การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 489 เสริมแรงเสริมกำลัง
สองมือที่สกปรกของต้วนอวี้หรานเอื้อมมาจับชายกระโปรงขององค์หญิงจิ่นซิ่ว ที่สั่งตัดมาอย่างประณีตจนเลอะ
ไปหมด ทำเอาองค์หญิงจิ่นซิ่วโกรธจัดจนเกือบถีบนางให้กระเด็นออกไป
แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเล่นงานต้วนอวี้หราน สิ่งสำคัญที่สุดคือปลอบต้วนอวี้หรานไม่ให้พูดจาเพ้อเจ้อเสี
ยก่อน
องค์หญิงจิ่นซิ่วส่งสายตาให้กับนางกำนัลที่อยู่ด้านข้างคนหนึ่ง นางกำนัลคนนั้นเข้าใจและเดินเข้าไปจับมือของต้
วนอวี้หราน “คุณหนูรองต้วนเจ้าคะ… คุณหนูรองวางใจได้ องค์หญิงของพวกเราเป็นคนที่รักความยุติธรรม หากคุณหนู
รองไม่ผิดจริง องค์หญิงย่อมทวงความเป็นธรรมให้เจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานได้ฟังที่นางกำนัลพูด เหมือนเป็นเสียงสวรรค์ที่มาช่วยชีวิต นางยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “เป็นจริง
อย่างที่เจ้าว่ามาใช่หรือไม่?”
ต้วนอวี้หรานพูดไปยกมือขึ้นปาดนํ้าตาไป จนแปั้งที่ทามาเลอะไปทั่วใบหน้า อีกทั้งนํ้าตาที่ไหลเยิ้มออกมาจาก
จมูกทำให้นางกำนัลตกใจจนผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว ด้วยกลัวนํ้ามูกจะมาเลอะเสื้อผ้า
ทว่าต้วนอวี้หรานกลับไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย นางทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะออกมาพร้อมกัน “เป็นอย่างที่ข้าพูดมา
ทั้งหมด องค์หญิงจิ่นซิ่วเป็นคนเชิญข้ามางานเลี้ยงที่นี่”
นางกำนัลคนนั้นเห็นสีหน้าเปลี่ยนสีขององค์หญิงจิ่นซิ่วปรากฏขึ้น รีบพูดแทรกขึ้นมา “คุณหนูรองต้วน เสื้อผ้า
ของคุณหนูสกปรกเลอะเทอะไปหมดแล้ว แปั้งที่ทาไว้ก็เลอะเต็มหน้าไปหมด ตอนนี้ตามบ่าวไปเปลี่ยนชุดใหม่ก่อนเถอะ
ประเดี๋ยวบ่าวจะช่วยเกล้าผมและทาแปั้งให้ใหม่เจ้าค่ะ”
นางกำนัลพูดจบลงก็รีบพาต้วนอวี้หรานเดินออกไปทันที
ในขณะเดียวกันเมื่อต้วนอวี้หรานได้ยินว่าเสื้อผ้าสกปรก ก็ไม่ได้สนใจอะไรแล้ว รีบเดินตามนางกำนัลคนนั้นไป
ทางด้านองค์หญิงอวี้หลัวปรายตามองเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีขององค์หญิงจิ่นซิ่ว องค์หญิงจิ่นซิ่วจึงพูดอ้อมแอ้มขึ้นมา
“ลูกอนุจวนต้วนผู้นี้จะสะเพร่าอะไรได้ถึงปานนี้?”
