การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 509 ความเกลียดชังของต้วนอวี้หราน
เมื่อผ่านความยากลำบากในวันนี้มาได้ ร่างกายของต้วนชิงหมิงก็อิดโรยจนไร้เรี่ยวแรง เมื่อนางเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
จะพูดก็ไม่พูด นางจึงไม่ได้ว่าอะไร ใช้ให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์สางผมและเข้าพักผ่อน
คํ่าคืนนี้ต้วนชิงหมิงหลับสนิทและลุ่มลึกเป็นอย่างมาก แต่นางกลับฝันอยู่ตลอด ประเดี๋ยวฝันถึงลูกสองคนในชาติ
ที่แล้ว ประเดี๋ยวฝันถึงใบหน้าเย้ยหยันของต้วนอวี้หรานในชาติที่แล้ว ประเดี๋ยวฝันถึงเหยียนหลิ่งอวี๋ที่เนื้อตัวเต็มไปด้วย
บาดแผล และขมวดคิ้วมองมาราวกับมีจะพูดชื่อของนางขึ้นมา
ความฝันเหล่านี้ทำให้ต้วนชิงหมิงสะดุ้งตื่นขึ้นมา จากภวังค์แห่งนิทรา
ตอนที่ต้วนชิงหมิงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาใกล้จะรุ่งสาง ภายในห้องยังคงมีความเหน็บและเหน็บหนาวรอดผ่านเข้ามา
ทางหน้าต่าง
เมื่อคืนที่ผ่านมาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รับผิดชอบในการดูแลต้วนชิงหมิง นางจึงนอนอยู่เป็นเพื่อนและไม่กล้าหลับสนิทนัก
เมื่อต้วนชิงหมิงพลิกตัวตื่นขึ้นมา เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงหันไปถามขึ้น “คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกว่าขาที่พลิกนั้น ได้บวมเปั่งและปวดร้าวขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหว อีกทั้งต้วนชิงหมิงรู้สึกไม่สบาย
เนื้อไม่สบายตัว ลำคอแหบแห้งและรู้สึกเวียนหัวไปมา เมื่อต้วนชิงหมิงเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ลุกขึ้นมา นางจึงพยายามพูดด้วย
เสียงแห้งพร่า “นํ้า เอานํ้า……”
ต้วนชิงหมิงรู้สึกกระหายนํ้าจับใจจนสามารถดื่มให้หมดได้ภายในรวดเดียว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบดึงผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ออก สวมรองเท้า รีบไปหยิบกานํ้าร้อนที่อุ่นไวบนเตาถ่านริยลงในถ้วย จาก
นั้นใช้มืออังดูความร้อนถึงจะปั้อนนํ้าให้ต้วนชิงหมิงอย่างระวัง หลังจากที่ต้วนชิงหมิงดื่มนํ้าอุ่นจนหมดถ้วย เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ค่อยๆ จับต้วนชิงหมิงลงไปนอนแบบเดิม และแอบถามด้วยความตกใจ “เท้าของคุณหนูทำไมถึงบวมขนาดนี้ละเจ้าคะ?
ทำยังไงดี ประเดี๋ยวบ่าวจะไปตามหมอมาให้เดี๋ยวนี้เลยดีไหมเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงฝืนยิ้ม “เจ้านี่กระต่ายตื่นตูมชัดๆ ตอนนี้จะไปหาหมอได้ที่ไหนกัน? รอให้สว่างกว่านี้ค่อยไปก็ยังไม่
สาย”
หลังจากที่ต้วนชิงหมิงดื่มนํ้าอุ่นและลงไปนอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ค่อยๆ หยิบผ้าห่มคลุม
ให้ดังเดิม มือของนางไปสัมผัสหน้าผากของต้วนชิงหมิงโดยไม่ทันระวัง ถึงได้รู้ว่าตัวของคุณหนูร้อนดั่งไฟ
การเข้าวังหลวงของต้วนชิงหมิงในครานี้ ไม่เพียงขาจะพลิกอีกทั้งยังปั่วยกลับมาอีก แม้ว่าต้วนชิงหมิงจะไม่ได้บอก
กล่าวให้รู้ ชิวหนิงที่ไปวังหลวงก็มิทราบ แต่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับดูออก ว่าการเข้าวังในครั้งนี้จะต้องพบเจอความยากลำบาก
ไม่น้อย หากรู้ว่าต้วนชิงหมิงจะเป็นแบบนี้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คงไม่ยอมให้คุณหนูไปเป็นอันขาด
