การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 458 ไม่ยอมพ่ายแพ้
ระหว่างที่พูดอยู่นั้นองค์หญิงจิ่นซิ่วได้เงยหน้าที่มีนํ้าตาไหลอาบออกมา จนแปั้งที่ผลัดหน้าได้หลุดออกมาเป็นรอย
คราบแทบดูไม่ได้ จู่ๆ ได้มีบางสิ่งเหนือหัวโผล่ขึ้นมาดึงความสนใจของนางไป
เมื่อองค์หญิงจิ่นซิ่วมองไปตามไปถึงกับชะงักตัวแข็งไปเลย
ความระทึกขวัญ
การสั่นเทิ้ม
ความหวาดกลัว
ความลนลาน
ความสิ้นหวัง
การคาดไม่ถึง… อารมณ์ต่างๆ นานาได้ปรากฎขึ้นในหัวของ องค์หญิงจิ่นซิ่วแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
สายตาในขณะนี้
เดิมทีความรู้สึกแปลกพิกลในใจกำลังค่อยๆ จางหายไป อีกทั้งความกระสับกระส่ายภายได้สงบลงอย่างเชื่องช้า
ภายในห้องแสงเทียนได้สะท้อนเครื่องใช้ที่ทำจากไม้แดงทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นขึ้นมา
อีกทั้งแสงไฟยังสามารถทำให้คนหายใจไม่ออก ราวกับถูกคนบีบคอเอาไว้จนเกือบขาดอากาศหายใจ ด้านองค์
หญิงจิ่นซิ่วได้สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยื่นมีอันไร้เรี่ยวแรงยันพื้นให้สามารถทรงตัวได้ จากนั้นนางพูดด้วยนํ้าเสียงที่ไม่
อยากเชื่อสายตาตัวนางเอง “เสนาบดี… หลิว… ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
เสนาบดีหลิวก็คือหลิวจื๋อนั่นเอง!
บัดนี้น่าจะประมาณยามจื่อสือ ยามนี้หลิวจื๋อควรหลับพักผ่อนแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดยังสวมชุดขุนนางไว้อีก?
ตายแล้ว! เช่นนั้นชายที่ดูน่าเกรงขามและเย็นชาผู้นั้นเป็นใครกันแน่?
หลิวจื๋อขมวดคิ้วขึ้นมององค์หญิงจิ่นซิ่ว เขาใช้นํ้าเสียงที่ไร้ความรู้สึกพูดอย่างจริงจัง “ดึกดื่นคํ่าคืนเช่นนี้ ผู้หญิง
มิได้อยู่ในวัง กลับมาปรากฏตัวในจวนของข้าน้อย มิทราบว่าต้องการสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ?”
ใจขององค์หญิงจิ่นซิ่วในเวลานี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนไปไม่ถูก
เนื่องจากการที่หนีออกมาจากวังหลวงยามวิกาลนั้นโทษหนักหนาสาหัสไม่เบา หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป
เกรงว่าแม้แต่ฮองเฮาก็มิอาจยื่นมือช่วยได้
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? นางอุตส่าห์ลอบหนีออกจากวังตามแผนการที่วางไว้อย่างรัดกุม และสืบแน่ใจมาแล้วว่า
หลิวจื๋อเข้านอนก่อนยามจื่อสือ ทำไมเขากลับมาปรากฏตัวที่นี่ได้?