นางอ้อมแอ้มตอบเสียงไม่ดังไปไม่เบาจนเกินไปพอดีกับที่ทุกคนสามารถได้ยิน ด้านองค์หญิงอวี้หลัวได้ฟังพลาง
ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนชำเลืองมองไปที่ต้วนชิงหมิง ด้วยแววตาที่สงสัยเหลือเกิน ว่าผู้หญิงที่เฉลียวฉลาดอย่าง
นาง กลับมีน้องสาวที่ทำอะไรบุ่มบ่ามได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ต้วนชิงหมิงที่ยังคงแสร้งร้องห่มร้องไห้อยู่อย่างนั้น ก่อนมีนางกำนัลเข้ามาประคองขึ้น ในเวลานี้อากาศที่หนาว
เหน็บได้พัดกรูเข้ามา ผ่านร่างกายของต้วนชิงหมิงที่ไม่ได้ถือเตาอังมือ ทำให้นางถึงกับตัวสั่นเทิ้มไปหมด
องค์หญิงจิ่นซิ่วและองค์หญิงอวี้หลัวนั่งถือเตาอังมืออยู่บนเก้าอี้จึงไม่รู้สึกหนาวเย็น แต่เมื่อองค์หญิงจิ่นซิ่วเห็นต้
วนชิงหมิงถูกลมพัดจนเซล้มไปกองกับพื้นเป็นคำรบที่สอง ก็รู้สึกสาแก่ใจขึ้นมาหน่อย
เดิมทีแผนการตั้งแต่แรกนั้น องค์หญิงจิ่นซิ่วต้องการเล่นงานต้วนชิงหมิงอยู่แล้ว ประจวบเหมาะกับที่ต้วนชิงหมิง
หนาวจนตัวสั่นเทิ้มเหมือนลูกหมาตกนํ้า นางยิ่งรู้สึกสบายอกสบายใจขึ้นมา ที่อย่างน้อยต้วนชิงหมิงก็ไม่เป็นสุขบ้าง
ด้านต้วนอวี้หรานที่หายไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำผมและแต่งหน้าใหม่ ได้เดินกลับมาพร้อมด้วยหน้าตาสะสวยและชุด
ใหม่ที่งดงาม
ต้วนอวี้หรานเดินทอดน่องเข้ามา ไม่แม้แต่จะแลตามองต้วนชิงหมิงและองค์หญิงอวี้หลัวแม้แต่น้อย นางกลับเดิน
ตรงไปทางองค์หญิงจิ่นซิ่วเพื่อขอบคุณ
สีหน้าขององค์หญิงจิ่นซิ่วถอดสีลงทันที เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานเดินมาประชิดข้างกาย
เมื่อเห็นรอบด้านเงียบสงบ องค์หญิงอวี้หลัวได้ใช้แววตาที่ดุดันกวาดไปทางบรรดาคุณหนู ก่อนจะพูดนิ่งๆ “องค์
หญิงที่มาจากแดนไกลอย่างข้า ย่อมอยากรู้เห็นในวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป ระหว่างนั้นได้ยินชื่อของคุณหนูใหญ่ต้วน
ชิงหมิงมาร่วมงานด้วย จึงขอมาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ด้วย แต่นึกไม่ถึงว่ามีคนทำให้องค์หญิงอย่างข้าเข้าใจผิด นึกว่าลูก
อนุชั้นตํ่าเป็นคุณหนูใหญ่ต้วนชิงหมิง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดมาเป็นกระบวน”
เรื่องเมื่อสักครู่นี้ที่องค์หญิงอวี้หลัวได้เล่ามา ทุกคนต่างเข้าใจเป็นอย่างดีรีบก้มหน้าลงไม่สบสายตา
ส่วนหยางซือฉีก็ระลึกขึ้นได้ว่า นางเป็นคนตั้งใจหลอกให้องค์หญิงอวี้หลัวเข้าใจผิด กลับนิ่งอึ้งใบหน้าซีดเผือด
ราวกับกระดาษขึ้นมาทันที
เป็นที่รู้กันว่าอาหญิงของหยางซือฉีก็คือพระสนมหยาง อีกทั้งยังเป็นพรรคพวกของฮองเฮา หยางซือฉีที่รู้ตัวรีบ
เดินเข้าไปประจบองค์หญิงจิ่นซิ่วทันที ด้วยรู้ว่าหากองค์หญิงจิ่นซิ่วอยู่ที่นี่ นางต้องรอดปลอดภัยอย่างแน่นอน
เวลานี้เมื่อได้ยินชื่อ ‘คุณหนูต้วน’ ดังขึ้นมา โดยที่ยังไม่ได้ชี้ตัวว่าเป็นต้วนชิงหมิง ต่อให้องค์หญิงอวี้หลัวอยากให้
นางยอมรับผิดก็คงเป็นไปค่อนข้างยาก
องค์หญิงอวี้หลัวหรี่ตาลงจ้องไปที่หยางซือฉี พร้อมหัวเราะเยาะในใจขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “องค์หญิงจิ่น
ซิ่ว มิทราบว่าสิ่งที่ข้าพูดออกมานั้นถูกต้องหรือไม่?”
