การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 474 หลิวจวินและหลิวเจียว
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วเข้าหากันเพียงเล็กน้อย ก่อนใช้สายตามองลอดผ่านหน้าต่างที่อยู่ข้างประตูออกไป ต้วนอวี้
หรานใส่ชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนกำลังยืนเท้าเอวพลางต่อว่าชิวหนิงที่ยกมือขึ้นมาขวางไม่ยอมให้นางเข้ามาในห้อง
สายตาของต้วนชิงหมิงหรี่ลง ที่โบราณว่า ‘ทำดีหวังผล’ ย่อมหมายถึงต้วนอวี้หรานนี่เอง
ไม่รู้ว่าช่วงนี้เกิดลมอะไรพัดมาถึงได้หอบเอาต้วนอวี้หรานมาหานางได้ทุกวี่ทุกวัน
ถ้าพูดให้น่าเกลียดก็คงมาสร้างปัญหา ถ้าพูดให้ดูดีก็คงมาทำตัวให้ดูน่าสงสารเพื่อเรียกร้องความสนใจให้นางไป
เล่นเป็นเพื่อน
สรุปแล้วต้วนอวี้หรานคนนี้เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ราวกับมีวิธีชั่วร้ายสารพัดรอควักออกมาใช้ จนนางอดรู้สึกเบื่อหน่าย
รำคาญมิได้
วันนี้ต้วนอวี้หรานถ่อมาถึงที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่รู้จะมาสร้างเรื่องอะไรให้นางอีก?
เด็กสาวไม่อยากพบหน้าต้วนอวี้หรานแต่นางเข้าใจดี ฐานะบ่าวรับใช้อย่างชิวหนิงมีหรือจะห้ามปรามกิริยาหยาบ
คายของต้วนอวี้หรานไว้ได้ หากชิวหนิงยิ่งพูดมากเท่าไร ต้วนอวี้หรานย่อมมีข้ออ้างในการสั่งสอนนางมากขึ้นเท่านั้น ต้วน
ชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้ง พูดเสียงชัดเจนแจ่มชัดออกไป “ชิวหนิง ให้คุณหนูรองเข้ามา”
ถึงแม้ภายนอกชิวหนิงตอบรับ “เจ้าค่ะ” แต่ภายในใจของนางกลับด่าทอและเบะปากใส่ต้วนอวี้หรานที่หน้าด้าน
หน้าทนผู้นี้ ต้วนชิงหมิงตั้งใจไม่พูดคำว่า “เชิญ” ทว่าต้วนอวี้หรานไม่สนใจใครทั้งสิ้น เดินผ่านเข้ามาอย่างหน้าตาเฉย
ต้วนชิงหมิงเดามิออกว่าอีกฝั่ายตั้งใจจะมาไม้ไหนกันแน่
ถึงแม้ชิวหนิงรู้อยู่แก่ใจว่าการมาของต้วนอวี้หรานย่อมไม่ได้มาด้วยจุดประสงค์ดี เพียงแต่คุณหนูอนุญาตแล้ว มี
หรือที่บ่าวรับใช้อย่างชิวหนิงจะกล้าขวางทาง นางทำได้เพียงก้มตัวคำนับ “คุณหนูรอง… คุณหนูใหญ่ให้เข้ามาได้”
อีกฝั่ายถลึงตาโตมองใส่ชิวหนิงอย่างไม่พอใจ “บ่าวรับใช้เฮงซวย”
ชิวหนิงเดินตามต้วนอวี้หรานเข้ามาติดๆ ด้วยสีหน้าซีดขาว
คำพูดของต้วนอวี้หรานจี้ใจดำของชิวหนิงเข้าไปเต็มๆ นางกัดฟันแน่นจากนั้นหันหลังเดินออกไปรอด้านนอก
ต้วนอวี้หรานก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้อง เห็นต้วนชิงหมิงที่นั่งอยู่กลางห้องใช้สายตาจ้องมองมาที่นาง
เตาไฟใส่ถ่านร้อนๆ กำลังลุกโชติช่วงขึ้นมา สะท้อนให้เห็นใบหน้าของต้วนชิงหมิงที่ไร้ความรู้สึกเสมือนนํ้าแข็งที่ไม่
ถูกความอบอุ่นใดหลอมละลายลงได้
สีหน้ายิ้มแย้มของต้วนอวี้หรานหุบลงพร้อมกับสาวเท้าเดินไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว เข้าไปจับไม้จับมือต้วนชิงห
มิง “พี่สาว วันนี้ท้องฟั้ามีแดด เหตุใดพี่สาวถึงไม่ออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้างล่ะ?”
