การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 5 ขนมไหว้พระจันทร์แห่งโชค
ที่นั่งอีกฝังของต้วนเจิ้งคือสาวน้อยวัยเจ็ดถึงแปดขวบนางเกิดมาพร้อมดวงตาเฉี่ยวคม รูปร่างอรชรคล้ายหลิวหรง
ผู้เป็นมารดานางก็คือต้วนอวี้หราน บุตรสาวของหลิวหรง
ช่วงเวลานี้ในศาลาเหลียงถิงหลิวหรงและต้วนอวี้หรานพูดคุยหัวเราะอย่างมีความสุขอยู่กับต้วนเจิ้ง “คุณหนูใหญ่
มาแล้วขอรับ” เสียงของเถี่ยเฟิงองครักษ์ข้างกายต้วนเจิ้งพูดขึ้นอยู่ด้านนอก
ต้วนชิงหมิงมาแล้วหรือ
หลิวหรงที่นั่งอยู่ในศาลาชะงักไปครู่หนึ่งสายตาแหลมคมเป็นประกายกลับหม่นลง เจ้าเด็กไม่รู้กาลเทศะจะมาส
ร้างเรื่องอะไรที่นี่อีก
ต้วนชิงหมิงเดินเข้ามาในศาลาแล้วจึงแสดงความเคารพ “ชิงหมิงคารวะท่านพ่อ”
ต้วนเจิ้งยิ้มพลางกวักมือเรียก “ชิงหมิง รีบมานั่งสิ”
ต้วนชิงหมิงยิ้มตอบทว่ากลับยืนนิ่งไม่ขยับ
หลิวหรงจึงส่งสายตาไปให้บุตรีที่นั่งอยู่อีกฝังนางเข้าใจสิ่งที่มารดาต้องการสื่อ รีบลุกเดินไปยังนอกศาลา “พี่สาว
ท่านมาแล้วหรือ รีบมานั่งเร็วเข้า”
แม้ต้วนอวี้หรานจะบอกให้ต้วนชิงหมิงเข้ามานั่งแต่นางก็ไม่ยอมลุกขยับไปจากข้างกายต้วนเจิ้ง
ซ้ายมือของต้วนเจิ้งเป็นหลิวหรงขวามือเป็นต้วนอวี้หราน ทั้งสองคนบอกให้ต้วนชิงหมิงนั่งแต่กลับไม่มีที่นั่ง
สำหรับนาง แล้วจะให้นางนั่งตรงไหน?
ในใจของหลิวหรงอยากให้ทุกคนรู้ว่านางเป็นสตรีที่มีอำนาจมากที่สุดในจวนต้วน ดังนั้นนางไม่มีทางลุกให้เด็ดขาด
เช่นนั้นก็เหลือแค่ต้วนอวี้หรานแต่ต้วนชิงหมิงคงไม่กล้าเอ่ยปาก หากพูดไปต้วนอวี้หรานก็จะใช้โอกาสนี้ร้องห่มร้องไห้
ฟั้องต้วนเจิ้งแต่ถ้าต้วนชิงหมิงนั่งที่อื่นก็เท่ากับยกตำแหน่งบุตรสาวคนโตที่มีเกียรติให้ต้วนอวี้หราน
เมื่อชาติที่แล้วหลิวหรงชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมเหล่านี้ในการแย่งตำแหน่งของต้วนชิงหมิงนางทำได้เพียงอดทนอดกลั้น
จนสุดท้ายต้องยอมยกชีวิตของนางและบุตรชายหญิงทั้งคู่ฉะนั้นคืนนี้นางจะไม่ยอมยกตำแหน่งนี้ให้อีก
ทำยังไงให้ต้วนอวี้หรานยอมลุกแต่โดยดี?
ต้วนชิงหมิงเงยหน้ายิ้มมองไปทางต้วนเจิ้งพูดว่า “ท่านพ่อ ข้าได้ยินแม่นมโจวพูดที่ห้องสำรับว่าขนมไหว้
พระจันทร์ในวันนี้พิเศษมาก หากใครได้ทานชีวิตก็จะราบรื่นสงบสุขโชคดีทั้งปี ข้าอยากรู้ว่าขนมไหว้พระจันทร์แห่งโชค
อยู่ที่ไหนเจ้าค่ะ”
“ฮ่าๆ” ต้วนเจิ้งเมื่อได้ยินจึงหัวเราะออกมาพลางหันไปพูดกับหลิวหรง “นี่เป็นของขวัญพิเศษที่เจ้าเตรียมไว้
หรือ?”