เมื่อต้วนชิงหมิงล้มตัวลงไปนอน เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับไม่กล้านอนต่อได้แต่คอยมองต้วนชิงหมิงอย่างไม่ละสายตา
นางรีบไปหยิบผ้าชุบนํ้าร้อนเข้ามาถูเนื้อถูตัวให้กับต้วนชิงหมิง จากนั้นให้ชิวหนิงไปตามหมอมา ไม่นานหลังจากที่
หมอมาแล้วก็ตรวจอาการและจ่ายยาให้กับต้วนชิงหมิง ในที่สุดเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็สบายใจลงได่
ชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต่างเฝั้าดูจนต้วนชิงหมิงหลับใหลไป ถึงจะออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง
ทันทีที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินออกมาจากประตู พลันได้ยินสาวใช้ตัวน้อยสองคนกำลังพูดคุยบางอย่างอยู่ นางจึงเรียก
สาวใช้ตัวน้อยสองคนมาหา พร้อมกับถามว่ามาทำอะไรที่ตรงนี้แต่เช้าตรู่ สาวใช้ตัวน้อยคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้สึกกลัวเซี่ยฉ่าวเอ๋
อร์ได้ตอบกลับมา “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้เรื่องหรือยัง เมื่อคืนนี้คุณหนูลองกลับมาดึกๆ ดื่นๆ ได้ยินมาว่าคุณหนูรองปั่วยอย่าง
หนัก ยังไม่ทันที่ตะวันโผล่ขึ้นมาก็ไปเชิญหมอมาตรวจอาการไปแล้ว”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ได้รู้สึกสนใจเรื่องของต้วนอวี้หรานแม้แต่น้อย นางจึงให้สาวใช้ตัวน้อยทั้งสองคนระมัดระวังคำพูด
ให้มากกว่านี้ จากนั้นก็เดินไปทำงานที่รับผิดชอบอยู่
ส่วนชิวหนิงที่ติดตามต้วนชิงหมิงไปวังหลวง นางจำได้แม่นว่ามีเพียงคุณหนูของนางที่กลับมาพร้อมกัน โดยที่ไม่มี
คุณหนูรอง บัดนี้คุณหนูรองกลับไปเชิญหมอมาตรวจโรค เห็นทีคงต้องการใช้เรื่องนี้มาเล่นงานต้วนชิงหมิง
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ชิวหนิงจึงแอบๆ เรียกสาวใช้ตัวน้อยทั้งสอง ให้ไปสืบข่าวต้วนอวี้หรานที่เรือนว่าใครที่มาส่งนาง
กลับจวนต้วน
สาวใช้ตัวน้อยได้ยินที่ชิวหนิงกำชับกำชา จึงรีบวิ่งไปสืบข่าวที่เรือนต้วนอวี้หรานทันที ซึ่งเวลานี้เรือนของต้วนอวี้
หรานกลับรกรุงรังไปหมดแล้ว
เมื่อคืนที่ผ่านมายามอิ๋นสือ[1] มีคนพาต้วนอวี้หรานนั่งเกี้ยวในวังหลวงมาส่งถึงจวน ในลักษณะสะลึมสะลือไม่
ได้สติ คนเหล่านั้นขอเงินค่าเหนื่อยเรียบร้อยก็รีบจากไปโดยเร็ว ส่วนต้วนอวี้หรานกลับอาละวาดยกใหญ่อยู่นานสองนาน
นางเริ่มจากมีไข้สูงและพูดพล่ามไม่รู้เรื่อง จนกระทั่งก่อนรุ่งอรุณถึงได้สลบไสลไปด้วยความอ่อนเพลีย ด้านหลิวห
รงที่ทราบเรื่องการกลับมาของต้วนอวี้หราน จึงรีบเดินมาที่เรือนด้วยความร้อนใจ และดูแลจนไม่ได้หลับตลอดทั้งคืน นาง
สั่งให้บ่าวใช้ไปเอาผ้าชุบนํ้าเกลือมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวต้วนอวี้หรานจนถึงเช้า จึงสั่งให้คนไปตามหมอมาที่จวน
เมื่อรอหมอจ่ายยาและกำชับสิ่งที่ทานได้ สิ่งที่ทานไม่ได้เรียบร้อยแล้ว หลิวหรงได้เดินไปส่งหมอถึงหน้าจวนด้วย
ความโล่งอก
ไม่รู้ว่าการเข้าวังหลวงครั้งนี้ ต้วนอวี้หรานไปทำอะไรถึงได้ตกอยู่สภาพเช่นนี้
หลิวหรงจำได้แม่นยำ เมื่อวานตอนเช้าก่อนที่จะเข้าวังหลวง ต้วนอวี้หรานยังร่าเริงสดใสด้วยความดีใจ อีกทั้งนาง
ยังตั้งใจวิ่งมาอวดหลิวหรงถึงการได้เข้าวังหลวง แต่หลังจากที่กลับมายามอิ๋นสือ ทำไมถึงตกอยู่ในสภาพที่ดูไม่จืดเช่นนี้
ด้วย?
