การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 497 เรื่องในอดีต
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ใบหน้าซีดเซียวของจูเอ๋อร์ ปิดก็มิอาจรอยยิ้มแห่งความสุขได้อีก
พูดให้เข้าใจทั้งหมด ทุกอย่างในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นคำชมขององค์หญิงอวี้หลัว หรือการลงโทษต้วนอวี้หราน จนถึง
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ล้วนเป็นแผนการที่องค์หญิงจิ่นซิ่วใช้จัดการกับต้วนชิงหมิงโดยเฉพาะ
เรื่อนนี้จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ทว่าแต่ละเรื่องมีการประสานซึ่งกันและกัน เรื่องหนึ่งนำ
ไปสู่เรื่องที่สอง เรื่องที่สองนำไปสู่เรื่องที่สามเป็นทอดๆ หากขาดจุดใดจุดหนึ่งไปก็จะไม่เป็นตามแผนที่วางไว้แล้ว
ก้าวแรกของเรื่องนี้ ก็คือดึงดูดความสนใจขององค์หญิงอวี้หลัว ให้องค์หญิงอวี้หลัวไม่รู้ว่าในราชวงศ์ต้าเซี่ยนี้ มีชื่อ
ของต้วนชิงหมิงผู้นี้อยู่
ที่ผ่านมาต้วนชิงหมิงเป็นคนรักสงบ ปกติมักจะออกไปข้างนอกน้อยมาก ดังนั้นจึงมีโอกาสน้อยที่จะได้พบกับองค์
หญิงอวี้หลัว หรือได้ทำความรู้จักกับองค์หญิงอวี้หลัว แต่ว่าปัญหานี้ก็คงหนีไม่พ้นองค์หญิงจิ่นซิ่ว เพราะว่านางไม่เพียง
แต่รู้จักต้วนชิงหมิง และยังรู้ทุกเรื่องของต้วนชิงหมิง องค์หญิงจิ่นซิ่วรู้ดีว่า หากอยากได้ความสนใจจากองค์หญิงอวี้หลัว
แล้วล่ะก็ เจ้าต้วนชิงหมิงนี้ต้องมีอะไรที่ไม่เหมือนคนทั่วไป องค์หญิงจิ่นซิ่วคิดได้นานแล้ว นั่นก็คือวันคล้ายวันเกิดของต้
วนชิงหมิงปีที่แล้ว ในจวนต้วนมีปลาจิ๋นหลี่อวี๋ลอยตายจนหมด แต่กลับมีดอกบัวหิมะเบ่งบานยามที่หิมะโปรยปรายลงมา
แน่นอนว่ามีเพียงตำนานนี้ไม่พอแน่นอน ต้องหาหลักฐานยืนยันให้มีนํ้าหนักเพียงพอ และเรื่องนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้องค์
หญิงอวี้หลัวเกิดความสนใจในตัวต้วนชิงหมิงผู้ที่ไม่เคยพบกันมาก่อน
ในขณะที่องค์หญิงจิ่นซิ่วยังคงชื่นชมต้วนชิงหมิงต่อหน้าองค์หญิงอวี้หลัวนั้น เปั้าหมายแรกของนางก็ถือว่าสำเร็จ
แล้ว
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ องค์หญิงอวี้หลัวเริ่มถามองค์หญิงจิ่นซิ่วเกี่ยวกับเรื่องของต้วนชิงหมิง ดังนั้น
องค์หญิงจิ่นซิ่วจึงไหลตามนํ้าบอกองค์หญิงอวี้หลัว ว่านางคิดว่าจะจัดงานเลี้ยงในวังหลวง และเชิญบรรดาคุณหนูที่มีชื่อ
เสียงทุกคนในเมืองหลวงมาร่วมงาน เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นขององค์หญิงอวี้หลัวที่มีต่อต้วนชิงหมิง ดังนั้นนาง
