การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 475 อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด (1)
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เคยเจอเมื่อสามปีก่อน ต้วนอวี้หรานไม่มีทางลืมเลือนได้เลย
หลิวหรงได้ต่อว่านางอย่างรุนแรงและใช้สายตาดูถูกเหยียดหยามมองมาอย่างไม่พอใจ ราวกับว่านางไปทำเรื่องชั่ว
ร้ายที่มิอาจให้อภัยได้อย่างไรอย่างนั้น
เหล่าไท่จวิน[1] ท่านนั้นเป็นท่านแม่ของหลิวหรงมีอำนาจเหนือกว่าทุกคน หากหยุดเหล่าไท่จวินตำหนิต่อหน้ามี
หรือทนไหว ดังนั้นต้วนอวี้หรานที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่จึงพลอยซวยไป
เมื่อเห็นหลิวหรงด่าทอต้วนอวี้หรานต่อหน้าคนอื่นเป็นครั้งแรก ทุกคนในห้องต่างไม่มีผู้ใดช่วยต้วนอวี้หรานแก้ต่าง
ให้แม้แต่คนเดียว
หลิวเจียวทำหน้าเบิกบานที่สุดเมื่อต้วนอวี้หรานถูกด่าทอ มิหนำซํ้าต้วนอวี้หรานยังต้องไปขอโทษนางอีก หลิว
เจียวใช้มือปั้องปากและหันไปยิ้มเย้ยใส่ต้วนอวี้หราน ทว่านางกลับทำอะไรมิได้นอกเสียจากกัดฟันกรอดๆด้วยความแค้น
เคือง
ต้วนอวี้หรานเกลียดหลิวเจียวเข้ากระดูกดำด้วยเหตุผลนี้ แต่เมื่อครู่ต้วนชิงหมิงได้พูดถึงหลิวเจียวครั้งแล้วครั้งเล่า
อีกทั้งยังชื่นชมออกหน้าออกตา มีหรือที่ต้วนอวี้หรานจะไม่รู้สึกสิ่งใด
แต่หลังจากที่ต้วนอวี้หรานเคยถูกจับตัวไป ความคิดของนางกลับกลายเป็นสุขุมมากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนพี่ไม่
สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ในเวลานี้แม้นางจะไม่พอใจเพียงใด แต่เลือกไม่แสดงออกมาทางสีหน้า นางมองไปที่ต้วนชิงห
มิงและพูดอย่างยิ้มแย้ม “หลิวเจียวนิสัยดีอย่างที่พี่สาวพูดออกมาหรือไม่นั้น อวี้หรานไม่ค่อยแน่ใจ ฉะนั้นรอให้นางมาถึง
แล้ว พี่สาวค่อยตัดสินเองก็แล้วกัน”
ต้วนชิงหมิงยังจำได้แม่นยำชัดเจน ในชาติที่แล้วต้วนอวี้หรานใช้หลิวเจียวมาเล่นงานนาง ครั้งนี้ต้วนชิงหมิงจะใช้
หลิวเจียวให้เป็นประโยชน์ ให้สมกับที่โบราณว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
เมื่อต้วนชิงหมิงเห็นสีหน้าที่กระอักกระอ่วนของต้วนอวี้หราน นางก็ทราบได้ทันทีว่าแผนการบรรลุเปั้าหมายแล้ว
ในเมื่อพูดถึงหลิวเจียวเป็นครั้งแรกก็ประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ ต้วนชิงหมิงจึงใช้เรื่องนี้ขยี้น้องสาวต่างมารดา
ขึ้นไปอีก “น้องอวี้หรานเป็นคนใจกว้างอยู่แล้ว ในเมื่อคุณหนูหลิวเจียวมาที่นี่ในฐานะญาติ เจ้าก็จงรักษากิริยาด้วยแล้ว
กัน”
“พี่สาววางใจได้ น้องสาวคนนี้ทราบดี” ต้วนอวี้หรานกัดฟันพูดด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจ
นางต้องต้อนรับขับสู้หลิวเจียวให้ดีที่สุด ให้อีกฝั่ายได้รู้ว่าการล่วงเกินคนอย่างต้วนอวี้หรานต้องพบกับจุดจบที่
อเนจอนาถ!
เมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจกับการกัดฟันกรอดๆ ต้วนชิงหมิงได้แต่ยิ้มเยาะในใจเสียงดัง แต่ใบหน้ายังคงแสร้งทำเป็น
สงสารจับใจ “ใช่แล้ว น้องอวี้หราน คุณหนูหลิวเจียวจะมาถึงเมื่อไรกัน?”
ในชาติที่แล้วหลิวเจียวมาถึงจวนต้วนวันที่สี่เดือนสอง วันนี้ก็เป็นวันที่สองเดือนสองแล้ว เห็นทีรออีกแค่เพียงสอง
วัน หลิวเจียวที่ต้วนอวี้หรานจงเกลียดจงชังจะมาถึงจวนต้วนแล้วสินะ
ในที่สุดต้วนอวี้หรานก็มิอาจฝืนปันหน้าได้อีกต่อไปแล้ว
ความอดทนของนางที่ถูกต้วนชิงหมิงพูดขยี้ยํ้าถึงหลิวเจียวครั้งแล้วครั้งเล่า ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น บัดนี้นาง
จ้องเขม็งไปที่หน้าของต้วนชิงหมิง พูดอย่างไม่พอใจเป็นที่สุด “พี่สาวดูเป็นห่วงเป็นใยหลิวเจียวมากขนาดนั้นเลยหรือ?”
ชิชะ! รอจนกว่าหลิวเจียวมาถึงจวนต้วนเสียก่อน ต้วนอวี้หรานจะให้ต้วนชิงหมิงรับรู้ถึงอิทธิฤทธิ์ ถึงตอนนั้นต้วนอ
วี้หรานจะคอยดูอยู่ห่างๆ ทำตัวเป็นคนดีเห็นอกเห็นใจ ถึงตอนนั้นนางค่อยเล่นงานทั้งสองคนก็ยังไม่สาย
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ต้วนอวี้หรานจึงยิ้มน้อยๆ ให้ต้วนชิงหมิงแทน “นิสัยของหลิวเจียว อวี้หรานไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร
แต่จากนิสัยที่เป็นมิตรของพี่สาวแล้ว หลิวเจียวต้องชอบอกชอบใจเป็นแน่ ถึงตอนนั้นพี่สาวคงสนิทสนมกันได้ไม่ยาก”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับรู้ พูดด้วยสีหน้าจริงจังออกมา “น้องอวี้หรานวางใจได้ แม้จะเป็นญาติของน้อง พี่สาวคน
นี้ก็ย่อมปฏิบัติด้วยความเสมอภาคเหมือนกัน!”
หลังจากที่ต้วนอวี้หรานได้ยินแทบอยากหัวเราะลั่นออกมา
ดูท่าต้วนชิงหมิงผู้นี้คิดว่าหลิวเจียวรับมือง่ายดายอย่างที่นางคิดไว้อย่างนั้นหรือ?
