การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 454 ความโชคร้ายขององค์หญิงจิ่นซิ่ว (2)
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 454 ความโชคร้ายขององค์หญิงจิ่นซิ่ว (2)
เมื่อต้วนชิงหมิงพิจารณาเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนก็พอเข้าใจได้ บรรดาราชนิกุลล้วนแล้วแต่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ถึงเปั้า
หมายที่ตนเองต้องการ ดังนั้นอำนาจจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แม้ว่าต้องใช้ชีวิตแลกมามากมายเพียงใด พวกเขาย่อมไม่
สนใจแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าบรรดาราชนิกุลเหล่านั้นไม่เคยสนใจความรู้สึกนึกคิดของอีกฝั่าย ขอเพียงได้มาไว้ครอบครองเท่านั้นพอ
ดังนั้นองค์หญิงจิ่นซิ่วที่จิตใจอำมหิต ย่อมไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร
ทว่าเมื่อต้วนชิงหมิงเห็นหลิวยวนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ นางก็อดสงสารขึ้นมาไม่ได้พยายามคิดหาวิธีช่วยอีกฝั่าย
แต่ปัญหาคือต้องให้องค์หญิงจิ่นซิ่วยอมถอยก่อน จึงสามารถช่วยหลิวยวนให้หลุดพ้นนํ้ามือของนางได้
และยิ่งอำนาจในมือขององค์หญิงจิ่นซิ่วมีอยู่ไม่น้อย หากได้รวมกับอำนาจของตระกูลหลิวยวนก็จะยิ่งแข็งแกร่ง
มากขึ้นไปอีก นี่จึงเป็นสาเหตุที่หลิวยวนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับนาง แต่ดูท่าคงเป็นไปได้ยาก
ในโลกใบนี้ย่อมไม่ได้มีอะไรที่สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง มันย่อมมีจุดบกพร่องอยู่บ้าง ซึ่งจุดบกพร่องเพียงเล็ก
น้อยก็สามารถตัดสินให้แพ้หรือชนะได้ ในยามนี้ที่องค์หญิงจิ่นซิ่วมีเปั้าหมายที่จะจับหลิวยวน ขณะเดียวกันต้วนชิงหมิงก็
เห็นจุดอ่อนของนางปรากฏขึ้นมา
จุดอ่อนขององค์หญิงจิ่นซิ่วคือนางเป็นคนฆ่าหนิวไปั๋ ฉะนั้นขอเพียงหนิวไปั๋มาปรากฏตัวตอนที่นางคาดคิดไม่ถึง
องค์หญิงจิ่นซิ่วย่อมหมกมุ่นกับสิ่งที่เคยทำผิด จนไม่มีกะจิตกะใจมารังควานหลิวยวนแน่นอน
แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดฝั่ายเดียวของต้วนชิงหมิงเท่านั้น อย่างไรเสียไม่ว่าเรื่องคน เรื่องเวลา เรื่องสถานที่
ย่อมขาดจากกันไม่ได้ หากขาดไปแล้วอาจนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ ฉะนั้นเรื่องบางอย่างต้องใช้เวลาให้หลิวยวนไปวางแผน
เตรียมตัว ส่วนที่เหลือต้วนชิงหมิงจะคอยวางแผนช่วยเหลืออีกแรง จวนเสนาบดีในเวลานี้คงต้องไปหาอำนาจอื่นมาช่วย
เสริมเพื่อต่อกรกับองค์หญิงจิ่นซิ่ว แต่นั่นต้องใช้เวลาในการสะสมมิอาจใจเร็วด่วนได้
เด็กสาวก้มหน้าก้มตาพึมพำเสียงเบา “พี่หลิวยวนบอกชิงหมิงมาตามตรงเถิด หรือว่าในจวนเสนาบดีของพี่มีสาย
ขององค์หญิงจิ่นซิ่วแฝงตัวอยู่?”