จึงตั้งใจเชิญต้วนชิงหมิงมาด้วย
ถัดมาเป็นนางกำนัลในวังที่รับผิดชอบไปเชิญต้วนชิงหมิงถึงจวนต้วน โดยให้นางไปหาคุณหนูจวนต้วน โดยไม่ให้
ระบุชื่อ ดังนั้นต้วนอวี้หรานที่ชอบออกหน้าออกตาอยู่แล้ว จึงรีบเข้ามาเอาหน้าก่อนทักทายกับอีกฝั่าย และยังตอบตกลง
ว่าจะไปงานเลี้ยงขององค์หญิงจิ่นซิ่ว
จากนั้นหยางซือฉีก็ปรากฏตัวขึ้น
นางจงใจไปแย่งทางรถม้าจวนต้วนที่นอกประตูวังหลวง จากนั้นจงใจเยาะเย้ยต้วนอวี้หรานและต้วนชิงหมิง
ทั้งหมดนี้จงใจดึงดูดความสนใจของต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้หรานออกไป และสร้างความเข้าใจผิดให้พวกนาง เพื่อจะได้
จุดชนวนความขัดแย้งขึ้นมา
ต่อจากนั้นหยางซือฉีต้องการให้ต้วนชิงหมิงสองพี่น้องนี้ ได้พบกับองค์หญิงจิ่นซิ่วและองค์หญิงอวี้หลัวก่อน จึง
จงใจแกล้งชี้ไปตรงหน้าแนะนำว่าหญิงที่อยู่ตรงหน้านี้คือคุณหนูจวนต้วน โดยที่พูดไม่ชัดเจน ว่าเป็นคุณหนูรองจวนต้วน
หรือเป็นคุณหนูใหญ่จวนต้วน
ในใจขององค์หญิงอวี้หลัว รู้จักคุณหนูจวนต้วนเพียงคนเดียว จึงเข้าใจผิดคิดว่าต้วนอวี้หรานเป็นต้วนชิงหมิง โดย
จับไม้จับมือปากชื่นชมด้วยความดีอกดีใจที่ได้พบหน้า
คำชมเหล่านี้เป็นเหมือนชนวนที่จะใช้ในการเล่นงานต้วนชิงหมิง เพราะบางคำพูดยิ่งพูดออกมามากเท่าไหร่ ก็ยิ่ง
ผิดมากขึ้นเท่านั้น องค์หญิงจิ่นซิ่วหวังไว้ว่าต้วนชิงหมิงจะสร้างความใจผิดมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนองค์หญิงจิ่นซิ่วโมโห
เดือดดาล
ด้านต้วนชิงหมิงที่เห็นเหตุการณ์ได้ก้าวไปข้างหน้าเพื่ออธิบาย องค์หญิงอวี้หลัวถึงรู้ว่าทำความรู้จักผิดคนแล้ว
จากความอายกลายเป็นความโกรธ สีหน้าพลันไปโดยฉับพลันทันที ต้วนอวี้หรานถูกองค์หญิงอวี้หลัวตำหนิ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่ต้วนชิงหมิงจะปล่อยให้ต้วนอวี้หรานถูกลงโทษ ดังนั้นนางจึงพูดโน้ม
น้าวจนเอาชนะองค์หญิงอวี้หลัวได้ ทวงความยุติธรรมให้ตัวเองได้ ไม่ เดิมทีองค์หญิงอวี้หลัวมีความรู้สึกดีต่อต้วนชิงหมิ
งอยู่แล้ว และต้วนชิงหมิงก็ฉลาดพอ ดังนั้น องค์หญิงอวี้หลัวจึงช่วยต้วนซิงหมิงและลงโทษหยางซือฉี ซึ่งเรื่องพวกนี้องค์
หญิงจิ่นซิ่วได้คาดไว้อยู่แล้ว และสิ่งที่เกินความคาดหมายขององค์หญิงจิ่นซิ่วคือ เจ้าโง่ที่แลดูน่าสงสาร แต่กลับชอบคิดว่า
ตนฉลาดไม่มีผู้ใดฉลาดเท่าอย่างต้วนอวี้หรานผู้นี้
องค์หญิงอวี้หลัวพบคนที่ทำให้นางเข้าใจผิดและลงโทษหยางซือฉี ฉะนั้นความผิดของต้วนอวี้หรานก็ย่อมไม่มีแล้ว
