การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 453 ความโชคร้ายขององค์หญิงจิ่นซิ่ว (1)
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 453 ความโชคร้ายขององค์หญิงจิ่นซิ่ว (1)
หลังจากที่ต้วนอวี้หรานเดินจากไปแล้ว ต้วนชิงหมิงจึงค่อยหายใจโล่งขึ้นมา แต่ถึงอีกฝั่ายยังคงหน้าด้านหน้าทน
อยู่ที่นี่ต่อ นางก็ไม่คิดจะให้ความสำคัญแต่อย่างใดอยู่ดี
หลิวหรงเป็นอย่างไร บุตรสาวของนางก็เป็นอย่างนั้น หากวันใดต้วนอวี้หรานเชื่อฟังคำพูดโดยดี กลัวว่าต้วนชิงห
มิงคงอึ้งอ้าปากค้างเป็นแน่
เชวียหนิงหรานยู่ปากออกมาทันทีเมื่อต้วนอวี้หรานเดินจากไป คำพูดของนางไม่ได้นุ่มนวลอ่อนโยนเหมือ
นเนี่ยไฉ่เยวี่ย ไม่ว่านางคิดอะไรมักแสดงออกทางสีหน้าทั้งหมด ชอบก็คือชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ต่อให้สูงส่งมาจาก
ไหนนางก็ปฏิบัติเหมือนกันหมดทุกคน ในเมื่อเชวียหนิงหรานไม่ชอบต้วนอวี้หรานเป็นทุนเดิม จึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจอีก
ต่อไป เวลานี้นางได้แต่แสยะยิ้มออกมา “เชอะ! ข้าก็นึกว่านางจะรอจนถึงตอนทานข้าวเย็นเสียอีก คิดไม่ถึงว่านางจะ
กลับไปในตอนนี้เลย”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเห็นทั้งสองคนพูดกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ราวกับไปโกรธเคืองใครมา ก็รู้ทันทีว่าทั้งสองคนอารมณ์ไม่ดี
กลั้นหัวเราะก่อนพูดขึ้น “เอาล่ะๆ ข้าก็แค่พูดเล่นเท่านั้นเอง พวกเจ้าทั้งสองคนไม่จำเป็นต้องโกรธถึงเพียงนี้ก็ได้ ถ้ารู้ว่า
เป็นอย่างนี้ข้าคงไม่พูดมากตั้งแต่แรกแล้ว”
ระหว่างที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดไป เชวียหนิงหรานก็หัวเราะตามนางออกมา ก่อนเปลี่ยนเรื่องสนทนาเป็นเรื่องน่าสนุก
ทั่วไป
หลังจากที่ต้วนชิงหมิงกลับชาติมาเกิดอีกครั้ง หลายต่อหลายเรื่องนางสามารถปลงและวางได้อย่างรวดเร็ว ใน
เวลานี้ทั้งสามคนพูดคุยสนุกสนานหัวเราะกันไปมา ต้วนชิงหมิงจึงไม่สนใจคิดเรื่องที่ต้วนอวี้หรานจะมาสร้างเรื่องที่นี่
บางครั้งชีวิตของคนเราก็เป็นเช่นนี้ พอเจอเรื่องที่ปล่อยไม่ได้วางไม่ลงขึ้นมา มักมัวครุ่นคิดอยู่อย่างนั้นจน
เคร่งเครียดไปหมด แต่หากมีเรื่องอื่นที่มาดึงความสนใจไปบ้าง ไม่แน่เรื่องที่เจออยู่อาจไม่ได้หนักหนาสาหัสอย่างที่คิดก็
เป็นได้
ทว่าเมื่อเชวียหนิงหรานและต้วนชิงหมิงได้มาเจอการก่อกวนของต้วนอวี้หราน ความทุกข์ใจของทั้งสองคนต่าง
