การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 444 ความผิดปกติของต้วนอวี้หราน
ต้วนอวี้หรานไม่ได้สนใจกับสิ่งที่หลิวหรงและต้วนชิงหมิงกำลังถกเถียงกันแม้แต่น้อย นางทำเพียงหันไปดึงชายเสื้อ
ของต้วนชิงหมิงอย่างเบามือ พูดเสียงเบา “อวี้หรานไม่ได้ปั่วย แค่แต่งตัวนานไปหน่อยเท่านั้นเอง… พี่ชิงหมิงคงไม่ว่า
อะไรข้าหรอกกระมัง?”
นํ้าเสียงที่นางพูดออกมาไม่ดังและเบาจนเกินไป ทำให้คนรอบข้างจำนวนหนึ่งได้ยิน ยิ่งแววตาและท่าทางที่ดู
อ่อนแอบอบบางของนาง หากต้วนชิงหมิงยังต่อว่านางอยู่ คงดูทำเกินกว่าเหตุ
ทว่าคำพูดของต้วนอวี้หรานเมื่อครู่ กลับทำให้คนที่ได้ยินถึงกับต้องตกใจไม่น้อย
ต้วนเจิ้งที่นั่งเป็นประธานได้ส่งสายตาจ้องไปที่ต้วนอวี้หราน โดยไม่ได้พูดอะไร
ทางด้านต้วนอวี้ได้แต่มองต้วนอวี้หรานกับหลิวหรงด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ ส่วนหลิวหรงที่เคียดแค้นอยู่นานแล้ว
อยากจะรีบจัดการพี่น้องคู่นี้เต็มทน
พูดได้ว่าตั้งแต่ที่หรานเอ๋อร์กลับมาที่จวนแล้ว นิสัยของนางได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก บางครั้งนางดูมีสติ
ครบถ้วน บางครั้งดูเสียสติจำเรื่องราวไม่ได้ ทุกครั้งที่นางมีสติมักด่าทอต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ แต่เมื่อเสียสติขึ้นมามัก
ตะโกนเรียกหลิวหรงเสียงดังลั่น
เวลานี้หลิวหรงเริ่มทนกับอาการเสียสติของต้วนอวี้หรานไม่ไหวแล้ว ก่อนหน้านี้ระหว่างที่ต้วนอวี้หรานแต่งตัวอยู่
ก็จะเลือกนั่นเลือกนี่อยู่เป็นนานสองนาน บ้างว่าชุดไม่สวย บ้างว่าเครื่องประดับไม่งาม อีกประเดี๋ยวบอกเสื้อผ้าและ
เครื่องประดับไม่เข้ากันต้องเลือกใหม่ทั้งหมด เป็นไปแบบนี้อยู่หลายครั้งจนทำให้มาช้าไป
หลิวหรงถูกบุตรสาวทรมานมาเป็นเวลานาน เมื่อเห็นหน้าต้วนชิงหมิง พาลรู้สึกโกรธแค้นขึ้นหน้า อดไม่ได้ที่จะพูด
ชี้ใจดำอีกฝั่าย เดิมทีหลิวหรงแค่อยากระบายความโกรธแค้นเท่านั้น ทว่าสิ่งที่นึกไม่ถึงก็คือ ต้วนอวี้หรานกลับพังแผนที่
นางเตรียมไว้ให้พังลงต่อหน้า อีกทั้งยังแสดงท่าทีเป็นมิตรต่อต้วนชิงหมิงอีก เช่นนั้นมีหรือที่หลิวหรงจะไม่หงุดหงิด?