หลิวหรงได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเก้อเขินขึ้นมา “ขอเพียงท่านพี่มีความสุข จะให้หม่อมฉันทำอะไรก็ได้หมดเจ้าค่ะ”
ประโยคนี้ของนางเป็นการยอมรับว่าเรื่องนี้นางเป็นคนทำแสดงให้เห็นถึงความภักดีอีกทั้งยังช่วยกลบเรื่องการหา
ที่นั่งของต้วนชิงหมิงที่บุตรีของนางไม่ให้ที่นั่งผ่านไปเงียบๆ
วิธีการแบบนี้เป็นวิธีที่ถนัดที่สุดของหลิวหรงเพื่อเอาใจต้วนเจิ้งดังนั้นคืนนี้ต้วนชิงหมิงก็จะใช้วิธีแบบเดียวกันจัดกา
รกับต้วนอวี้หราน!
ต้วนชิงหมิงหัวเราะเบาๆ “อี๋เหนียง[1]ปกติทุ่มเทกายใจเสมอมาเรื่องนี้คนในจวนต่างรู้กันทั่ว”
หลิวหรงหัวเราะ “นี่เป็นเรื่องภายในของเชี่ย[2]”
นางควรแทนตัวเองว่า ‘ปีเชี่ย[3]’ เพราะมีแค่ฮูหยินใหญ่เท่านั้นที่จะใช้คำว่า‘เชี่ย’ แต่หลิวหรงจงใจใช้แค่คำเดียว
นั่นแสดงว่านางตั้งใจ
ต้วนชิงหมิงหันไปมองผู้เป็นบิดาที่กำลังหัวเราะเบาๆพูดขึ้น “ท่านพ่อ ข้าอยากโชคดีเหมือนท่านพ่อท่านพ่อคงไม่
โทษข้าใช่ไหมเจ้าค่ะ”
ต้วนเจิ้งได้ฟังก็หัวเราชอบใจ “ฮ่าๆ ถ้าเจ้าสามารถหาเจอ โชคก็เป็นของเจ้า”
ต้วนชิงหมิงในชาติที่แล้วพูดไม่เก่งออดอ้อนไม่เป็น จึงไม่ได้รับการเอ็นดูจากผู้เป็นบิดาเท่าที่ควรเพียงเห็นแก่อดีต
ฮูหยินที่จากไปแล้วจึงเอ็นดูนางอยู่บ้างแต่ถึงอย่างนั้นต้วนเจิ้งก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจ เรื่องต่างๆในจวนต้วนจึงตกไปอยู่ในมือของ
หลิวหรงดังนั้นชีวิตของต้วนชิงหมิงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเช่นไร!
ทว่าวันนี้อยู่ๆต้วนชิงหมิงก็เข้ามาร่วมวงสนทนาแบ่งรับแบ่งสู้ได้ดีทำให้ต้วนเจิ้งมีความสุขอย่างมาก มองไปยังบุตร
สาวของเขาหลายต่อหลายครั้ง
คืนนี้ต้วนชิงหมิงอายุเก้าขวบพอดีนางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวผ้าคลุมโปร่งด้านนอกสีเขียวอ่อนเกล้าผมสูงเผย
ให้เห็นถึงใบหน้าอวบขาวใสแม้ไม่ใส่เครื่องประดับเพียงปักปินที่ประดับด้วยไข่มุกไม่กี่เม็ดเมื่อต้วนเจิ้งมองออกไปที่ต้วน
ชิงหมิง แม้ว่าจะรูปร่างของบุตรีคนนี้จะผอมบางกลับรู้สึกถึงเสน่ห์อันชวนหลงใหลทั้งดวงตาและรอยยิ้มมองแล้วช่างมี
ความสุขเสียจริง
ต้วนเจิ้งพยักหน้าโดยไม่รู้ตัวสมกับที่เป็นลูกสาวของฮูหยินติงโหรว จิตใจกว้างขวาง รู้จักวางตัว
ต้วนชิงหมิงยืนอยู่หน้าโต๊ะเริ่มมองหาขนมไหว้พระจันทร์ว่าชิ้นไหนคือชิ้นที่จะนำพาความโชคดีทางด้านต้วนอวี้
หรานเมื่อเห็นนางเริ่มหาขนมไหว้พระจันทร์แห่งโชคก็เริ่มจะนั่งไม่ติดกับที่เสียแล้ว
ในจวนต่างรู้กันว่าแม้ต้วนชิงหมิงจะเป็นลูกสาวของฮูหยินแต่ก็แค่ในนามต้วนอวี้หรานต่างหากที่ได้รับการเอ็นดู
ฉะนั้นความโชคดีตลอดทั้งปีจะให้ต้วนชิงหมิงได้อย่างไรกัน
“ให้ข้าดูด้วยสิ” ต้วนอวี้หรานพูดขึ้นพลางลุกขึ้นไปยังโต๊ะที่วางขนมไหว้พระจันทร์
ทางด้านต้วนชิงหมิงหาอย่างไรก็ไม่พบได้แต่รู้สึกผิดหวังเมื่อนางเห็นต้วนอวี้หรานมาถึงจึงหลีกทางให้ พร้อมพูดว่า
“โอ้ ขนมไหว้พระจันทร์แห่งโชคหายากเสียจริง ข้าหาจนเหนื่อยแล้ว เจ้าค่อยๆหาต่อละกัน”
พูดจบจึงเดินเนิบช้าไปที่ด้านข้างของต้วนเจิ้งแล้วนั่งลงตรงที่ต้วนอวี้หรานเพิ่งลุกไป
ต้วนอวี้หรานหาอยู่สักพักก็ไม่พบจึงเดินกลับมาด้วยความหงุดหงิดกลับพบว่าต้วนชิงหมิงนั่งที่ของนางแล้วปกติต้
วนอวี้หรานเป็นเด็กที่เอาแต่ใจจนเคยตัว จึงยื่นมือไปดึงต้วนชิงหมิง “เจ้านั่งที่ของข้า……”
ตรงนี้เป็นที่นั่งติดกับผู้เป็นบิดามากที่สุดจะปล่อยให้ต้วนชิงหมิงมาแย่งได้อย่างไรกัน?
