การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 510 คนเดิมกับเรื่องเก่า
ต้วนเจิ้งพูดด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยน “เจ้าต้องรู้นะว่าหมิงเอ๋อร์เกิดอะไรขึ้น ข้าก็เป็นห่วงไม่น้อยไปกว่ากัน ตอนนี้สิ่ง
ที่สำคัญไม่ใช่แค่เป็นห่วง แต่ต้องให้หมิงเอ๋อร์หายดีขึ้นมา เจ้าเห็นด้วยไหม?”
นํ้าเสียงที่อ่อนโยนของต้วนเจิ้งแบบนี้ หลิวหรงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังแฝงไปด้วยอารมณืที่
ต้องการพูดเอาอกเอาใจ
นํ้าเสียงของต้วนเจิ้งทำให้หลิวหรงรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา พูดได้ว่าตั้งแต่ที่นางแต่งเข้ามาที่จวน
ต้วนแห่งนี้ ต้วนเจิ้งไม่เคยใช้นํ้าเสียงแบบนี้พูดด้วยกันมาก่อนเลย
หลิวหรงจึงเริ่มเอะใจขึ้นมา และอยากรู้ในตอนนี้แล้ว ว่าเป็นใครกันที่ทำให้ต้วนเจิ้งใช้นํ้าเสียงแบบนี้ได้
ยังไม่ทันไร หลิวหรงก็ได้ยินชื่อของชุนถาวดังขึ้นมาในห้องอ่านหนังสือ
ชุนถาวอย่างนั้นหรือ?
ทันทีที่หลิวหรงได้ยินชื่อนี้ก็ร้อง “อ๋อ” ขึ้นมาในใจ ส่วนคำพูดอื่นนั้นนางไม่ได้ยินอีกแล้ว
ตอนนี้ในหัวสมองของหลิวหรงมีเพียงแต่ชื่อของ “ชุนถาว” ปรากฏอยู๋มิไปไหน
ชุนถาวเป็นใครกัน?
ไม่นานนัก หลิวหรงก็นึกออกแล้วว่าชุนถาวเป็นใคร เพราะว่าชุนถาวไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็นบ่าวใช้ข้างกาย
ของตู้ชิงหรวนคนรักเก่าของต้วนเจิ้งนั่นเอง
หลิวหรงคุ้นเคยชื่อตู้ชิงหรวนผู้นี้เป็นที่สุด นางเป็นคนที่เกือบทำลายงานแต่งของติงโหรวและต้วนเจิ้งให้พังลง
ชื่อนี้หลิวหรงจำได้ขึ้นใจมากว่าสิบปีแล้ว มีหรือที่จะลืมได้โดยง่าย?
ภายในห้องอ่านหนังสือ มีเสียงสนทนากันอย่างไม่หยุดหย่อน ส่วนหลิวหรงเหมือนจะไม่ได้ยินเนื้อความที่คนข้าง
ในพูดคุยกัน ในใจของนางตอนนี้มีเพียงแต่ชื่อ “ชุนถาว” ปรากฏวนเวียนไม่ไปไหนเลย
ชุนถาว!!!
ในเมื่อคนที่ชื่อ “ชุนถาว” มาถึงที่นี่แล้ว แน่นอนว่าคนที่พูดคุยด้วยนํ้าเสียงแข็งกร้าวและเย็นชาแบบนี้ จะเป็นใคร
อื่นไม่ได้เลยนอกจาก “ตู้ชิงหรวน”
ตู้ชิงหรวนกลับมาที่จวนต้วนอีกแล้ว?
พอหลิวหรงพอเดาได้ว่าใครอยู่ในห้องอ่านหนังสือ เรี่ยวแรงและความเดือดดาลเมื่อครู่กลับมลายหายไปในพริบ
ตา ราวกับโลกทั้งใบเหลือนางโดดเดี่ยวอยู่เพียงผู้เดียว……
คนที่อยู่ในห้องอ่านหนังสือเป็นคนที่หลิวหรง คิดว่าวิธีสารพัดและสิ้นแรงทั้งหมดที่มี กว่าจะขับให้ออกไปได้ มาถึง
ตอนนี้ตู้ชิงหรวนและชุนถาวจะมายืนอยู่เบื้องหน้าต้วนเจิ้งทำไม?