ต้วนชิงหมิงยอมพูดถึงหลิวเจียว ในขณะที่ต้วนอวี้หรานเลือกไม่อยากจะพูดถึง นางจึงหันหน้าไปพูดกับต้วนชิงห
มิง “พี่สาว… น้องสาวนึกขึ้นได้ว่ายังมีเรื่องที่ยังทำไม่เสร็จอยู่ หากพี่สาวไม่มีเรื่องอื่น น้องขอตัวก่อนแล้วกัน”
ต้วนชิงหมิงได้ยินพลันหัวเราะออกมา “น้องอวี้หรานตามสบาย แต่ถ้าหลิวเจียวมาถึงเรือนเมื่อไหร่ น้องอวี้หรานอ
ย่าลืมมาบอกพี่สาวคนนี้ด้วยแล้วกัน”
เดิมทีต้วนอวี้หรานตั้งใจจะเดินออกไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินต้วนชิงหมิงพูดทิ้งท้าย นางจึงฝืนหัวเราะออกมา “พี่สาว
วางใจได้ น้องไม่มีทางลืมอย่างแน่นอน”
ทันทีที่ต้วนอวี้หรานพูดจบลงก็สะบัดก้นเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าตอนนี้ต้วนชิงหมิงไม่มีกะจิตกะใจที่จะอ่านหนังสืออีกต่อไปแล้ว นางลุกขึ้นไปเปลี่ยนใบชาและเริ่มชงชาอย่าง
ใจเย็น หลังจากที่ชิวหนิงเดินออกไปส่งต้วนอวี้หรานเรียบร้อย นางกลับเข้ามาพร้อมกับเอื้อมมือปิดประตูทั้งสองข้างจน
สนิท แล้วเข้าไปช่วยต้วนชิงหมิงชงชารินใส่แก้ว ก่อนยกไปให้ผู้เป็นนาย
เยวี่ยเจียกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมเสื้อผ้าฤดูใบไม้ผลิให้ต้วนชิงหมิง จึงแทบไม่มีเวลาว่าง ยามนี้
บ่าวรับใช้ที่คอยรับใช้ใกล้ชิดต้วนชิงหมิงมีชิวหนิง เมื่อครู่นี้คำพูดของต้วนอวี้หรานมีบางอย่างผิดสังเกตในสายตาของชิว
หนิง นางเลยหันไปมองกลับพบต้วนชิงหมิงกำลังนั่งจิบชายิ้มน้อยๆ
ชิวหนิงที่หันไปเห็นจึงเอ่ยถามขึ้น “ไม่รู้ว่าหลิวเจียวคนนี้เป็นคนแบบไหนกันแน่ ถึงกับสามารถทำให้คุณหนูรอง
เคียดแค้นได้ถึงเพียงนี้เจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงวางถ้วยนํ้าชาในมือลงและค่อยๆ เอ่ยขึ้น “หลิวเจียวคนนี้เป็นคนอย่างไรไม่สำคัญ สิ่งสำคัญที่สุดคือ
นางเป็นคนที่ต้วนอวี้หรานได้ยินชื่อขึ้นเมื่อไร เป็นต้องไม่สบอารมณ์ขุ่นมัวใจขึ้นมาทุกครั้งไป”
ยิ่งต้วนอวี้หรานไม่สบอารมณ์ ต้วนชิงหมิงยิ่งสาแก่ใจมากขึ้นเท่านั้น ขอเพียงต้วนชิงหมิงรู้จุดอ่อนของต้วนอวี้หรา
นอย่างหลิวเจียว นางย่อมเลือกนำมาขยี้ต้วนอวี้หรานให้มากที่สุด โดยปกติต้วนอวี้หรานเป็นคนไม่ยอมเสียเปรียบใคร
เห็นทีตอนนี้ในใจของต้วนอวี้หรานคงคิดหาวิธีเพื่อใช้หลิวเจียวมาเล่นงานต้วนชิงหมิง จากนั้นนางก็แค่รอดูทั้งสองคนตี
กันคนตายไปข้าง
ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงได้รับความทุกข์ทรมาน ที่ต้วนอวี้หรานมอบให้มากมายเหลือเกิน ทว่าในชาตินี้ต้วนชิงห
มิงไม่มีทางยอมโง่เขลาให้ใครมารังแกโดยง่ายอีกต่อไปแล้ว นางสาบานกับตัวเองแล้ว หากต้วนอวี้หรานมีจิตคิดร้ายกับ
นางขึ้นมา ต้วนชิงหมิงย่อมเล่นงานคืนให้สาสมกับความคิดชั่วช้านั้น
แน่นอนว่าชิวหนิงไม่เคยได้ยินชื่อของหลิวเจียวมาก่อน แต่ในเมื่อต้วนชิงหมิงเล่าว่าชิวหนิงเป็นคู่แค้นของต้วนอวี้
หราน เช่นนั้นต้วนอวี้หรานย่อมมีปัญหาที่ไม่อาจยอมอ่อนข้อให้กับหลิวเจียว… ช่วงนี้ต้วนอวี้หรานมาสร้างความรำคาญ
ให้กลับต้วนชิงหมิงที่เรือนอยู่ทุกวี่วัน เห็นทีต้องใช้วิธีนี้เพื่อจะได้ไม่ต้องให้ต้วนอวี้หรานมาที่นี่อีกแล้ว
หลังจากที่ชิวหนิงได้ฟังก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “คุณหนู ครั้งหน้าพวกเราก็เอ่ยถึงคุณหนูหลิวเจียวต่อหน้าคุณหนูรองอีก
ดีกว่า คุณหนูรองจะได้ทนไม่ไหวรีบเผ่นกลับเรือนไปแทบไม่ทันเหมือนวันนี้เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมา “ชิวหนิง มันไม่ง่ายอย่างที่เจ้าว่ามาหรอก!”