พลันมลายหายวับไป
เวลาผ่านไปไม่นานด้านนอกจวนของต้วนชิงหมิง มีบ่าวรับใช้มารายงานว่าคุณชายเชวียทั้งสองมาตามคุณหนูรอง
เชวียกลับจวน เชวียหนิงหรานและต้วนชิงหมิงต่างมองหน้าด้วยความเข้าใจกันโดยไม่ต้องอธิบาย จากนั้นเชวียหนิงหราน
ได้ขอตัวกลับ
ทางด้านเนี่ยไฉ่เยวี่ยยังคงนั่งอยู่เป็นเพื่อนต้วนชิงหมิง กระทั่งหลิวยวนมาบอกลากลับจวน นางจึงลุกขึ้นและขอตัว
ลากลับไปพร้อมกับเขา
ต้วนชิงหมิงเข้าใจแผนในใจของเนี่ยไฉ่เยวี่ยทว่าไม่ได้ขัดขวางอะไร เพียงแต่กำชับกำชาให้หลิวยวนช่วยไปส่งอีก
ฝั่ายกลับจวนอย่างปลอดภัยเท่านั้น
หิมะที่ตกโปรยปรายลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตั้งแต่วันฉลองวันตรุษจีนที่ผ่านมา จนทุกอย่างขาวโพลนไปหมด
โชคดีที่ในเมืองหลวงได้เตรียมเกลือเอาไว้ทันเวลา ฉะนั้นเส้นทางหลักในการสัญจรจึงไม่ได้มีปัญหามากนัก ทว่า
สถานการณ์ภายนอกเมืองหลวงกลับเลวร้ายลง จนมิอาจสัญจรได้ตามปกติ ถึงแม้ในเมืองหลวงจะเปิดโรงทานแจกจ่าย
โจ๊กเพื่อปลอบขวัญผู้คน แต่ภายนอกกำแพงเมืองหลวงกลับขาดอาหารจนผู้คนล้มตายไปด้วยความหิวโหย ไม่ก็หนาว
เหน็บจนเเข็งตายไปเป็นจำนวนมาก
ในราชสำนักเวลานี้ต่างร้อนเป็นไฟกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนี้ สถานการณ์ภายในวังหลวงก็ไม่ได้สู้ดีเท่าที่ควร ดูจากต้
วนเจิ้งที่แม้จะไม่ใช่ขุนนางตำแหน่งใหญ่โต่และมีอำนาจมาก ทว่าในแต่ละวันมักกลับถึงบ้านดึกดื่นคํ่ามืด จนบางครั้ง
ได้ยินเขาบ่นพึมพำว่าภัยพิบัติในปีนี้ใหญ่หลวงนัก
ทางด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ก็วิ่งวุ่นหัวไม่วางหางไม่เว้นจนนางไม่ได้พบหน้ามานานแล้ว แม้กระทั่งต้วนอวี้ที่ไม่มีเรื่อง
อะไรให้ต้องกังวลใจ ก็ออกจากเรือนไปบ่อยจนน่าผิดสังเกต ต้วนชิงหมิงได้หาโอกาสเข้าไปถามบ่าวรับใช้ของต้วนอวี้ แต่
คำตอบที่ได้กลับมาเพียงว่าต้วนอวี้ออกไปกับองค์ชายสาม
ต้วนอวี้ไปกับเหยียนหลิ่งอวี๋ นางจึงวางใจลงได้และไม่เค้นถามคำตอบอีกต่อไป ขอเพียงไม่กระทบกับการเรียน
ของต้วนอวี้ เขาจะไปทำอะไรกับเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ย่อมได้
วันเวลาผันผ่านไปอย่างเร็วรวด พริบตาเดียวก็ถึงเทศกาลหยวนเซียว[1]แล้ว จวนต้วนทั้งด้านในและด้านนอกต่าง
ประดับประดาด้วยโคมไฟละลานตาตามคำสั่งของต้วนชิงหมิง นางอยากเฉลิมฉลองเทศกาลหยวนเซียวอย่างมีความสุข
สักครั้งหนึ่ง