เรื่องราวในอดีตที่ไม่อยากรื้อฟืน ปรากฏขึ้นมาในมโนทวารอีกครั้ง
พวกนางทั้งสองคนเป็นคนที่หลิวหรงทำร้าย เล่นงานรวมถึงใส่ร้ายปั้ายสีสารพัด ไม่ว่าเวลาจะล่วงเลยไปนานเพียง
ใด หลิวหรงก็มิอาจลบเลือนสิ่งที่เคยทำกับสองคนนี้ไปได้เลย
หลิวหรงที่เป็นคนติดตามติงโหรวเข้ามาอยู่ในจวนต้วนนั้น เคยได้ยินชื่อตู้ชิงหรวนจากปากติงโหรวหลายต่อหลาย
ครั้ง
ในตอนนั้น คุณหนูตู้สวมชุดสีแดงสด ด้วยท่าทางสง่าผ่าเผยไม่เหมือนหญิงอื่น ทุกครั้งที่นางใส่ชุดนั้นปรากฏตัวให้
ต้วนเจิ้งได้เห็น ใบหน้าที่เคร่งขรึมดุดันของเขา จะแปรเปลี่ยนเป็นโอนอ่อน ราวกับดอกบุปผาที่แย้มยิ้มหลังฝนโปรยปราย
จนมีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่หลิวหรงได้เห็นใบหน้าและแววตาของต้วนเจิ้ง ทำให้นางตกลงไปในห้วงของความลุ่มหลง
ในตอนแรกนั้น สายตาของต้วนเจิ้งไม่มีใครอื่นนอกเสียจากตู้ชิงหรวน ฉะนั้นหลิวหรงจึงไม่มีโอกาสจะได้ครองคู่
ในเมื่อเบื้องบนไม่ให้โอกาสนั้นกับหลิวหรง หลิวหรงก็ต้องเป็นคนสร้างโอกาสนั้นขึ้นมาด้วยตัวนางเอง
หลิวหรงในอดีตเป็นเพียงสาวน้อยที่เกล้าผมสองจุก ทุกครั้งที่นางพานพบต้วนเจิ้งมักหยอดคำหวานทุกครั้งไป “พี่
ชายต้วน พี่สาวตู้”
หลิวหรงอิจฉาริษยาและโกรธเกลียดตู้ชิงหรวนใจจะขาด ทว่าหากนางอยากใกล้ชิดต้วนเจิ้ง ก็มีทางเดียวคือแยก
สองคนนี้ให้ออกจากกัน เช่นนั้นนางจำต้องเสแสร้งทำเป็นสนิทสนมกับตู้ชิงหรวน เพราะต้วนเจิ้งเชื่อฟังคำพูดของตู้ชิงห
รวนเพียงผู้เดียว
หลิวหรงได้แต่รอคอยและอดทนอยู่อย่างนั้นวันแล้ววันเล่า จนในที่สุด นางก็สนิทสนมตู้ชิงหรวน ทั้งยังใกล้ชิดต้
วนเจิ้งไม่น้อย
เพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่หลิวหรงมิมีทางลืมเลือนได้ก็คือ ตอนที่นางมองต้วนเจิ้งอย่างลุ่มหลง ข้างกายของต้วนเจิ้งก็มี
หญิงอีกคน ที่มองด้วยสายตาอย่างที่นางมองเช่นกัน
สิ่งที่ต่างกันก็คือ ความอ่อนโยนของหลิวหรงไม่ได้รับการตอบสนองอันใดกลับมา เพราะในสายตาของต้วนเจิ้งมี
เพียงตู้ชิงหรวนเพียงผู้เดียว
หลิวหรงในตอนนั้นส่องกระจกแล้วกัดฟันพูดกับตัวเอง… ทำไมนางมิอาจชนะตู้ชิงหรวนได้? ทำไมนางมิอาจครอง
ใจของต้วนเจิ้งได้?