ต้วนชิงหมิงก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าต้วนอวี้หรานจะทำแผนที่หลิวหรงเตรียมเอาไว้เล่นงานนางพังลง ในใจของนางเต็ม
ไปด้วยความตกใจ แต่เลือกไม่แสดงออกมาทางสีหน้า กลับยิ้มจางๆ “พี่สาวจะว่าน้องอวี้หรานได้อย่างไรเล่า? อันที่จริงพี่
สาวเพียงแค่กลัวว่าน้องจะไม่สบาย บัดนี้ดูแล้วว่าน้องอวี้หรานไม่เป็นอะไร พี่สาวก็วางใจได้”
เมื่อต้วนอวี้หรานได้ฟังสีหน้าที่ซีดขาวกลับมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นมา นางยังคงพูดเสียงแผ่วเบา “อ่า พี่ชิงห
มิงไม่ได้โทษน้องอวี้หรานถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเลย!”
อีกฝั่ายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางรู้สึกแปลกใจอย่างมากกับท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างผิดหูผิดตาของต้วนอวี้หราน ไม่รู้
ว่าอีกฝั่ายจะมาไม้ไหนกันแน่!
ทางด้านต้วนอวี้ที่คอยมองต้วนอวี้หรานดึงชายเสื้อต้วนชิงหมิงอยู่หลายครั้งไม่ยอมปล่อย ในใจก็เริ่มรู้สึกสังหรณ์
ใจขึ้นมา เขาจึงเดินเข้าไปพูดอมยิ้มกับต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้หราน “พี่สาวใหญ่ พี่สาวรอง ท่านพ่อรอพี่ทั้งสองนานแล้ว
รีบไปเข้าที่นั่งได้แล้วขอรับ”
ต้วนชิงหมิงรีบหันกลับมาพูดยิ้มๆ “วันนี้เป็นวันเกิดของอวี้เอ๋อร์ ทุกคนคงรอต่อไปไม่ไหวแล้ว น้องอวี้หรานมา
เร็วๆ รีบเข้าที่นั่งเถอะ”
ต้วนชิงหมิงพูดไปก็จับมือต้วนอวี้ก้าวเดินเข้าไปนั่งที่ ต้วนอวี้หรานที่ยืนอยู่ข้างหลังได้เดินตามทั้งสองคนไป ดูท่า
แล้วเหมือนนางอยากนั่งติดกับต้วนชิงหมิง
เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานเดินตามมาข้างหลัง ต้วนอวี้รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย เขาหยุดเดินไปด้วยสีหน้าสีหน้าไม่
ค่อยสบอารมณ์นัก ต้วนอวี้ชี้นิ้วไปตรงที่นั่งของเขา โดยหันหน้าไปพูดเสียงเรียบกับต้วนอวี้หราน “พี่รอง ที่นั่งของพี่อยู่
ตรงนั้น”
ในเมื่อต้วนอวี้หรานอยากแสดงละคร ต้วนอวี้ก็พร้อมจะสวมบทบาทเล่นตามนํ้าไปด้วย ทว่าต้วนอวี้หรานอยากใช้
โอกาสนี้เล่นงานต้วนชิงหมิง ซึ่งนั่นอาจเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์
ทันทีที่ต้วนอวี้หรานได้ยินต้วนอวี้พูดเช่นนั้น นางได้ถอยหลังลงด้วยอาการกล้าๆ กลัวๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองต้วน
ชิงหมิง ด้วยใบหน้าที่ขอร้องวิงวอนราวกับเด็กน้อยที่ตื๊อผู้ใหญ่อยากได้ลูกอม
ต้วนชิงหมิงย่อมรู้นิสัยของต้วนอวี้หรานอย่างทะลุปรุโปร่งว่าเป็นเช่นไร