ทว่าสิ่งที่ไม่ถึงก็เกิดขึ้น หลิวยวนมาหานางตั้งแต่เช้าตรู่
ต้วนชิงหมิงรีบออกไปต้อนรับขับสู้พร้อมเชื้อเชิญอีกฝั่ายให้เข้ามาในจวน ระหว่างที่เดินพูดคุยกันนั้นต้วนชิงหมิง
สังเกตเห็นถึงใบหน้า ที่เต็มไปด้วยความกังวลของหลิวยวนปรากฏออกมาอย่างชัดเจน จนนางรู้สึกใจคอไม่สู้ดีนัก ดูท่า
หลิวยวนอาจเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นเป็นแน่
เป็นที่รู้กันว่า ครั้งก่อนที่ต้วนชิงหมิงนำผ้าที่แก้ไขแล้วส่งกลับไปให้องค์หญิงจิ่นซิ่ว ไม่รู้ว่าอีกฝั่ายได้รับแล้วหรือยัง
ไม่ได้รับ แต่สรุปแล้วเรื่องนี้ก็เงียบหายไป`
ส่วนหลิวยวนหลังจากงานเลี้ยงวันเกิดของต้วนอวี้ผ่านไป นางก็ไม่ได้พบหน้าเขาและไม่ได้ใส่ใจถึงชีวิตความเป็น
อยู่ของเขาอีกเลย
จวบจนกระทั่งตอนนี้ เด็กสาวพูดออกมาด้วยความรู้สึกผิด “พี่หลิวดูสิ ช่วงนี้ข้ายุ่งมากเหลือเกิน จึงไม่ได้ถามชีวิต
ความเป็นอยู่ของพี่หลิวเลยว่าช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
อันที่จริงต้วนชิงหมิงอยากถามเขาว่า องค์หญิงจิ่นซิ่วเลิกไล่ตามเขาแล้วหรือยัง แต่พอนึกถึงนิสัยที่เจ้าอารมณ์ของ
องค์หญิงจิ่นซิ่ว นางก็พอคาดเดาได้ องค์หญิงคงไม่ปล่อยหลิวยวนไปอย่างง่ายดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่อีกฝั่าย
วางแผนจัดการให้หนิวไปั๋ถึงแก่ความตาย เพื่อที่จะมาไล่ตามหลิวยวนไปเป็นราชบุตรเขยของฝั่าบาท
บางครั้งหากยังดื้อดึงถามถึงสิ่งที่อยากรู้ อาจทำให้อีกฝั่ายรู้สึกไม่ดีในเวลาเดียวกัน ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงครุ่นคิด
ไตร่ตรองให้ดีก่อนถามอย่างเป็นกลาง
ทว่าเด็กหนุ่มทำท่าทำทางละม้ายอยากตอบ แต่กลับไม่ปริปากออกมา
ต้วนชิงหมิงมองสายตาของเขาก็รู้ว่า เขากำลังปวดหัวกับเรื่องของผู้หญิง นางเผยยิ้มน้อยๆ ออกมา “พี่หลิว… มี
เรื่องอะไรไม่สบายใจพูดออกมาได้เลย อย่างไรเสียชิงหมิงก็เป็นลูกผู้หญิงเหมือนกับพวกนาง ย่อมเข้าใจหัวอกผู้หญิงดี…
พี่หลิวไม่ต้องกังวลไป ชิงหมิงสัญญาว่าจะไม่หัวเราะเยาะ แต่จะช่วยพี่แก้ปัญหาอย่างเต็มความสามารถแน่นอน”
เดิมทีต้วนชิงหมิงนึกว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วแค่เพียงมาสร้างปัญหาให้หลิวยวนต้องแก้ไข แต่พอได้ยินสิ่งที่เขาเล่าออก
มา นางถึงกับตกตะลึงไม่คาดคิด เพราะองค์หญิงจิ่นซิ่วมาหาหลิวยวนเกือบทุกวัน เพื่อให้เขารับผิดชอบต่อนางในคืนก่อน
วันตรุษจีน
คืนก่อนวันตรุษจีนหรือ เกิดอะไรขึ้น?
