การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 469 สถานการณ์ยากลำบากและวิธีรับมือ (2)
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 469 สถานการณ์ยากลำบากและวิธีรับมือ (2)
ลั่วสุ่ยเลือดขึ้นหน้าจนดวงตาแดงกํ่า กำมือทั้งสองข้างแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนบนหลังฝั่ามือ เม้มริมฝีปาก
แน่น ไม่กล้าโต้แย้งสิ่งใดออกมา
ต้วนอวี้ไม่ให้โอกาสลั่วสุ่ยได้พูดแทรก ทันทีที่พูดจบลงก็เดินก้าวออกจากเรือนไป เขาทำสัญลักษณ์มือเรียกรวมพล
ตามที่เหยียนหลิ่งอวี๋ทำเป็นประจำ เพื่อเป็นการบอกว่าให้องครักษ์ลับที่อยู่ในเมืองหลวงไปรวมตัวกันที่จวนขององค์ชาย
สามที่ใกล้จวนต้วนมากที่สุด
ต้วนอวี้เตรียมตัววางแผนเสี่ยงอันตรายไปช่วยเหยียนหลิ่งอวี๋ สิ่งที่ต้องแลกคือองครักษ์ลับทุกคนจะต้องเชื่อฟังคำ
สั่งของเขาและทำตามแผนการที่วางไว้
ในจวนนอกวังหลวง องครักษ์ลับทั้งหมดสิบสองคนสวมชุดดำสนิทยืนเข้าแถวเรียงราย ความอำมหิต เด็ดเดี่ยว
มั่นคงไม่กลัวความตายแผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย
องครักษ์ลับยืนแถวท่ามกลางหิมะ ไม่แสดงสีหน้าความรู้สึกใดออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย ต้วนอวี้มองไปกลับรู้สึก
ถึงความเยือกเย็นราวกับว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่คน แต่เป็นเหมือนกับดาบที่ได้ลับคมและพร้อมหยิบใช้ได้ทุกเมื่อตาม
ต้องการ
ต้วนอวี้เข้าไปอยู่ในห้องเล็กๆ ของเหยียนหลิ่งอวี๋เพื่อไปทำอะไรบางสิ่งอยู่นานสองนานกว่าจะเดินออกมาพบหน้า
เหล่าองครักษ์ลับเหล่านั้น
อากาศในวันนี้หนาวเหน็บไปถึงกระดูก ต้วนอวี้เป็นคนที่ขี้หนาวมากที่สุด เขานึกเสียใจขึ้นมาว่าไม่ควรจะทดสอบ
ความอดทนของเหล่าองครักษ์ลับโดยให้ยืนรออยู่ข้างนอก
เขามองย้อนกลับไปดูถ่านที่จุดให้ความอบอุ่นภายในห้อง จากนั้นก็อดส่ายหน้าด้วยความเสียดายมิได้ จำใจต้อง
หันกลับมาดูองครักษ์ลับเหล่านั้นด้วยสายตาที่สงสัยและไม่รู้จะจัดการอย่างไร
แต่ในเมื่อทุกคนเข้าแถวต้อนรับเขา ต้วนอวี้มีหรือจะปฏิเสธความตั้งใจนั้น เขาเดินก้าวไปจับมือองครักษ์ลับทีละ
คน พลางยิ้มหวานแล้วกล่าวว่า “สวัสดีทุกท่าน”
เหล่าองครักษ์ลับไม่ได้สนใจมองต้วนอวี้แม้แต่น้อย
องครักษ์เหล่านี้ล้วนเป็นองครักษ์ลับฝีมือฉมังของเหยียนหลิ่งอวี๋ ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้สามารถใช้เวลาในพริบตา
เดียวเด็ดหัวยอดฝีมือได้อย่างง่ายดาย
พวกเขาเป็นเหมือนดาบที่แหลมคม หากไม่ได้สัมผัสเลือดก็จะไม่มีทางเลิกรา
ต้วนอวี้หยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากด้านในเสื้อ ทุกสายตาขององครักษ์ลับต่างเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ต้วนอวี้เอ่ยขึ้น “ทุกท่านฟังให้ดี ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกท่านต้องเชื่อฟังข้า!”
