การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 445 ปัจจุบันและอนาคต
“อวี้เอ๋อร์จะรีบร้อนอะไรขนาดนั้น?” ต้วนชิงหมิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้
ต้วนอวี้รีบยู่ปาก ตอบกลับไปอย่างไม่ค่อยร่าเริง “พี่ชิงหมิงก็รู้นี่หน่าว่าในใจอวี้เอ๋อร์กำลังคิดอะไรอยู่ ตอนนี้พี่ชิงห
มิงตั้งใจพูดแบบนี้เพื่อหัวเราะเยาะอวี้เอ๋อร์ใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงยื่นมือไปบีบจมูกต้วนอวี้พร้อมกับหัวเราะออกมา “เอาล่ะ เอาล่ะ พี่เชวียหนิงหรานอยู่ที่ไหน ใจของอ
วี้เอ๋อร์ก็โบยบินไปที่นั่นมิใช่หรือ เพียงแต่พวกเรารีบเดินไปเร็วขนาดนี้ ดูจะไม่ค่อยสำรวมเท่าไร หากเจ้ารีบก็วิ่งไปต้อนรับ
ก่อน หรือจะเดินไปช้าๆ พร้อมกับพี่ดี?”
ต้วนอวี้ยู่ปากด้วยความไม่พอใจออกมาอีกครั้ง “หึ หึ! พี่ชิงหมิงต้องการแกล้งอวี้เอ๋อร์ให้เสียหน้า พวกนางรออยู่ที่
เรือนพี่ชิงหมิง หากอวี้เอ๋อร์ไปถึงเรือนก่อน พวกนางคงหัวเราะเยาะข้าเป็นแน่… ข้าจะไปพร้อมพี่ชิงหมิง!”
ความรู้สึกที่ต้วนอวี้มีต่อเชวียหนิงหรานนั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยดูออกแล้ว ทุกครั้งที่นางกับต้วนอวี้ได้พบหน้ากัน เนี่ยไฉ่เย
วี่ยมักแอบมองต้วนอวี้ที่ส่งยิ้มให้เชวียหนิงหรานอยู่บ่อยครั้ง จนเชวียหนิงหรานหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
ด้านต้วนชิงหมิงที่ไม่ค่อยจะเห็นด้วยที่ต้วนอวี้ชอบเชวียหนิงหรานเสียเท่าไร เนื่องจากด้วยอายุที่ห่างกันมากจึง
เป็นการยากที่จะรักกันได้ ไม่รู้ว่าต้วนอวี้ชอบพออีกฝั่ายเป็นเพราะแค่รักสนุกกับการได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ หรือว่าหลงใหล
ได้ปลื้มจากใจจริงกันแน่?
เรื่องของอนาคตยังอีกยาวไกลไม่มีใครล่วงรู้หรอกว่าบทสรุปจะเป็นเช่นไร ทว่าเมื่อเห็นน้องชายชอบเพื่อนสาวของ
ตน รวมทั้งพยายามเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้านให้ดีขึ้น จุดนี้ต้วนชิงหมิงเห็นแล้วก็อดปลื้มใจมิได้
เมื่อเห็นต้วนอวี้มีสีหน้าที่เศร้าสร้อย ต้วนชิงหมิงจึงอดแซวขึ้นมามิได้ “เอาล่ะ รู้หรือไม่ว่าพี่เชวียหนิงหรานชอบ
คนที่ร่าเริงสนุกสนาน หากนางเห็นเจ้าหน้าบึ้งตึงแบบนี้ มีหวังต้องหัวเราะเยาะอวี้เอ๋อร์แน่นอน”
ทันทีที่ต้วนอวี้ได้ฟังรีบเปลี่ยนสีหน้าทันที “อวี้เอ๋อร์ทราบแล้ว รับประกันว่าพี่เชวียหนิงหรานจะต้องเห็นอวี้เอ๋อร์
ที่ร่าเริงมีความสุข!”
ต้วนชิงหมิงส่ายหัวไปมา “อวี้เอ๋อร์ ตอนนี้ในใจของเจ้ามีเพียงพี่เชวียหนิงหรานคนเดียวสินะ ต่อไปคงไม่มีพี่ชิงห
มิงคนนี้อีกแล้ว?”
โอ้โห! นานๆ ทีจะเห็นต้วนชิงหมิงน้อยใจเป็นด้วย!
ต้วนอวี้ได้ยินดังนั้นรีบคว้ามือต้วนชิงหมิงมาพูดออดอ้อนทันที “จะเป็นไปได้อย่างไร พี่ชิงหมิงกับพี่เชวียหนิงหรา
นล้วนเป็นที่หนึ่งในใจของอวี้เอ๋อร์เสมอ!”
ที่หนึ่งมีเพียงอันดับเดียว จะมีพร้อมกันหลายคนได้อย่างไร?
