การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 508 บุญคุณขององค์หญิงจิ่นซิ่ว
สีแดงสดเป็นเสมือนแสงแห่งความหวัง ที่มาทำลายความมืดมิดในห้องแห่งนี้ เวลานี้ต้วนอวี้หรานมิอาจทนความ
หนาวเหน็บต่อไปได้อีกแล้ว นางจึงเป็นลมล้มพับลงไปกับพื้น
ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย! ขอร้องล่ะ ช่วยข้าที!
ทันทีที่สิ้นเสียงต้วนอวี้หรานลง เงาชุดแดงสดนั้นผงะถอยหลังไปสองก้าว พร้อมกับใช้มือขึ้นบีบจมูกทั้งสองข้าง
พลางร้องอย่างรังเกียจ “โอ้ย สกปรกเหลือเกิน โสโครกที่สุดเท่าที่เคยเจอมา!”
ในเวลานี้ เนื้อตัวของต้วนอวี้หรานสกปรกเลอะเทอะไปทั้งตัว ทั้งดินโคลน นํ้าเหงื่อ นํ้าหิมะที่ละลายผสมรวมกับ
แปั้งที่ใช้ผลัดหน้ารวมกันเป็นหนึ่ง ทำให้องค์หญิงจิ่นซิ่วยากที่ทนสูดกลิ่นนั้นไหว เสื้อผ้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของต้วนอวี้
หราน ใบหน้าที่เปรอะเปือน อีกทั้งมือทั้งสองข้างที่เปือนดินโคลน พอดูแล้วนึกไม่ออกเลยว่าเป็นใคร กลิ่นเหม็นเน่าใน
ห้องได้ลอยฟุั้งเตะเข้าจมูกขององค์หญิงโดยไม่ทันตั้งตัว
ความทระนงเชิดหน้าชูตาของคุณหนูรองจวนต้วนในตอนแรก กลับตกตํ่าเป็นเหมือนขอทานคนหนึ่งก็มิปาน ซึ่งไร้
สง่าราศีที่เฉิดฉายออกมา
องค์หญิงจิ่นซิ่วผงะถอยหลัง ใช้มือบีบจมูก ยืนมองอยู่ห่างออกไป นางหันไปพูดเสียงเข้มกับแม่นมหลิง “แม่นม
ทำไมยังไม่รีบเอาต้วนอวี้หรานที่สกปรกโสโครกคนนี้ ออกไปโยนนอกวังหลวงอีก… ขืนถ้าข้ายังทนเห็นสักประเดี๋ยว มี
หวังสำรับอาหารเย็นในวันนี้คงจะกระเดือกไม่ลง!
แม่นมหลิงชี้นิ้วไปที่ต้วนอวี้หราน พร้อมสั่งให้นางกำนัลรีบเข้าไปลากตัว ส่วนแม่นมหลิงเดินเข้าไปยืนเบื้องหน้า
องค์หญิงจิ่นซิ่ว พูดเสียงแผ่วเบา “องค์หญิงเพคะ หากสามารถดึงคุณหนูรองจวนต้วนมาเป็นพวกได้ ต่อไปนางจะต้อง
ช่วยองค์หญิงได้มากเพคะ……”
องค์หญิงจิ่นซิ่วฟังแล้วสีหน้าก็นิ่งเรียบลง จากนั้นก็ปรายตามองต้วนอวี้หราน และพุดอย่างรังเกียจ ออกมา “คน
ประเภทนี้จะมาช่วยอะไรข้าได้?”
