การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 492 มิตรที่ดี
ต้วนชิงหมิงพูดด้วยนํ้าเสียงที่แผ่วเบา ทว่าองค์หญิงอวี้หลัวกลับได้ยินอย่างชัดเจน จนต้องหันหน้ามามองต้วนชิง
หมิง ตอบกลับเสียงเบาเช่นกัน “ต้วนชิงหมิง สิ่งที่ข้าต้องการจากเจ้ามิใช่แค่ ‘คำขอบคุณ’ ธรรมดาเท่านั้น”
เด็กสาวชะงักไปครู่หนึ่ง สิ่งที่องค์หญิงอวี้หลัวพูดว่าไม่ธรรมดานั้น หมายความว่าอย่างไรกัน
หรือว่าองค์หญิงอวี้หลัวต้องการอะไรจากนางอีก?
ทว่าองค์หญิงอวี้หลัวมีฐานะที่สูงส่งเป็นถึงองค์หญิง หากต้องการสิ่งใดย่อมมิขัดสนสิ่งนั้น แต่ต้วนชิงหมิงเป็นเพียง
เด็กสาวธรรมดาสามัญคนหนึ่ง ที่ไม่มีทรัพย์สินเงินทองและอำนาจล้นฟั้า เช่นนั้นองค์หญิงอวี้หลัวต้องการอะไรจาก
ตัวนางกันแน่ สิ่งนี้ทำให้ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก
นางจ้องมองไปที่องค์หญิงอวี้หลัวนิ่งและนาน ราวกับต้องการค้นหาบางสิ่งจากตัวองค์หญิง
ทว่าอีกฝั่ายกลับทิ้งรอยยิ้มไว้ก่อนเดินจากไปไม่สนใจ
ต้วนชิงหมิงได้แต่ขมวดคิ้วหยุดยืนนิ่งครุ่นคิดหาคำตอบ ทันใดนั้นนางรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนกำลังจับจ้อง
มา เมื่อหันหลังกลับไป ได้พบสายตาที่เคียดแค้นของหยางซือฉีจ้องเขม็งมาที่นาง ราวกับสัตว์ปั่าที่พร้อมตะครุบเหยื่อ
อย่างนางให้สิ้นใจในครั้งเดียว
หยางซือฉีเคียดแค้นนางถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
บทลงโทษที่หยางซือฉีเจอในเวลานี้ ล้วนมาจากความโง่เขลาเบาปัญญาของนางเองทั้งสิ้น จะโทษใครก็ไม่ได้
ต้วนชิงหมิงมองดูอยู่อย่างนั้น ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหานางกำนัลที่รับผิดชอบดูแลหยางซือฉี พร้อมกับยัดเงินใส่
มือของนางกำนัลคนนั้น และกำชับอะไรบางอย่างไปเล็กน้อย
นางกำนัลผู้รู้ความคนนั้นรีบเก็บเงินที่ต้วนชิงหมิงให้ พยักหน้าเข้าใจ ก่อนหันหลังเดินเข้าไปในงานเลี้ยง
เมื่อต้วนชิงหมิงมองซ้ายมองขวาเห็นว่าไม่มีใครอยู่แล้ว จึงเดินย้อนกลับไปหาหยางซือฉี พลางหัวเราะคิกคัก
“หยางซือฉี เจ้าคุกเข่าอยู่ที่นี่รู้สึกดีหรือไม่?”
อีกฝั่ายแค่นเสียงหึในลำคอ กัดฟันกรอดๆ ด้วยความเคียดแค้น “ต้วนชิงหมิง เจ้ามันคนได้ทีขี่แพะไล่ เจ้าอย่าคิด
นะว่าทำแบบนี้แล้ว ข้าจะกลัวเจ้า รอดูกันต่อไปก็แล้วกัน ข้าจะต้องให้เจ้าได้รับความอัปยศกลับคืนเป็นสิบเท่าร้อยเท่า”
ต้วนชิงหมิงเลิกคิ้วขึ้นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พูดจาเยาะเย้ย “เดิมทีข้านึกว่าเจ้าเป็นคนเฉลียวฉลาดที่รู้จักยืดหยุ่น แต่
ตอนนี้ดูแล้วว่าเจ้ายังอ่อนหัดนัก!”