องครักษ์ลับต่างหันหน้ามองกัน ไร้ซึ่งคำพูด
ในมือของต้วนอวี้คือปั้ายคำสั่งที่สามารถสั่งการองครักษ์ลับได้ทุกคน ปั้ายคำสั่งสีดำที่สลักคำว่า ‘คำสั่ง’ ไว้ตรง
กลาง แม้ว่าจะเป็นปั้ายคำสั่ง-ขนาดเล็ก แต่ไม่ว่าจะตกไปอยู่ในมือของใคร บรรดาองครักษ์ลับจะต้องทำตามคำสั่งทุก
อย่าง ไม่ว่าให้ทำภารกิจใด แม้ตัวตายก็ต้องสละได้
พวกเขาทำได้เพียงแต่ ‘ฟังคำสั่ง’ เท่านั้น
อย่างไรเสียองครักษ์ลับเหล่านี้เป็นคนที่มีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่อาวุธที่ไร้ชีวิต ดังนั้นหากมีใครที่ในใจไม่ยอมรับ แต่เมื่อ
เห็นปั้ายคำสั่งย่อมต้องทำตามอย่างไม่มีเงื่อนไข
ต้วนอวี้ต้องการเพียงไปช่วยเหยียนหลิ่งอวี๋เท่านั้น ฉะนั้นต้องปรับสภาพจิตใจขององครักษ์ลับเหล่านั้นเสียก่อน
ในมือของต้วนอวี้มีปั้ายคำสั่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามอยู่ เขานึกถึงคำพูดที่พูดติดปากกันจนเป็นคติพจน์ประจำใจของ
คนในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดว่า ‘ไม่กลัวศัตรูที่เก่งกาจ แต่กลัวมีลูกทีมที่โง่เขลาต่างหาก!’
ยามนี้ต้วนอวี้รับหน้าที่จัดการองครักษ์ลับ สิ่งแรกที่เขาจะทำคือคัดเลือกลูกทีมที่โง่เขลาออกไปเป็นอันดับแรก
ปั้ายคำสั่งที่มีเชือกร้อยหมุนไปมาอยู่ในมือ เด็กน้อยเดินอ้อมตัวองครักษ์ลับเหล่านั้นทีละคน กวาดสายตามองจน
ทั่ว ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ขึ้นมา “ฟังข้าให้ดี จะมีองครักษ์ลับเพียงเก้าคนเท่านั้นที่จะไปช่วยองค์ชายสามของพวกเจ้า นั่น
หมายความว่าจะมีหนึ่งในสี่ของพวกเจ้าที่ถูกคัดออก ส่วนคนแรกที่ถูกคัดออกจะเป็นใครก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของพวกเจ้า
แล้ว”
บรรดาองครักษ์ลับต่างยืดอกตัวตรงขึ้นมา
ถึงแม้พวกเขาจะไม่ค่อยถูกใจต้วนอวี้มากมายเพียงใด แต่ในมือของเด็กน้อยมีปั้ายคำสั่ง ที่ต้องปฏิบัติตามอย่าง
ไม่มีเงื่อนไข พูดอีกนัยหนึ่งหากองครักษ์คนใดจากสิบสองคนถูกกำจัดออกนับว่าเสียหน้าเป็นอย่างมาก
ต้วนอวี้พออกพอใจกับปฏิกิริยาขององครักษ์ลับเหล่านี้ไม่น้อย
สำหรับต้วนอวี้แล้วไม่เคยสนใจความคิดที่พวกเขามีให้แม้แต่นิดเดียว เขากลับเป็นห่วงว่าองครักษ์ลับเหล่านี้อาจ
ทำอะไรโดยที่ไม่ระวังหรือแม้แต่ไม่เชื่อฟังหากต้องเผชิญกับสถานการณ์คับขัน
ต้วนอวี้ไม่มีทางยอมให้สิ่งที่เขาคิดเกิดขึ้นได้เป็นอันขาด เขาจึงต้องเลือกใช้วิธีเชือดไก่ให้ลิงดูเป็นอันดับแรก เพราะ
การรวมกลุ่มเฉพาะกิจนี้ต้องห้ามเกิดสิ่งเขาไม่ได้สั่งเป็นอันขาด
เด็กน้อยจงใจยิ้มเย้ยใส่บรรดาองครักษ์ลับโดยไม่สนใจว่าพวกเขาจะพอใจหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น ต้วนอวี้ยังแกว่ง
ปั้ายคำสั่งไปมา ใช้อีกมือชี้ไปในห้องเล็กๆ ที่เขาเพิ่งออกมา
“พวกเจ้าฟังข้าให้ดี ห้องด้านหลังนี้ ข้าตั้งใจเตรียมเอาไว้ให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ จากนี้ทุกคนต้องเข้าไปและกลับ
ออกมาด้วยร่างกายที่สะอาด ห้ามติดเชื้อเพลิงแม้แต่น้อย มิเช่นนั้นจะถือว่าถูกคัดออก”
บรรดาองครักษ์ทุกคนต่างนิ่งไปตามๆ กัน
จากนั้นได้มีองครักษ์คนแรกก้าวเดินออกมาข้างหน้า พลางกัดฟันพูดเสียงแข็ง “ข้าน้อยขอไปขอรับ”
“เชิญ” ต้วนอวี้ผายมือไปทางห้องเล็กๆ ด้านหลัง
องครักษ์คนแรกพุ่งเข้าไปในห้อง
จากนั้นไม่นานเขาก็เปิดประตูออกมา
เมื่อกลับออกมาแล้วก็ยืนอยู่แถวหน้าดังเดิม
ต้วนอวี้เดินเข้าไปใกล้พร้อมกับหรี่ตาลงพลางเอ่ยเสียงนิ่ง “เจ้าไปสัมผัสโดนเข้าแล้ว”
องครักษ์นั้นถึงกับตกใจมิน้อย “ไม่มีทางเป็นไปได้!”