ใช่แล้ว คนน่ารังเกียจอย่างต้วนอวี้หราน มีหรือที่จะเหมาะสมกับองค์หญิงจิ่นซิ่ว
แม่นมหนิงพูด้วยใบหน้านิ่งไม่เปลี่ยนสี “ทูลองค์หญิง บ่าวเห็นว่าคนชั้นตํ่าย่อมมีประโยชน์อย่างคนชั้นตํ่า เหมือน
กับคานบ้านก็มีประโยชน์ในการช่วยรับนํ้าหนัก หมุดไม้ก็มีประโยชน์ในการเชื่อมต่อให้แข็งแรง เฉกเช่นเดียวกับยามทุกข์
ยาก นํ้าสักหนึ่งหยดข้าวสักหนึ่งคำก็นับเป็นบุญคุณอันเหลือล้น จุดนี้องค์หญิงอย่าได้มองข้ามนะเพคะ”
องค์หญิงจิ่นซิ่วสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย พร้อมกับพยักหน้าครุ่นคิด แต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
แม่นมหลิงจึงพูดเสียงเรียบต่อไป “ดังนั้น ต้วนอวี้หรานผู้นี้ หากใช้วิธีจัดการอย่างถูกวิธี จะต้องเป็นประโยชน์ต่อ
องค์หญิงไม่น้อยเพคะ”
องค์หญิงจิ่นซิ่วได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วยมากชึ้น แต่ก็ยังคงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอยู่ออกมาอยู่ดี
ถึงแม้จะรังเกียจต้วนอวี้หรานมากมายเพียงใด แต่ถ้านางสามารถสร้างปัญหาให้ต้วนชิงหมิงได้แล้วละก็ ต้วนอวี้
หรานคนนี้ก็ถือว่าเป็นคนที่พอมีประโยชน์อยู่บ้าง
องค์หญิงจิ่นซิ่วเคยได้ฟังที่หยางซือฉีเล่าให้ฟัง ว่าต้วนอวี้หรานเป็นบุตรสาวของอี๋เหนียง ซึ่งคอยกลั่นแกล้งเล่น
งานต้วนชิงหมิงอยู่เสมอ บัดนี้หากได้ต้วนอวี้หรานมาช่วยเล่นงานต้วนชิงหมิงอีกแรง วันเวลาแห่งความสุขในชีวิตของต้
วนชิงหมิงคงถึงจุดสิ้นสุดแล้วกระมัง
“แม่นม อย่างนั้นเจ้าพาตัวต้วนอวี้หรานไปทำความสะอาด จากนั้นส่งไปที่ตำหนักของข้า ข้ามีอะไรจะพูดกับนาง
เสียหน่อย” องค์หญิงจิ่นซิ่วเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
เมื่อแม่นมหลิงเห็นว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วเข้าใจความหมายที่นางได้สื่อไป นางจึงคำนับรับคำสั่งแล้วถอยออกไป
อันที่จริง ในบรรดาองค์หญิงและองค์ชายทั้งหมดในวังหลวงนั้น ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเหตุใดแม่นมหลิงถึงได้หวังดีกับ
องค์หญิงจิ่นซิ่วมากมายถึงเพียงนี้ ทว่าเรื่องนี้เป็นความลับสุดยอดที่เก้บไว้ในส่วนลึกที่สุดในใจของแม่นม ซึ่งไม่มีทางบอก
ให้ใครรับรู้ได้
เนื่องจากความลับนี้ เป็นเหมือนสร้อยไข่มุกที่เรียงร้อยในเส้นด้าย หากเส้นด้ายเกิดขาดขึ้นมา ไข่มุกย่อมหลุดร่วง
จนมิอาจเป็นสร้อยไข่มุกดังเดิมได้
แม่นมหลิงเคยให้คำสาบานต่อหน้าฮองเฮา ว่าทั้งชีวิตนี้ไม่มีทางเอ่ยความลับขึ้นมาเด็ดขาด และจะปล่อยให้ความ
ลับนี้ตายตามนางไปด้วย
ทันทีที่แม่นมหลิงเดินออกไปแล้ว องค์หญิงจิ่นซิ่วมิอาจทนกลิ่นเหม็นอยู่ในห้องนี้ไดีอีกต่อไป นางสะบัดชายเสื้อ