ความรักที่ต้วนเจิ้งมีต่อตู้ชิงหรวน แม้แต่ฟั้าดินยังต้องอิจฉา ดังน้นความรักที่หวานหยาดเยิ้มเช่นนี้ จึงมิอาจอยู่
ร่วมกันได้ยาวนาน
หนึ่งปีหลังจากที่ต้วนเจิ้งสร้างกำชัยจากศึกสงครามกลับมา ก็ได้รับคำชื่นชมและขื่อเสียงไปทั่ว ช่วงนั้นทั้งหญิง
งามและสุราชั้นเลิศ ได้มอมเมาให้ชายหนุ่มที่อายุเพียงยี่สิบปีลุ่มหลงปรนเปรอ จนตู้ชิงหรวนมิอาจรับได้
จากนั้นหญิงงามอย่างตู้ชิงหรวนเริ่มมีปากเสียง ทะเลาะเบาะแว้งมิขาด จนกระทั่งต้วนเจิ้งเห็นว่านางไม่ได้อ่อน
โยนเฉกเช่นที่เป็นมา ส่วนตู้ชิงหรวนก็น้อยเนื้อตํ่าใจที่เขาได้ใหม่ลืมเก่าจนหมดสิ้น
ทั้งสองคนเริ่มทะเลาะจากเรื่องเล็กน้อย จะกระทั่งเป็นเรื่องใหญ่ สุดท้ายคู่รักที่ผู้คนต่างอิจฉาในความรักที่แนบ
แน่น เลือกตัดความสัมพันธ์ที่มีให้ขาดสะบั้นลง
ตอนนั้น หลิวหรงสบโอกาสอาสาเป็นคนประสานหัวใจให้กับทั้งสองคน
ไม่ว่าตู้ชิงหรวนมีเรื่องอันใด ย่อมบอกเล่าให้หลิวหรงฟังทั้งหมด โดยหวังเพียงต้วนเจิ้งจะเข้าใจความปรารถนาดีที่
นางยังมีให้
ส่วนต้วนเจิ้งก็มักจะพูดถึงตู้ชิงหรวนให้หลิวหรงฟังอยู่บ่อยครั้ง ว่าเปั้าหมายของเขาคือการต้องการให้ตู้ชิงหรวน
เข้าใจในจุดที่เขามิอาจปฏิเสธได้
ทุกครั้งที่ทั้งสองคนผลัดกันมาพูดความในใจกับหลิวหรง นางจะพูดคุยด้วยความยิ้มแย้มและปลอบอีกฝังให้
สบายใจ แต่ว่าคำพูดที่อีกฝั่ายต้องการให้ไปบอกนั้น หลิวหรงไม่เคยเอาไปบอกต่อเลยสักครั้งเดียว ยิ่งไปกว่านั้นนางยังถือ
โอกาสใส่ไฟให้อีกฝั่ายฟังแทน
การกระทำของหลิวหรงยิ่งทำให้ตู้ชิงหรวนไม่อยากคืนดีกับต้วนเจิ้งมากขึ้น จนมีอยู่ครั้งหนึ่งอัครเสนาบดีติงเสนอ
ให้ต้วนเจิ้งแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ด้านต้วนเจิ้งไม่ได้ปฏิเสธอย่างหนักแน่นมั่นใจ ส่งผลให้ชีวิตของพวกเขาเหล่านี้ได้
เปลี่ยนแปลงไปอย่างคาดคิดไม่ถึง
เรื่องราวติงโหรวกับต้วนเจิ้งสร้างความไม่พอใจให้กับตู้ชิงหรวนอย่างมาก ฉะนั้นนางจึงรีบไปหาพี่สาวน้องสาวของ
ติงโหรวเพื่อต่อว่าต่อขาน จากนั้นกลับไปหาต้วนเจิ้ง โยนจดหมายรักที่เขาเคยเขียนให้ทิ้ง พร้อมกับลั่นวาจาสาบาน “ใน
ชาตินี้พบนี้ อย่าได้มาพบเจอกันอีกเลย!”
