การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 51 โน้มน้าวต้วนชิงหมิง
หลิวยวนตกใจไม่น้อยเมื่อได้ฟังคำพูดของต้วนชิงหมิง คิดไม่ถึงว่านางจะอิจฉาเขาแต่เมื่อคิดดูแล้วนางสูญเสียแม่
ไปตั้งแต่อายุยังน้อยทั้งยังถูกอี๋เหนียงคอยกดไว้ตลอด การที่นางอิจฉาเขาที่มีท่านแม่คอยดูแลก็คงไม่แปลก
เด็กหนุ่มมองไปที่ต้วนชิงหมิงแววตาคล้ายมีคำถามหนึ่งที่เก็บไว้ในใจอยากจะถามมานานแล้ว ‘เหตุใดนางถึงช่วย
เขา……ช่วยเพื่อวันนี้ใช่หรือไม่? เพียงเพราะท่านพ่อของเขาเป็นเสนาบดีที่สูงศักดิ์สามารถช่วยนางได้หรือว่าเพื่อเปั้าหมาย
อื่น’
“ต้วนชิงหมิง ข้าเพียงอยากรู้ว่าเหตุใดเจ้าถึงช่วยข้าทั้งยังเชื่อใจข้าเช่นนี้” ทำไมนางต้องช่วยเขาพาเขาไปอยู่ใน
จวน ไว้ใจเขาเช่นนี้ ทำไมกัน
ถ้าจะบอกว่าจู่ๆคิดขึ้นมาได้เขาจะต้องไม่เชื่อเป็นแน่ ถ้าอย่างนั้นสรุปแล้วเพื่ออะไร? หรือว่าคนคนหนึ่งเกิดความ
ประทับใจต่อกันเพียงแค่เสี้ยววินาที
ครั้นถามจบก็กระวนกระวายระคนรู้สึกตื่นเต้น……ผ่านไปชั่วครู่พลันรู้สึกกลัวขึ้นมาว่าสิ่งที่นางตอบออกมาจะมิใช่
สิ่งที่เขาวาดหวังไว้
อีกฝั่ายเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆพลางหัวเราะออกมาเบาๆ คล้ายอารมณ์ดี
“ถ้าข้าบอกว่าเป็นเพราะพรหมลิขิตเล่า พี่จะเชื่อหรือไม่” นางตอบกลับมาด้วยนํ้าเสียงที่ผ่อนคลาย คำตอบทำให้
เขาชะงักตกใจเล็กน้อยนางหยุดเว้นจังหวัดไม่สนใจแล้วพูดต่อ “วันนั้นข้าผ่านไปที่ประตูเมือง เห็นพี่นอนจมกองเลือดอยู่
ที่พื้น ตอนนั้นข้ารู้สึกเหมือนเห็นตัวเองในอดีต เสียอย่างไรอย่างนั้น”
นํ้าเสียงของนางเปลี่ยนเป็นชัดเจนขึ้นมาราวดำดิ่งลึกลงไปในห้วงความทรงจำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนของนางฟัง
คล้ายสายพิณในสมัยโบราณที่ดีดดังเสียงไพเราะจับใจ ว่า
“ตอนนั้นข้าคิดว่าพวกเราเป็นคนประเภทเดียวกัน……ร่างของพี่เต็มไปด้วยบาดแผล นอนอยู่ข้างถนนไร้คนสนใจ
ไยดีแม้ข้าจะเกิดมาในชาติตระกูลที่ดี ทว่ากลับอยู่จวนข้างหลังที่มีอันตรายทุกย่างก้าวหากเดินพลาดอาจถึงตาย ทั้งยังถูก
คนที่ไว้ใจทรยศ ใส่ร้ายปั้ายสี……ฉะนั้นเมื่อข้าเห็นพี่มีสายตาที่ไม่ยอมแพ้……ถึงแม้พวกเราจะเจอผู้คนและเรื่องราวที่ต่าง
กัน แต่มีเพียงแต่สองมือเราเองเท่านั้นที่จะยืนหยัดลุกขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง”
ต้วนชิงหมิงพูดยิ้มๆแต่สายตากลับแฝงไว้ด้วยความเย็นชา
“ดังนั้นข้าจึงช่วยพี่!”
