การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 493 ความผิดของต้วนอวี้หราน
โชคดีที่องค์หญิงอวี้หลัวยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกนางไว้ จึงสามารถรอดปลอดภัยมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้ แต่นี่
อะไร ต้วนชิงหมิงไม่เพียงไม่รีบไปขอบคุณองค์หญิงอวี้หลัว ยังไปเอาอกเอาใจหยางซือฉีอีก
นี่มันอะไรกัน สิ่งที่ต้วนอวี้หรานเห็นทั้งหมดนี้คืออะไร นางไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย
และนางไม่อยากทำความเข้าใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าด้วย ทว่ายิ่งเห็นกลับยิ่งหงุดหงิดใจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ได้แต่
พูดเหน็บแนมต้วนชิงหมิงไปอย่างแรง “ต้วนชิงหมิง เจ้ามันมีอนาคตแค่นี้เองหรอกหรือ… เดิมที หยางซือฉีอยากต้องการ
ทำร้ายข้า ไม่เห็นเจ้าจะรีบร้อนเข้ามาช่วยเหลือเลย ตอนนี้เห็นหยางซือฉีซวยเข้าหน่อย กลับไปพูดโน้มน้าวปลอบใจ… ต้
วนชิงหมิง เจ้ากลัวว่าหยางซือฉีจะเล่นงานข้าไม่ตายใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงนิ่งฟังด้วยท่าทางที่เงียบขรึม ก่อนส่ายหน้าไปมาน้อยๆ พลางใช้สายตาเวทนาระคนดูแคลนมองต้วนอ
วี้หราน
ต้วนอวี้หรานรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากกับท่าทางของอีกฝั่าย ปรี่เข้าไปกระชากต้วนชิงหมิงอย่างแรง “ต้วนชิงห
มิง ข้ามองเจ้าไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเหตุใดต้องไปประจบสอพลอหยางซือฉีด้วย?”
อีกฝั่ายยังคงนิ่งเงียบดุจเดิมไม่ตอบโต้ ก่อนชักสีหน้าไม่พอใจกับคำพูดหยาบคายของต้วนอวี้หราน เอ่ยดุเสียงตํ่า
“เจ้าจะพอได้แล้วหรือยัง?”
เด็กสาวตกใจกับท่าทางสีหน้าของต้วนชิงหมิง จึงรีบปิดปากเงียบในทันที
เดิมทีต้วนอวี้หรานรอให้ทุกคนเดินไปก่อน เพื่อที่นางจะได้เข้าไปขอบใจต้วนชิงหมิง ที่ช่วยให้นางเอาชีวิตรอด
ปลอดภัยมาได้ แม้นางยังมีความแค้นกับต้วนชิงหมิงอยู่ก็ตาม แต่ก็อยากเข้าไปขอบใจอยู่ดี
ทว่าสิ่งที่ต้วนอวี้หรานคิดไม่ถึงก็คือ ต้วนชิงหมิงกลับเข้าไปช่วยเหลือหยางซือฉี นางจึงรู้สึกโมโหขึ้นมาอย่างบอก
ไม่ถูก ไม่สนใจจะขอบใจอีกต่อไปแล้ว จึงต่อว่าต้วนชิงหมิงด้วยคำหยาบคาย
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ต้วนอวี้หรานด้วยความรู้สึกไม่อยากสนใจ การที่นางเข้าไปทำดีกับหยางซือฉี เพื่อต้องการ
บอกนางอย่าได้ทำผิดต่อไปอีกเลย นับจากนี้ต่อไปต่อให้ไม่มีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น ก็จงอย่าได้สร้างศัตรูเพิ่มขึ้นอีกคนเช่นกัน
แต่น้องสาวที่เบาปัญญาของนาง มีหรือจะเข้าใจการกระทำของนาง
ต้วนชิงหมิงไม่อยากสนใจความคิดของต้วนอวี้หราน ยิ่งไม่อยากตัดสินว่าใครเป็นคนถูกหรือผิด จ้องมองต้วนอวี้
หรานพลางพูดเสียงเรียบนิ่ง “เจ้าจงจำไว้ให้ขึ้นใจ เรื่องที่ข้าทำไปทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าแม้แต่น้อย เจ้าเอาเวลาไป
ดูแลเรื่องของตัวเองให้ดีเสียก่อนเถอะ อย่าได้ทำอันใดให้ขายหน้าและให้คนอื่นจับจุดอ่อนได้ก็พอแล้ว”
ต้วนชิงหมิงพูดจบลงก็มองไปบนเสื้อผ้างดงามที่ต้วนอวี้หรานใส่ จากนั้นพูดต่อไปอีกว่า “ยังมีอีกเรื่อง เสื้อผ้าที่เจ้า
ใส่อยู่ตอนนี้ ช่างไม่เข้ากับเจ้าแม้แต่น้อย รีบไปเปลี่ยนชุดใหม่เสียเถอะ”
พูดจบก็หันหลังเดินเข้างานเลี้ยงไป ทิ้งให้ต้วนอวี้หรานยืนอยู่คนเดียวด้วยความงุนงง
คำพูดวิจารณ์ของอีกฝั่ายทำเอาต้วนอวี้หรานโกรธจนลมออกหู แทบกระทืบเท้าด้วยความโมโห “ต้วนชิงหมิง!
