การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 45 ซานไล่จือ
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าพลางสอนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่างอดทน “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าเป็นคนของข้า ถ้าจะให้เจ้าเป็นพยาน
บุคคล อย่างไรเสียเจ้าก็ต้องเข้าข้างข้าอยู่แล้วจริงหรือไม่ เช่นนั้นข้าถามเจ้าว่า ถ้าต้าชุ่ยพลิกลิ้นว่าเจ้าใส่ร้ายนาง เช่นนั้น
จะทำอย่างไร?”
“อุ้ย……” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถึงกับตาค้าง คาดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องแบบนี้ ใช่แล้ว……ต้าชุ่ยไม่ได้เป็นคนยอมพูดอะไรง่ายๆ
เรื่องในเรือนลี่ซูย่วนยังใช้ให้บ่าวรับใช้คนหนึ่งทำแทน ครั้งนี้ถึงแม้ว่านางจะลงมือเองแต่นางทำคนเดียวแบบลับๆ ถ้าเรื่อง
นี้ไปถึงต้วนเจิ้ง ถึงตอนนั้นถ้าต้าชุ่ยใส่ร้ายต้วนชิงหมิง ซํ้ายังมีหลิวอี๋เหนียงคอยช่วยอีกแรง ใครจะรู้ว่าสุดท้ายจะจบแบบ
ไหน
ต้วนชิงหมิงหรี่ตามองเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยิ้มๆ พลางเลิกคิ้วขึ้น
“เจ้าว่าจะจบแบบไหน?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หยุดคิดเพียงครู่เดียว จึงตอบกลับไป
“เรื่องนี้ถ้าคิดในแง่ดี อี๋เหนียงจะบอกนายท่านว่าคุณหนูใหญ่ดูแลบ่าวรับใช้ไม่ดี ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง
กัน แต่ถ้ามองในแง่ร้ายจะว่าคุณหนูจิตใจคับแคบให้บ่าวรับใช้ทำร้ายกันเอง……”
ถึงตอนนี้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตกใจตาเบิกโตหยุดเว้นจังหวะแล้วร้องขึ้น “คุณหนูใหญ่! บ่าวรู้แล้วเจ้าค่ะ ถ้าเป็นเช่นนี้พวก
นั้นจะเอาเราไปพูดข้างนอกเพื่อใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงคุณหนู”
ต้วนชิงหมิงยิ้มน้อยๆ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่อง เพียงแต่ความเคยชินของบ่าวจะมองอะไรไม่ลึกซึ้ง ทว่าเมื่อ
ก่อนนางไม่คิดก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ลี่ซูย่วนจะมีบ่าวรับใช้ชุดใหม่เข้ามาและนางเป็นถึงรองหัวหน้าคนใหญ่ ถ้าเกิดทำอะไร
บุ่มบ่ามจะต้องสร้างปัญหาเป็นแน่!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เข้าใจสิ่งที่นางต้องการจะสื่อ มุ่นคิ้วมองต้วนชิงหมิงด้วยหน้าตาที่โกรธ
“จิตใจอี๋เหนียงช่างชั่วร้ายเสียจริง……”
ต้วนชิงหมิงยิ้มจางๆ
“คนเป็นแม่มักจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกของตนเองเสมอ”
ถ้าไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของนาง จะเลี้ยงดูฟูมฟักอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือ? ความคิดของนางคงมีแต่ความโลภ
และลำเอียงเพียงเท่านั้น!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยู่ปาก “แต่ว่าคุณหนูใหญ่เป็นถึงลูกของภรรยาเอก!”
ต้วนชิงหมิงได้แต่ส่ายหน้า หากนางไม่ได้มีฐานะเป็นลูกภรรยาเอกไม่แน่ว่าชีวิตอาจจะดีกว่านี้ แต่จะเลือกพ่อแม่
ดั่งใจนึกย่อมเป็นไปไม่ได้ โชคชะตาคงกำหนดไว้แล้ว!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงถามขึ้นมาว่า
“คุณหนูใหญ่ ตอนนี้เรารู้ถึงเจตนาของต้าชุ่ยแล้ว จะจัดการกับนางอย่างไรดีเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น จัดการต้าชุ่ยนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก พลันหวนคิดถึงกาลที่ผ่านมายังจำได้แม่นว่าบ่าวชั่วคน
นี้เป็นคนกดมือนางไม่ให้ขยับ นางได้แต่มองดูลูกชายที่ถือกำเนิดสิ้นใจในนํ้ามือของต้วนอวี้หราน
เช่นนั้นต้าชุ่ยต้องชดใช้อะไรเพื่อไถ่โทษเรื่องในกาลก่อนดีเล่า?
