การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 448 ความสุขของเชวียหนิงหราน
แม้ต้วนอวี้ในเวลานี้ยังเป็นเด็กน้อยอยู่ ทว่าคำพูดคำจาของเขากลับเหมือนผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคำพูดติดปากว่า
“เจ้าเด็กน้อย” ยิ่งทำให้เชวียหนิงหรานรับรู้ได้ถึงความรู้สึกหอมหวานเมื่อได้ฟัง
จนบางครั้งนางยังเข้าใจผิดไปว่า ต้วนอวี้ที่อยู่ตรงหน้านางไม่ใช่เด็กน้อย แต่เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่อายุมากกว่านาง
เสียอีก
คิดแล้วได้แต่ส่ายหัวไปมา เมื่อเห็นต้วนอวี้ตัวน้อยที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เพราะอายุที่ห่างกันของนางกับต้วนอวี้ ทาง
ตระกูลต้องไม่มีทางเห็นด้วยที่จะให้พวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างแน่นอน
เด็กน้อยยังคงแนะนำสิ่งต่างๆ ในห้องให้เชวียหนิงหรานรู้จัก จนนางอดถามอย่างแปลกใจขึ้นมาไม่ได้ “อวี้เอ๋อร์
วันนี้เป็นวันเกิดของเจ้ามิใช่หรือ หรือว่าจัดงานที่ห้องโถงรับรอง แล้วเราไม่ต้องกลับไปร่วมอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนอวี้ยักไหล่พร้อมกับผายมือทั้งสองข้างออกจากตัว “พี่หนิงหรานอย่าเห็นว่าอวี้เอ๋อร์มีความสามารถในการ
ช่วยงานเลย ให้อวี้เอ๋อร์เอาเวลามาดูแลพวกพี่ๆ ก็นับว่าเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน!”
พูดจบลงก็ถือโอกาสจับมือเชวียหนิงหรานไว้จนแน่น พูดทีเล่นทีจริงด้วยความทะเล้น “วันนี้อวี้เอ๋อร์จะดูแลพี่
หนิงหรานให้ดีที่สุดไปเลย”
นํ้าเสียงของต้วนอวี้ที่แลดูจริงจังขึงขังและดวงตาที่เบิกโต ทำเอาเชวียหนิงหรานถึงกับพูดไม่ออก
เรื่องงานที่ห้องโถงรับรองไม่ต้องรอให้ถึงมือต้วนอวี้จัดการ เพราะต้วนชิงหมิงรู้ดีว่าคนที่มางานในวันนี้เป็นแขก
ของนางเสียมากกว่า อีกอย่างบ่าวรับใช้ในจวนต้วนอวี้มากกว่าครึ่งเป็นบ่าวรับใช้คนใหม่ จึงยังไม่ค่อยรู้เรื่องการต้อนรับ
แขกเหรื่อ ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงให้เยวี่ยเจียช่วยเฝั้าประตู ส่วนนางจะพาชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปช่วยต้วนอวี้อีกแรง
ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมามากของชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ทำให้พวกนางสามารถรู้นิสัยใจคอของเจ้านายที่มา
ร่วมงานทุกท่านได้อย่างรวดเร็ว ช่วยแบ่งเบาภาระต้วนชิงหมิงไปได้มิน้อย
ระหว่างที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุข ด้านนอกมีคนมารายงานว่าองค์ชายสามเสด็จมาแล้ว
หลิวยวนได้ยินไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ทว่าเชวียจื่อซวนกับเชวียหนิงจื่อกลับรู้สึกแปลกใจขึ้นมา แต่ไหนแต่ไรมาองค์
ชายสามเป็นคนที่ถือตัวเป็นอย่างมาก นอกจากงานวันครบรอบประสูติของฝั่าบาทแล้ว เขาไม่เคยไปร่วมงานอวยพรวัน
เกิดใครเลย
ทว่าเวลานี้ต้วนอวี้กับเชวียหนิงหรานกำลังพูดคุยซุบซิบกันอย่างสนุกสนาน ต้วนชิงหมิงจึงจำต้องออกไปรับหน้า
นางรีบลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “เร็วเข้ารีบไปเชิญองค์ชายสามเข้ามาด้านในประเดี๋ยวนี้!”
