาดแคลนอาหารแล้ว
เป็นเวลาสามวันแล้วที่ต้วนเจิ้งประชุมราชสำนักในวังหลวง เพื่อหาทางแก้ไขภัยพิบัติจากหิมะที่ตกลงมา ในที่สุด
เขาก็ได้กลับจวนต้วนเสียที หนวดเคราของเขายาวออกมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาทั้งสองข้างแดงกํ่าออกมา ดูก็รู้ว่าไม่ได้
กินดีและพักผ่อนอย่างเพียงพอ
วันนี้เป็นวันที่หกหลังจากวันตรุษจีน ซึ่งเป็นวันเกิดอายุครบหกปีของต้วนอวี้ ฉะนั้นเขาจึงสั่งให้แม่ครัวเตรียม
อาหารให้เต็มโต๊ะฉลองวันเกิดให้กับบุตรชายเพียงคนเดียวของเขา
ภายในห้องของต้วนอวี้มีของขวัญกองอยู่เต็มไปหมด ทั้งของต้วนชิงหมิงให้ ต้วนเจิ้ง หลิวหรง ต้วนอวี้หราน แม้
กระทั่งเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็ส่งมาด้วย
ต้วนอวี้เริ่มแกะของกล่องของขวัญออกมาจัดวาง ทว่าของขวัญที่หลิวหรงกับต้วนอวี้หรานมอบให้กลับโยนทิ้งไป
ด้านข้างอย่างไม่สนใจ แล้วนำของขวัญที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยกับคุณชายเชวียทั้งสองคนจัดวางอีกข้างหนึ่ง สุดท้ายเหลือของขวัญ
ที่เหยียนหลิ่งอวี๋ หลิวยวน ต้วนชิงหมิง และเชวียหนิงหรานมอบให้
แน่นอนว่า วันเกิดของบุตรชายลูกภรรยาเอกจวนต้วน จะมีของขวัญถูกส่งมาอย่างมากมาย แต่ที่ต้วนอวี้สนใจมี
เพียงไม่กี่กล่องเท่านั้น ฉะนั้นเขาจึงต้องเลือกของขวัญ จากคนที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดเปิดออกก่อนเป็นอันดับแรก
ต้วนอวี้แกะกล่องของขวัญต้วนชิงหมิงออกก่อน ด้านในเป็นชุดผ้าฝั้ายที่ตัดเย็บอย่างประณีตและปักดอกไม้ด้วย
เส้นไหมแดงอย่างงดงาม คนที่ปักเสื้อตัวนี้ต้องเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดอย่างมาก จึงปักได้อย่างวิจิตร ต้วนชิงหมิงยังมี
ลูกกระพรวนทองที่ระยิบระยับเป็นของขวัญให้อีกหนึ่งเส้น
เขาคาดไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงจะมอบของขวัญที่มีราคาสูงเช่นนี้ให้กับเขา
ผู้เป็นพี่สาวพูดยิ้มๆ “อวี้เอ๋อร์ลืมไปแล้วหรือ? ทุกครั้งที่เจ้าเดินผ่านร้านทองมักจะร้อง ขอให้พี่ซื้อกระพรวนทอง
ให้ทุกครั้ง ไม่ก็ขอยืนดูจนหนำใจเสียก่อน ทำเอาทุกครั้งที่ต้องเดินผ่าน พี่ต้องรีบลากเจ้าให้เดินผ่านไปเร็วๆ”
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงเล่ามาทั้งหมดเป็นสิ่งที่ต้วนอวี้ทำจริง แต่วิญญาณที่อยู่ในร่างของต้วนอวี้ไม่ใช่ต้วนอวี้คนเดิมอีก
ต่อไปแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจกระพรวนทองนั่นอีกต่อไปแล้ว
เด็กน้อยนิ่งฟังได้ชั่วครู่ ก็หยิบเชือกขึ้นมาร้อยกระพรวนทองแล้วห้อยไว้ที่คอ สลับกับแผ่นหยกที่ห้อยอยู่ประจำ
จากนั้นต้วนอวี้ไม่ลืมที่จะอวดให้ต้วนชิงหมิงดูกระพรวนทองที่ห้อยในคอ ทำเอานางยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
เมื่อต้วนชิงหมิงเห็นต้วนอวี้ให้ความสำคัญกับของขวัญที่นางมอบให้ก็ปลื้มปีติอยู่ไม่น้อย นางมองดูต้วนอวี้ที่สูงขึ้น
กว่าปีที่แล้วมากก็รู้สึกทั้งดีใจจนพูดไม่ถูก ได้แต่หัวเราะและเอ่ยขึ้น “ยังมีของขวัญที่พี่สาวเชวียหนิงหรานส่งมาให้อีก อวี้
เอ๋อร์จะเปิดดูเลยหรือไม่?”