ทว่าทันทีที่ต้วนชิงหมิงเอ่ยปากถาม หลิวยวนพลันหน้าแดงกํ่าขึ้นมาและไม่พูดไม่จา
ต้วนชิงหมิงเห็นท่าทางของหลิวยวนก็พอคาดเดาได้ เรื่องนี้คงไม่ใช่ธรรมดาอย่างแน่นอน นางเอ่ยถามอย่างร้อนใจ
“พี่หลิว อย่าหาว่าชิงหมิงพูดเลยนะ ก่อนหน้านี้หากพี่หลิวต้องการมาดื่มนํ้าที่จวนต้วนก็สามารถมาได้ทุกเมื่อ แต่บัดนี้พี่
หลิวกลับถูกองค์หญิงจิ่นซิ่วมาข่มขู่ถึงจวนแล้ว ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอีก พี่หลิวแค่เล่าเรื่องทั้งหมดออกมา ต่อให้ชิงหมิง
ช่วยไม่ได้ ก็จะไม่ยอมให้พี่เจอเรื่องซํ้าๆ แบบนี้อีกต่อไป”
สิ้นเสียงใส ใบหน้าของหลิวยวนก็แดงกํ่าขึ้นมาอีกครั้ง
มิใช่ไม่อยากพูดออกมา เพียงแต่ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหนต่างหาก สรุปแล้วเขามิอาจพูดออกมาได้ตรงๆ ว่าคืน
ก่อนวันตรุษจีน เขาปั่วยเป็นไข้สูง นอนซมอยู่ที่เตียง องค์หญิงจิ่นซิ่วมาเยี่ยมและแอบใส่ยาเสน่ห์ลงไปในยาแก้ไข้ให้เขา
ดื่ม หวังให้เขามีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับนาง
เดชะบุญ! บ่าวรับใช้ของหลิวยวนหัวไว นำนํ้าเย็นเฉียบมาสาดไปที่ตัวของเขาจนได้สติสัมปชัญญะกลับมา อาการ
ปั่วยที่กำลังทุเลาจึงหนักขึ้นไปอีก
หลังจากที่บิดาของหลิวยวนกลับมาถึงจวนและทราบเรื่องที่เกิดขึ้นถึงกับโกรธจนจวนแทบแตก ส่วนองค์หญิงจิ่น
ซิ่วได้มาที่จวนเสนาบดีบ่อยครั้ง เพื่อให้เขารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำกับนางไป องค์หญิงจิ่นซิ่วยังประกาศกร้าวว่าหากหลิว
ยวนยังไม่สนใจรับผิดชอบ นางจะนำเรื่องนี้กราบทูลฝั่าบาท
ให้ฝั่าบาทพระราชทานงานอภิเษกให้ บัดนี้หลิวยวนมืดแปดด้านไปหมดแล้ว เขาไม่รู้จะรับมือกับองค์หญิงจิ่นซิ่วที่
หน้าด้านหน้าทนคนนี้ อย่างไรดี
หลังจากที่ต้วนชิงหมิงได้ฟังที่หลิวยวนเล่าออกมาถึงกับตกใจมิน้อย นางไม่นึกไม่ฝันว่าราชนิกุลอย่างองค์หญิงจิ่น
ซิ่วจะใช้วิธีที่สกปรกถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังเลือกตอนที่หลิวยวนนอนปั่วยอยู่บนเตียงอีก หรือว่านางไม่กลัวว่ายาเสน่ห์ที่ให้
หลิวยวนกินจะส่งผลต่อร่างกายเขา?
[1] เทศกาลหยวนเซียว หรือเทศกาลโคมไฟ ตรงกับวันที่สิบห้าเดือนหนึ่งตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งเป็นครั้งแรกหลัง
จากวันตรุษจีนที่จะเห็นพระจันทร์เต็มดวงเป็นครั้งแรกของปี กิจกรรมในวันนี้จะเป็นการเดิมชมโคมไฟที่ประดับประดา
ไปทั่ว กินขนมหยวนเซียว (คล้ายบัวลอย) และทายปริศนาโคมไฟ