การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 452 ต้วนอวี้หรานมาโดยมิได้รับเชิญ
สิ่งที่เชวียหนิงหรานไม่สามารถปฏิเสธท่านพ่อและท่านแม่ของนางได้คือการแต่งงานกับคนที่นางไม่ได้รู้จักมาก่อน
และไม่แน่ว่าในกาลข้างหน้า ว่าที่สามีคนนั้นอาจมีอนุภรรยาต่อแถวยาวเหยียด ยิ่งคิดยิ่งวิตก นางมิอยากเป็นเหมือนท่าน
แม่ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดผวา
อาการหวาดกลัวจากภายในแสดงออกมาอย่างชัดเจนจนนางควบคุมตัวเองไม่ได้ หากอยู่ในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
นั้นเรียกว่า ‘โรคกลัวการแต่งงาน’ ดังนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องการแต่งงาน การหมั้นหมายขึ้นมา ในใจของเชวียหนิงหรานจึง
เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เพียงแต่ชีวิตของบุตรสาวนั้นมิอาจขัดคำสั่งของผู้เป็นบิดามารดาได้ เชวียหนิงหรานเป็นบุตรสาวลูกภรรยาเอก
เพียงคนเดียว ฉะนั้นการแต่งงานของนางย่อมเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด เมื่ออายุถึงเกณฑ์ฮูหยินเชวียคงต้อง
ไปเสาะหาชายหนุ่มที่เหมาะสมมาเป็นคู่ครองให้บุตรสาวอย่างเชวียหนิงหรานแน่นอน
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเข้าใจความรู้สึกของเชวียหนิงหรานเป็นอย่างดี เพราะทั้งสองล้วนเป็นบุตรสาวภรรยาเอก ในขณะ
เดียวกันก็ยังไม่ได้รับความรักจากผู้เป็นพ่อเท่าที่ควร มีเพียงฮูหยินเนี่ยที่คอยสนับสนุนและให้ความรักกับเนี่ยไฉ่เยวี่ย อี
กอย่างฮูหยินเนี่ยที่นิสัยปากหวานก้นเปรี้ยวยังเคร่งครัดกับบรรดาอนุภรรยาในจวน ทำให้อนุภรรยามิกล้าหืออือกับนาง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงไม่เคยสัมผัสถึงความเคว้งคว้าง
ทว่าต้วนชิงหมิงกลับสามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้ดีกว่าทั้งสองคน ข้อแรกเป็นเพราะอายุของนางยังไม่ถึงเกณฑ์
แต่งงาน ข้อสองคือนางเคยเป็นผู้ใหญ่มาก่อนจึงไม่ได้สนใจเรื่องรักใคร่ของหนุ่มสาว
บรรดาคุณหนูทั้งสามคนต่างมีเรื่องที่ทุกข์ใจแตกต่างกันไป ทว่าทุกเสียงฝีเท้าที่พวกนางยํ่าลงบนหิมะ เสมือนเป็น
เสียงจากข้างในหัวใจของหญิงสาวที่รํ่าร้องมิอยากทำตาม
พวกนางเดินไปคุยกันไป จนมาถึงเรือนของต้วนชิงหมิง เมื่อทั้งสามคนกำลังก้าวเท้าข้ามธรณีประตู ปรากฏว่ามี
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากในห้อง “ไม่เป็นอะไร ประเดี๋ยวข้ารอพี่สาวอยู่ที่นี่เอง”
เชวียหนิงหรานรีบหันหน้าไปสบตากับเนี่ยไฉ่เยวี่ยทันที นี่มันเสียงต้วนอวี้หรานชัดๆ นางมาทำอะไรที่นี่?
เชวียหนิงหรานหันไปมองต้วนชิงหมิงที่กำลังขมวดมุ่นคิ้วด้วยความสงสัย… การมาของต้วนอวี้หรานในครั้งนี้ ไม่รู้
ว่าเตรียมแผนชั่วร้ายอะไรมาอีก อีกฝั่ายเพียงแสร้งมาทำดี ต้วนชิงหมิงรู้และยิ่งรู้สึกรำคาญใจ
ประตูหน้าเรือนของต้วนชิงหมิงถูกเปิด เยวี่ยเจียที่หันมาเห็นยอบตัวทำความเคารพต้วนชิงหมิง “คุณหนูกลับมา
แล้วหรือเจ้าคะ? คุณหนูรองมารออยู่ที่นี่นานแล้วเจ้าค่ะ!”