ทุกคนในที่นั้นต่างทราบกันดี องครักษ์ที่เข้าไปคนแรกนั้นนับว่าเป็นองครักษ์ลับที่ฝีมือฉกาจมากที่สุด เขาเข้าไปใน
ห้องมืดจึงเดินอย่างรวดเร็วจนกลับออกมา ไม่ได้สัมผัสกับสิ่งของภายในห้องแม้แต่ชิ้นเดียว เขาจึงมั่นใจว่าไม่มีทางที่จะมี
เชื้อเพลิงใดติดตัวเขาเป็นแน่แท้
ต้วนอวี้หัวเราะเยาะออกมา ก่อนเดินเข้าไปใช้ปลายนิ้วลูบไปบนตัวขององครักษ์คนนั้น “บนตัวของเจ้ามีนํ้าอยู่
ฉะนั้นเจ้าถูกคัดออกแล้ว”
องครักษ์ถึงกับอึ้ง “แต่เมื่อครู่ท่านบอกว่าห้ามสัมผัสเชื้อเพลิง”
ต้วนอวี้มองตาขวางใส่และพูดอย่างเย็นชา “เจ้าไม่เคยได้ยินที่โบราณว่าทหารต้องรู้จักระวังกลอุบาย?”
องครักษ์ที่ถูกคัดออกรู้สึกไม่ยินยอมในใจ
จากนั้นองครักษ์คนที่รูปร่างผอมบางคล้ายสตรีขออาสาเข้าไปเป็นคนที่สอง “ข้าน้อยขอเข้าไปขอรับ”
ต้วนอวี้ผายมือไปที่ห้องเล็กๆ นั้น “เชิญ”
องครักษ์คนที่สองเข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานเกินอึดใจก็วิ่งกลับออกมาอย่างเร็วรวด
บนตัวของเขามิได้สัมผัสนํ้า แต่กลับมีผงบางอย่างติดอยู่เล็กน้อย เช่นนั้นก็เท่ากับถูกคัดออกไปโดยปริยาย
องครักษ์คนที่สองจำต้องเดินยืนต่อท้ายองครักษ์ที่ถูกคัดออกก่อนหน้านี้
แต่เมื่อเขากำลังจะก้าวไปต่อแถว ทันใดนั้นต้วนอวี้ได้พูดขึ้นอย่างเกียจคร้าน “เจ้าไม่ถูกคัดออก”
องครักษ์คนที่สองถึงกับอึ้งจนไปไม่ถูก ว่าเหตุใดถึงยังถูกเก็บเอาไว้
ด้านต้วนอวี้ก็ไม่ได้อธิบายให้เหตุผล เอาแต่มองไปที่องครักษ์คนที่สาม “เจ้ารีบหน่อย จะได้ไม่เสียเวลาคนอื่น”
องครักษ์คนที่สามพุ่งทะยานเข้าไปและออกมาอย่างรวดเร็ว โดยที่ร่างกายไม่ได้สัมผัสสิ่งใดแม้แต่น้อย
องครักษ์คนที่สี่ก็พุ่งตามเข้าไปต่อ แม้ร่างกายเขาดูสะอาดสะอ้านทว่ากลับถูกคัดออก