แล้วรีบสาวเท้ากลับตำหนักไป
ถึงแม้ต้วนอวี้หรานจะขี้ขลาดใจปลาซิวไปบ้าง เทียบไม่ได้เลยกับต้วนชิงหมิงที่ฉลาดหลักแหลม ทว่าอย่างที่แม่นม
หลิงพูด คนชั้นตํ่าก็มีประโยชน์อย่างคนชั้นตํ่า หากเลี้ยงดูและใช้ประโยชน์จากต้วนอวี้หรานได้ดี ไม่แน่ว่านางอาจกลาย
เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งของต้วนชิงหมิงขึ้นมา
เมื่อคิดได้เช่นนี้ องค์หญิงจิ่นซิ่วได้แต่กำมือแน่นจนสั่นไปหมด
ถูกต้องแล้ว! ในเมื่อต้วนชิงหมิงร้ายกาจมากก่อน คนอย่างองค์หญิงจิ่นซิ่วก็ไม่จำเป็นต้องดีตอบ… ถ้าต้วนชิงหมิง
ไม่วางแผนรวบหลิวยวนเป็นของนาง มีหรือที่องค์หญิงจะต้องมาเล่นงานนาง พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เรื่องทั้งหมดเป็นเพ
ราะต้วนชิงหมิงสร้างขึ้นมาเอง ก็ต้องรอรับผลกรรมที่ตามมาแล้วกัน!
ทางด้านต้วนชิงหมิงที่เดินทางกลับมาถึงจวนต้วนไม่ได้เจอต้วนอวี้หราน ประกอบกับขี้เกียจเรียกบ่าวใช้มาถาม
นางถึงเดินกลับเรือนไป
ต้วนอวี้หรานเป็นคนที่ชอบทำอะไรตามอำเภอใจมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อรู้ว่าจะได้เข้าวังหลวง นางดีอกดีใจไปหลาย
วันหลายคืน บัดนี้นางได้เข้าไปสมใจหวัง มีหรืออยากออกมาง่ายๆ ไม่แน่ว่า ครั้งนี้ที่ไม่เห็นนางกลับมาที่รถม้า อาจเป็น
เพราะนางเจอคนที่รู้จักกลางทาง จึงขอติดรถม้าไปด้วย
ตั้งแต่ไหนมา ต้วนชิงหมิงไม่เคยใส่ใจต้วนอวี้หรานสักครั้ง เพราะการวางอำนาจบาตรใหญ่ เอะอะโวยวายของนาง
นั้น ทำให้ต้วนชิงหมิงถึงกับปวดหัวตุบๆ ทุกครั้งที่เจอหน้า
อย่างไรเสีย ต้วนชิงหมิงมาอยู่ในร่างของสาวน้อยอายุเพียงสิบปีเท่านั้น ชีวิตข้างหน้าในจวนต้วนยังคงอีกยาวไกล
ดังนั้นนางสามารถอยู่สู้รบปรบมือกับต้วนอวี้หรานไปได้อีกนาน นานจนกระทั่งไปั๋หย่วนฮ่าวมาขอต้วนอวี้หรานแต่งงาน
เมื่อนึกชื่อไปั๋หย่วนฮ่าว ต้วนชิงหมิงก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้ม
ต้วนอวี้หราน… หากเข้าชอบไปั๋หย่วนฮ่าวจริงๆ ชาตินี้ต้วนชิงหมิงพร้อมที่จะให้นางสมปรารถนา
ทันทีที่ต้วนชิงหมิงเดินกลับมาถึงเรือน เยวี่ยเจียและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ออกมารอรับ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองต้วนชิงหมิ
งด้วยสายตาที่แปลกไป นางรีบเข้ามาช่วยชิวหนิงประคองต้วนชิงหมิงเข้าเรือน พลางเล่าเสียงเบาๆ “คุณหนู มีข่าวคราว
ขององค์ชายสามและคุณชายใหญ่มาแล้ว ตอนนี้องค์ชายสามพักรักษาตัวที่ตำหนักนอกวังเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงตกใจแทบไม่อยากเชื่อกับหูทั้งสองข้าง คิดในใจเพียงว่า… อะไรนะ? เหยียนหลิ่งอวี๋ได้รับบาดเจ็บ?