องค์หญิงจิ่นซิ่วมองไปรอบๆ ห้องจนทั่วอีกครั้ง
อันที่จริงไม่เพียงมีหลิวจื๋ออยู่ที่นี่ ยังมีฮูหยินหลิว และคุณหนูหลิวทั้งสองยืนมองตาละห้อยไปให้องค์หญิงจิ่นซิ่ว
ไม่รู้ว่าพวกนางกำลังเยาะเย้ยสมนํ้าหน้า หรือว่ากำลังประเมินสถานการณ์อยู่
เวลานี้หลิวยวนที่ยืนอยู่ด้านหลังของหลิวจื๋อ กำลังส่งสายตาที่เย็นชาไปให้องค์หญิงจิ่นซิ่ว จนนางถึงกับชะงักงัน
ไปครู่หนึ่ง
หลิวยวนกำลังเยาะเย้ยองค์หญิงจิ่นซิ่วอยู่
ไม่รู้ว่าหลิวยวนมีอะไรให้เยาะเย้ยนางได้อีก เมื่อนางตกอยู่ในแผนที่หลิวยวนวางไว้ ความสงสารหลิวยวนจับใจ
ถือว่ายุติลงตรงนี้
พูดก็พูดเถอะ จุดนี้องค์หญิงจิ่นซิ่วไม่ถึงจริงๆ
หลิวจื๋อมองใบหน้าที่ซีดเซียวกำลังอาบนํ้าตาขององค์หญิงจิ่นซิ่ว จากนั้นเขาได้ยกมือทำความเคารพและผายมือ
ทำท่าเชิญ “ข้าน้อยขอส่งองค์หญิงกลับวังจากตรงนี้พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อองค์หญิงจิ่นซิ่วได้ฟังรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่……”
ไม่มีทางที่หลิวจื๋อจะยอมความดื้อรั้นขององค์หญิงจิ่นซิ่ว เขารีบกดเสียงตํ่า พูดอย่างเย็นชา “ที่นี่เป็นจวนเสนาบดี
พ่ะย่ะค่ะ หาใช่ตำหนักขององค์หญิงไม่ หากองค์หญิงไม่อยากทำให้ฮ่องเต้และฮองเฮาเป็นกังลวไปมากกว่านี้ ได้โปรด
เชิญกลับวังหลวงโดยเร็วที่สุดเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงจิ่นซิ่วได้ฟังพลันแสยะยิ้มออกมา
หลิ๋วจื๋อผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก ในหัวของเขาคิดแก้ไขเรื่องราวต่างๆ ได้ทันท่วงที แม้ภายนอกจะบอกให้องค์
หญิงจิ่นซิ่วรีบกลับวังในเวลานี้ แต่แท้ที่จริงแล้วเขาไม่ต้องการให้มีความสัมพันธ์ระหว่างคนในจวนเสนาบดีกับองค์หญิง
วิธีนี้องค์หญิงจิ่นซิ่วที่ไม่ได้เขลามองปราดเดียวก็ทราบได้ทันที`
องค์หญิงจิ่นซิ่วตอบกลับไปว่า “เสนาบดีหลิวจะส่งองค์หญิงอย่างข้ากลับวังในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่กลัวคนที่คิดไม่ดี
เอามาเป็นประเด็นอย่างนั้นหรือ?”
พอหลิวจื๋อได้ฟังดันหัวเราะเยาะออกมาทันที “ข้าน้อยไม่ได้ทำความผิดจึงไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย เพียงแต่องค์
หญิงหากกล่าวคำพูดเหล่านี้ออกมา แล้วได้ยินไปถึงพระกรรณของฝั่าบาทเกรงว่าจะไม่เป็นผลดีพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อครู่ที่ผ่านมาองค์หญิงจิ่นซิ่วเราว่าคนที่ฆ่าหนิวไปั๋คือองค์ชายใหญ่ ตอนนี้หลิวยวนมาพูดว่าการแต่งงานอาจนำ
ภัยมาสู่ตัวได้ นั่นแสดงว่าสิ่งที่องค์หญิงจิ่นซิ่วพูดมาทั้งหมดล้วนเป็นคำพูดที่เหลวไหลอย่างนั้นหรือ?