องค์หญิงจิ่นซิ่วทำได้เพียงพยักหน้ารับ
เนื่องจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ต่อหน้าทุกคนนั้น นางเป็นคนหนึ่งที่สมรู้ร่วมคิด จะให้ปฏิเสธอย่างไรก็คงดิ้นไม่
หลุด
องค์หญิงอวี้หลัวยังคงกล่าวออกมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน “เนื่องจากองค์หญิงอย่างข้าเข้าใจว่า คุณหนูต้วนที่มาหนึ่ง
คนคงมีเพียงต้วนชิงหมิง ดังนั้นเมื่อได้ยินคนเรียก ‘คุณหนูต้วน’ ย่อมทำให้ข้าเข้าใจผิด คิดว่าต้วนอวี้หรานเป็นต้วนชิงห
มิงที่ผู้คนต่างคนเล่าลือกัน”
ทุกคนที่ได้ยินต่างพยักหน้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
คราวนี้องค์หญิงจิ่นซิ่วก็พยักหน้ารับด้วยเช่นกัน
เมื่อเห็นอีกฝั่ายถูกชักจูงความคิดไป นางจึงยกยิ้มขึ้นมาด้วยความพออกพอใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเนิบช้าอีกครั้ง
“นางผู้นั้นกลับไม่ใช่ต้วนชิงหมิง แต่เป็นลูกสาวอนุชั้นตํ่าคนหนึ่ง ที่องค์หญิงอย่างข้าเข้าไปจับมือถือแขนด้วย โดยที่ไม่รู้ว่า
ต้วนชิงหมิงนั้นเป็นพี่สาวของนาง”
ดวงตาทั้งสองข้างขององค์หญิงอวี้หลัวที่งดงามหยาดเยิ้ม น่าตราตรึงจ้องมองไปยังต้วนอวี้หราน ราวกับว่าเมฆ
ทะมึนสีดำกำลังจะปล่อยสายฟั้าให้ผ่าลงมา จนต้วนอวี้หรานก้มหน้าก้มตาแทบไม่ทัน
จากนั้นสายตาขององค์หญิงอวี้หลัวได้มองต่อไปที่ต้วนชิงหมิง ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเล็กน้อย ประกอบกับท่าทาง
สง่างามและอ่อนโยน “คุณหนูใหญ่ต้วนเป็นคนที่พูดห้ามข้า ทั้งยังบอกกับข้าเองว่าเจ้าคือคุณหนูใหญ่ต้วน ใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับนํ้าตา พยักหน้ารับเชื่องช้า “องค์หญิงชมเกินไปแล้วเพคะ ในตอนนั้นชิงหมิง
ทั้งกลัวทั้งประหม่า จึงรีบเข้าไปแสดงตัวว่าหม่อมฉันคือต้วนชิงหมิงตัวจริงเพคะ…”
องค์หญิงอวี้หลัวรู้สึกพอใจกับคำตอบของต้วนชิงหมิง… เด็กสาวผู้นี้ย่อมไม่เบาปัญญาเหมือนกับน้องสาวของนาง
เห็นทีต้องใช้ประโยชน์เสียหน่อยแล้ว
“ต้วนชิงหมิงเช่นนั้น ในฐานะขององค์หญิงอวี้หลัว ที่ข้าเข้าใจผิดในตัวน้องสาวเจ้านั้น เจ้าล้วนเห็นเหตุการณ์ทุก
อย่างใช่หรือไม่?” องค์หญิงอวี้หลัวถามขึ้น
ต้วนชิงหมิงตอบกลับทันที “เรียนองค์หญิง ชิงหมิงเดินตามหลังน้องสาวมาตลอด เพียงแต่ว่าหม่อมฉันเดินช้าไป
เสียหน่อยจึงตามไม่ทัน หม่อมฉันเงยหน้าขึ้นมองหาอยู่นาน ถึงได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพคะ”
องค์หญิงอวี้หลัวหัวเราะชอบอกชอบใจ จนมองแทบไม่เห็นดวงตาทั้งสองข้าง จากนั้นองค์หญิงถามต่อไปว่า “ใน
เมื่อเจ้าเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มจนจบอย่างชัดเจน ไหนเจ้าลองบอกข้ามาสิ คนที่ทำให้องค์หญิงอย่างข้าต้องเข้าใจผิดเป็นใคร
กันแน่?
ในที่สุดต้วนชิงหมิงพลันเข้าใจสิ่งที่องค์หญิงอวี้หลัวต้องการ ที่แท้องค์หญิงต้องการให้นางเป็นพยานให้นี่เอง
พูดได้ว่าแผนการในใจขององค์หญิงอวี้หลัวช่างแยบยลเหลือเกิน ที่ต้องการให้ต้วนชิงหมิงมาเป็นพยานในครั้งนี้
เมื่อต้วนชิงหมิงคิดๆ ดูก็รู้ว่าได้มาอยู่ในแผนการขององค์หญิงอวี้หลัวแล้ว นางจึงไม่มีทางปฏิเสธความช่วยเหลือในครั้งนี้
ไปได้
`