ต้วนชิงหมิงนิ่งคิดไตร่ตรองชั่วครู่ก็กวักมือเรียกเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ กล่าวเสียงเบา
“เจ้าลองไปสืบดูสิว่าในเรือนลี่ซูย่วนยังมีใครที่เป็นพวกของนาง… แล้วครอบครัวของต้าชุ่ยยังเหลือใครอีกบ้าง”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยักหน้าตอบรับ
“เจ้าค่ะคุณหนู… ฉ่าวเอ๋อร์จะไปทำตามที่คุณหนูสั่ง”
เมื่อเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หมุนกายวิ่งออกไปด้วยความดีใจ นางพลันยิ้มกว้างออกมา ครั้งนี้แหละต้าชุ่ย! ข้าจะให้เจ้า
ได้ลิ้มรสการถูกทรยศจากคนที่เจ้าเชื่อใจมากที่สุด
ในบ่อนพนัน มีชายหนุ่มหน้าใบคมคายเดินเข้ามาพลันสายตาเหลือบไปเห็นบุรุษอีกคนหนึ่ง ทว่าบนร่างกายของ
เขาคนนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยของบาดแผล
จึงเดินเข้าไปตบไหล่พูดเสียงดัง
“โอ้โห ซานไล่จือ ไม่เจอกันไม่กี่วัน เจ้ามาหลบอยู่ที่นี่เองหรือ?”
“อย่ามาโดนตัวข้า เจ้าไม่เห็นหรือว่าข้ากำลังมือขึ้นอยู่!” คนที่ชื่อ ‘ซานไล่จือ’ เอ่ยด้วยนํ้าเสียงรำคาญไม่มองหน้า
ผู้มาใหม่พลางปัดมือที่วางบนไหล่อย่างไม่ไว้หน้า กล่าวต่อ
“กล้ามากดไหล่ข้า… ถ้าข้าโชคไม่ดีขึ้นมาละก็ เจ้าโดนแน่!”
ได้ยินคำพูดซานไล่จือชายหนุ่มคนนั้นกลับหัวเราะพรืดออกมา “ไม่เจอเพียงไม่กี่วัน เหตุใดอารมณ์ไม่ดีขนาดนี้เล่า
ซานไล่จือ……แล้วนี่……น้องสาวเจ้าให้เงินมาเล่นพนันอีกแล้วหรือ?”
ซานไล่จือถือว่าเป็นผีพนัน เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝั่ายจึงกระแทกเสียงอย่างโมโห
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า?”
“โอ้โห นี่ยังไม่หายโมโหอีกหรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะน้องสาวเจ้าส่งเงินให้ประจำ เจ้าจะมีท่าทางโอหังเช่นนี้หรือไม่…
ข้าล่ะแปลกใจว่าน้องสาวเจ้าเป็นแค่บ่าวรับใช้ที่จวนท่านแม่ทัพต้วนเท่านั้น เหตุใดจึงมีเงินมากมายเช่นนี้ หรือว่า……”
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มผู้นั้นจะพูดต่อ ซานไล่จือก็กล่าววาจาออกมาด้วยความหงุดหงิด
“เจ้าคิดอะไรของเจ้า? น้องสาวข้าเป็นบ่าวรับใช้ของคุณหนูใหญ่ลูกภรรยาเอก” ทว่าน้องสาวของเขาเป็นบ่าวใน
จวนต้วนจริง แต่น้องสาวของเขารับเงินทั้งสองทาง
ได้ฟังคำพูดของซานไล่จือ ชายหนุ่มก็หัวเราะได้ใจ
“คุณหนูใหญ่… เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่าที่จวนต้วนมีอี๋เหนียงคอยดูแลจัดการทั้งหมด ขนาดคุณหนูใหญ่ยังกินไม่อิ่ม
จะเอาเงินที่ไหนมาให้น้องสาวเจ้า?”
ในจวนแม่ทัพต้วน ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูใหญ่ไร้ความสามารถ หน้าตาที่แสนจะธรรมดาเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้กัน
หมด อีกทั้งยังมีอี๋เหนียงคอยจัดการดูแลจวน เช่นนั้นแล้วชีวิตของลูกภรรยาเอกจะดีได้ถึงขั้นไหนเชียว?
คำกล่าวนี้ทำให้ซานไล่จือถึงกับอ้าปากค้างพูดไม่ออก! เขาจะพูดไม่ได้ว่าน้องสาวของเขาเป็นบ่าวรับใช้คุณหนูใหญ่
แค่ในนาม แต่ที่จริงกลับแอบไปพึ่งอี๋เหนียง
เมื่อเห็นซานไล่จือไม่เปล่งเสียงตอบ คนอื่นก็ร้องออกมา “ซานไล่จือ ทำไมไม่พูดแล้วล่ะ?”