ต้วนชิงหมิงเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าออกไปต้อนรับ เวลาเดียวกันกับที่เหยียนหลิ่งอวี๋ก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้า
หล่อเหลาและการวางมาดที่สูงส่งยิ่งดึงดูดทุกสายตา พริบตาเดียวบรรยากาศภายในห้องกลับเย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที
วันนี้เหยียนหลิ่งอวี๋สวมเสื้อผ้าฝั้ายที่ถักด้วยเส้นไหมสะท้อนแสงสามสีประเดี๋ยวเห็นเป็นสีแดง ประเดี๋ยวเห็นสีดำ
และสีม่วงสอดประสาน เสื้อคลุมด้านนอกสีขาวบริสุทธิ์ ทุกคนต่างจับจ้องไปที่เขาตาเป็นประกายทันทีที่เขาเดินเข้ามาใน
ห้อง
ทว่าเพียงแค่การมาของเหยียนหลิ่งอวี๋กลับทำให้ใครหลายคนถึงกับนั่งไม่ติด ต่างรีบลุกขึ้นมาทำความเคารพอย่าง
มิขาดสาย
เขาหยุดยืนอยู่ตรงกลางของห้อง กวาดสายตามองไปโดยรอบ เห็นเชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนพี่น้องพูดคุย
เป็นเพื่อนหลิวยวน ส่วนต้วนชิงหมิงกำลังพูดคุยหยอกล้ออยู่กับเนี่ยไฉ่เยวี่ย หัวใจที่กระวนกระวายของเขาถึงสงบลงได้
เขายกมือขึ้นโบกไปมาเผยยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย “วันนี้เป็นวันเกิดของต้วนอวี้ ข้าเพียงมาอวยพรวันเกิดให้เขา
ทุกคนอย่าได้ตระหนกไป ทำตัวตามสบายเถิด”
คำพูดประโยคดังกล่าวทำให้ต้วนชิงหมิงรู้สึกไม่ชินเท่าไรกับนิสัยที่เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นอยู่ ยิ่งการใช้สรรพนามที่
เรียกคนอื่นอย่างเสมอภาค เห็นได้ชัดว่าเป็นการแสร้งทำ จนนางรู้สึกรับไม่ได้
ด้านเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่กำลังตกอยู่ในห้วงความลุ่มหลงหลิวยวน เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมีท่าทีที่แปลกไป รีบเข้าไปกระซิบ
กระซาบเตือนสติ “ชิงหมิง วันนี้องค์ชายสามมาอวยพรวันเกิดให้ต้วนอวี้ คนที่มาร่วมงานก็มากหน้าหลายตา หากไม่
ระวังคำพูดคำจาอาจส่งผลเสียต่อตัวองค์ชายสามและชื่อเสียงจวนต้วนได้”
อีกฝั่ายได้ยินก็ฉุกคิดขึ้นได้
ปกติแล้วหากมีเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋และต้วนอวี้ พวกนางจะทะเลาะกันแบบไหนก็ย่อมได้ แต่วันนี้มีหลิวยวนและ
คนอื่นๆ อยู่ที่นี่ด้วย หากเหยียนหลิ่งอวี๋ทำอะไรตามอำเภอใจเกรงว่าจะไม่เป็นผลดี
เมื่อคิดได้ดังนี้ ต้วนชิงหมิงก็แอบหันไปขอบคุณเนี่ยไฉ่เยวี่ย กวักมือเรียกให้ต้วนอวี้ยกนํ้าชาไปต้อนรับเหยียนหลิ่ง
อวี๋
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองต้วนชิงหมิงด้วยความดีใจ เพราะแม้หลิวยวนจะมีใจให้กับต้วนชิงหมิง ทว่าต้วนชิงหมิงไม่ได้มีใจ
ต่อเขา กลับไปมีใจให้กับเหยียนหลิ่งอวี๋แทน ด้วยเหตุนี้เนี่ยไฉ่เยวี่ยจะไม่พออกพอใจได้อย่างไรกัน
ส่วนหลิวยวนที่ยืนอยู่ในห้องได้ตกตะลึงเมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋มาปรากฏตัวในจวนต้วน แม้เขาจะยังสอบคัดเลือก
เป็นขุนนางไม่ได้ แต่ก็ได้ยินชื่อเสียงกิตติศัพท์ของเหยียนหลิ่งอวี๋มาไม่น้อย เป็นเรื่องผิดปกติที่วันนี้ได้เห็นคนตรงหน้ายอม
ลดความถือตัวลงมาอวยพรวันเกิดให้ต้วนอวี้ เช่นนั้นก็เดาได้ไม่ยากว่าเปั้าหมายที่แท้จริงของเขาคือต้องมาหาต้วนชิงหมิง
เป็นแน่
ความคิดต่างๆ นานาไหลเข้ามาในหัวของหลิวยวนไม่หยุด ราวกับสายธารที่กำลังไหลเชี่ยวกราก
ส่วนเชวียจื่อซวนและเชวียจื่อซวน แม้จะเป็นเพื่อนที่คอยรํ่าเรียนมากับเหยียนหลิ่งอวี๋และสนิทสนมกันพอสมควร
แต่วันนี้การมาของอีกฝั่ายกลับทำให้พวกเขาตั้งตัวรับไม่ทัน
ใช่ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะไม่เห็นความเก้ๆ กังๆ ทำตัวไม่ถูกของทุกคน ทว่าเขาตั้งปณิธานในใจไว้แล้ว หากหลิวยวน
ไม่กลับ เขาก็จะไม่กลับ จะไม่ออกจากจวนต้วนอย่างเด็ดขาด
“เหยียนหลิ่งอวี๋มาแล้วหรือ?” ต้วนอวี้ที่จูงมือเชวียหนิงหรานเดินออกมาจากในห้อง พอเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋มา
แล้วก็คลี่ยิ้มกว้างเอ่ยทักทันที
อีกฝั่ายพยักหน้ารับ ในขณะที่เชวียหนิงหรานที่อยู่ด้านข้างกลับสะกิดไปที่ต้วนอวี้เบาๆ “ต่อหน้าคนอื่นควรเรียก
ว่าองค์ชายสาม!”