คนที่ไม่มีความผิด แต่เปือนไปด้วยจิตใจอันสกปรก มันสมเหตุสมผลและไม่สามารถพูดออกไปได้ ดังนั้นองค์หญิงจิ่นซิ่วจึง
สั่งให้สาวใช้ในวังที่อยู่ข้างๆ นางพาต้วนอวี้หรานไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
ต้วนอวี้หรานคนไร้สมองย่อมไม่รู้ว่าเสื้อผ้าในวังหลวงนี้ต่างมีความหมายพิเศษซ่อนอยู่ ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนเสื้อผ้า
ที่องค์หญิงจิ่นซิ่วเตรียมไว้ให้อย่างง่ายใด และทุกสิ่งที่องค์หญิงจิ่นซิ่วทำ ก็เพียงต้องการมาถึงจุดนี้เท่านั้น นั่นก็คือ ให้ต้
วนอวี้หรานสวมใส่เสื้อผ้าที่นางตั้งใจเตรียมให้โดยเฉพาะ
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ ไม่จำเป็นต้องให้องค์หญิงจิ่นซิ่วกังวลใจอีก เพราะว่าต้วนอวี้หรานเป็นคนที่ทนความเหงา
ไม่ได้ นางจะต้องเดินเล่นรอบๆ ต่อให้นางไม่ ทำเช่นนั้นก็ตาม องค์หญิงจิ่นซิ่วก็จะจัดเตรียมคนให้พานางเดินเล่นอยู่แล้ว
จุดประสงค์ของการเดินไปรอบๆ นี้คือต้องการให้พบเจอกับฮองเฮาเพื่อตอนจบของงานเลี้ยงในวันนี้ นางสองพี่น้องต้อง
ถูกสอบสวนความผิด
เมื่อฮองเฮาสั่งให้คนไปตามต้วนชิงหมิง จูเอ๋อร์ก็รู้ว่า วันนี้ในที่สุดจุดประสงค์ขององค์หญิงจิ่วซิ่วก็สำเร็จ ไม่ว่าจะ
เป็นต้วนอวี้หรานหรือต้วนชิงหมิงก็ยากที่จะหนีความตายนี้ได้
แต่เดิมจูเอ๋อร์ยังคงเห็นอกเห็นใจพี่น้องต้วนสองคนนี้ที่ทำให้องค์หญิงจิ่นซิ่วขุ่นเคือง แต่เพื่ออิสรภาพของนางเอง
จูเอ๋อร์จึงไม่สนใจอะไรอีกต่อไป
ในความเป็นจริง องค์หญิงจิ่นซิ่วสามารถวางแผนการที่ชาญฉลาดเช่นนี้ได้ ก็เป็นความคิดของซานเอ๋อร์เช่นกัน ยิ่ง
ไปกว่านั้นซานเอ๋อร์เคยบอกองค์หญิงจิ่นซิ่ว ทุกย่างก้าวของนาง เป็นทั้งหมากที่ตายตัวและหมากที่มีชีวิตด้วย
เพราะว่า ในขั้นตอนแรกถ้าต้วนอวี้หรานถูกองค์หญิงจิ่นซิ่วลงโทษ ต้วนชิงหมิงไม่สนใจละก็ แน่นอนว่าสิ่งที่ต้วน
ชิงหมิงจะสูญเสีย ก็เป็นแค่ชื่อเสียงและจะไม่มีเรื่องเดือดร้อนใดอีก แต่ว่าถ้าต้วนชิงหมิงเข้ามายุ่งและช่วยต้วนอวี้หรานร
อดมาอีก ดังนั้นตาต่อไปที่จะลงหมากรุกถึงจะดำเนินการต่อไปได้
เสื้อผ้าของต้วนอวี้หรานสกปรกแล้ว องค์หญิงจิ่นซิ่วบอกใบ้ให้นางกำนัลในวังพานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เสื้อผ้าที่
นางกำนัลในวังเปลี่ยนให้ต้วนอวี้หราน กลับเป็นชุดของชนชั้นสูง เป็นที่รู้กันในวังหลวงว่าเสื้อผ้าของแต่ละตำแหน่งจะถูก
กำหนดไว้ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถสวมใส่ได้ตามใจ ต้วนอวี้หรานโลภอยากสวย สวมเสื้อผ้าของนางกำนัลในวังเดินไปทั่ววัง