หยางซือฉีสั่นไปทั้งตัวด้วยความเคียดแค้น นางกำสองมือแน่นอยากพุ่งเข้าไปตะบันหน้าอีกฝั่าย ระบายความแค้น
ให้สาแก่ใจ “ต้วนชิงหมิง คนอย่างเจ้าไม่มีทางมีจุดจบที่สวย องค์หญิงจิ่นซิ่วไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้แน่”
เด็กสาวยกยิ้มมุมปากส่ายหัวไปมา เหมือนฟังไม่ค่อยเข้าใจ “หยางซือฉี ข้ารู้สึกเศร้าใจแทนเจ้าเสียเหลือเกิน
จนถึงตอนนี้ เจ้ายังไม่เข้าใจอีกว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วก็คือองค์หญิงจิ่นซิ่ว ส่วนเจ้าก็คือเจ้า… เพราะเจ้าสร้างเรื่องสร้างราวขึ้น
มาเอง จึงต้องตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถเช่นนี้ เจ้ารู้หรือไม่?”
หยางซือฉีมองไปที่ต้วนชิงหมิงด้วยใบหน้าที่เดือดดาล ได้แต่กัดฟันกรอดๆ
ต้วนชิงหมิงพูดต่อ “ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อข้าหรือไม่นั้น ข้าขอเตือนเจ้าเสียหน่อยแล้วกัน… องค์หญิงจิ่นซิ่วเกลียดข้านั้น
เป็นเพราะหลิวยวน ส่วนเจ้าช่วยองค์หญิงจิ่นซิ่วเล่นงานข้า เพราะเจ้ากับข้าเคยมีความแค้นต่อกัน ดังนั้นเจ้าอยากให้องค์
หญิงเล่นงานข้า แต่เจ้าคิดบ้างหรือไม่? ไม่ว่าอย่างไรองค์หญิงจิ่นซิ่วก็เป็นองค์หญิงที่สูงศักดิ์ เจ้าร่วมมือกับองค์หญิงเล่น
งานข้านั้น สรุปแล้วหายโกรธเกลียดบ้างหรือไม่? อีกอย่างเมื่อครู่นี้ เจ้าก็เห็นแล้วองค์หญิงจิ่นซิ่วไม่มีทางเล่นงานข้าได้
และคนที่ต้องเป็นแพะรับบาปแทนองค์หญิงก็คือเจ้า… เช่นเดียวกัน เจ้าลองคิดๆ ดู หากวันใดองค์หญิงไม่สามารถ
คุ้มครองเจ้าได้อีกต่อไปแล้ว หรือว่าเจ้าไปสร้างเรื่องใหญ่มหันต์เข้าจนถึงขั้นบั่นคอเก้าชั่วโคตร ถึงตอนนั้นองค์หญิงจิ่นซิ่ว
จะช่วยพูดแทนเจ้า หรือว่าจะทำแบบวันนี้… ที่ปล่อยเจ้าทิ้งไว้ แล้วจากไปอย่างไม่แยแส”
คำพูดที่ต้วนชิงหมิงร่ายยาวออกมา ทำเอาหยางซือฉีหน้าเสียจนพูดไม่ออก
เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทุกคนต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วตั้งใจใช้ต้วนอวี้หรานสร้างเรื่องสร้างราวให้ต้วนชิงห
มิง แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือกลับถูกองค์หญิงอวี้หลัวเข้าใจผิด
ความตั้งใจเดิมขององค์หญิงจิ่นซิ่วคืออยาก ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ ทว่าเรื่องราวกลับถูกต้วนชิงหมิงเอามาเล่นงานกลับ
จนหยางซือฉีต้องมานั่งคุกเข่ารับโทษบนพื้นหิมะด้านนอกตำหนักจิ่นซิ่ว ส่วนองค์หญิงจิ่นซิ่วกลับรอดปลอดภัย
เมื่อเห็นหยางซือฉีหน้าเสีย ต้วนชิงหมิงได้แต่ส่ายหน้าไปมา ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “หยางซือฉีนะหยางซือฉี… ถ้าจะให้พูด
ตรงๆ เจ้าคงอยากหลอกใช้องค์หญิงจิ่นซิ่ว แต่ทว่ามีหรือที่องค์หญิงจะไม่รู้ ทุกคนต่างรอใช้ประโยชน์กับอีกฝั่ายซึ่งนั่นก็ไม่
ผิด เพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าอาจลืมไป นั่นก็คือเจ้าอาจขายหน้าหรือแม้กระทั่งตายได้ แต่องค์หญิงจิ่นซิ่วอย่างไรเสียนางก็
รอด แม้นางเป็นคนทำผิด ส่วนคนที่ต้องรับโทษก็ยังคงเป็นเจ้าอยู่ดี ดังนั้นหยางซือฉี หากข้าเป็นเจ้า ข้าคงเลือกเล่นงาน
เอาสนุกสนานและระบายความโกรธในใจก็เพียงพอ แต่ข้าจะไม่เลือกที่จะร่วมมือกับคนที่มีอำนาจมากล้นเป็นอันขาด”
ต้วนชิงหมิงพูดจบลงแล้วก็เดินจากไป ไม่สนใจว่าอีกฝั่ายจะคิดอย่างไรกับนางแล้ว ระหว่างทางที่เดินเข้าตำหนัก
ต้วนชิงหมิงก็เอาแต่ถอนหายใจออกมา “อันที่จริง ความแค้นของเราสองคนก็แค่การเสียหน้าต่อหน้าคนอื่นกระมัง
อย่างไรเสียข้าเป็นคนที่ความจำไม่ค่อยดี หากเจ้าไม่พูดขึ้นมาว่าเป็นความแค้นอะไร ข้าก็จำไม่ได้หรอก… ตอนนี้ข้ากำลัง
จะไปขอร้องให้องค์หญิงอวี้หลัวยกโทษให้เจ้า หวังว่านับจากนี้ไปเจ้าจงเลือกมิตรที่ดี และอย่าทำอะไรที่ได้ไม่คุ้มเสียอีก
เลย”
หยางซือฉีกัดฟันพูดขึ้นดังพอให้อีกฝั่ายได้ยิน “ต้วนชิงหมิง ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร ข้าไม่มีทางซาบซึ้งใจเป็นอัน
ขาด!”