บังอาจมาดูถูกเสื้อผ้าที่ข้าใส่อย่างนั้นหรือ?”
เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ต้วนชิงหมิงยื่นมือเข้ามาช่วยต้วนอวี้หรานนั้นไม่ผิด… แต่ว่าสุดท้ายคนที่ยกโทษให้นางนั้น
ไม่ใช่องค์หญิงจิ่นซิ่วหรอกหรือ? มาถึงตรงนี้ต้วนชิงหมิงยังกล้าพูดกับต้วนอวี้หราน ให้ระวังอย่าให้ใครมาจับจุดอ่อนได้…
ต้วนชิงหมิงเอ๋ย ในวังหลวงแห่งนี้ไม่มีผู้ใดที่เชื่อใจได้หรอก
อีกทั้งนางยังพูดถึงเสื้อผ้า ที่องค์หญิงจิ่นซิ่วให้นางกำนัลช่วยหามาให้ต้วนอวี้หรานเปลี่ยนใหม่ ไม่ว่าจะส่องกระจก
ทองเหลืองทางไหนก็งดงามเสียเหลือเกิน แล้วเหตุใดต้วนชิงหมิงกลับมองว่าไม่เข้าหูเข้าตาอยู่ดี จนอยากให้นางไปเปลี่ยน
ชุดเดิมกลับมา
ต้วนอวี้หรานก้มหน้าลงมองชุดกระโปรงที่สวมใส่อยู่ ทั้งสีสันและลวดลายที่สะท้อนแสงระยิบระยับไปมา รวมทั้ง
เนื้อผ้าที่นุ่มสบาย ลื่นมือ และไม่หนาจนเกินไป ยิ่งสวมใส่ในอากาศที่หนาวเหน็บแบบนี้ช่างดีเสียเหลือเกิน
สิ่งหนึ่งที่ต้วนอวี้หรานรู้สึกแปลกใจก็คือวิธีปักผ้าแบบนี้ ไม่รู้ว่าใช้วิธีพิเศษอะไร เวลากระทบแสงยิ่งสะท้อนอย่าง
งดงามเป็นประกาย จนเสื้อผ้าของนางมิอาจหาสิ่งใดมาเทียบเคียงความงามชุดนี้ขององค์หญิงจิ่นซิ่วได้
ชุดกระโปรงตัวนี้ช่างช่วยขับผิวพรรณของต้วนอวี้หรานให้ดูผุดผ่อง เพียงแค่แรกเห็นต้วนอวี้หรานก็ชอบจับใจ อีก
ทั้งนางกำนัลที่ช่วยนางเปลี่ยนชุดให้ ยังพูดสำทับว่า “คุณหนูต้วนใส่ชุดกระโปรงนี้แล้ว ช่างงดงามเหมือนเจ้านายในวัง
หลวงเลยเจ้าค่ะ”
กระโปรงแบบนี้ ต้วนอวี้หรานยังไม่เคยได้สวมใส่มาก่อน นางจึงมิอยากถอดออกมาด้วยความเสียดาย แต่ตอนนี้ต้
วนชิงหมิงกลับบอกให้นางไปเปลี่ยนชุดเดิมกลับมา เห็นได้ชัดว่าต้วนชิงหมิงอิจฉาที่นางได้สวมเสื้อผ้าสวยๆ
นางยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
เชอะ! ยิ่งต้วนชิงหมิงไม่ชอบ นางยิ่งอยากใส่อวดให้อีกฝั่ายอิจฉาตาร้อน
ทันทีที่ต้วนอวี้หรานคิดได้เช่นนั้น นางก็รวบชายกระโปรงยกขึ้นมาเร่งสาวเท้าสุดกำลัง ไปคิดบัญชีต้วนชิงหมิง
ทว่านางไปได้เพียงสองก้าว กลับมีนางกำนัลที่เคร่งขรึมพูดขึ้นด้วยสายตาที่ดุดัน “ใครยืนอยู่ตรงนั้น?”
