การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 447 เข้าใจผิดกันแล้ว
ตามหลักแล้วเรือนของต้วนชิงหมิงไม่ได้สะดวกในการต้อนรับแขกเหรื่อ อีกทั้งเจ้าของงานวันเกิดยังเป็นต้วนอวี้
ดังนั้นนางจึงตัดสินใจให้ทุกคนย้ายไปที่เรือนของต้วนอวี้แทน
ต้วนอวี้สีหน้าก็ไม่สู้ดีเมื่อได้ยินว่าจะย้ายที่รับรองแขกไปที่อื่น แต่เมื่อรู้ว่าเป็นเรือนของเขา จึงรีบจับมือเชวียหนิง
หรานเดินไปอย่างเบิกบานใจ
เด็กรับใช้หลิวยวนได้ยินดังนั้นจึงให้คนในจวนต้วนนำทางไป ประจวบกับคุณชายเชวียทั้งสองมาร่วมงานอวยพร
วันเกิดต้วนอวี้พอดี ดังนั้นทั้งสามคนจึงมุ่งหน้าไปที่เรือนของต้วนอวี้ทันที
ช่วงวันตรุษจีนที่ผ่านมา พวกผู้ใหญ่ไม่ปล่อยให้เด็กๆ ออกจากบ้าน ในช่วงนั้นนอกจากต้องพูดคำมงคลแล้วยัง
ต้องอยู่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุ ดังนั้นตอนนี้เมื่อเด็กโตอย่างพวกเขาสามารถออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกได้เหมือนเดิมแล้ว ย่อม
ไปเที่ยวเล่นตามใจเหมือนที่เคยทำมา
ทุกคนจึงอาศัยโอกาสงานวันเกิดของต้วนอวี้ ออกจากจวนมารวมตัวกันอย่างมิได้นัดหมาย จากนั้นใช้ข้ออ้างใน
การมาช่วยงานวันเกิดต้วนอวี้เพื่อออกมาพักผ่อนกายใจ
ฉะนั้นคุณชายเชวียทั้งสองจึงใช้ข้ออ้างในการมาเป็นเพื่อนเชวียหนิงหราน รีบตามมาสมทบที่จวนต้วนอย่าง
รวดเร็ว
เชวียหนิงหรานถูกต้วนอวี้ลากมาจนถึงเรือนของเขา
เรือนของต้วนอวี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสวนดอกไม้ ซึ่งเป็นเรือนที่ติงโหรวตั้งใจเลือกไว้ให้กับบุตรสาวและ
บุตรชาย หลิวหรงที่ไม่อยากให้ต้วนเจิ้งเกิดความไม่พอใจในตัวนาง จึงไม่ได้ย้ายเรือนของคุณชายใหญ่กับคุณหนูใหญ่ไปที่
อื่น บัดนี้เมื่อทุกคนเดินผ่านสวนดอกไม้ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะก็จะมองเห็นเรือนของต้วนอวี้ในทันที
เรือนของต้วนอวี้ใหญ่กว่าเรือนของต้วนชิงหมิงเล็กน้อย ทางเดินจากสวนดอกไม้ไปถึงตัวเรือนมีทางเดินมุงหลังคา
ทอดยาวและปูด้วยก้อนอิฐ บัดนี้ทางเดินแม้จะมีบ่าวรับใช้มาทำความสะอาดแล้ว แต่ก็ยังหลงเหลือหิมะบางส่วนที่จับตัว
เป็นนํ้าแข็งติดอยู่ที่พื้น เมื่อเดินผ่านไปก็จะถึงเรือนของต้วนอวี้
กลุ่มของต้วนชิงหมิงเดินทางมาถึงก็พบหลิวยวนและคุณชายเชวียอีกสองคนยืนรออยู่ด้านหน้า หลิวยวนเงยหน้า
ขึ้นมองพร้อมรอยยิ้ม “ทุกคนสวัสดีปีใหม่!”
เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนรีบตอบรับ “สวัสดีปีใหม่!”
