การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 499 เลือกม้า
องค์หญิงอวี้หลัวมีนิสัยกล้าได้กล้าเสียมาโดยกำเนิด ชื่นชอบความบันเทิงที่ใช้พละกำลังที่สุด ดังนั้นตอนที่กำลังรับ
ประทานอาหาร จะต้องมีบางอย่างมาเพิ่มความสนุกแน่นอน ซึ่งองค์หญิงจิ่นซิ่วก็พอคาดเดาสิ่งเหล่านี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
จึงไม่ได้รู้สึกเหนือความคาดหมายมากนัก ตอนนี้เอ่ยรับอย่างสบายใจเช่นกัน
แต่ว่าเอ่ยรับก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่จะเอาชนะองค์หญิงอวี้หลัวอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างไรเสียองค์หญิงอวี้หลัว
ก็เติบโตขึ้นบนหลังม้า ถ้าพูดถึงพลังกายและฝีมือ ไม่ว่าอย่างไรนางก็เทียบไม่ติด อีกทั้งตอนนี้ก็มีต้วนชิงหมิงอยู่เคียงข้าง
อีก เช่นนั้น โอกาสชนะก็มากขึ้นแล้วมิใช่หรือ?
พอองค์หญิงจิ่นซิ่วคิดถึงตรงนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตามองต้วนชิงหมิงที่ยืนอยู่ข้างกายองค์หญิงอวี้หลัวด้วยแวว
ตาที่มีความนัย
ต้วนชิงหมิงคนนี้ฉลาดปราดเปรื่อง เจ้าเล่ห์มากวิธีการ ถ้านางเอาชนะองค์หญิงอวี้หลัวได้ เช่นนั้นก็ถือว่าพบโชค
ดีแล้วหรือเปล่า ถือโอกาสทำให้ต้วนชิงหมิงเสียเปรียบสักหน่อยดีไหม?
พอคิดได้เช่นนี้ องค์หญิงจิ่นซิ่วก็เม้มริมฝีปาก นางเพิ่งคิดจะพูดบางอย่าง แต่องค์หญิงอวี้หลัวที่อยู่อีกฝังชิงพูด
ก่อนแล้วว่า “องค์หญิงจิ่นซิ่ว เรื่องนี้คุยง่าย ต้วนชิงหมิงคือคู่หูที่ข้าเลือกไว้ล่วงหน้า ไม่อนุญาตให้ใครคิดแย่งตัวนาง”
พอองค์หญิงจิ่นซิ่วได้ฟัง ก็กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ในเมื่อองค์หญิงอวี้หลัวถูกใจแล้ว ข้าก็ย่อมไม่แย่งชิงกับเจ้า
แถมข้าก็เลือกคู่หูของตัวเองไว้เรียบร้อยแล้วด้วย หยางซือฉีไงล่ะ”
ทางด้านหยางซือฉีกับต้วนชิงหมิงสบตากันแวบหนึ่ง หยางซือฉีรีบหันหน้ามา ส่วนต้วนชิงหมิงก็มอบรอยยิ้ม
เรียบๆ ให้ โดยไม่แยแสเลยสักนิด
แม้ภายนอกต้วนชิงหมิงจะดูเหมือนไม่แยแส แต่ในใจกลับเริ่มพิจารณา ต้องทราบไว้ว่าองค์หญิงของสองประเทศ
กำลังคุมเชิงกัน และนางก็ถูกเลือกให้ไปอยู่ในกระบวนทัพของฝั่ายตรงข้ามแล้ว มองผิวเผินเหมือนไม่มีอะไรผิด แต่ถ้าเริ่ม
มองให้ละเอียด หากนางช่วยองค์หญิงอวี้หลัวเอาชนะองค์หญิงจิ่นซิ่วได้ เช่นนั้นศักดิ์ศรีหน้าตาขององค์หญิงจิ่นซิ่วจะยัง
อยู่อีกเหรอ?แต่ถ้าต้วนชิงหมิงแอบช่วยองค์หญิงจิ่นซิ่ว ทำให้องค์หญิงอวี้หลัวแพ้การแข่งขันครั้งนี้ ยังไม่ต้องพูดถึงว่านาง
ทรยศความเชื่อใจขององค์หญิงอวี้หลัว แม้แต่องค์หญิงจิ่นซิ่วเองก็ชนะอย่างไม่ใสสะอาดอยู่ดี
พอต้วนชิงหมิงนึกถึงตรงนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะมององค์หญิงอวี้หลัวหลายครั้ง ดูท่าแล้ว นางจะต้องคิดหาทางเปลี่ยน
สถานการณ์นี้ให้กลายเป็นการแข่งขันที่ไม่มีผลแพ้ชนะ
แต่เดิมทีต้วนชิงหมิงก็เป็นพวกอ่อนแอบอบบางอยู่แล้ว นางนอกจากขี่ม้าเป็นแล้ว การยิงธนูบนหลังขี่ม้าอะไร
อย่างอื่นก็เรียกได้ว่าไม่เป็นเลย ดังนั้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่นางจะแอบเล่นตุกติก?เมื่อถึงตอนนั้น อย่าว่าแต่ให้ต้วนชิงห
มิงเล่นตุกติกอะไรเลย เกรงว่าแม้แต่การปกปั้องตัวเองก็ไม่มีความมั่นใจเท่าไรเลยด้วยซํ้า?