หลิวหรงยังจำได้อีกเรื่อง ว่าต้วนชิงหมิงเดินทางไปพร้อมกับต้วนอวี้หราน ตอนนี้ต้วนชิงหมิงอยู่ที่ไหนกัน หาก
เรื่องนี้เป็นฝีมือของต้วนชิงหมิง หลิวหรงจะไม่มีทางปล่อยนางไว้เป็นอันขาด!
ระหว่างที่หลิวหรงกำลังกัดฟันกรอดๆ อยู่นั้น มีบ่าวใช้มารายงานว่า ต้วนชิงหมิงที่กลับมาเมื่อคืนนี้ไม่เพียงขา
พลิก ยังมีอาการไข้สูงจนถึงเวลานี้ก็ยังไม่ตื่น
หลังจากที่ได้ฟัง หลิวหรงยิ่งเดือดดาลขึ้นเป็นทวีคูณ… ต้วนชิงหมิงขาพลิกและไข้สูง ทั้งหมดต้องเป็นแผนการที่
นางวางไว้ กลัวว่าเรื่องจะสาวมาถึงตัวได้ ดังนั้นจึงแกล้งทำเป็นปั่วยเพื่อกลบเกลื่อนทุกคน
หลิวหรงสั่งให้บ่าวใช้ให้ดูแลต้วนอวี้หรานอย่างดี ส่วนนางจะรีบไปหาต้วนเจิ้ง
มีคนเคยกล่าวว่า ผู้หญิงที่ไม่เคยคลอดลูกย่อมอ่อนปวกเปียกไม่สู้คน แต่ผู้หญิงที่มีเคยคลอดลูกย่อมเหมือนเสือ
ดุร้าย ที่พร้อมขยํ้าคนที่จะมาเล่นงานลูกของมัน
บัดนี้ หลิวหรงต้องการฉีกหน้ากากความเสแสร้งของต้วนชิงหมิง ให้หลุดออกมาต่อหน้าต้วนเจิ้ง และถือโอกาสนี้
ให้ต้วนเจิ้งได้เห็นฝีมือบุตรสาวคนโตที่รังแกบุตรสาวคนรองจนหมดสภาพ
หลิวหรงสาวเท้ามุ่งหน้าไปมาต้วนเจิ้งด้วยอารมณ์ที่เดือดพล่าน แต่สิ่งที่นางคาดไม่ถึงก็คือ ระหว่างที่มาถึงหน้า
ห้องอ่านหนังสือของต้วนเจิ้ง กลับมีเสียงที่แสนจะคุ้นเคยที่ไม่ได้ยินมานานแล้วดังขึ้น เสียงนั้นพูดขึ้นว่า “ครั้งนี้ชิงหมิง
ปั่วยหนักมาก จากที่่ท่านหมอโจวเล่าอาการมา ตั้งแต่เล็กนางก็ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว หากรักษาไม่ดี ไม่แน่อาจเกิดเรื่อง
ใหญ่ขึ้นก็เป็นได้”
หลิวหรงที่ได้ฟังกลับรู้สึกว่านํ้าเสียงนี้ ช่างระคายหูเป็นยิ่งนัก แม้เป็นเสียงที่คุ้นเคยเหลือเกิน แต่เต็มเปียมไปด้วย
ความถือตัว ความแข็งกร้าวและเย็นชาอยู่ในนั้น
ในระหว่างที่หลิวหรงกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าเสียงนั้นเป็นใครกันแน่ สิ่งที่นางคิดไม่ถึงคือ ต้วนเจิ้งใช้นํ้าเสียงที่อ่อนโยน
และเป็นมิตรอย่างที่นางมิเคยได้ยินมาก่อน “ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมิงเอ๋อร์ แต่ตอนนี้นางก็กลับมาแล้ว ขอเพียงดูแล
รักษาตัวอย่างดีต้องไม่มีปัญหา อีกอย่างฝีมือรักษาโรคของชุนถาวก็เก่งกาจไม่เบาเจ้าก็รู้ดี มีชุนถาวอยู่เคียงข้างย่อม
วางใจได้!”
[1] ยามอิ๋นสือ เทียบกับปัจจุบันเป็นเวลาประมาณ 03:00-05.00 น.