ทางด้านเชวียหนิงหรานก็ยังไม่ได้ปล่อยมือออกจากต้วนอวี้ จึงได้แต่ทำความเคารพเพียงมือเดียว ส่วนต้วนอวี้ก็
ทำความเคารพอาจารย์หลิวยวนเสียงดังฟังชัด
ถึงแม้เจ้าของงานวันเกิดในวันนี้จะเป็นต้วนอวี้ แต่เพราะยังอายุน้อย ต้วนชิงหมิงจึงรับหน้าเดินขึ้นไปพูดต้อนรับ
“เห็นหลิวยวนดีขึ้นมากขนาดนี้ พวกเราทุกคนค่อยวางใจได้หน่อย”
เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนที่ติดตามเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่เป็นประจำ จึงพอได้ยินเรื่องราวของหลิวยวนมาไม่มาก
ก็น้อย วันนี้ได้พบหลิวยวน ทั้งสองคนรู้สึกเคารพในความสามารถของเขา
เวลานี้ทุกคนต่างยิ้มให้กันและเปลี่ยนหัวข้อที่สนทนา มีเพียงเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่ยังคงมองหลิวยวนไม่ละสายตา
วันนี้หลิวยวนใส่ชุดผ้าฝั้ายสีแดงอมม่วง คลุมด้วยเสื้อขนสุนัขจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ ที่เอวมีแผ่นหยกผูกเอาไว้ เมื่อ
เดินเข้ามาในห้องที่จุดถ่านให้ความร้อน ทำให้เห็นใบหน้าที่ซีดขาวของหลิวยวนได้ค่อนข้างชัดเจน
ครั้งนี้หลิวยวนแลดูซูบผอมกว่าครั้งที่แล้วไม่น้อย เพียงแต่ความเป็นบุรุษในตัวเขามิได้ลดน้อยถอยลงไป ใบหน้า
หล่อเหลาเรียบเนียนช่วยให้เขาดูโตเป็นผู้ใหญ่ อีกทั้งร่างกายที่ดูแข็งแรงกำยำขึ้นกว่าแต่ก่อนไม่น้อย ดึงดูดสายตาไม่เว้น
แม้แต่เนี่ยไฉ่เยวี่ย
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองดูรูปร่างของหลิวยวนจนรู้สึกเคลิบเคลิ้มเกือบเป็นลมล้มพับไป
ต้วนชิงหมิงที่คอยมองเนี่ยไฉ่เยวี่ยอยู่ตลอด พอเห็นท่าทางไม่สู้ดีจึงรีบเข้าไปประคองแล้วกระซิบถาม “พี่ไฉ่เยวี่ย
เป็นอะไรไปหรือ?”
หลิวยวนที่ยืนสนทนากับเชวียจื่อซวนอยู่ เห็นท่าทางเวียนหัวของเนี่ยไฉ่เยวี่ยผ่านทางหางตา จึงรีบเข้าไปถามด้วย
ความเป็นห่วง “ชิงหมิง ให้คุณหนูเนี่ยเข้าไปพักด้านในก่อน ข้างนอกอากาศหนาวเหน็บเกินไป”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยหัวใจก็พองโตขึ้นมาทันที นางรีบจับแขนต้วนชิงหมิงพยายามประคองร่างกายขึ้นยืน จากนั้นหันไปพูด
กับหลิวยวน “ขอบคุณคุณชายหลิวที่เป็นห่วง ไฉ่เยวี่ยไม่ได้เป็นอะไรมากเจ้าค่ะ”
นางเรียกแทนตัวนางว่า “ไฉ่เยวี่ย” แทนที่จะใช้คำว่า “ข้า” นี่เป็นการบอกชื่อแก่หลิวยวนทางอ้อม และแสดงให้
เห็นถึงความใกล้ชิดจนอีกฝั่ายสามารถเรียกชื่อได้โดยตรง
หลิวยวนไม่ทันสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเนี่ยไฉ่เยวี่ย แต่เมื่อเห็นสายตาที่เลิกลักของต้วนชิงหมิง เขาจึง
หัวเราะอย่างชอบใจออกมา “ชิงหมิงเป็นน้องสาวของข้า เพื่อนของนางก็นับว่าเป็นเพื่อนของข้าด้วยเช่นกัน หากไม่
รังเกียจที่จะให้เรียกชื่อโดยตรง ข้าก็ยินดีเรียกว่า ‘ไฉ่เยวี่ย’ อีกอย่างวันนี้เป็นวันเกิดของอวี้เอ๋อร์ พวกเราทำตัวตามสบาย
ก็แล้วกัน ไฉ่เยวี่ยสามารถเรียกข้าเหมือนกับต้วนชิงหมิงว่า ‘หลิวยวน’ ก็ได้”
ปกติเพื่อนของต้วนชิงหมิงไม่ได้มีมาก หลิวยวนเคยได้ยินมาว่านางมักสนิทสนมกับเชวียหนิงหราน วันนี้กลับมี