นางกล่าวรายงานเสร็จในชั่วพริบตาเดียว ก่อนหันมาทำความเคารพเชวียหนิงหรานกับเนี่ยไฉ่เยวี่ย แล้วต้อนรับ
คุณหนูทั้งสามคนกลับเข้าเรือน
เดิมทีต้วนอวี้หรานนั่งรออยู่ตรงระเบียง แต่เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงกำลังเดินกลับมา สายตาของนางกลับลุกวาวและ
หันไปเรียกต้วนชิงหมิง “พี่ใหญ่กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ?”
อีกฝั่ายหันไปมองต้วนอวี้หรานอย่างไม่แยแส กล่าวเสียงเรียบ “วันนี้พี่มีแขกที่เรือนต้องต้อนรับขับสู้ ไม่สะดวกให้
น้องอวี้หรานอยู่ด้วย เชิญเจ้ากลับไปก่อนเถอะ”
ต้วนชิงหมิงพูดออกมาอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย ทำให้สีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของต้วนอวี้หรานมลายหายวับไป
ทันที แทนที่ด้วยแววตาเคียดแค้น
เนี่ยไฉ่เยวี่ยที่ยืนอยู่ข้างหลังต้วนชิงหมิงรู้จักนิสัยใจคอของต้วนอวี้หรานเป็นอย่างดี ตัดสินใจหมายเดินเข้าไปพูด
โน้มน้าวให้คืนดี ทว่ากลับเห็นต้วนอวี้หรานเบะปากออกมา ก่อนทำหน้าทำตาละม้ายไม่ได้รับความเป็นธรรมและร้องไห้
เสียงดังขึ้นมา “โบราณว่าพี่สาวคนโตเป็นเหมือนแม่คนที่สอง หากน้องสาวคนนี้มีอะไรที่ทำไม่ดีไว้ ขอให้พี่สาวช่วยชี้แนะ
ด้วย ไม่รู้เหตุใดพอกลับมาถึงอยากไล่น้องสาวนัก?”
ต้วนอวี้หรานร้องไห้เสียงดัง จนต้วนชิงหมิงรู้สึกแสบแก้วหู ปรายตามองอย่างเย็นชาปราดหนึ่ง หากพี่สาวคนโต
เป็นเหมือนแม่คนที่สอง การมีลูกอย่างต้วนอวี้หรานคงต้องอายุสั้นอย่างแน่นอน
แต่ไหนแต่ไรมาเชวียหนิงหรานไม่ค่อยถูกชะตากับต้วนอวี้หรานเป็นทุนเดิม เวลานี้พอได้ยินอีกฝั่ายร้องห่มร้องไห้
ตัดพ้อต้วนชิงหมิงขึ้นมา นางจึงมิอาจยั้งปากไว้ได้ “เจ้าจะมาไม้ไหนข้าไม่สน แต่ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของอวี้เอ๋อร์ หากเจ้า
จะมาร้องไห้สร้างเรื่อง เกรงว่าตอนนี้อาจมิสมควร อีกอย่างแขกของพี่สาวเจ้าเพิ่งเดินเข้ามาในห้อง การทำตัวเช่นนี้เห็น
ได้ชัดว่าไม่แสดงความเคารพต่อพี่สาวของเจ้าแม้แต่น้อย”
เชวียหนิงหรานพูดตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม จนต้วนอวี้หรานรู้สึกตัวได้ว่าทำเกินไปหน่อย ดังนั้นนางถึงหยุดร้อง
สะอึกสะอื้นและยกแขนเสื้อมาซับนํ้าตา
ส่วนต้วนชิงหมิงไม่มีเวลามาสนใจเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งของต้วนอวี้หราน เดินอ้อมผ่านนางเข้าไปข้างในห้องไม่
หันหลังกลับมามอง
เชวียหนิงหรานสาวเท้าเดินตามไปติดๆ มีเพียงเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่ยืนมองอีกฝั่ายยิ้มๆ ให้ต้วนอวี้หราน “ขอให้คุณหนู
รองต้วนกลับไปก่อนเถอะ ในวันนี้เป็นวันเกิดครบรอบของต้วนอวี้ คุณหนูรองควรรีบไปอวยพรเขาจะดีเสียกว่า”
คำพูดทุกถ้อยคำของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเหมือนตีแสกหน้าต้วนอวี้หราน… น้องชายฉลองวันเกิด นางกลับมาหาเรื่องต้วน
ชิงหมิง อย่างนี้จะให้ใครชอบนางลงได้?
