การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 464 ผู้ช่วยชีวิตของหลิวหรง
หลิวหรงมอบหมายหน้าที่ให้เยวี่ยหวาติดตามต้วนอวี้หรานไปทุกที่ สิ่งนี้บ่าวรับใช้อย่างนางมิกล้าละเลยจึงตามอยู่
ห่างๆ แม้จะโดนต้วนอวี้หรานหันมามองด้วยความไม่พอใจ ทว่านางต้องหน้าด้านหน้าทนทำต่อไป
จนกระทั่งต้วนอวี้หรานเดินมาถึงเรือนหลิวหรง พลันได้ยินเสียงหลิวหรงใช้เสียงสูงด่าทอคน “สมควรตาย พวก
มันสมควรตายทั้งหมด ก็แค่หัวขโมยชั้นตํ่าเพียงคนเดียว สืบมาตั้งหลายวันทำไมยังไม่มีความคืบหน้าอีก… เงินที่จ้างไปก็
เท่ากับสูญเปล่า!”
หลิวหรงด่าทอเสียงดังลั่นจนแม่นมหวางเอาแต่ก้มหน้าหนี กลัวว่าหลิวหรงจะพาลโกรธมาที่นาง
ผ่านไปสามวันแล้ว
กระทั่งผ่านไปห้าวันก็แล้ว รอจนเทศกาลหยวนเซียวผ่านไปแล้ว สิ่งของที่หายไปของหลิวหรงยังไม่มีข่าวคราว
แม้แต่น้อย
หลิวหรงใช้เวลาครึ่งชีวิตในการเก็บสะสมสิ่งของเหล่านี้ แต่บัดนี้ทุกอย่างกลับหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วจะไม่
ให้นางโกรธจัดจนปาข้าวของได้อย่างไร
นางหันกลับมานั่งบนเก้าอี้พลางถอนหายใจแรง ดวงตาแดงกํ่าด้วยความโกรธราวกับราชสีห์หมายกระโจนเข้า
ตะครุบเหยื่อ
ต้วนอวี้หรานที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกด้วยใบหน้านิ่งเฉย จากนั้นเดินเปิดประตูเข้าไปในห้องอย่างช้าๆ
แม่นมหวางทำความเคารพต้วนอวี้หราน แล้วถอยไปอยู่ด้านข้างและส่งสายตาให้บ่าวรับใช้รีบมาเก็บเศษข้าวของ
ที่กระจัดกระจาย
หลิวหรงรีบเปลี่ยนสีหน้าและคุมอารมณ์ในทันที “หรานเอ๋อร์มาแล้ว รีบเข้ามานั่งเร็ว!”
ต้วนอวี้หรานตั้งใจเข้าไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ติดกับมารดา พร้อมกับแสดงท่าทางเข้าอกเข้าใจ “ท่านแม่เป็นอะไรไป เมื่อ
ครู่เห็นสีหน้าท่านแม่มิสู้ดีเอาเสียเลย หรานเอ๋อร์กลัวจนเกือบไม่กล้าเข้ามาแล้ว”
หลิวหรงรีบหัวเราะกลบเกลื่อน “ไม่มีอะไรหรอก แม่ก็แค่เห็นอากาศไม่ดีก็เลยหงุดหงิดรำคาญ เผลอไปชนแจกัน
ตกแตกโดยไม่ระวังเข้าพอดี”
ต้วนอวี้หรานแอบยิ้มเยาะในใจ เขวี้ยงปาข้าวของแตกกระจัดกระจายแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน
เห็นทีท่านแม่คงมีเรื่องปิดบังนางอีกแล้ว
ต้วนอวี้หรานยังแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวพลางถามด้วยความห่วงใย “ท่านแม่อย่าได้โกรธหนักเกินไป ประเดี๋ยว
สุขภาพจะแย่เอาได้นะเจ้าคะ”
เมื่อได้ยินบุตรสาวพูดด้วยความห่วงใย หลิวหรงรู้สึกอบอุ่นใจพลางเดินเข้าไปกอดบุตรสาว “มีแต่หรานเอ๋อร์ที่
เป็นห่วงแม่… ต่อไปไม่ว่าหรานเอ๋อร์อยากให้แม่ทำอะไร แม่จะช่วยทำให้ทุกอย่าง”
ต้วนอวี้หรานเผยสายตาเจ้าเล่ห์ออกมาโดยที่อีกฝั่ายไม่เห็น นางพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ “ขอเพียงท่านแม่สบายดี
หรานเอ๋อร์ก็วางใจแล้ว!”