ต้วนอวี้ก็พลอยบาดเจ็บไปด้วย? จากนั้นนางได้ถามขึ้นอย่างร้อนใจ “พวกเขาเจ็บตรงไหน? บาดเจ็บหนักหรือ
ไม่?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ส่ายหน้าเล็กน้อย ทว่ากลับแฝงด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล ราวกับไม่อยากให้ต้วนชิงหมิงเห็นสภาพของ
คนทั้งสอง นางจึงตอบกลับไป “เรื่องนั้นบ่าวมิทราบเจ้าค่ะ เพียงแต่คนที่มาบอกเล่าว่าคุณชายใหญ่จะกลับจวนในวันพรุ่ง
นี้ ส่วนองค์ชายสามนั้นบาดเจ็บค่อนข้างหนักเจ้าค่ะ”
“สองคนนี้ช่างชอบทำให้คนเป็นห่วงเสียจริง ด้านท่านพ่อมีคนไปบอกกล่าวเรื่องนี้หรือยัง?” ต้วนชิงหมิงถามขึ้น
พอเห็นต้วนชิงหมิงมีท่าทีร้อนใจ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็เข้าใจได้ทันที ว่าคุณหนูเป็นห่วงต้วนอวี้อย่างมาก นางจึงตอบรีบ
ตอบกลับ “คนขององค์ชายสามไปรายงานนายท่านก่อน จากนั้นค่อยแวะมาบอกที่เรือนคุณหนูเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงฟังแล้วคิ้วที่ขมวดแน่น จึงค่อยผ่อนคลายลงมาได้
ขอเพียงต้วนเจิ้งทราบเรื่องและไม่ลงโทษต้วนอวี้ก็นับว่าเรื่องนี้ผ่านไปด้วยดี แต่เมื่อได้ยินเรื่องที่เหยียนหลิ่งอวี๋ได้
รับบาดเจ็บ ในใจของต้วนชิงหมิงกลับอยู่ไม่เป็นสุข นางกำลังลังเลใจอย่างหนักว่าควรหาเวลาไปเยี่ยมเหยียนหลิ่งอวี๋ดี
ไหม
นึกๆ ดูแล้ว ช่วงที่ผ่านมา เหยียนหลิ่งอวี๋ชอบมาปรากฏตัวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แต่บัดนี้ไม่ได้เห็นเขามาสักระยะ
หนึ่ง ต้วนชิงหมิงกลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป
ต้วนชิงหมิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา… เห้อ! เห็นทีช่วงนี้คงอยู่สงบเกินไปกระมัง ถึงได้คิดไปหาเรื่องแกว่ง
เท้าหาเสี้ยน
แค่เรื่องในวันนี้ที่เจอะเจอก็ทำเอาเรี่ยวแรงที่มีอิดโรยไปหมด จนกระทั่งอยากบนอยู่เฉยๆ โดยไม่ต้องคิดเรื่องใดให้
กังวลใจ
ในเวลานี้ แม้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อยากพูดเรื่องให้ฟังต่อ แต่เมื่อเห็นใบหน้าท่าทางที่อ่อนล้าของต้วนชิงหมิง และ
บาดแผลที่มือและร่างกาย นางจึงเลือกไม่ปิดปากเงียบไม่อยากสร้างความกังวลใจ
เยวี่ยเจียที่เดินอยู่เยื้องไปด้านหลังเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ส่งสายตามาให้ เป็นการบอกว่าเรื่องที่ต้วนชิงหมิงอิดโรยจนเดิน
แทบจะไม่ไหวแล้ว มีเรื่องอะไรรอให้คุณหนูหายเหนื่อยแล้วค่อยว่ากัน