ตู้ชิงหมิงหรานเป็นคนเดินจากไป ในขณะที่ติงโหรวและต้วนเจิ้งได้แต่งงานกัน
ในตอนนั้นหลิวหรงแอบสะใจกับสิ่งที่เกิด และใช้แววตาที่มากเล่ห์เหลี่ยมมองไปที่ติงโหรว
จากนั้นหลิวหรงยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส แต่แอบซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ในใจ นางเตรียมพร้อมที่เปลี่ยนเปั้าหมาย
ใหม่เป็นติงโหรวแล้ว
ต้วนเจิ้งได้สูญเสียคนรักสุดหัวใจอย่างตู้ชิงหรวนไป ทำให้เขาไม่มีกระจิตกระใจออกศึกสงคราม มีครั้งหนึ่งระหว่าง
ที่อยู่ในสนามรบและสามารถกำชัยได้ แต่ว่ากลับเพลี่ยงพลํ้าไปเพียงเล็กน้อย จนต้องสูญเสียหลิวเฟั่ยผู้เป็นพี่ชายของหลิว
หรงไป
หลิวเฟั่ยเป็นนักวางแผนการรบและนับถือต้วนเจิ้งเป็นพี่น้อง เพื่อต้วนเจิ้งแล้ว หลิวเฟั่ยยอมเสียสละชีวิตเพื่อรับ
หอกดาบแทนเขาจนต้องจบชีวิตอย่างอนาถในสนามรบ
หลิวหรงเป็นน้องสาวคนเดียวของหลิวเฟั่ย ในเมื่อหลิวเฟั่ยจากไปแล้ว เขาจึงมิอาจละทิ้งหลิวหรงได้ เพราะการที่
หลิวหรงสูญเสียพี่ชาย ก็เท่ากับสูญเสียญาติพี่น้องคนสำคัญในชีวิตไป ต้วนเจิ้งจึงถามความต้องการของนาง
ไม่ว่าหลิวหรงต้องการสิ่งใด ต้วนเจิ้งพร้อมที่จะทำให้เป็นความจริงทั้งหมด ทว่าสิ่งที่ทำให้ต้วนเจิ้งต้องตกตะลึงก็
คือ หลิวหรงไม่ปรารถนาทรัพย์สินสิ่งของใด นางหวังเพียงจะได้แต่งงานกับต้วนเจิ้งเท่านั้น
ในเวลานั้น ต้วนเจิ้งเพิ่งจะแต่งงานกับติงโหรวบุตรสาวภรรยาเอกของอัครเสนาบดีติง จึงมิอาจมอบตำแหน่ง
ภรรยาเอกให้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในใจส่วนลึกของต้วนเจิ้งยังคงถวิลหาตู้ชิงหรวนทุกราตรีกาล เขาจึงไม่มีความคิดอยากรับ
หลิวหรงมาเป็นอนุภรรยาแม้แต่น้อย ฉะนั้นต้วนเจิ้งจึงปฏิเสธไป และบอกนางว่าเขาพร้อมทำทุกสิ่งให้แทนได้ไปทั้งชีวิต
ไม่ว่าจะให้เป็นพ่อหรือพี่ชายที่คอยดูแล
หลิวหรงจึงใช้มารยาร้อยแปดเล่มเกวียนบีบนํ้าตาร้องห่มร้องไห้ จนต้วนเจิ้งยอมเปลี่ยนความคิด นางพูดสะอึก
สะอื้นขึ้นว่า “หลิวหรงรู้ดีว่าพี่ชายต้วนหวังดีกับหลิวหรงเพียงเท่านั้น ในใต้หล้าแห่งนี้ หลิวหรงไม่มีท่านพ่อท่านแม่อยู่
แล้ว ตอนนี้ดันมาเสียพี่ชายไปอีกคน จึงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพังไร้คนเหลียวแล พี่ชายต้วนบอกว่าจะมองหลิวหรง
เป็นเหมือนน้องสาวแท้ๆ คนหนึ่ง แต่พี่ชายต้วนต้องออกรบทำศึกเป็นเวลานานหลายปี แล้วจะมีเวลามาช่วยเลือกน้อง
เขยให้หลิวหรงได้อย่างไรกัน?”