หลังจากที่ต้วนอวี้หรานหนีกลับมาได้จากการถูกจับตัวไป คำพูดคำจาของนางดูโตขึ้น เพียงแต่แผนการชั่วร้ายที่
อยู่ในใจก็เป็นแค่สาวน้อยอายุสิบปีเท่านั้น หากเทียบกับต้วนชิงหมิงที่เกิดมาแล้วสองชาติ ต้วนอวี้หรานถือว่ายังห่างชั้น
กว่ามาก ต้วนชิงหมิงคิดว่าหาวิธีในการเล่นงานใครสักคน อย่างมากใช้แค่ครั้งสองครั้งก็ไม่ได้ผลแล้ว หากขืนใช้เหตุผล
เดิมซํ้าๆ ทุกวันกลัวว่าอีกฝั่ายจะไม่กลัว
ถึงแม้ชิวหนิงเป็นบ่าวรับใช้ที่หัวไว แต่ยังถือว่าตามไม่ทันแผนการที่เจ้านายเตรียมไว้เล่นงานอีกฝั่ายแน่นอน
ฉะนั้นเหตุผลที่ต้วนชิงหมิงพูดมานั้น ชิวหนิงจึงเข้าใจทั้งหมด… เวลานี้นางถึงกับตกใจที่เห็นต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมา
ต้วนชิงหมิงอธิบายอย่างใจเย็นให้ชิวหนิงฟัง “เจ้าลองคิดดูนะว่า หากใครสักคนล้มมาแล้วหนึ่งครั้ง ด้วยความไม่
ระวัง มีหรือที่พวกเขาจะล้มแบบเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง ถ้ามีคนเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับโง่เขลาเต็มทนแล้ว… เจ้าลองดูลักษณะ
ท่าทางของคุณหนูรองสิ นางเป็นคนที่โง่เขลาอย่างนั้นหรือ?”
หลังจากที่ชิวหนิงได้ฟังพลันเข้าใจทุกอย่างหมดสิ้นจนยิ้มแก้เขินด้วยความอาย “เหอะๆ! ยังไงคุณหนูของบ่าวก็
เยี่ยมที่สุด คิดอะไรได้ถี่ถ้วนกว่าบ่าวอีกเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงเอาแต่ส่ายหน้า ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
มีบางเรื่อง มีบางประสบการณ์ ถึงแม้จะช่วยให้เติบโตเร็วขึ้น ทว่าหลงเหลือภาพจำที่ไม่ดีจนติดเป็นฝันร้ายไปทั้ง
ชีวิต หากไม่ได้ประสบเรื่องเลวร้ายในชาติที่แล้วมา ต้วนชิงหมิงก็อยากใช้ชีวิตที่ไม่ต้องคิดสิ่งใดมากมายถึงเพียงนี้หรอก
[1] เหล่าไท่จวิน เป็นตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ที่ฮ่องเต้พระราชทานแก่มารดาพระญาติคนสนิท หรือมารดาของ
ขุนนางที่สร้างความดีความชอบ