ขอเพียงหลิวหรงยังอยู่อย่างสุขสบายจึงสามารถช่วยให้ต้วนอวี้หรานสามารถเก็บเกี่ยวความสุขได้ต่อไป
หลิวหรงค่อยๆ คลายมือที่กอดบุตรีออกอย่างเชื่องช้า ก้มมองหน้าต้วนอวี้หรานพูดอย่างจริงจัง “หรานเอ๋อร์
วางใจได้ แม่จะช่วยให้หรานเอ๋อร์ได้ในสิ่งที่อยากได้”
สิ่งที่นางอยากได้?
สิ่งที่ต้วนอวี้หรานอยากได้คือฐานะบุตรสาวภรรยาเอกที่สามารถยืนเคียงข้างไปั๋หย่วนฮ่าวได้ ส่วนอื่นสำหรับนาง
นั้นไม่มีอะไรสลักสำคัญไปมากกว่านี้
ต้วนอวี้หรานถามเสียงเรียบ “มิทราบว่าท่านแม่จะช่วยให้หรานเอ๋อร์เอาสิ่งใดกลับมากัน?”
คำพูดที่ทั้งสงบนิ่งและเย็นชากลับไม่สามารถทำให้หลิวหรงรู้ถึงสิ่งผิดปกติได้ ยังคงกัดฟันพูดต่อไปด้วยความ
เคียดแค้นและชิงชัง “ไม่ว่าต้วนชิงหมิงนางชั้นตํ่านั่นมีอะไร หรานเอ๋อร์ของแม่ก็ต้องมีเหมือนกันทุกสิ่ง!”
เด็กสาวลอบถอนหายใจ… ต้วนชิงหมิงมีอะไรดีอย่างนั้นหรือ?
นางมีก็แค่เปลือกในฐานะบุตรสาวภรรยาเอกเท่านั้นมิใช่หรอกหรือ?
ไม่สิ ฐานะบุตรสาวภรรยาเอกไม่ใช่สิ่งที่ต้วนอวี้หรานต้องการ สิ่งที่นางต้องการคือสิ่งที่ต้วนชิงหมิงอยากได้แต่มิ
อาจได้มาต่างหาก!
ระหว่างนั้นแม่นมหวางเดินเข้ามาเห็นต้วนอวี้หรานอยู่ในอ้อมกอดของหลิวหรง แม่นมหวางจึงไม่ได้รายงานสิ่งใด
ทันทีที่เห็นแม่นมหวางเดินเข้ามาในห้อง ต้วนอวี้หรานรีบลุกกลับไปนั่งเก้าอี้ตามเดิม
หลิวหรงพออกพอใจกับท่าทางของต้วนอวี้หรานเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่โดนจับตัวกลับมาแล้ว บุตรสาว
ของนางเปลี่ยนไปเป็นคนที่รู้จักมารยาทและคิดวางแผนกว่าเมื่อก่อน ต่อไปหากต้องแต่งงานออกเรือนไปก็จะไม่มีผู้ใด
สามารถหัวเราะเยาะต้วนอวี้หรานได้อีก
ต้วนอวี้หรานเห็นแม่นมหวางกล้าๆ กลัวๆ ที่จะพูด พลันเข้าใจได้ว่าหลิวหรงคงมีบางเรื่องที่ไม่อยากให้นางรู้ นาง
จึงขอตัวออกไปข้างนอก
ต้วนอวี้หรานลุกขึ้นและทำความเคารพ “ท่านแม่จัดการงานก่อนเถิด หากมีเวลาหรานเอ๋อร์จะมาเยี่ยมใหม่
เจ้าค่ะ”
หลิวหรงมองต้วนอวี้หรานด้วยสายตาคล้ายไม่อยากให้ไป หลังจากเกิดเรื่องขึ้นต้วนอวี้หรานก็กลับมาความสนิท
กับหลิวหรงมากกว่าเดิม บัดนี้มานั่งพูดคุยยังไม่ทันไรก็ขอตัวกลับไปแล้ว หลิวหรงรู้สึกเสียใจมิน้อย แต่ข่าวที่แม่นมหวาง
นำกลับมารายงาน นางเองก็ต้องการฟังทันที จึงจับมือต้วนอวี้หรานพูดอีกสองสามประโยค ก่อนอนุญาตให้ต้วนอวี้หรา
นขอตัวลากลับได้
พอต้วนอวี้หรานออกจากประตูห้องไป แม่นมหวางรีบปิดประตูลงกลอนทันที หลิวหรงกลับรู้สึกรำคาญใจไม่น้อย
กับท่าทางใหญ่โตของแม่นมหวาง นางเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ “เจ้าช่วยข้าจับตัวคนผู้นั้นมาได้แล้วใช่หรือไม่?”