ต้วนชิงหมิงเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะ
ลมหนาวในเหมันต์ฤดูพัดผ่านร่างบางของต้วนชิงหมิงเข้าไปในตำหนักจิ่นซิ่ว ทว่าบรรดาคุณหนูทั้งหมดเข้าไปอยู่
ในตำหนักจิ่นซิ่วแล้ว ส่วนหยางซือฉีกลับยังต้องคุกเข่า บนพื้นที่หนาวเหน็บโดยมิอาจขยับเขยื้อนตัวได้
หลังจากนั้นไม่นาน นางกำนัลคนนั้นก็กลับมาพร้อมกับถ้วยนํ้าชาร้อนๆ ก่อนยื่นส่งให้หยางซือฉี พูดด้วยนํ้าเสียงที่
แข็งทื่อ “นี่เป็นสิ่งที่คุณหนูใหญ่ต้วนใช้ให้บ่าวไปนำมาให้ คุณหนูหยางรีบดื่มเสีย อย่าให้คนอื่นเห็นเข้า”
หยางซือฉีรับถ้วยนํ้าชามา พร้อมกับนํ้าตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง
เดิมทีหยางซือฉีเคียดแค้นต้วนชิงหมิงที่มีไหวพริบดีมาโดยตลอด จนถึงตอนนี้นางได้พ่ายแพ้ให้กับต้วนชิงหมิงอ
ย่างไม่มีทางสู้ได้อีกแล้ว
หากในตอนนี้คนที่คุกเข่าอยู่ตรงนี้เป็นต้วนชิงหมิง เชื่อว่าหยางซือฉีจะต้องหันหน้ากลับมาหัวเราะเยาะอย่างดูถูก
ดูแคลน และไม่มีทางให้นางกำนัลไปเอานํ้าชาร้อนๆ มาให้เป็นอันขาด
นางรับถ้วยนํ้าชามาถือไว้ ก้มมองดูหยาดนํ้าตาที่ไหลทีละหยดลงถ้วยนํ้าชาด้วยความทุกข์ใจ ทว่าไม่นานนางก็
ร้องไห้โฮเสียงดังออกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยยอมแพ้และต้องชนะต้วนชิงหมิงให้ได้ แต่มาวันนี้นางได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดมาทั้งหมด
จึงรู้ได้ว่า… นางพ่ายแพ้อย่างหมดท่าแล้ว!
ต้วนชิงหมิงสาวเท้ากำลังจะเดินเข้าไปร่วมงานเลี้ยง แต่กลับพบต้วนอวี้หรานยืนรอนางอยู่ข้างหน้า
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงเดินมา ต้วนอวี้หรานก็อดพูดเหน็บแนมขึ้นมาไม่ได้ “ข้านึกว่าเจ้าไปทำอะไรเสียอีก ที่แท้ก็ไป
ช่วยหานํ้าร้อนนํ้าชาให้หยางซือฉีนี่เอง…”
ต้วนอวี้หรานยืนพูดเท้าสะเอวด้วยนํ้าเสียงที่ถากถางดูถูก ราวกับต้วนชิงหมิงเป็นศัตรูคู่แค้นก็มิปาน
ทำเกินไปแล้ว ทำเกินไปแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่าในหัวของต้วนชิงหมิงคิดอะไรอยู่ เห็นชัดเจนแล้วว่าหยางซือฉีร่วมมือ
กับองค์หญิงจิ่นซิ่วเล่นงานพวกนางให้จนมุมและพยายามบีบให้ถึงกับความตายจึงยอมเลิกรา