ต้วนอวี้หรานถึงกับตกใจรีบเงยหน้าขึ้น ได้เห็นนางกำนัลสวมชุดสีเขียวยืนอยู่ตรงเบื้องหน้า มองมาที่นางด้วย
ใบหน้าขึงขัง “เจ้าเป็นนางกำนัลตำหนักไหน? เหตุใดพบฮองเฮาแล้วยังไม่รีบไสหัวหลบไปอีก?”
ด้านหลังของนางกำนัลคนนั้น มีนางกำนัลยืนต่อแถวยาวล้อมหน้าล้อมหลังฮองเฮาอยู่ ด้วยระยะที่ห่างออกไปไม่
ไกล ต้วนอวี้หรานได้เห็นใบหน้าที่งดงามและท่าทางที่น่าเกรงขามของผู้เป็นมารดาของแผ่นดิน
เด็กสาวลนลานคุกเข่ายกมือขึ้นประสาน “หม่อมฉันต้วนอวี้หราน คารวะฮองเฮาเพคะ”
นางกำนัลคนนั้นได้ยินที่ต้วนอวี้หรานพูด ถามขึ้นอย่างแปลกใจ “เจ้าเป็นนางกำนัลตำหนักไหน?”
“หม่อมฉันเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพจวนต้วนเพคะ”
เมื่อนางกำนัลคนนั้นได้ยินก็มองต้วนอวี้หรานอย่างพิจารณา ก่อนจะพูดอย่างขึงขัง “ในเมื่อเจ้าเป็นคนนอกวัง
แล้วเสื้อผ้าที่เจ้าสวมอยู่นั้นเป็นของผู้ใด?”
ถึงแม้ต้วนอวี้หรานจะเป็นคนนอกวัง แต่ชุดที่นางสวมอยู่นั้นเป็นชุดอย่างดีในวังหลวง ซึ่งมีฐานะที่สูงพอสมควร
ทำไมนางจึงสวมชุดนี้ได้?
“หม่อมฉันเข้าวังหลวงมาเพื่อร่วมงานเลี้ยงขององค์หญิงจิ่นซิ่ว แต่เสื้อผ้าของหม่อมชั้นกลับสกปรก องค์หญิงจึง
ให้นางกำนัลหาชุดใหม่มาให้หม่อมฉันเปลี่ยนเพคะ” เด็กสาวกล่าวตอบอย่างรีบร้อนด้วยความตระหนก
นางกำนัลคนนั้นได้ว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วใช้ให้นางกำนัลไปเปลี่ยนชุดให้ ถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความฉงนใจ
นางกำนัลอดไม่ได้ที่จะมองเนื้อตัวต้วนอวี้หรานอีกครั้ง จากนั้นได้พูดอย่างเย็นชาว่า “เจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน ข้าจะไป
รายงานฮองเฮาให้พิจารณา”
ต้วนอวี้หรานผงะตกใจระคนงงเป็นไก่ตาแตก… ก็แค่เสื้อผ้าชุดเดียว เหตุใดก็ให้ฮองเฮาพิจารณาด้วย?
แต่นี่ไม่ใช่ธุระโกงกางที่ต้วนอวี้หรานจะรู้ได้ นางกำนัลคนนั้นหันหลังกลับไป โดยทิ้งความสงสัยไว้ให้นาง
ชั่วพริบตาเดียว นางกำนัลคนนั้นก็เดินกลับมา พร้อมกับชี้ไปที่หน้าของต้วนอวี้หราน พูดเสียงดังลั่น “พวกเจ้าฟัง
ให้ดี นำตัวผู้หญิงคนนี้ ไปโบยให้ตาย!”
ต้วนอวี้หรานได้ยินถึงกับเข่าทรุดลงไปที่พื้นทันที จากนั้นก็มีนางในร่างใหญ่เข้ามาลากตัวนางไปอย่างรวดเร็ว ต้วน
อวี้หรานรีบพูดขอร้อง “พี่สาว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน หม่อมฉันทำผิดอะไรจึงต้องโบยให้ถึงกับความตายด้วย?”
นางกำนัลคนนั้นพูดเย็นชาออกมา “เจ้าเป็นเพียงบุตรสาวของขุนนางเล็กๆ คนหนึ่ง กลับบังอาจใส่ชุดที่หรูหรา
ขององค์หญิง… ต้วนอวี้หราน สงสัยเจ้าไม่อยากมีลมหายใจต่อไปแล้วสินะ?”
ทันทีที่ต้วนอวี้หรานได้ฟัง นางรีบพุ่งเข้าไปคุกเข่าหันไปทางฮองเฮา อธิบายเสียงดังขึ้น “หม่อมฉันถูกปรักปรำ…
เสื้อผ้าชุดนี้ องค์หญิงจิ่นซิ่วให้นางกำนัลเป็นคนเปลี่ยนให้หม่อมฉันเพคะ”