การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 460 ไร้ปัญหา
เหยียนหลิ่งอวี๋หัวเราะออกมาเหมือนยอมรับ สิ่งที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมาใกล้เคียงกับความจริงอยู่ เรื่องที่องค์หญิง
จิ่นซิ่วล้มปั่วยจริงครึ่งหนึ่งไม่ถึงครึ่งเลย ทว่าเรื่องการถูกกักตัวเป็นเรื่องจริง เนื่องจากองค์หญิงจิ่นซิ่วทำเรื่องผิดมหันต์
โดยเล่าความจริงในการเสียชีวิตของหนิวไปั๋ต่อหน้าหลิวจื๋อ
หลิวจื๋อเป็นใครกัน?
เขาเป็นถึงเสนาบดีใกล้ชิดกับฝั่าบาท สำหรับฝั่าบาทและฮองเฮาแล้ว เรื่องขององค์หญิงจิ่นซิ่วเป็นเรื่องเล็กน้อย
การที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมายุ่งย่ามเรื่องขององค์หญิงจิ่นซิ่วกับหลิวยวนต่างหาก ที่เป็นการทำให้หน้าตาของราชวงศ์เสีย
หน้า
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่ควรเกิดเรื่องอะไรขึ้นทั้งนั้น มิอย่างนั้นหน้าตาของราชวงศ์จะเอาไปซุกไว้ที่ไหนดี
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจออกมาเสียงเบา
เรื่องที่องค์หญิงจิ่นซิ่วออกไปจวนหลิวในยามวิกาล ไม่เพียงไปเล่าความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับการเสียชีวิตขิงหนิวไปั๋
มิหนำซํ้ายังถูกส่งกลับวังหลวงอีก ตอนนี้หากอยากปิดเรื่องให้มิดคงยากไปเสียแล้ว แม้่ว่าฝั่าบาทจะไม่เอาผิด ทว่า
ฮองเฮาไม่มีทางปล่อยองค์หญิงจิ่นซิ่วไว้แน่ ฉะนั้นองค์หญิงจิ่นซิ่วบอกว่าล้มปั่วยก็คือล้มปั่วย หากไม่ล้มปั่วยก็เท่ากับถูก
กักบริเวณ
สรุปแล้วเรื่องการเสียชีวิตของหนิวไปั๋ องค์หญิงจิ่นซิ่วเป็นคนเล่าออกมาเองทั้งหมด ไม่ว่านางล้มปั่วยจริงหรือไม่
กลับถูกพูดไปแล้วว่าล้มปั่วยจริง
ปกติการดูสีหน้าของเหล่าบรรดาราชวงศ์ก็สามารถตัดสินถูกผิดได้ โดยที่ไม่มีผู้ใดกล้าแย้งหรือคัดค้าน
เมื่อคิดได้ดังนี้ ต้วนชิงหมิงหันไปมองเหยียนหลิ่งอวี๋ตาขวาง และพบว่าสายตาของเขากลับยิ้มออกมาอย่างมี
เลศนัย แต่หากมองเข้าไปลึกๆ ในแววตาที่สดใส ดำขลับย่อมทราบได้ทันทีว่าไม่มีอะไรอยู่ในนั้น
เหยียนหลิ่งอวี๋จ้องต้วนชิงหมิงอย่างไม่ละสายตา จนนางรู้สึกเขินจนหน้าแดง บิดตัวไปมาอย่างขวยเขินพลางพูด
เสียงอ่อมแอ่ม “องค์ชายสามดูอะไรหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ยินรีบยิ้มน้อยยอ้มใหญ่ทันที “แล้วเจ้ามองข้าทำไม?”
“ข้าไม่ได้มององค์ชายสามเสียหน่อย” ต้วนชิงหมิงตอบด้วยอาการหน้าแดง
เหยียนหลิ่งอวี๋กลับยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “ถ้าเจ้าไม่มองมาที่ข้า จะรู้ได้อย่างไรว่าข้ากำลังมองไปที่เจ้า?”