ถึงตรงนี้พลันมีเสียงกังวานดังมาจากด้านหลัง “ซานไล่จือ ครั้งที่แล้วค้างเงินไว้ยี่สิบตำลึงจะคืนเมื่อไร?”
เพียงได้ยินเสียงก็ขยับลุกขึ้นทันที ทว่าเมื่อสายตาปรับมองชัดก็เบิกตาโพลง ลนลานก้มตัวพูดเสียงสั่นเครือ
“ข้าน้อยก็นึกว่าใคร ที่แท้เป็นองค์ชายสาม… ครั้งที่แล้วมือไม่ขึ้น ข้าน้อยจึงยืมเงินไปเพียงห้าสิบตำลึงเท่านั้น!”
บุรุษที่ถูกเรียกว่า ‘องค์ชายสาม’ ได้ยินหันมองด้วยความไม่พอใจ
“เมื่อห้าวันก่อนน่ะใช่ เจ้ายืมไปห้าสิบตำลึง แต่ตอนนี้รวมดอกเบี้ยทั้งหมดคือยี่สิบตำลึง”
ซานไล่จือเป็นแค่นักเลงที่ไม่มีการงานทำ เมื่อได้ยินว่าดอกเบี้ยที่เพิ่มเป็นยี่สิบตำลึงก็นิ่งงันด้วยความตกตะลึง แม้
จะฆ่าเขาให้ตายตอนนี้ก็ไม่มีเงินให้
ชายหนุ่มผู้นั้นเมื่อเห็นท่าทางของซานไล่จือ จึงยิ้มเย้ยหยัน
“ซานไล่จือ เจ้าคิดจะเบี้ยวหนี้อย่างนั้นหรือ?”
เพียงแค่เห็นสายตาของอีกฝั่ายซานไล่จือก็เหงื่อแตกทั่วตัว ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างไหลบ่าท่วมตัว ดังสายนํ้า
เชี่ยวกรากก็ไม่ปาน เขาจึงรีบก้มหัวก้มตัวละลํ่าละลักพูดว่า
“องค์ชายสามวางใจได้… ซานไล่จือ มิ… กล้า มิกล้าขอรับ”
องค์ชายสามมองอีกฝั่ายด้วยสายตาเย็นชาพลางพูดยิ้มเยาะ
“ข้าก็รู้ว่าเจ้ามิกล้า! อย่างนั้นเจ้าจะคืนเงินข้าเมื่อไร?”
ซานไล่จือหน้าเจื่อนเอ่ยเสียงเบา
“ขอเวลาอีกหน่อยได้หรือไม่ขอรับ?”
องค์ชายสามหรี่ตามองซานไล่จือตาขวาง เอ่ยนิ่งๆ
“เจ้าขอเวลาอีกหน่อย… อย่างนั้นต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถนั้นหรือไม่” เขาหยุดเว้นจังหวะแล้วโบกมือให้คนที่
อยู่ด้านหลังก่อนกล่าวต่อ
“ใครก็ได้ ค้นตัวมัน” ผู้ติดตามองค์ชายพุ่งเข้าไปค้นตัวซานไล่จือทันทีพบเงินยี่สิบตำลึงและนำไปมอบให้องค์ชาย
สาม
“องค์ชายสาม นี่เป็นเงินที่ค้นเจอจากตัวเขาขอรับ”
องค์ชายสามเห็นเงินเหล่านั้นจึงยิ้มขึ้น
“ซานไล่จือ… เงินนี่ ข้าจะรับไว้ก่อน ข้าให้เวลาเจ้าอีกสามวัน ถ้ายังหาเงินอีกยี่สิบตำลึงมาไม่ได้ ถึงตอนนั้นคงต้อง
ค้นตัวใหม่อีกรอบ!”
เมื่อเห็นเงินถูกแย่งไปเขาก็ล้มลงกับพื้น เข่าทรุดแทบหมดแรงเดิน เงินส่วนนี้น้องสาวให้เอามาดูแลแม่ ทว่าตอนนี้
ไม่มีเงินแล้วก็เท่ากับท่านแม่จะไม่มีกินด้วยเช่นกัน ถ้าน้องสาวรู้เข้าคงด่าว่าไม่เหลือดี
คงต้องแบกหน้าไปขอเงินจากน้องสาว ไม่เช่นนั้นดอกเบี้ยคงพุ่งสูงกว่านี้เป็นแน่!