“อวี้เอ๋อร์ชอบพี่เชวียหนิงหรานก็ชอบไปเถอะ ยังเอาพี่สาวคนนี้ไปจัดอันดับเป็นที่หนึ่งด้วยกัน อีกหน่อยภรรยา
ของอวี้เอ๋อร์คงจะไม่ถูกใจเอาได้” ต้วนชิงหมิงพูดยิ้มๆ
ต้วนอวี้รีบพูดกลับไปอย่างเป็นจริงเป็นจัง “พี่สาวอย่างไรก็คือพี่สาว อีกอย่างอวี้เอ๋อร์ก็มีพี่สาวเพียงคนเดียว
โบราณว่าพี่สาวคนโตมีฐานะเป็นแม่คนที่สอง จุดนี้อวี้เอ๋อร์จำขึ้นใจมิมีวันลืม”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกตื้นตันใจขึ้นมา ไม่ว่าวันข้างหน้าอวี้เอ๋อร์จะมีนิสัยเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร แต่วันนี้คำพูดของต้วน
อวี้ นางจะจดจำขึ้นใจตลอดไป
ต้วนชิงหมิงนึกไม่ถึงว่าคำพูดของต้วนอวี้ในวันนี้ ไม่ได้พูดออกมาเล่นๆ แต่กลับเป็นจริงเป็นจัง นับจากนี้ต่อไปอีก
กี่สิบปี ต้วนอวี้จะปฏิบัติต่อนางในฐานะพี่สาวคนโตและท่านแม่ในเวลาเดียวกันจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต หากวันใดที่ตก
อยู่ในภยันตรายที่ต้องเลือกระหว่างต้วนชิงหมิงกับเชวียหนิงหราน ต้วนอวี้คงช่วยต้วนชิงหมิงก่อนอย่างไม่มีเงื่อนไขใด…
เขาอาจพูดกับเชวียหนิงหรานว่า ภรรยาสามารถหาใหม่ได้ แต่พี่สาวคนโตหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว หากต้วนอวี้ต้องตายไป
ก็หวังว่าต้วนชิงหมิงจะอยู่รอดปลอดภัย… หรือหากเกิดเรื่องขึ้นกับนางจนต้องจากโลกนี้ไป ต้วนอวี้ก็มิอาจมีชีวิตอยู่ต่อไป
ได้อีก และพร้อมจากโลกนี้ตามไป
สรุปแล้วเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของอนาคต สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือต้วนอวี้อายุยังน้อย เขายังไม่ได้เริ่มคบหาเช
วียหนิงหรานอย่างจริงจัง ทั้งยังไม่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมาด้วยกันเลย ฉะนั้นทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น!
ต้วนชิงหมิงตบไปที่มือของต้วนอวี้เบาๆ อมยิ้มและจับมือต้วนอวี้เดินไปที่เรือนของนาง`
ไม่ว่าชาติที่แล้วหรือในชาตินี้ ติงโหรวได้ให้กำเนิดน้องชายของต้วนชิงหมิงออกมา ชาติที่แล้วนางติดค้างต้วนอวี้ไว้
มาในชาตินี้นางขอแก้ตัวทำทุกอย่างให้ดีที่สุด นับจากนี้ต่อไปต้วนอวี้จะเป็นทุกอย่างของนาง ทั้งที่พึ่ง ที่พักพิง และที่
หลบภัย ต่อให้วันข้างหน้าความสัมพันธ์พี่น้องจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร แต่วินาทีนี้นางตื้นตันใจและภูมิใจในตัวของต้วนอ
วี้เป็นที่สุด
ในตอนนี้แม้ว่าหิมะจะหยุดตกโปรยปรายลงแล้ว ทว่าอากาศยังคงหนาวเหน็บไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งต้วนชิงหมิงกับต้
วนอวี้กำลังครุ่นคิดเรื่องต่างๆ อยู่ภายในใจทำให้ก้าวเดินช้าลง
ไม่นาน พวกเขาก็เดินฝั่าหิมะอันหนาวเหน็บกลับมาที่เรือน เนี่ยไฉ่เยวี่ยและเชวียหนิงหรานต่างยืนยิ้มรออยู่ข้างใน
เรือนแล้ว เมื่อเห็นต้วนอวี้หน้าแดงจากความหนาวเหน็บ เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงหัวเราะออกมา “โอ้โห คุณชายใหญ่ต้วนรีบเดิน
ฝั่าหิมะมาเร็วแบบนี้ หรือว่าเป็นเพราะต้องการมาพบพี่เชวียหนิงหรานกันแน่? ดูสิไม่เจอกันไม่เท่าไร คุณชายใหญ่ต้วนทั้ง
โตขึ้นและหล่อขึ้นไม่น้อยเลย!”