ต้วนอวี้หรานมองตามคุณหนูทั้งสามคนเดินเข้าไปในห้องโดยไม่มีใครสนใจแม้แต่น้อย นางเม้มปากแน่นสนิทเป็น
เส้นตรง สองมือกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือ ก่อนกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจหลายครั้ง
เมื่อเห็นท่าทางที่รีบร้อนและไม่ค่อยรับแขกของต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้หรานจึงไม่มัวมานั่งสนใจนางอีกแล้ว
ในหัวของนางตอนนี้กลับคิดถึงต้วนอวี้ ที่เชวียหนิงหรานและเนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดถึงขึ้นมา อย่างนั้นเรื่องที่ต้วนชิงหมิงดู
ยุ่งขนาดนี้คงต้องเกี่ยวกับต้วนอวี้ไม่มากก็น้อย นางต้องไปสืบข่าวให้แน่ใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เพราะเท่าที่ต้วนอวี้หรานรู้จัก
นิสัยของต้วนชิงหมิง ถึงแม้นางจะไม่ชอบอย่างไรก็จะไม่แสดงความเย็นชาออกมาต่อหน้า ทว่าเวลานี้นางทำแบบนี้อาจมี
ความเป็นไปได้สองข้อ… ข้อแรกคืออารมณ์ของนางไม่ดีอย่างมาก ข้อสองคือนางอาจยุ่งมากจริงๆ ในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็น
ข้อแรกหรือข้อสองต้องเกี่ยวกับต้วนอวี้เป็นแน่
หากต้วนอวี้หรานต้องการสืบเรื่องจากบ่าวรับใช้ในเรือนของต้วนชิงหมิง คาดว่าอาจไม่ได้ความอะไร เพราะอีก
ฝั่ายเป็นคนอบรมสั่งสอนบ่าวรับใช้ได้ดีทุกคน ต้องไม่มีใครกล้าเล่าอะไรออกมาเป็นแน่ เห็นทีหากอยากรู้ความจริงคงต้อง
เล่นงานต้วนอวี้ก่อนเสียแล้ว
เมื่อต้วนอวี้หรานตัดสินใจได้แล้วก็รีบหันหลังเดินออกจากเรือนไป หากยังฝืนอยู่ต่อไปคงเป็นการดูถูกตัวเอง
ฉะนั้นไม่สู้เอาเวลาไปสืบหาต้นสายปลายเหตุว่าอยู่ที่ใดจะดีเสียกว่า
ต้วนอวี้หรานสาบานกับตัวนางเอง ขอเพียงสืบต้นสาวราวเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นมาได้ ต้วนชิงหมิงต้องตกมาอยู่
ในกำมือของนาง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยกำลังมองทะลุผ่านผ้าม่านลูกไม้ออกมา พบต้วนอวี้หรานกำลังหันหลังเดินจากไป นางอดหัวเราะอย่าง
สะใจขึ้นมามิได้ “ชิงหมิง เจ้าดูน้องสาวของเจ้าสิ พอรู้ว่าไม่มีใครเอาก็รีบเดินกลับไปแล้ว”
ทว่าเวลานี้ต้วนชิงหมิงกลับกำลังเหม่อลอย นั่งถือแก้วนํ้านิ่งอยู่อย่างนั้นด้วยความกลัดกลุ้ม มีใครจะนึกออกบ้าง
ว่าหลังจากที่ความรู้สึกชาหมดลง ความเจ็บปวดและความหนาวเหน็บจึงเข้ามาแทนที่จนหนาวสั่นไปทั้งตัว กระทั่งได้ดื่ม
นํ้าชาร้อนๆ ที่ผ่านคอทำให้ความหนาวเหน็บนั้นค่อยมลายหายไปอย่างช้าๆ
นางถอนหายใจออกมาแผ่วเบาพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา “ต้วนอวี้หรานจะอยู่ก็ดีจะไปก็ดี เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้อง
กับข้าแม้แต่น้อยนิด หากนางยังยืนยันจะเข้ามาในห้อง ข้าคงปล่อยให้นางหนาวจนแข็งไปเลย”
ความอดทนของต้วนอวี้หรานไม่ใช่ว่าต้วนชิงหมิงไม่เคยเจอ แต่ไหนแต่ไรมานางช่างปากคอเราะราย ทั้งยังหน้า
ด้านหน้าทนอีก แต่ถ้าปล่อยให้ต้วนอวี้หรานยืนหนาวสั่นอยู่ข้างนอก เกรงว่าไม่นานนางคงเดินจากไปเพราะทนความ
เหน็บหนาวไม่ไหว