ต้วนชิงหมิงปรายตามองต้วนอวี้หรานพลางยิ้มบางๆ ออกมา “อันที่จริงพี่ก็อยากออกไปเหมือนกัน สองสามวัน
มานี้น้องอวี้หรานต้องอยู่ทำงานจนไม่มีเวลามาหาพี่สาวคนนี้กระมัง นึกไม่ถึงว่าพอพี่คิดถึงน้องสาว น้องสาวก็มาปรากฏ
ตัวทันที”
ทันทีที่ต้วนอวี้หรานได้ยินถึงกับตะลึงไปเล็กน้อย มือของนางไปสัมผัสมือที่เย็นเฉียบของต้วนชิงหมิง “มิทราบว่า
เหตุใดพี่สาวถึงพูดเช่นนี้?”
ต้วนชิงหมิงขยับตัวให้มือหลุดจากการเกาะกุมของต้วนอวี้หราน ก่อนจะพูดเสียงเรียบ “ได้ยินมาว่าพี่น้องผู้ชาย
ของอี๋เหนียงมาที่จวนต้วนเพื่อขอหลบภัยหนาวในครั้งนี้ ตอนนี้อี๋เหนียงคงกำลังเตรียมข้าวของต้อนรับ แต่นึกไม่ถึงว่า
น้องอวี้หรานกลับมีเวลาว่างมากขนาดนี้ ทำไมไม่เอาเวลาไปช่วยหน่อยล่ะ?”
สีหน้าของต้วนอวี้หรานเปลี่ยนสีในทันที
ไม่นานนางก็ยิ้มตอบ “อี๋เหนียงเตรียมของไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้อวี้หรานไปช่วยหรอก… อีกอย่าง
คนผู้นั้นก็เป็นพี่น้องของอี๋เหนียง อวี้หรานไม่ได้รู้จักแม้แต่น้อย ไม่จำเป็นต้องไปช่วยก็ได้”
ต้วนชิงหมิงเผยยิ้มมุมปากดูเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก
ต้วนอวี้หรานในชาติที่แล้วไม่ถูกกับบุตรสาวของพี่น้องผู้ชายของหลิวหรง พูดได้ว่าไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น เนื่อง
ด้วยนิสัยของต้วนอวี้หรานและหลิวเจียวคล้ายกันมาก แม้กระทั่งการแต่งตัวก็คล้ายคลึงกัน ดังนั้นลองนึกดูแล้วกัน หาก
เป็นคนที่ถูกชมมาโดยตลอดแต่กลับถูกคนอื่นแย่งคำชมไป มีหรือที่จะทนได้?
แต่คนที่มีปัญหามากยิ่งกว่าหลิวเจียวก็คือ หลิวจวินหลานชายของหลิวหรง พูดได้ว่าเป็นคนบ้ากามอย่างหนัก ต้
วนชิงหมิงนึกย้อนกลับไปตอนนั้นเขาถูกใจกับเยวี่ยหวาที่เป็นบ่าวรับใช้ของต้วนอวี้หรานเลยมาขอร้องให้หลิวหรงช่วย
หลิวหรงรู้ดีว่าเยวี่ยหวาเป็นบ่าวที่รู้งานจึงปฏิเสธไป ต่อมาหลิวจวินได้เปลี่ยนเปั้าหมายมาเล็งต้าชุ่ย แต่ด้วยไหวพริบที่
ว่องไวและเป็นบ่าวรับใช้ที่หลิวหรงส่งไปอยู่ข้างกายต้วนชิงหมิง ความปรารถนานั้นจึงจบลงอีกครั้ง
ในเมื่อความพยายามทั้งสองครั้งของหลิวจวินไม่สำเร็จ เขากลับไม่รู้เจียมเนื้อเจียมตัว สุดท้ายเปลี่ยนมาที่เซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ผู้น่าสงสาร นางถูกหลิวจวินรังแกและกระทำยํ่ายี แต่หลิวหรงกลับฉวยโอกาสนี้ลงโทษสั่งโบยเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จนสิ้นใจ
และเอาร่างไปโยนทิ้งข้างนอก
การเสียชีวิตของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้สร้างปมความเคียดแค้นในใจให้กับต้วนชิงหมิง ครานี้นางจะใช้โอกาสสั่งสอนหลิว
เจียวและหลิวจวินไปพร้อมกันทีเดียว ให้พวกเขาได้จำว่าเป็นฝันร้ายที่สุดในชั่วชีวิตว่า จวนต้วนแห่งนี้หาใช่ที่ที่พวกเขา
สามารถทำอะไรได้ตามอำเภอใจ!
ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงถูกหลิวหรงกดในทุกทาง จนไม่กล้าพูดไม่กล้าทำสิ่งใด แต่การกลับมาในชาตินี้ นางไม่มี
ทางยอมให้ใครมารังแกได้อีกต่อไป
ต้วนชิงหมิงยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “พูดตามตรงเลยแล้วกัน พี่สาวรอคอยให้พวกเขามาที่จวนต้วนตั้งนานแล้ว… โดย
เฉพาะอย่างยิ่ง คุณหนูหลิวเจียว ไม่ว่าการแต่งตัวหรือนิสัยใจคอล้วนเป็นที่รักของทุกคน ฉะนั้นพี่สาวจึงอยากพบหน้า
นางโดยเร็ว เพื่อยลโฉมความงดงาม เมื่อหลิวเจียวมาถึงเมื่อไร พวกเราทั้งสองก็จะได้มีเพื่อนเล่นแล้ว!”
สีหน้าของต้วนอวี้หรานถอดสีในทันที นางกัดฟันกรอดและฝืนพูดขึ้น “เชอะ! หลิวเจียวนางก็แค่…”
ยังไม่ทันพูดจนจบ ต้วนอวี้หรานกลับหยุดพูดลงและยิ้มออกมาอีกครั้ง สายตาของนางมองมาอย่างกระหยิ่มยิ้ม
ย่อง “พี่สาวรู้จักหลิวเจียวได้อย่างไร?”
ต้วนอวี้หรานกัดฟันพูดชื่อของหลิวเจียวออกมาโดยมีวัตถุประสงค์แฝงบางอย่าง ต้วนชิงหมิงรู้ทันจึงแสร้งทำเป็น
ฟังไม่รู้เรื่อง “ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่สองสามวันนี้ได้ยินบ่าวรับใช้ที่ทำความสะอาดเรือนพูดถึงคุณหนูหลิวเจียวก็เท่านั้น
เอง”
เมื่อต้วนอวี้หรานได้ยินรีบกำมือจนแน่น… เชอะ เชอะ! บ่าวรับใช้คนไหนที่ปากมันไม่มีหูรูด บังอาจเอ่ยชื่อหลิว
เจียวในจวนต้วนแห่งนี้ สงสัยคงมิอยากมีชีวิตต่อไปแล้วกระมัง? ถ้าต้วนอวี้หรานรู้ว่าเป็นใครที่พูดถึงจะลากตัวมาสั่งสอน
ให้เข็ดหลาบ
ความเป็นศัตรูของต้วนอวี้หรานที่มีต่อหลิวเจียวช่างแรงกล้าเหลือเกิน เมื่อสามปีก่อนที่หลิวหรงพานางกลับไป
เยี่ยมคุณตาคุณยายและญาติที่จวนหลิว นางได้เจอสาวน้อยคนหนึ่งที่หน้าตางดงามมากกว่านาง พลันเกิดความรู้สึกไม่
ถูกชะตา นางที่ไม่มีอะไรทำเลยเข้าไปใกล้หวังแกล้งเสียหน่อย แต่กลับคาดไม่ถึงว่าสาวน้อยคนนั้นกลับแสบยิ่งกว่านาง
เสียอีก เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานเดินเข้ามาตรงหน้า สาวน้อยคนนั้นกลับใช้กรรไกรตัดเสื้อผ้าของต้วนอวี้หรานขาดหลุดลุ่ยไป
หมดจนดูมิได้ มิหนำซํ้ายังตั้งใจทำให้เสื้อผ้าสกปรกอีก ท้ายที่สุดสาวน้อยคนนั้นร้องไห้นํ้าตาอาบหน้าวิ่งกลับไปฟั้องเหล่า
ไท่จวิน[1] กล่าวหาว่าต้วนอวี้หรานรังแกนาง
ต้วนอวี้หรานที่ถูกตัดเสื้อจนขาดรีบเข้าไปปะให้เรียบร้อยจนดูไม่ออกว่าเคยถูกรังแกมาก่อน แต่ฝังของหลิวเจียวที่
ใบหน้าเต็มไปด้วยนํ้าตาที่ดูน่าสงสาร เหล่าไท่จวินที่รักหลานสาวเป็นที่สุดจึงตำหนิหลิวหรงอย่างไม่เกรงใจ
[1] เหล่าไท่จวิน เป็นตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ที่ฮ่องเต้พระราชทานแก่มารดาพระญาติคนสนิท หรือมารดาของ
ขุนนางที่สร้างความดีความชอบ