นางยอมลดตัวและแสดงด้านที่อ่อนแอออกมา เพียงเพื่อให้ได้เปรียบก่อน แล้วจะใช้โอกาสนี้ในการเหยียบยํ้าอีก
ฝั่ายให้จมดินโดยไม่ลังเลใจ
สำหรับคนประเภทต้วนอวี้หรานนั้น ต้วนชิงหมิงไม่มีความสงสารให้และไม่เปิดโอกาสให้นางได้สมใจปรารถนา
ตอบกลับไปว่า “น้องอวี้หรานอย่ามัวแต่ใจลอยสิ รีบเข้าไปนั่งทีเถอะ วันนี้เป็นวันเกิดของอวี้เอ๋อร์ หากมัวชักช้าประเดี๋ยว
อวี้เอ๋อร์จะไม่พอใจเราสองคนได้”
คำพูดที่ต้วนชิงหมิงเอ่ยออกมา เป็นการช่วยต้วนอวี้และช่วยต้วนอวี้หรานให้ออกจากสถานการณ์ที่คับขันได้ แต่ต้
วนชิงหมิงไม่ได้รับปากต้วนอวี้หรานว่าสามารถนั่งตรงไหนได้ นั่งตรงไหนไม่ได้ ทว่าตามหลักแล้วที่นั่งของต้วนอวี้หรานจะ
อยู่ตรงข้ามต้วนอวี้
นางไม่แสดงสีหน้าผิดหวังออกมาแม้แต่น้อย เพียงยิ้มน้อยๆ และพูดด้วยท่าทีที่จริงใจ “อืม พี่ชิงหมิงพูดได้ถูกต้อง
แล้ว”
เมื่อพูดจบลง ต้วนอวี้หรานได้เดินไปนั่งฝังตรงข้ามโดยไม่ลังเล ก่อนที่จะนั่งลงนางก็มิวายหันไปยิ้มจางๆ ให้ต้วน
ชิงหมิงหนึ่งที ด้วยสายตาที่สดใสวาววับ
ในคํ่าคืนนี้มีงานฉลองวันเกิดต้วนอวี้เพียงเรื่องเดียวก็เพียงพอแล้ว เพียงแต่ท่าทีต้วนอวี้หรานแปลกไปโดยสิ้นเชิง
นางยอมลดทิฐิลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า เห็นทีนางจะต้องวางแผนบางอย่างในใจ
แม้ต้วนชิงหมิงจะรู้อยู่เต็มอกว่าต้วนอวี้หรานมีแผนชั่วร้ายอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้พูดฉีกหน้า ทำเพียงส่งยิ้มรับตอบไป
ตามมารยาท แล้วต่างคนต่างนั่งลงเพื่อเตรียมเปิดงาน
คํ่าคืนวันนี้เป็นงานฉลองวันเกิดของต้วนอวี้ ด้านต้วนชิงหมิงอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ เหตุใดต้วนอวี้หรานไม่แสดง
อาการไม่พอใจออกมา กลับเก็บอาการแสร้งยิ้มอย่างยินดีออกมาแทน ซึ่งนั่นเหนือความคาดหมายที่นางคิดไว้ ไม่ว่า
อย่างไรวันนี้เป็นวันดีไม่ควรเกิดเรื่องเกิดราวขึ้น
อาหารเย็นมื้อนี้ ทุกคนต่างทานกันอย่างมีความสุข ทว่าต้วนอวี้หรานกลับมองต้วนชิงหมิงด้วยสายตาที่ระแวด
ระวังอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ต้วนชิงหมิงรู้สึกประหม่า ส่วนหลิวหรงแสดงสีหน้าที่ค่อนข้างผิดหวังออกมา ดีที่ความสนใจ
ของหลิวหรงทั้งหมดตกไปอยู่กับการสร้างความพอใจให้กับต้วนเจิ้ง จนไม่มีเวลามาสนใจสิ่งที่ต้วนอวี้หรานทำมากนัก
เมื่อทานอาหารฉลองวันเกิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้วนอวี้ไม่รอให้ต้วนอวี้หรานได้มีโอกาสพูด รีบเอ่ยปาก เด็กน้อย
รีบเอ่ยปากขอตัวต้วนเจิ้งออกไปข้างนอก พร้อมจับมือต้วนชิงหมิงลุกออกไป