ต้วนชิงหมิงหน้าแดงกรํ่าออกขึ้นมา จ้องเขม็งไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋โดยไม่พูดสิ่งใด
เหยียนหลิ่งอวี๋แอบหัวเราะเยาะในใจ แต่ไม่กล้าที่จะล่วงเกินต้วนชิงหมิง เขาจึงเอ่ยขึ้น “บัดนี้ถนนในเมืองหหิมะ
ได้ละลายไปมากแล้ว แต่ด้านนอกเมืองยังคงมีหิมะหนายากต่อการสัญจร จำต้องเกลือปริมาณมากกว่านี้ แต่ปัญหาข้อ
แรกคืออาจขนเกลือมาไม่ทันเวลา สองคือมีเกลือไม่มากพอสำหรับละลายหิมะเพียงพอสำหรับทุกทางสัญจร”
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เหยียนหลิ่งอวี๋เริ่มไปไหนมาไหนคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้นเขามักมาถามความคิดเห็นจากต้วนชิงหมิง
ในการแก้ปัญหาต่างๆ ทางเหยียนหลิ่งอวี๋มิได้คาดหวังให้ต้วนชิงหมิงออกความเห็นช่วยทุกครั้งไป แต่อย่างน้อยที่สุดเหยี
ยนหลิ่งอวี๋ต้องการคนที่รับฟังเขาจากความจริงใจ
พอต้วนชิงหมิงได้ฟังสีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้นมา “การใช้เกลือละลายหิมะนั้นเป็นวิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปชั่ว
ครั้งชั่วคราว ส่วนนอกเมืองทางเหนือที่หิมะตกสูงหนาอาจใช้หิมะเพียงอย่างเดียวมิพอ อีกอย่างหากใช้เกลือละลายหิมะ
ในปริมาณมากเกินไป การสร้างความเสียหายให้กับพืชผลทางเกษตร วิธีนี้จึงใช้ปัญหาเร่งด่วน แต่มิได้ช่วยแก้ปัญหาจาก
ต้นตอได้”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารัยด้วยความเข้าใจ
ช่วงนี้บรรดาคนมีฐานะต่างใช้วิธีนี้ในการละลายหิมะเปิดเส้นทางแล้ว เพียงแต่ว่าหากนํ้าที่ละลายเหล่านี้ไหล
เข้าไปสู่พื้นที่ทำการเกษตร อย่างนั้นผลผลิตในปีหน้าไม่มากก็น้อยย่อมได้รับผลกระทบ
ทันใดนั้นต้วนชิงหมิงเลิกคิ้วขึ้นมองที่เหยียนหลิ่งอวี๋ “เหอะ! เรื่องการบริหารราชการ องค์ชายสามมาถามข้าทำไม
กัน หรือว่าอวี้เอ๋อร์ไปสร้างเรื่องไว้ข้างนอกอีกแล้ว องค์ชายสามถึงได้มาหาข้าโดยเฉพาะ?”
การที่เหยียนหลิ่งอวี๋มาที่นี่ด้วยวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ ต้วนอวี้คงไปสร้างเรื่องเข้าอีกแล้ว ส่วนการ
มาของเหยียนหลิ่งอวี๋ ต้วนชิงหมิงมิอาจทราบล่วงหน้าได้แม้แต่ครั้งเดียว
สายตาเหยียนหลิ่งอวี๋เผยความผิดหวังออกมาอย่างเร็วรวด จนต้วนชิงหมิงมองไม่ทัน เหยียนหลิ่งอวี๋จึงหัวเราะ
ออกมา “จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ต้วนอวี้เป็นกุนซือตัวน้อยของข้า มีหลายต่อหลายเรื่องที่ข้ายังต้องให้เขาออกความเห็น
ให้!”
สิ่งที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดถึงต้วนอวี้หมายถึงด้านการคุ้มกันบรรดาราชวงศ์และด้านการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์
เนื่องจากต้วนอวี้ที่มาจากโลกศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ย่อมรู้การปั้องกันเมืองและระบบต่างๆ ที่เป็นความลับ รวมทั้งการ
พัฒนาอาวุธ สำหรับเหยียนหลิ่งอวี๋มองว่าแม้ต้วนอวี้ยังไม่ได้เป็นกุนซือเขาเต็มตัว แต่อย่างน้อยต้วนอวี้ยังสามารถช่วยเขา
ได้ในหลายๆ เรื่อง
ด้านต้วนชิงหมิงเอาแต่ฟังเหยียนหลิ่งอวี๋พูดชมต้วนอวี้ออกหน้าออกตา จนนางอดไม่ได้ที่จะเบือนปาก หัวเราะ
เยาะใส่ “โอ้โห! ดูไม่ออกจริงเชียว อวี้เอ๋อร์สามารถช่วยองค์ชายสามได้มากเพียงนี้เลยหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋รู้ดีว่าต้วนชิงหมิงไม่มีทางเชื่อ อีกอย่างเขาเคยรับปากต้วนอวี้จะไม่บอกเรื่องนี้กับผู้ใด ฉะนั้นจึง
เลือกหัวเราะกลบเกลื่อนโดยไม่อธิบาย
ต้วนชิงหมิงจึงทำหน้าสงสัยมองไป “ในเมื่อองค์ชายสามไม่มีธุระอะไร เช่นนั้นข้าเชิญองค์ชายสามกลับไปก่อน
เถอะเจ้าค่ะ”
หลังจากที่ต้วนชิงหมิงพูดจบลง เหยียนหลิ่งอวี๋รีบลุกขึ้นมาทันที
ต้วนชิงหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง นางไม่นึกไม่ฝันว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะรีบลุกพรวดขึ้นทันที เพราะโดยปกติแล้วนางต้อง
พูดอยู่หลายรอบ กว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะขยับตัว วันนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่พูดจบเขาก็ลุกขึ้นในฉับพลัน?