เนื่องจากการที่องค์หญิงจิ่นซิ่วสามารถบุกเข้าไปถึงห้องของหลิวยวนที่นอนปั่วยได้ โดยที่ไม่มีบ่าวรับใช้ไปรายงาน
ก่อน ย่อมคาดเดาได้ว่านางมีสายที่คอยช่วยเหลืออยู่ในจวนเสนาบดี แต่คนคนนั้นเป็นใคร ตอนนี้ต้องถามหลิวยวนเพื่อ
ความมั่นใจว่าตรงกับที่นางคาดเดาไว้หรือไม่
หลิวยวนได้ฟังก็รีบพยักหน้าเห็นด้วย พูดออกมาอย่างโกรธเคือง “ชิงหมิง… เจ้าคงไม่รู้ฤทธิ์เดชของคุณหนูทั้งสอง
ในจวนเสนาบดีละสิ”
เด็กสาวเข้าใจทันทีด้วยความเฉลียวฉลาด ทว่าหลิวยวนก็ไม่ได้ฉลาดน้อยไปกว่ากันเท่าไร เมื่อเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น
เขาก็รู้ได้ทันทีว่าต้องมีสายขององค์หญิงจิ่นซิ่วนำทางมาให้ ไม่เช่นนั้นการที่จะเข้าไปห้องด้านในคงต้องผ่านการแจ้งไป
เป็นลำดับขั้นตอน แต่หลิวยวนไม่ได้รับรายงานจากบ่าวรับใช้เรื่องการมาขององค์หญิงจิ่นซิ่วแม้แต่น้อย
ในตอนแรกเขาถูกให้ดื่มยาแก้ไข้ที่ผสมยาเสน่ห์ลงไป ก่อนที่บ่าวรับใช้ในเรือนต่างหายหัวหายหางกันไปหมด ไม่
นานองค์หญิงจิ่นซิ่วก็ปรากฏตัว นางเข้ามาในห้องก็รู้ได้ทันทีว่ายาที่หลิวยวนดื่มลงไปออกฤทธิ์แล้ว นางพยายามเข้าไป
ปลดกระดุมเสื้อผ้าของหลิวยวนออก ทว่าภาพในหัวของหลิวยวนในตอนนั้นกลับคิดว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วเป็นต้วนชิงหมิง
ครั้นองค์หญิงจิ่นซิ่วหัวเราะอย่างได้ใจ เขาจึงได้สติขึ้นมาว่าต้วนชิงหมิงไม่มีทางเข้ามายามวิกาลและหัวเราะเฉกเช่นนี้
องค์หญิงจิ่นซิ่วกำลังจะรวบรัดตัดตอนหลิวยวน แต่ด้วยสติสัมปชัญญะของเขาที่กลับมาก่อน จึงผลักนางออกไป
นอกประตูเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องอย่างว่า ส่วนเขารีบเข้าไปที่ห้องอาบนํ้าแช่นํ้าเย็นรอจนหลิวจื๋อกลับมา ทว่าผลของการแช่นํ้า
เย็นทำให้หลิวยวนมีไข้สูงกลับมาอีกครั้ง
หลังจากหลิวจื๋อกลับมาพบว่าหลิวยวนที่แอบไปแช่นํ้าเย็นมีไข้สูงอีกครั้ง เขาประติดประต่อเรื่องราวจนพอเดา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
หลังจากที่หลิวยวนได้สติสัมปชัญญะกลับมา เขาเริ่มคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง จวน
เสนาบดีหาใช่ที่ใครหน้าไหนจะเข้าออกได้ง่าย แต่องค์หญิงจิ่นซิ่วกลับสามารถเข้ามาได้ถูกเวลาอย่างเหมาะเจาะ ฉะนั้น
จะต้องมีคนคอยช่วยเหลือและดูลาดเลาให้แน่นอน… สำหรับแผนการที่ซับซ้อนเช่นนี้ผู้ชายอย่างหลิวยวนที่เอาแต่ศึกษา
หาความรู้อย่างเดียว ไฉนเลยจะตามแผนการอันแยบยลได้ทัน
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับรู้เข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว หากไม่ใช่คุณหนูทั้งสองในจวนเสนาบดีเปิดทางให้ มีหรือที่เรื่อง
จะราบรื่นถึงเพียงนี้
หลิวยวนพูดอย่างหน้าเศร้าออกมา “ชิงหมิง พี่มักจะเอาเรื่องที่น่ารำคาญใจมาให้เจ้าเสมอซึ่งไม่ควรเลยจริงๆ แต่
ถ้าเรื่องราวยังเป็นอยู่แบบนี้ต่อไป พี่ต้องเป็นบ้าเสียสติไปก่อนเป็นแน่”
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจออกมาเสียงเบา “พี่หลิว อย่าได้เกรงใจไปเลย พี่ก็รู้ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ชิงหมิงมิ
อาจมองดูอย่างนิ่งเฉยได้ เอาอย่างนี้แล้วกัน เรื่องนี้พี่หลิวไม่ต้องเป็นกังวลไป ชิงหมิงจะช่วยคิดหาวิธีให้องค์หญิงจิ่นซิ่ว
ยอมถอยกลับไปเอง”
เด็กหนุ่มดีใจอย่างออกหน้าออกตา “น้องชิงหมิงคิดหาวิธีได้แล้วใช่หรือไม่?”
แน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุดคือให้หลิวจื๋อเดินทางมาขอต้วนชิงหมิงให้แต่งเป็นภรรยาของหลิวยวน ถึงตอนนั้นองค์หญิง
จิ่นซิ่วก็จะไม่มารังควานหลิวยวนอีกต่อไปแล้ว
ทว่าหลิวยวนรู้ดีว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะต้องแต่งกับเขาให้ได้ ไม่ว่าหลิวยวนจะแต่งกับใครที่
ไม่ใช่นาง นางจะให้อีกฝั่ายต้องทรมานทั้งเป็น ดูอย่างการตายของหนิวไปั๋ที่มาขวางนางเป็นตัวอย่าง เวลานี้มีหรือที่องค์
หญิงจิ่นซิ่วจะยอมให้หญิงอื่นมาแย่งคนที่ควรเป็นของนางไป
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับรู้ “พี่หลิวยวนยังจำการตายของหนิวไปั๋ได้หรือไม่?”
หลิวยวนผงะไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดอย่างเดือดดาล “ถึงแม้หนิวไปั๋จะไม่ใช่คนดีอะไร แต่กลับต้องมาตายในนํ้ามือ
ของนางอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ การตายของเขาเช่นนี้นับว่าไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย”
อีกฝั่ายพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่แล้วพี่หลิว พวกเราคงต้องใช้เรื่องหนิวไปั๋มาปั้องกันตัวจากองค์หญิงจิ่นซิ่ว…”
“แต่หนิวไปั๋ตายไปตั้งนานแล้วนะ” หลิวยวนพูดออกมาอย่างแปลกใจ
ตอนหนิวไปั๋ยังมีชีวิตอยู่ องค์หญิงจิ่นซิ่วยังหาวิธีทำให้ตายได้ ถึงตรงนี้การใช้เรื่องคนที่ตายไปแล้วจะสามารถ
ทำให้องค์หญิงจิ่นซิ่วกลัวขึ้นมาได้จริงอย่างนั้นหรือ?
ต้วนชิงหมิงยิ้มออกมาอย่างคนมีแผนในใจ “พี่หลิววางใจได้ เราใช้เรื่องการตายของหนิวไปั๋ผสมไปกับแผนการสัก
หน่อยก็ทำให้องค์หญิงจิ่นซิ่วยอมถอยได้แล้ว”
ยามนี้หลิวยวนยิ่งไม่เข้าใจขึ้นไปอีก
เด็กสาวเล่ารายละเอียดจนหลิวยวนเข้าใจทะลุปรุโปร่ง “ใช่แล้ว หากเป็นเช่นนั้นองค์หญิงจิ่นซิ่วก็จะไม่กล้ามาส
ร้างปัญหาให้ชิงหมิงแล้ว”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับ “เรื่องนี้ต้องวางแผนให้รัดกุม พี่หลิวต้องจำให้ขึ้นใจว่ามีโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะทำให้
นางตกใจจนขวัญหนีดีฝั่อไม่กล้ามายุ่งกับพี่อีก!”
“เอาล่ะ พี่จำได้ขึ้นใจแล้ว ประเดี๋ยวพี่จะกลับไปเตรียมแผนการตอนนี้เลย” หลิวยวนพูดอย่างรีบร้อน
“ไม่ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา…”
ทันใดนั้นสายตาของหลิวยวนกลับชะงักไปทันที… ต้วนชิงหมิงเป็นคนสอนวิธีการรับมือให้ แต่เหตุใดไม่ยอมให้เขา
เอาไปใช้เล่า?
นางหัวเราะออกมา “พี่หลิวลองคิดดู เรื่องที่พี่หลิวมาที่จวนต้วนมีหรือที่คุณหนูทั้งสองในจวนเสนาบดีจะไม่รู้ หาก
พี่หลิวกลับไปแล้วดำเนินแผนทันทีก็เท่ากับเผยให้รู้ว่าชิงหมิงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อันที่จริงชิงหมิงไม่ได้กลัวคุณหนู
สองคนนั้นหรอก เพียงแต่หากวันข้างหน้าพี่หลิวต้องการความช่วยเหลือจากชิงหมิง คงไม่ได้มาที่นี่ง่ายแบบนี้แล้ว”
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างทีเล่นทีจริง จนหลิวยวนหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาและตอบเสียงอ้อมแอ้ม “น้องชิงหมิงฉลาดเสีย
จริง พี่นี่เทียบน้องไม่ได้เลย!”
“ชิงหมิงก็แค่ใช้แผนการนิดหน่อยเท่านั้นเอง เพียงแต่พี่หลิวยวนเป็นคนที่คิดทำการใหญ่ การมายุ่งเรื่องไม่เป็น
เรื่องแบบนี้เท่ากับเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์” ต้วนชิงหมิงตอบยิ้มๆ
ทั้งสองคนพูดคุยกันอีกไม่นาน หลิวยวนก็ขอตัวลากลับ ทว่าเมื่อเขาเดินออกมาได้ไม่ไกลก็ถูกต้วนอวี้ดึงตัวมาพบ
เหยียนหลิ่งอวี๋ในห้อง ในตอนแรกทั้งสามคนยืนมองหน้ากันไม่รู้จะเริ่มบทสนทนาอะไร แต่เมื่อได้คุยกันไปกันมากลับคุย
กันได้ทั้งวันจนกระทั่งตะวันตกดิน อีกฝั่ายจึงนั่งรถม้ากลับไป