องค์หญิงจิ่นซิ่วโกรธจนลมออกหูที่ได้ยินหลิวจื๋อพูดเช่นนั้น หากต้องการเล่นงานคนอย่างหลิวจื๋อต้องใจเย็นเข้าไว้
องค์หญิงจิ่นซิ่วจึงครุ่นคิดก่อนสยะยิ้มออกมา “ท่านเสนาบดีเป็นคนที่พูดตรงไปตรงมา หากท่านต้องการปิดเรื่องนี้เป็น
ความลับก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปมิได้ ขอเพียงให้ข้าแต่กับหลิวยวนก็พอ”
เมื่อองค์หญิงจิ่นซิ่วพูดออกมา หลิวยวนถึงกับรีบพูดขัดขึ้นมาในทันที “องค์หญิงหยุดความคิดนี้เสียเถอะ”
องค์หญิงจิ่นซิ่วหันหน้าไปทางอื่นโดยไม่สบตาของหลิวจื๋อ “เรื่องในคํ่าคืนนี้จะว่าใหญ่ก็ใหญ่จะว่าเล็กก็เล็ก หาก
องค์หญิงอย่างข้าไม่สามารถสมปรารถนาได้ จะกลับรายงานเสด็จพ่อและเสด็จแม่ว่าท่านเสนาบดีหลิวหลอกให้ข้าออก
จากวังหลวงโดยคิดไม่ดีมิร้าย……”
หลิวยวนโกรธจนตัวสั่นไปหมดเมื่อได้ยินที่องค์หญิงพูด
เขาเคยเจอคนหน้าด้านหน้าทนมามาก ทว่าไม่มีผู้ใดพูดได้อย่างไร้ยางอายกว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วผู้นี้มาก่อน
ขณะที่หลิวยวนกำลังจะอ้าปากตอบกลับ ทางด้านฮูหยินหลิวกลับหัวเราะเยาะขึ้นมา “องค์หญิงคิดวางแผนได้
รัดกุมเสียจริง… โดยทำร้ายหนิวเอ๋อร์ถึงแก่ความตาย จากนั้นค่อยมาแต่งงานกับหลิวยวน… องค์หญิงคิดว่าคนในจวน
หลิวแห่งนี้โง่เขลาขนาดนั้นเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
องค์หญิงจิ่นซิ่วปรายตามองฮูหยินหลิว พลางตอบเสียงเรียบ “องค์หญิงอย่างข้าอยากแต่งกับหลิวยวน ย่อมไม่
เกี่ยวข้องกับการตายของหนิวไปั๋แม้แต่น้อย หากฮูหยินหลิวคิดว่าสามารถเอาผิดข้าได้ จงรีบเล่นงานข้าเสียบัดเดี๋ยวนี้
องค์หญิงอย่างข้าไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น”
ฮูหยินหลิวถูกองค์หญิงจิ่นซิ่วพูดจี้ใจดำจนโกรธตัวสั่นไปหมด นางยกมือชี้หน้าองค์หญิงจิ่นซิ่วพูดอย่างโมโห “องค์
หญิงเป็นบุตรีของราชวงศ์ อย่าลืมสิหากเรื่องในวันนี้รู้ไปถึงพระพันปี ไม่รู้ว่าองค์หญิงจะยังฝีปากกล้าเช่นนี้อยู่ไหม?”
เมื่อกล่าวถึงพระพันปีขึ้นมา องค์หญิงจิ่นซิ่วถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยตอบอย่างเย็นชากลับไป “คนใน
ราชวงศ์ต่างรักหน้าตาของตัวเอง หากฮูหยินหลิวไม่เชื่อ ลองเอาเรื่องนี้ไปทูลพระพันปีดูแล้วกัน องค์หญิงอย่างข้าอยากรู้
เสียจริง พันพระพันปีจะรักษาหน้าตาทำเรื่องใหญ่เป็นเรื่องเล็ก หรือว่าเลือกทำตามที่ฮูหยินหลิวต้องการคือข้าออกจาก
วังหลวง?”
ทันทีที่ฮูหยินหลิวได้แทบอยากเป็นลมล้มพับลงไป
คิดไม่ถึงว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วจะรังแกกันหนักถึงเพียงนี้ จนถึงตอนนี้ไม่เพียงยอมรับผิด ยังมีหน้าอยากปิดเรื่องนี้ไม่
ให้ใครได้รู้อีก?