ทันทีที่เหยียนหลิ่งอวี๋ลุกขึ้นมา ชิวหนิงรีบเดินไปที่ประตูเพื่อไปเปิดประตู ระหว่างที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกไปจู่ๆ
ได้หันกลับมาถามต้วนชิงหมิงขึ้น “หิมะที่ตกครั้งนี้จะฝนนานใช่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงทำหน้าขรึมก่อนตอบกลับ “หากจำไม่ผิดละก็คงตกไปถึงต้นเดือนหน้าเลยกระมัง”
หิมะอาจตกโปรยปรายอย่างนี้ถึงต้นเดือนหน้ากว่าจะค่อยๆ เบาบางลง ต้วนชิงหมิงยังทราบอีกว่า ภัยพิบัติในครา
นี้จะทำให้คนผลัดถิ่นไปจนถึงไร้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง
ยิ่งไปกว่านั้นในชาติที่แล้ว ต้วนชิงหมิงยังจำได้อีกว่าลูกพี่ลูกน้องผู้ชายของหลิวหรงคนหนึ่ง ได้อพยพเข้ามาขอ
อาศัยอยู่ในจวนต้วนเป็นเวลาถึงสามเดือน อีกทั้งต้วนชิงหมิงยังต้องรับมือกับลูกพี่ลูกน้องผู้ชายของหลิวยวนอีก
ขอเพียงนึกถึงเรื่องราวที่เคบประสบมาในชาติที่แล้ว สายตาของต้วนชิงหมิงกลับดูหนักอึ้งไป
บัดนี้เพิ่งผ่านเทศกาลหยวนเซียวไป อีกไม่กี่วันลูกพี่ลูกน้องผู้ชายของหลิวยวนคงใกล้มาขอพึ่งใบบุญแล้วสิน่ะ น่า
เสียดายเหลือเกินที่ในชาตินี้ หลิวยวนไม่ได้ออกไปทำศึกที่ชายแดน มิอย่างนั้นหลิวยวนในชาติที่แล้ว คงให้ลูกพี่ลูกน้อง
ผู้ชาย หลานชายและหลานสาวมาอาศัยและทำทุกอย่างได้ตามอำเภอใจ ในชาตินี้ต้วนชิงหมิงไม่มีทางปล่อยให้คนพวก
นั้นเข้ามาเสวยสุข สร้างเรื่องสร้างปัญหาให้นางแน่นอน
คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือไม่มีทางปล่อยให้มาอยู่ในจวนต้วนแห่งนี้
พอต้วนชิงหมิงนึกเรื่องชาติที่แล้วขึ้นมาก็ยืดตัวตรงขึ้นมาอย่างช้าๆ “ข้าเคยได้ยินคนทำนายว่า ปีนี้จะมีภัยพิบัติ
จากหิมะ บัดนี้ดูท่าจะเป็นจริงคนทำนายยังกล่าวอีกว่าหิมะตกหนักไปจนถึงต้นเดือนหน้า มิทราบว่าคำตอบนี้องค์ชาย
สามพอใจไหมเจ้าคะ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋จ้องเข้าไปในตาดำของต้วนชิงหมิงสักพัก จากนั้นไม่ตอบอะไร กลับตัวแล้วเดินจากไป
ชิวหนิงเดินตามไปส่งเหยียนหลิ่งอวี๋ เหลือเพียงต้วนชิงหมิงกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อยู่ในห้องเพียงสองคน เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
เดินขึ้นมาก้าวหนึ่งเอ่ยถามขึ้น “คุณหนู องค์ชายสามชอบคุณชายใหญ่มากหรือเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมาช้าๆ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เพียงแต่อวี้เอ๋อร์กับองค์ชายสามไปมาหาสู่กันบ่อยเท่านั้น
เอง”
ต้วนชิงหมิงมิทราบว่าในใจของเหยียนหลิ่งอวี๋ คิดว่าต้วนอวี้มีประโยชน์ต่อเขาจริงหรือไม่ นางรู้แค่ว่าถ้าเหยียน
หลิ่งอวี๋กล้าหลอกใช้ต้วนอวี้เหมือนที่ทำกับพี่น้องของเขา ต้วนชิงหมิงจะไม่มีทางให้อภัยเหยียนหลิ่งอวี๋!