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเพิ่มขึ้นมาอีกคน ต้วนชิงหมิงมีสหายที่ดีถึงสองคนแล้ว ดังนั้นเขาต้องปฏิบัติดีต่อพวกนางเพื่อเห็นแก่หน้าของ
สองพี่น้อง
แต่สำหรับเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่ได้ยินหลิวยวนพูดเรื่องการปฏิบัติดีขึ้นมา นางยิ่งดีใจเสียจนพูดไม่ออก
ต้วนชิงหมิงได้แต่แอบถอนหายใจ เพราะสำหรับหลิวยวนแล้ว เขาไม่ได้มีใจปฏิพัทธ์กับเนี่ยไฉ่เยวี่ยแม้แต่เล็กน้อย
ทว่านางกลับเข้าใจผิดไปแล้ว
ความตั้งใจตีสนิทของเนี่ยไฉ่เยวี่ย และการตั้งใจคล้อยตามของหลิวยวน สองพี่น้องต่างรู้สึกได้
เชวียหนิงหรานปรายตามองหลิวยวน พบว่าเขากำลังมองต้วนชิงหมิงอยู่ เช่นนี้เนี่ยไฉ่เยวี่ยต้องเข้าใจผิดเป็นแน่
ต้วนอวี้คิดขึ้นมาได้ หากเนี่ยไฉ่เยวี่ยมีใจให้กับหลิวยวนจริง เขาจะช่วยนางให้ได้ครองคู่กัน ถึงตอนนั้นหลิวยวนจะ
ได้เลิกคิดเกินเลยต้วนชิงหมิงเสียที
ขณะที่ต้วนชิงหมิงได้แต่มองหลิวยวนกลับไปอย่างถอดใจ… รู้หรือไม่ว่าคำพูดของบุรุษนั้นสามารถทำร้ายหัวใจ
ของหญิงสาวที่ชื่นชอบได้มากเพียงใด?
เดิมทีนางพยายามคิดหาวิธีสารพัดให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยเลิกล้มความคิดที่มีต่อหลิวยวน แต่ด้วยท่าทีของหลิวยวนกลับ
ทำให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยเข้าใจผิดขึ้นไปอีก
โบราณว่าไว้ คนมีเวรกรรมต่อกันต้องมาพานพบกัน เนี่ยไฉ่เยวี่ยผู้นี้ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำเวรทำกรรมอะไรกับ
หลิวยวนไว้ จึงต้องมาตกอยู่สถานการณ์แบบนี้
เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนที่ยังไม่ประสีประสาเรื่องความรัก เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าจึงยังไม่เข้าใจว่า
เกิดอะไรขึ้น พวกเขาทั้งสองยังคงพูดคุยกับหลิวยวนด้วยความเกรงใจ หลิวยวนสนทนาด้วยรอยยิ้มกับหัวข้อต่างๆ
หลิวยวนกับพี่น้องตระกูลเชวียทั้งสองเคยพบกันมาก่อน อีกทั้งยังชอบพอในอัธยาศัยของอีกฝั่าย และนับตั้งแต่ที่
พี่น้องตระกูลเชวียได้ช่วยปกปั้องต้วนชิงหมิงในครั้งนั้น หลิวยวนก็ถูกใจในการกระทำนั้นไม่น้อย เป็นที่ทราบกันดีแม้ว่า
หลิวจื๋อและตระกูลเชวียจะมีปณิธานทางการเมืองที่แตกต่างกัน แต่ไม่ได้กีดกันให้คนรุ่นลูกต้องเกลียดกันไปด้วย
ต้วนอวี้ลากเชวียหนิงหรานเดินเข้าไปในห้อง พร้อมกับแนะนำสิ่งต่างๆ ในห้องให้เชวียหนิงหรานรู้จัก เสมือน
กำลังแนะนำให้ว่าที่ภรรยาในอนาคตรู้จักตัวตนของเขา
เชวียหนิงหรานก็ไม่ใช่คนอยู่นิ่ง เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงดูแลเนี่ยไฉ่เยวี่ย พี่ชายเชวียทั้งสองกับหลิวยวนแล้ว นางจึง
เดินตามต้วนอวี้ไปฟังคำแนะนำจนทั่วเรือน
สายตาที่ต้วนอวี้มองเชวียหนิงหรานเห็นได้ชัดว่าพยายามหาเรื่องทำให้นางมีความสุข ระหว่างนั้นต้วนอวี้ได้เอ่ย
กลายๆ ว่าเขาจะมีเพียงภรรยาเอก จะไม่รับอนุภรรยาแม้แต่คนเดียว
เชวียหนิงหรานก็มิได้เขลา เมื่อก่อนนางอาจมองคำพูดของต้วนอวี้เป็นเรื่องตลก แต่บัดนี้นางสามารถรับรู้ถึงบาง
สิ่ง นางมองต้วนอวี้เป็นเพียงน้องชายมาตลอด ทว่าต้วนอวี้กลับเริ่มมีความคิดเหมือนผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากเหล่านั้นเสีย
แล้ว