ทางด้านหลิวหรงเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงนั่งข้างต้วนเจิ้งก็โกรธจนลมออกหู ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าที่ว่าขนมไหว้
พระจันทร์แห่งโชคมันไม่มีหรอกที่แท้เป็นอุบายที่จะให้ต้วนอวี้หรานลุกจากที่นั่งแต่ในเมื่อต้วนชิงหมิงนั่งไปแล้วต้วนอวี้
หรานก็ไม่ควรจะไปดึง หลิวหรงพูดว่า “อวี้หรานจะเสียมารยาทกับพี่สาวอย่างนี้มิได้ นั่งที่ไหนก็เหมือนกันมานั่งใกล้แม่
นี่”
ความหมายที่หลิวหรงต้องการคืออยากให้อวี้หรานยอมถอยหนึ่งก้าวไม่อยากให้ขายหน้าต่อหน้าต้วนเจิ้ง แต่หลิว
หรงประเมินความเอาใจของบุตรสาวตํ่าเกินไปต้วนอวี้หรานไม่สนใจคำพูดของผู้เป็นมารดาเลยแม้แต่น้อย ชี้นิ้วไปที่ต้วน
ชิงหมิง “ข้าจะนั่งตรงนี้”
ต้วนชิงหมิงเลิกคิ้วหัวเราะ “ทำไมหรือ เจ้าคิดว่าข้ามาแย่งที่นั่งเจ้าหรือ?”
ต้วนอวี้หรานพยักหน้านางเอ่ยเต็มปากเต็มคำ “ใช่… ที่ตรงนี้เป็นของข้า”
ต้วนชิงหมิงหัวเราะออกมาเบาๆ “เจ้าเรียกข้าว่าอย่างไรนะ?”
ต้วนอวี้หรานคิดแต่ไม่อยากตอบ “พี่สาว”
คำพูดนี้เต็มไปด้วยการเสียดสีที่จริงนางไม่อยากจะเรียกต้วนชิงหมิงว่าพี่สาวด้วยซํ้า แต่หลิวหรงเคยบอกไว้ว่าเมื่อ
อยู่ต่อหน้าคนอื่นให้พูดเช่นนี้นางถึงยอมเรียกแต่ตอนนี้นางอยากจะมาเป็นพี่สาวของข้าอย่างนั้นหรือ?
ดวงตาที่สดใสเป็นประกายของต้วนชิงหมิงมองไปยังต้วนอวี้หรานพลางยิ้มบาง “ในเมื่อข้าเป็นพี่สาว เช่นนั้น
ทำไมพี่สาวจะนั่งตรงนี้ไม่ได้เล่า?”
ต้วนอวี้หรานถึงกับตะลึงในทันทีแต่ไหนแต่ไรต้วนชิงหมิงยอมฟังมาโดยตลอด ทำไมวันนี้กลับต่อปากต่อคำ?
ด้านหลิวหรงได้แต่มองค้อนไปทางต้วนชิงหมิง ดูท่าแล้วนางนี่คงอยากโดนจัดการถึงมาหาเรื่องถึงที่นี่แต่ถ้าเรื่องนี้
ถูกต้วนเจิ้งเห็นขึ้นมา เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อต้วนอวี้หราน
เพียงต้วนชิงหมิงแค่จี้จุดเข้านางก็กลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นเพราะนิสัยขี้โมโหของต้วนอวี้หรานต้องใช้ไม้อ่อน ใช้ไม้
แข็งล้วนไม่ได้ผลหากจัดการต้วนชิงหมิงแล้วถูกต้วนเจิ้งเห็นเข้าคงไม่ได้เป็นผลดีต่อบุตรีของนางเป็นแน่
หลิวหรงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้บุตรสาวได้รับการเอ็นดูเรื่องอะไรจะยอมง่ายๆ
…
[1]อี๋เหนียง คือ ตำแหน่งและคำเรียกอนุภรรยาของพ่อ
[2]เชี่ย คือ สรรพนามที่ฮูหยิน (ภรรยาเอก)เรียกแทนตนเอง
[3]ปีเชี่ย คือ สรรพนามที่อนุภรรยา เรียกแทนตนเอง