รังแกกันเกินไปแล้ว ช่างทำเกินกว่าเหตุเสียจริง!
จากนั้นฮูหยินหลิวรีบกลับหลังไปมองหลิวจื๋อ พูดทั้งนํ้าตา “ท่านพี่ ขอให้ท่านพี่ทวงความยุติธรรมให้หนิวเอ๋อร์
ด้วยเจ้าค่ะ”
หลิวจื๋อได้แต่มองตำหนิที่ฮูหยินหลิวปากมากพูดไม่เข้าเรื่อง หลิวจื๋อไม่กล้าหันไปต่อว่าองค์หญิงจิ่นซิ่ว แต่เลือกพูด
เสียงนิ่งกลับไปแทน “หากองค์หญิงมีเรื่องอันใดรายงานฝั่าบบาท พวกเราก็รีบไปขอเข้าเฝั้าในเวลานี้เลยดีกว่า เชิญพ่ะย่ะ
ค่ะ”
เมื่อเอ่ยถึงฝั่าบาทขึ้นมา องค์หญิงจิ่นซิ่วกลับหน้าซีดออกมา ทว่าพริบตาเดียวนางกลับเปลี่ยนสีหน้ากลับมา
เหมือนเดิม “เสนาบดีหลิวต้องการเป็นศัตรูกับองค์ชายใหญ่อย่างนั้นหรือ?”
หลิวจื๋อพูดหนักแน่นหน้าไม่เปลี่ยนสี “กระหม่อมจงรักภักดีต่อฝั่าบาทเพียงพระองค์เดียว หากได้รับพระ
ราชโองการให้ไปบุกนํ้าลุยไป หลิวจื๋อผู้นี้ยินยอมถวายชีวิตพ่ะย่ะค่ะ
คำพูดประโยคนี้ที่มีจุดยืนหนักแน่นของหลิวจื๋อ เป็นการตัดความสัมพันธ์ของเขากับองค์หญิงจิ่นซิ่วโโยสิ้นเชิง
องค์หญิงจิ่นซิ่วทำได้เพียงสูดหายใจเข้าออกลึกๆ จากนั้นกัดฟันแน่น “เสนาบดีหลิวจงจำคำพูดคในคืนนี้ของท่าน
ไว้ให้จงดี องค์หญิงอย่างข้าจะจดจำไว้ในใจมิมีวันลืมเลือน”
หลิวจื๋อไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดอีกแล้ว เขาจึงกวักมือให้สาวใช้ขององค์หญิงจิ่นซิ่วรีบเชิญองค์หญิงเสด็จ
กลับเข้าวังหลวง
องค์หญิงจิ่นซิ่วปรายตามองหลิวจื๋อด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะร้องอย่างไม่สบอารมณ์และจับชายกระโปรง
สะบัดเดินจากไป
ฮูหยินหลิวได้แต่กัดฟันกรอดๆ มององค์หญิงจิ่นซิ่วจากด้านหลัง หากคํ่าคืนนี้นางไม่มาที่นี่ คงไม่มีทางได้รู้ความ
จริงว่าคนที่ฆ่าหนิวไปั๋เป็นองค์หญิงจิ่นซิ่วไม่ใช่หลิวยวน มาถึงตอนนี้ความจริงปรากฏตรงหน้า คนฆ่าอยู่ใกล้เอื้อมมือ
ถือว่าองค์หญิงจิ่นซิ่ววางแผนมาได้ถูกต้องแม่นยำ โดยรู้ว่าฮูหยินหลิวมิกล้าพูดเสียงดังลั่นให้คนรู้กันทั่ว
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ไปแล้ว ความเคียดแค้นในใจของฮูหยินหลิวปะทุขึ้นดั่งไฟบรรลัยกัลป กลบสติสัมปชัญญะ
ให้หมดไป หลังจากนั้นฮูหยินหลิวใช้สายตาที่แหลมคมดุจอินทรีย์เจ้าเวหา จ้องเขม็งไปที่หลิวยวนหนึ่งทีก่อนจะเดินจาก
ไป