กติกาการแข่งขันถูกกำหนดลงมาเร็วมาก องค์หญิงอวี้หลัวกับองค์หญิงจิ่นซิ่วต่างคนต่างเลือกม้าก่อน แล้วก็วิ่งวน
รอบสนามล่าสามรอบ จากนั้นก็แบ่งกันยิงธนูคนละสามเปั้า สุดท้ายก็เลือกผู้ที่มาถึงก่อนและยิ่งธนูได้กลางเปั้าที่สุดเป็นผู้
ชนะ
แน่นอนว่าการแข่งขันสนามนี้เน้นมิตรภาพและความบันเทิงเป็นหลัก ส่วนแพ้ชนะก็เป็นเรื่องรอง แต่อุปสรรคและ
ความยากที่อยู่ในนั้นกลับมีไม่น้อยเลย
ในระหว่างนั้น ระหว่างที่วิ่งสามรอบ ตรงปลายทางของทุกรอบจะมีอุปสรรคอยู่หนึ่งอย่าง อุปสรรคแรกก็คือขี่ม้า
ข้ามกำแพง กำแพงสูงประมาณหนึ่งเมตร ผู้ขี่ม้าจะต้องวิ่งตะบึงมาถึงแล้วกระโจนม้าข้ามไปล่วงหน้า ถึงจะสามารถผ่าน
ไปได้อย่างราบรื่น ถ้าเผลอไม่ระวังนิดเดียว ก็อาจจะคนล้มม้าพลิกได้ หรือไม่ก็ถูกม้าพลิกตัวจนล้มบนพื้น ถ้าเบาหน่อยก็
ตกพื้นบาดเจ็บ ถ้าหนักหน่อยก็ถึงแก่ชีวิตได้
ส่วนรอบที่สองก็จะเป็นคูกับดัก ในคูจะฝังซ่อนกระบี่แหลมเอาไว้นับไม่ถ้วน ขณะเดียวกันก็จะทดสอบฝีมือของผู้ขี่
ม้าด้วย ถ้าไม่สามารถควบม้ากระโจนข้ามไปได้ในครั้งเดียว เช่นนั้นจุดจบก็จะอนาถกว่ารอบแรก และหลังจากข้าม
อุปสรรคทุกครั้งได้แล้ว ก็จะมีธนูคันหนึ่งอยู่ข้างหน้า ต้องการให้ผู้ขี่ม้าทุกคนรีบหยิบมายิงหนึ่งดอกหลังจากข้ามอุปสรรค
มาแล้ว รวมทั้งลูกธนูดอกนี้ นอกจากทดสอบการยิงแล้วยังทดสอบการขี่ม้าด้วย
ลองคิดดูสิว่า ม้าที่เพิ่งข้ามสิ่งกีดขวางไปได้ ระเบิดพลังกายถึงขีดสุด ถ้าเจ้ารีบดึงบังเหียนม้าแล้วม้าหยุดฝีเท้า
ไม่ทัน เช่นนั้นก็จะเกิดเหตุการณ์คนล้มม้าพลิกเช่นเดียวกัน แต่ถ้าเจ้าออกแรงดึงบังเหียนม้าไม่มากพอ เช่นนั้นม้าก็จะวิ่ง
ตะบึงเลยไป เปั้าธนูแวบผ่านไปเร็วมาก ดังนั้นเจ้าก็จะไม่มีทางยิงโดนใจกลางเปั้าธนูอีก ยิ่งไปกว่านั้นตอนอยู่บนหลังม้า
จะถูกกระแทกจนร่างกายโยกเยก ถ้าเจ้าไม่สามารถนั่งได้อย่างมั่นคง ยังไม่ต้องพูดถึงการยิงโดนเปั้า แม้แต่การจะยิงลูก
ธนูดอกนี้ออกไปก็ยังเป็นเรื่องที่เปลืองแรงมากเลย
อีกทั้งลานล่าสัตว์แห่งนี้ก็มีขอบเขตกว้างใหญ่มาก พอวิ่งรอบหนึ่งก็เป็นระยะทางประมาณสองสามลี้เต็มๆ ถ้าวิ่ง
ครบสามรอบแล้วยิงธนูครบสามดอก แล้วใครจะกล้ารับประกันว่าลูกธนูสามดอกจะยิงโดนกลางเปั้าทั้งสามดอก ทั้งยังไม่
พลาดแม้แต่น้อยด้วย?