ต้วนชิงหมิงเห็นท่าทางที่รีบร้อนเป็นเจ้าเข้าของต้วนอวี้ นางรู้ได้ทันทีว่านี่เป็นการกระตุ้นให้ต้วนอวี้หรานใจร้อน
ขึ้นมา ประกอบกับเยวี่ยเจียได้มารายงานเมื่อครู่ กล่าวว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยและเชวียหนิงหรานได้มาถึงจวนแล้วจึงไม่อยากให้
คุณหนูทั้งสองต้องรอนาน นางกับต้วนอวี้จึงไปบอกกล่าวต้วนเจิ้งเรื่องนี้ ก่อนขอตัวไปรับแขก
ครั้นต้วนอวี้หรานกำลังทำท่าเหมือนจะเดินตามไปด้วย แต่ต้วนอวี้กลับใช้สายตาพิฆาตมองเตือนไป นางจึงหยุด
ความคิดนั้นลงทันที
นางหันหลังกลับมาเห็นต้วนเจิ้งและหลิวหรงกำลังมองมา หลิวหรงจึงพยายามหาวิธีทำให้ต้วนเจิ้งถูกใจ
ต้วนอวี้หรานทำความเคารพต้วนเจิ้งและหลิวหรงเพื่อขอตัวลา มีหรือที่ต้วนอวี้หรานจะไม่รู้ว่าต้วนเจิ้งไม่ค่อยชอบ
นาง อีกทั้งพยายามกีดกันในหลายๆ ด้าน แต่ในเมื่อนางต้องการเล่นงานต้วนชิงหมิงให้จงได้ เรื่องแค่นี้มิอาจหยุดยั้งนาง
ได้หรอก! บัดนี้พี่น้องคู่นั้นเดินออกไปแล้ว นางเดาว่าต้องกลับไปที่เรือนของต้วนชิงหมิงเป็นแน่จึงคิดตามไป มิอย่างนั้นคง
พลาดอะไรที่สนุกๆ อย่างแน่นอน
เมื่อครู่ที่เห็นต้วนอวี้ส่งสายตาให้ต้วนชิงหมิงอย่างเข้าอกเข้าใจกัน ทำเอาต้วนอวี้หรานรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ รวม
ทั้งท่าทางที่พวกเขาร่วมมือกันกีดกันนางให้รู้สึกไม่เข้าพวก ยิ่งทำให้นางรู้สึกโมโหเป็นที่สุด
เห็นได้ชัดว่าแม้ทุกคนเป็นบุตรของต้วนเจิ้ง แต่ระยะห่างทางความสัมพันธ์ระหว่างต้วนอวี้และต้วนชิงหมิง เมื่อ
เทียบกับต้วนอวี้หรานนั้นช่างเหมือนกับนํ้ากับนํ้ามันที่ไม่มีวันเข้ากันได้
เมื่อคิดได้ดังนี้ ดวงตาของต้วนอวี้หรานกลับมีนํ้าเอ่อคลอขึ้นมา แต่ไม่นานรีบกลั้นเอาไว้อย่างรวดเร็วและเตือนตัว
เอง สิ่งที่เจอทั้งหมดในวันนี้ไม่ได้สลักสำคัญต่อนางแม้สักกระผีกเดียว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือรู้เขารู้เราต่างหาก เพื่อจะได้เล่น
งานต้วนชิงหมิงให้ไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิดอีก
ทางด้านต้วนอวี้ที่เวลานี้จิตใจได้ล่องลอยไปหาเชวียหนิงหรานตั้งนานแล้ว เมื่อเดินออกจากประตูห้องโถงรับรอง
เขารีบคว้ามือต้วนชิงหมิงสาวเท้าไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง
เวลานี้ที่พื้นต่างเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนที่ตกโปรยปรายลงมาทำให้การเดินไม่ค่อยสะดวกมากนัก แต่ต้วนอวี้ยัง
คงลากต้วนชิงหมิงให้เดินไปอย่างรวดเร็วจนลืมสำรวมท่าทางไป ซึ่งหากบ่าวรับใช้มาพบเห็นเข้าอาจดูไม่ดีได้