หลวง เหตุการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าใครก็ตาม หากใช้หัวสมองคิดคงเข้าใจได้โดยง่าย ไม่หมือนต้วนอวี้หรานที่ใช้หัวแม่เท้าคิด
ในขณะเดียวกัน การเสด็จมาของฮองเฮาไม่ใช่การลงโทษต้วนอวี้หรานที่ใส่เสื้อผ้าผิดยศ แต่เป็นการใช้ปากของผู้
อื่น พูดถึงคำพูดที่องค์หญิงอวี้หลัวที่เคยพูดชื่นชมต้วนชิงหมิงไว้
เพราะมีเพียงคำพูดเหล่านั้นเท่านั้น ที่สามารถทำให้สองพี่น้องจวนต้วนนี้ตายได้อย่างไม่ต้องคิด
เดิมทีองค์หญิงจิ่นซิ่วก็เกลียดชังต้วนชิงหมิงอย่างมาก ดังนั้นการทำให้ต้วนชิงหมิงถึงแก่ความตาย จึงเป็นจุด
ประสงค์ที่ใหญ่ที่สุดขององค์หญิงจิ่นซิ่วในวันนี้ ตอนนี้จุดประสงค์ขององค์หญิงจิ่นซิ่วบรรลุเปั้าหมายแล้ว ดังนั้นตอนนี้คน
ที่มีความสุขมากที่สุดก็คือองค์หญิงจิ่นซิ่วเอง
เมื่อเห็นคนของฮองเฮานำตัวออกไป จูเอ๋อร์จึงขอตัวถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ จากนั้นก็ไปหาองค์หญิงจิ่วซิ่ว
เพื่อทวนความดีเห็นชอบ
ฮองเฮาไม่ได้สนใจนางจูเอ๋อร์ในวังคนนี้เลยแม้แต่น้อย จึงอนุญาตให้นางออกไปโดยไม่ต้องคิด
ในใจของฮองเฮา ต้วนซิงหมิงที่ทำให้รู้สึกอึดอัดจึงถือว่าเป็นคนที่นางอยากจัดการมากกว่า อีกทั้งในใจของฮองเฮา
เอาแต่พูดชื่อของต้วนชิงหมิงซํ้าไปซํ้ามา
นางถามแม่นมหลิงเบาๆ ว่า “ชื่อของเจ้าต้วนชิงหมิงนี้ ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมา
ก่อนหรือไม่?”
เป็นที่รู้ว่าสำหรับฮองเฮาแล้ว ชื่อที่ได้ยินทุกวัน เรื่องราวที่ได้ยินก็มีมากมายเหลือเกิน ไม่มีทางที่จะจดจำทุกคนได้
อย่างชัดเจน แต่แม่นมหลิงของฮองเฮามีความทรงจำดีเยี่ยม ดังนั้นจึงมีหลายครั้งที่ฮองเฮาอาศัยแม่นมหลิงช่วยจดจำ
เรื่องที่ไม่ค่อยสำคัญ ไม่ก็จำบุคคลหรือเหตุการณ์สำคัญต่างๆ
เมื่อได้ฟังคำพูดของฮองเฮาแล้ว แม่นมหลิงที่อยู่ด้านหนึ่งก้มศีรษะลง พลางกระซิบว่า “ทูลฮองเฮา ต้วนชิงหมิงผู้
นี้ ก็คือคนที่องค์ชายใหญ่เคยกล่าวให้ฮองเฮาฟังเพคะ”
ฮองเฮาดูเหมือนจะตกตะลึงไปเล็กน้อย
ในเวลานั้นเอง จิ้งกุ้ยเหรินได้ลากลับไปแล้ว ในศาลานี้เหลือเพียงคนของฮองเฮาเท่านั้น ดังนั้นแม่นมหลิงจึงกล้า
พูดอย่างกล้าหาญว่า “เพราะว่าองค์ชายใหญ่ได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันเกิดของต้วนชิงหมิง ดังนั้นจึงมีความสนใจในต้
วนนาง ทั้งยังเคยของให้ฮองเฮายกนางอภิเษกองค์ชาย”
เมื่อฮองเฮาได้ยินสิ่งนี้ ก็สงบลงไปชั่วขณะ
ใช่แล้ว ในที่สุดนางก็จำขึ้นมาได้แล้ว ต้วนชิงหมิงผู้นี้ นางเคยได้ยิน มาจากองค์ชายเหยียนหลิ่งเจวี๋ยพูดถึงมาก่อน