พอได้ยินเรื่องการแข่งขัน องค์หญิงอวี้หลัวก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นคึกคักขึ้นมาแล้ว
ต้องทราบไว้ว่าสิ่งเหล่านี้องค์หญิงอวี้หลัวเล่นจนคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ดังนั้นนางย่อมไม่หวาดกลัว ทว่าองค์
หญิงจิ่นซิ่วก็เคยฝึกหนักบนหลังม้ามาก่อนเช่นกัน นางจึงแสดงความอ่อนแอไม่ได้ แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ องค์หญิงทั้ง
สองแข่งขันกัน จะต้องมีการตัดสินแพ้ชนะขึ้นอย่างแน่นอน ฝั่ายชนะจะเป็นใครกันแน่ คนคนนั้นต่างหากถึงจะนับว่ามี
วิชาความรู้ที่เหนือกว่า
เมื่อกำหนดกติกาเรียบร้อยแล้ว องค์หญิงอวี้หลัวก็ดึงมือต้วนชิงหมิงไปเลือกม้าอย่างตื่นเต้น ส่วนฝังองค์หญิงจิ่นซิ่
วก็จูงมือหยางซือฉีไปเลือกม้าที่ตัวเองถูกใจเช่นกัน
องค์หญิงอวี้หลัวขี่ม้ามาเป็นเวลานาน ดังนั้นจึงชำนาญเรื่องการเลือกม้าเป็นพิเศษ นางเลือกม้าเหงื่อโลหิตตัวใหญ่
ให้ตัวเองก่อน จากนั้นค่อยเลือกม้าแดงตัวเล็กที่รูปร่างผอมให้ต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิงมองเพียงแวบเดียว ก็รู้แล้วว่าองค์หญิงอวี้หลัวท่านนี้ช่างเชี่ยวชาญจริงๆ
เป็นที่รู้กันว่าองค์หญิงอวี้หลัวท่านนี้เชี่ยวชาญการขี่ม้า ดังนั้นจึงเลือกม้าอย่างจากความสมบูรณ์ภายนอกที่ดูแล้ว
มีความถึกทน แรงวิ่งรวมทั้งพลังที่ดูแล้วน่าจะมากเป็นพิเศษให้กับต้วนชิงหมิง
แค่เห็นม้าที่องค์หญิงเลือกก็รู้แล้ว ม้าตัวนั้นรูปร่างสูงใหญ่ หน้าอกกว้าง รอบเอวกว้าง น่องเล็กละเอียด กีบเท้า
เล็กและกลม ฮึกเหิมและมีชีวิตชีวาเต็มเปียม ทำให้คนรู้สึกเหมือนวิ่งทะยานได้ไกล ทั้งยังดูมีพลังอำนาจมาก
พอดูม้าที่องค์หญิงอวี้หลัวเลือกให้ต้วนชิงหมิงอย่างละเอียด ก็พบว่าแตกต่างกับม้าขององค์หญิงอวี้หลัวโดยสิ้น
เชิง เพราะม้าที่องค์หญิงอวี้หลัวเลือกให้ต้วนชิงหมิงมีนํ้าหนักตัวค่อนข้างน้อย แต่ลักษณะการยํ่าเท้ามั่นคงแข็งแรง อีกทั้ง
แววตาของม้าตัวนั้นก็โอนอ่อนผ่อนตาม มีชีวิตชีวาเต็มเปียม พอมองแล้วก็รู้ว่าเป็นม้าที่มีนิสัยเชื่องตัวหนึ่ง ทั้งยังดูมีกำลัง
ในการวิ่งที่ว่องไว
ต้วนชิงหมิงรู้ดีว่าสำหรับมือใหม่หรือคนที่แค่อยากจะทดลองขี่ม้า ม้าที่มีนิสัยเชื่องและขี่ง่ายนับเป็นม้าที่ดี รูป
ลักษณ์ภายนอกอย่าได้สูงใหญ่เกินไป นิสัยอ่อนโยน ไม่มีนิสัยดุร้าย อย่างเช่นกัดคนและเตะคน เมื่อปล่อยเชือกบังเหียนก็
วิ่งด้วยความเร็วเหมาะสม พอดึงเชือกบังเหียนก็หยุดวิ่งได้ทันที
องค์หญิงอวี้หลัวจูงม้าของตัวเองเดินไปตรงหน้าต้วนชิงหมิง กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ชิงหมิง เจ้าไม่ค่อยได้ขี่ม้า ม้า
ตัวนี้เหมาะสมกับเจ้าที่สุด”
“ขอบพระทัยองค์หญิงที่ใส่ใจเพคะ” ต้วนชิงหมิงตอบด้วยรอยยิ้ม
องค์หญิงอวี้หลัวเข้ามาใกล้ต้วนชิงหมิงแล้วบอกว่า “เจ้าไม่ต้องห่วง อีกประเดี๋ยวถ้าข้าเอาชนะองค์หญิงจิ่นซิ่วได้
แล้ว จะต้องขอรางวัลแบบที่เจ้าคาดคิดไม่ถึงแน่!”