“องค์ชายสาม เป็นเกียรติของอวี้เอ๋อร์มากพ่ะย่ะค่ะ”
เหยียนหลิ่งอวี๋เผยยิ้มออกมาเมื่อเห็นต้วนอวี้จับมือของเชวียหนิงหรานไว้แน่น “ต้วนอวี้ เจ้าจับมือคุณหนูรองเชวีย
ไว้แน่นทำไมกัน? หรือว่าเจ้าไม่เคยได้ยินที่ว่าชายหญิงนั้นแตกต่าง?”
ต้วนอวี้ผู้นี้เห็นทีเป็นคนที่กลัวว่าที่ภรรยาอย่างมาก เชวียหนิงหรานให้พูดอะไรก็ทำตามโดยไม่รีรอ ดังนั้นชีวิตของ
เขาคงไม่พ้นต้องตกอยู่ในนํ้ามือของผู้หญิง
ใบหน้าของต้วนอวี้ดูจริงจังขึ้นมาทันที ไม่เพียงไม่ปล่อยมือกลับกระชับมือของเชวียหนิงหรานแนบแน่นขึ้นไปอีก
มองไปที่อีกฝั่าย ตอบเสียงเรียบ “ชาก็ดื่มแล้วยังมิอาจทำให้องค์ชายสามสงบปากสงบคำได้เลยหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เด็กน้อยพูดจบ เชวียหนิงหรานถึงกับหน้าแดงขึ้นมา รีบดึงมือออกจากการเกาะกุมของต้วนอวี้ ก่อนวิ่งไปหลบ
ด้านหลังต้วนชิงหมิงกับเนี่ยไฉ่เยวี่ย
ต้วนอวี้เห็นเชวียหนิงหรานหนีไปหลบข้างหลัง เขาจึงสะบัดหน้าไปอีกทาง ไม่แยแสเหยียนหลิ่งอวี๋แม้สักนิด
เป็นเวลานานมาก กว่าที่เชวียหนิงหรานจะยอมให้เขาจับมือ แต่เหยียนหลิ่งอวี๋กลับมาทำทุกอย่างพังไม่เป็นท่า
เมื่อเห็นต้วนอวี้อารมณ์เสีย ต้วนชิงหมิงก็อดไม่ได้ที่จะมองค้อนไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋
เวลานี้เหยียนหลิ่งอวี๋รู้ดีแก่ใจแล้วว่าเขาได้ล่วงเกินคนในห้องนี้เข้าแล้ว รีบหัวเราะกลบเกลื่อนทันที “ต้วนอวี้อย่า
ได้โกรธข้าไปเลย ถ้าเจ้าชอบคุณหนูเชวียจริงก็รีบไปขอเสีย การจับมือถือแขนแบบนี้จะทำให้นางเสียชื่อได้ ถ้าเจ้าชอบ
นางในฐานะพี่สาวก็พูดออกมาตรงๆ ทุกคนจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิดรู้หรือไม่?”
บัดนี้สีหน้าของทุกคนในห้องต่างเปลี่ยนสีไปหมด หลังจากที่ได้ยินประโยคที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดออกมา
ต้วนอวี้ชอบเชวียหนิงหรานอย่างนั้นหรือ? เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไรกัน หลิวยวนทำได้เพียงถอนหายใจออกมา…
ทั้งสองคนอายุห่างกันถึงห้าหกปี ไม่ต้องพูดถึงจวนต้วนหรอก เอาแค่จวนเชวียมีหรือที่จะยอมยกลูกสาวภรรยาเอกให้กับ
เด็กน้อยอย่างต้วนอวี้?
เช่นเดียวกับสีหน้าท่าทางของเชวียจื่อซวนกับเชวียหนิงซวนที่เปลี่ยนไป
ต้วนอวี้อายุยังน้อยทั้งยังไม่ได้มีมิตรสหายมากมาย การที่เชวียหนิงหรานมาที่นี่เพราะเป็นเพื่อนกับต้วนชิงหมิง
อีกอย่างนิสัยของเชวียหนิงหรานเป็นคนตรงไปตรงมา นางมองต้วนอวี้เป็นน้องชายคนหนึ่งเท่านั้น แต่ทำไมองค์ชายสาม
กลับพูดเรื่องเชวียหนิงหรานกับต้วนอวี้อย่างเป็นจริงเป็นจังถึงเพียงนี้?