วันนี้เนี่ยไฉ่เยวี่ยตั้งใจแต่งตัวอย่างเต็มยศ นางแต่งหน้าอ่อนๆ ช่วยขับคิ้วที่กันอย่างสวยงามให้โดดเด่นขึ้นมา อีก
ทั้งผิวขาวอมชมพูช่วยให้ดูมีสง่าราศี ผิดกับปกติที่ผิวพรรณซีดขาวและท่าทางเหนื่อยล้าอยู่ตลอด
เนื่องจากภายในเรือนอบอุ่น เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงถอดเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกขาวออก เผยให้เห็นชุดกระโปรงผ้าฝั้ายสี
แดง ที่ตัวเสื้อ แขนเสื้อและชายเสื้อต่างปักรูปดอกเหมยที่วิจิตรไว้โดยรอบ เว้นส่วนกระโปรงช่วงล่างเอาไว้ เมื่อมองดูด้าน
บนที่งดงาม ด้านล่างที่เรียบง่าย ทำให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยดูโดดเด่นไม่น้อย
การแต่งตัวของเนี่ยไฉ่เยวี่ยในวันนี้ ต้วนชิงหมิงถึงกับอมยิ้มและเลิกคิ้วขึ้นมา “พี่ไฉ่เยวี่ยวันนี้แต่งตัวสวยมาก
เลย!”
ทางด้านเชวียหนิงหรานที่เห็นต้วนชิงหมิงชมเนี่ยไฉ่เยวี่ยอย่างออกหน้าออกตา ถึงกับเม้มปากจนแน่น “วันนี้เพ
ราะไฉ่เยวี่ยแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ ไม่ว่าพูดอะไรก็ดูดีไปเสียหมด”
วันนี้เชวียหนิงหรานก็แต่งตัวได้งดงามไม่แพ้กัน
ด้านบนของนางสวมผ้าฝั้ายสะท้อนแสงสีขาวบริสุทธิ์ ด้านล่างสวมกระโปรงยาวไล่สีจากแดงเข้มไปถึงแดงอ่อน
จากด้านบนลงด้านล่าง ชายกระโปรงปักรูปหมู่บุปผาอยู่ล้อมรอบ เมื่อสีขาวจากเสื้อและสีแดงจากกระโปรงกระทบกับ
แสง จะสะท้อนแสงระยิบระยับงดงามหาใดเปรียบ
เชวียหนิงหรานแต่งหน้าบางเบาช่วยขับให้ผิวพรรณและใบหน้าดูเด่นขึ้นมา ไม่ว่าใครได้เห็นย่อมมิอาจละสายตา
ไปที่อื่นได้
ด้านเนี่ยไฉ่เยวี่ยรีบพูดเหน็บเชวียหนิงหรานทันที “โอ้โห! ไหนว่าปั่วยอย่างไรเล่า ยังแต่งตัวได้ขนาดนี้อีก… พวก
เจ้าดูสิ ใบหน้าของว่าที่สะใภ้จวนต้วนแดงไปหมดแล้ว…”
เชวียหนิงหรานที่หน้าแดงขึ้นฉับพลัน เอ่ยปากปรามอีกฝั่าย “วันนี้เจ้ามาสร้างเรื่องหรือว่ามาอวยพรอวี้เอ๋อร์กัน
แน่?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้ว่าเชวียหนิงหรานเริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นแล้ว แต่นางก็ไม่ได้กลัวอะไร ยังคงหัวเราะคิกคักออกมา
“แน่นอนว่าต้องมาอวยพรคุณชายใหญ่จวนต้วน และมาดูเรื่องดีๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างไรล่ะ”
“เอาล่ะ เอาล่ะ วันนี้เป็นวันดีของอวี้เอ๋อร์ อีกอย่างพวกเราไม่เจอกันตั้งนาน อย่าได้ต่อปากต่อคำกันเลยจะดี
ไหม?” ต้วนชิงหมิงรีบพูดโน้มน้าวสงบศึก
ด้านต้วนอวี้ที่เห็นเชวียหนิงหรานก็ยิ้มแก้มปริจนมองไม่เห็นตาดำ เขาเดินเข้าไปจับมือของเชวียหนิงหรานขึ้นมา
และพูดว่า “พี่หนิงหราน อวี้เอ๋อร์คิดถึงพี่มากเหลือเกิน!”
การมาที่นี่ของเชวียหนิงหรานเพื่อมาอวยพรวันเกิดให้ต้วนอวี้ เมื่อเห็นเขาพูดยิ้มๆ แบบนั้นออกมา นางพลันหน้า
แดงและรีบตอบกลับทันควัน “อวี้เอ๋อร์ อย่าได้ฟังที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดไปเรื่อย นางเป็นคนชอบสร้างเรื่องเข้าใจหรือไม่?”
ต้วนอวี้ยิ้มออกมาพร้อมกับแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “เมื่อครู่นี้พี่ไฉ่เยวี่ยพูดออกมาเยอะเหลือเกิน พี่หนิงหรานอยาก
บอกว่าประโยคไหนไม่ควรเอามาคิดจริงจังหรือ?”
พอเชวียหนิงหรานได้ยิน ใบหน้ายิ่งแดงระเรื่อขึ้นไปอีก เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดอย่างไม่อายปาก มีหรือที่เชวียหนิงหราน
จะกล้าพูดออกมาอีกครั้ง