องค์หญิงอวี้หลัวอยากจะแข่งขันกับองค์หญิงจิ่นซิ่ว แต่ไม่น่าเชื่อว่าอยากจะได้รางวัลที่หนึ่งด้วย?
ต้วนชิงหมิงได้ยินแล้วบอกว่า “เช่นนั้นก็หวังว่าองค์หญิงจะได้รับชัยชนะตั้งแต่เริ่มต้น สมหวังดังใจปรารถนา
เพคะ”
พอองค์หญิงอวี้หลัวได้ยินดังนั้น ก็โบกมือบอกว่า “เกินไป ชิงหมิง เจ้าไม่ต้องยกยอข้าแล้ว อีกประเดี๋ยวจะชนะได้
หรือเปล่า ก็ต้องดูอาศัยความร่วมมือจากเจ้าด้วย เจ้าก็ต้องทำให้เต็มที่ด้วยละ!”
ต้วนชิงหมิงยักไหล่ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ “ชิงหมิงเทียบองค์หญิงไม่ติดเลยเพคะ อีกครู่ถ้าชิงหมิงเป็นตัว
ถ่วงองค์หญิง หวังว่าองค์หญิงจะไม่ตำหนิหม่อมฉันนะเพคะ”
องค์หญิงอวี้หลัวส่ายหน้า “องค์หญิงจิ่นซิ่วน่ะเดี๋ยวข้าจัดการเอง ส่วนเจ้าก็อย่าให้หยางซือฉีเอาเปรียบก็พอแล้ว”
ต้วนชิงหมิงเพิ่งคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่องค์หญิงจิ่นซิ่วก็จูงม้าเดินเข้ามากับหยางซือฉีแล้ว
ม้าที่องค์หญิงจิ่นซิ่วเลือกมีสีขาวหมดจดทั้งตัว ไม่มีสีใดเจือปะปนแม้แต่น้อย อีกทั้งยังรูปร่างสูงใหญ่มั่นคงแข็งแรง
แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นม้าชั้นดีที่หาพบได้ยาก
พอมองม้าของหยางซือฉีอีก ก็พบว่าเป็นสีเทาอมนํ้าตาลทั้งตัว ดูจากนํ้าหน้าม้าแล้ว ม้าตัวนั้นก็ไม่ต่างจากตัวที่
องค์หญิงอวี้หลัวเลือกให้ต้วนชิงหมิงเท่าไรนัก รูปร่างนํ้าหนักเบา สายตาเชื่องต่อเจ้าของ ดูท่าแล้ว หยางซือฉีคนนี้จัดตัว
เองให้ยืนในตำแหน่งที่ได้เปรียบ เพราะรู้ว่าทักษะการขี่ม้าของตัวนางนั้นไม่ได้ดีขนาดนั้น ดังนั้นจึงเลือกม้าที่ค่อนข้าง
เชื่องและอ่อนโยน
หยางซือฉีเหมือนนึกไม่ถึงว่าจะได้ยืนอยู่ใกล้กับต้วนชิงหมิงขนาดนี้ นางรีบตามติดอยู่ข้างหลังองค์หญิงจิ่นซิ่ว จาก
นั้นก็ก้มหน้าไว้ตลอด ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เพราะองค์หญิงจิ่นซิ่วกับองค์หญิงอวี้หลัวคือตัวละครหลัก ดังนั้นทั้งคู่จึงประเมินม้าของกันและกันอยู่ครู่หนึ่งจาก
นั้นก็ยิ้มอย่างรู้ใจ นำม้าของตัวเองไปส่งให้คนฝึกม้าชั่วคราว จากนั้นต่างคนต่างไปเปลี่ยนชุดสำหรับมาเท่านั้น