หลิวหรงหมายถึงคือหัวขโมยที่มาย่องเอาสิ่งของของนางไป ยามนี้สำหรับหลิวหรงนั้น ไม่มีสิ่งใดจะสำคัญเร่งด่วน
ไปกว่าเรื่องนี้อีกแล้ว
แม่นมหวางส่ายหัวไปมา
ไม่ทันรอให้หลิวหรงต้องด่าทออย่างไม่สบอารมณ์ แม่นมหวางรีบก้าวเดินขึ้นไป พูดเสียงตํ่าขึ้นว่า “ถึงแม้หัวขโมย
ที่เอาของคุณหนูไปยังจับตัวมาไม่ได้ ทว่าบ่าวได้ไปสืบหาหมอเทวดาตู้ที่คุณหนูต้องการพบมาได้แล้วเจ้าค่ะ…”
หมอเทวดาตู้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วถึงฝีมือที่เก่งกาจในการรักษาโรคของสตรี ได้ยินมาว่าหมอเทวดาตู้มีนิสัย
พิลึก การรักษาก็ยึดตามความชอบใจเป็นหลัก ทว่าสำหรับโรคของสตรี หมอผู้นี้มีความชำนาญยิ่งนัก
หมอเทวดาผู้นี้อาศัยอยู่ในที่ห่างไกลเมืองหลวง แต่ช่วงนี้ครอบครัวของหมอเทวดาตู้ย้ายเข้ามาอาศัยที่เมืองหลวง
จากนั้นไม่นานเขาได้เปิดร้านรักษาผู้คน ภายในเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือนก็มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่ว
หลังจากที่หลิวหรงทราบเรื่องนี้ได้ให้แม่นมหวางเข้าไปสืบข่าวว่าหมอเทวดาตู้ชอบสิ่งใด เพื่อจะให้ช่วยรักษาโรค
ของสตรีที่นางเป็นอยู่ หลังจากที่ส่งไปเชิญให้มารักษาที่จวน หมอเทวดาตู้กลับไม่สนใจแม้แต่น้อย จนกระทั่งหลิวหรง
ถอดใจจนสิ้น แม่นมหวางดันนำความดีมาให้หลิวหรง
พอแม่นมหวางเห็นหลิวหรงดีอกดีใจจึงพูดเสริมขึ้นไปอีกประโยคว่า “ขอเพียงโรคที่คุณหนูเป็นอยู่รักษาให้หาย…
ทุกอย่างในจวนต้วนย่อมเป็นของคุณหนูทั้งหมดดังเดิม”
เป็นที่รู้ว่าเจ้านายใหญ่ในจวนต้วนก็คือต้วนเจิ้ง เมื่อก่อนสมัยที่หลิวหรงยังดูแลจัดการจวนต้วนในฐานะอนุเพียง
คนเดียวในจวน นางจึงมีอำนาจล้นมือ ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากต้วนเจิ้งอย่างมาก ทำอะไรได้ตามอำเภอใจ แต่เวลา
ครึ่งปีที่ผ่านมานี้ โรคของหลิวหรงยังกำเริบอยู่จนมิอาจเข้าปรนนิบัติต้วนเจิ้งได้ มีหลายครั้งที่ต้วนเจิ้งมาหานางถึงเรือนแต่
กลับถูกปฏิเสธไป
ยามนี้ความรักที่ต้วนเจิ้งมีให้หลิวหรงลดน้อยถอยลงไปจนเกือบไม่เหลือ ในขณะที่ต้วนชิงหมิงได้รับความรักมาก
ขึ้นในทุกๆ วันจนหลิวหรงขัดอกขัดใจ ในที่สุดโอกาสเดียวที่สามารถรักษาตัวให้หายดีได้มาถึงแล้ว มีหรือที่นางจะยอม
ปล่อยให้หลุดมือ