หลิวยวนคิดอยู่นานสองนานเมื่อได้ยินคำพูดต้วนชิงหมิง
เขาไม่สงสัยคำพูดของนางแม้แต่น้อย ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาอยู่ที่จวนต้วนแห่งนี้นางก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย
มาโดยตลอด เรื่องนี้เขารู้ดียังเคยคิดว่ายอมเป็นคนบาดเจ็บที่อยู่ข้างทางเสียยังดีกว่าอย่างน้อยเมื่อแผลภายนอกหายก็คง
ไม่เจ็บอีก ทว่าต้วนชิงหมิงนั้นแตกต่างนางใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ทั้งต้องระวังภัยจากรอบด้านและเตรียมตัวไม่ให้
ตกไปอยู่ในกองไฟนั้นเพราะถ้านางพลาดจุดจบคงเป็นความตาย
เด็กสาวตรงหน้าจะต้องใช้สติปัญญาเท่าไรถึงจะปกปั้องตัวเองและน้องชายที่ยังเล็กอยู่ได้
นางค่อยๆหลับตาลงในเมื่อมีคำพูดบางคำที่ต้องพูดออกมาเช่นนั้นนางยอมเอาความในใจบอกกับเด็กหนุ่มที่อยู่
ตรงหน้า ตอนแรกนางมองแต่ผลประโยชน์ในตัวเขาแต่เมื่อได้รู้จักเรียนรู้กลับพบว่าการใช้ประโยชน์กลายเป็นเรื่องรอง
เพราะถูกความจริงใจเข้ามาแทนที่ ความรู้สึกกลับแปรเปลี่ยนเป็น ‘พี่ชาย น้องสาว’ ตั้งแต่เมื่อไรก็สุดรู้
ในใจต้วนชิงหมิงหลิวยวนเปรียบดั่งพี่ชาย ที่นางสามารถแสดงความเหนื่อยล้าและอ่อนแอออกมาได้
นางเปิดเผยเสียจนหมดสิ้นจนเขารู้สึกละอายใจเป็นอย่างมาก แรกเริ่มเขาปกปิดความจริงเรื่องบิดาแต่เมื่อลอง
ไตร่ตรองเพียงชั่วครู่กลับคิดว่าถ้าบอกความจริงไปอย่างน้อยก็มีคนที่รู้เพิ่มขึ้นอีกคนอาจจะช่วยเขาออกความคิดเห็นได้
ทว่าเพียงอ้าปากจะเอื้อนเอ่ยกลับหยุดชะงักลงเพราะคำพูดกำชับที่ดังขึ้นมาคล้ายกระซิบอยู่ข้างหูของเขา
‘หลิวยวน เรื่องพ่อกับเจ้าที่ยอมรับเป็นพ่อลูกกันนั้นอย่าไปบอกกับใครเด็ดขาด เจ้าต้องรู้ว่าในราชสำนักแก่งแย่ง
ชิงดีมีมากมายถ้าใครรู้ฐานะที่แท้จริงของเจ้า จุดจบของเจ้าอาจตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถ……’
เมื่อไตร่ตรองอยู่พักหนึ่งจึงพูดในสิ่งที่ใจนึก
“ชิงหมิง เจ้ารู้หรือไม่ ข้าหาท่านพ่อเจอแล้ว แต่ว่าท่านพ่อมีภรรยาใหม่และลูกสาวอีกหนึ่งคน……ข้าให้อภัยเขาไม่
ได้!”
พูดไปพลางกำสองมือเป็นหมัดแน่นจนเส้นเอ็นที่แตกแขนงคล้ายร่างแหหลังฝั่ามือปูดโปนเขาหวังว่าจะได้พบท่าน
พ่อและมีบ้านที่เป็นของเขา แต่เรื่องกลับมันไม่เป็นเช่นนั้นเขาไม่อยากอยู่ในฐานะที่ต้องยอมรับแม่เลี้ยงและทอดทิ้งผู้เป็น
มารดาให้โดดเดี่ยวผู้เดียว!
ฟังคำพูดหลิวยวนนางจึงก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงถามว่า
“พี่หลิวพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่า เรื่องราวเป็นมาอย่างไร?”
หลิวยวนพยักหน้า
“ปีนั้นท่านพ่อเข้าเมืองหลวงไปรายงานราชการ ระหว่างทางพบกับโจรทางนํ้าท่านพ่อและท่านแม่ตกนํ้า ท่านพ่อ
ถูกคนช่วยไว้ได้ ตอนนั้นท่านแม่กำลังตั้งท้องเมื่อตกนํ้าจึงลอยตามนํ้าไปไกลมากถึงได้รับการช่วยเหลือท่านพ่อพยายาม
ตามหาท่านแม่แต่เมื่อไม่มีข่าวคราวกลับมาจึงตัดสินใจแต่งงานใหม่”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าพลางถามต่อ “เดิมทีพี่มาตามหาท่านพ่อเพื่อจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาใช่หรือไม่?”
เขาพยักหน้าพลางพูดด้วยสีหน้าและแววตาเจ็บปวดเท่าไรก็สุดรู้ “ใช่……แต่ตอนนี้……” แต่ตอนนี้ความฝันของ
เขาพังทลายไปหมดแล้ว!
“เช่นนั้น พี่หลิวยินดีจะฟังความคิดเห็นของข้าหรือไม่?”
เขาพยักหน้าตอบรับพลางเอ่ย “ชิงหมิง……ช่วยอธิบายให้ข้าฟังที!”
“พี่หลิวครั้งแรกที่พบพี่นั้น ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดพี่ยังอดทนไม่ร้องขอความช่วยเหลือและไม่ต่อว่าใดๆ ทว่าแวว
ตาของพี่นั้นกลับดึงดูดข้าไว้ เช่นนั้นเราจึงได้รู้จักกัน……”
เมื่อเห็นหลิวยวนเผยอปากอยากพูดอะไรบางอย่างต้วนชิงหมิงจึงยกมือขึ้นห้าม เอ่ยต่อ
“รอฟังให้จบก่อน……ท่านแม่ของพี่อบรมพี่มาได้ดีมาก พี่ยังรู้หนังสือและมารยาทต่างๆซึ่งไม่น้อยหน้าไปกว่า
คุณชายสูงศักดิ์ท่านอื่น! พี่เป็นคนตรงไปตรงมาแยกแยะความแค้นชัดเจน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ท่านแม่มอบให้และเป็นอีกวิธี
หนึ่งที่ใช้บอกพี่ นางหวังว่าพี่จะมีอนาคตที่ดีและเหนือกว่าคนอื่นๆ ทว่าตอนนี้พี่คิดถึงแต่อดีตที่ผ่านไปแล้วเช่นนั้นจะ
ทำให้ท่านแม่พี่ผิดหวังหรือไม่เล่า”
หลิวยวนย่นหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆคล้ายระคนสงสัย
“พี่มีสองทางเลือก หนึ่งคือ กลับไปอยู่ข้างกายท่านแม่ให้ท่านลำบากเป็นห่วงเป็นใยต่อไป ส่วนพี่จะมีชีวิตที่ยาก
ลำบากไม่ก็ทำอะไรไม่สำเร็จ เพราะจมอยู่กับความโกรธและเคียดแค้น! แน่นอนว่าพี่อาจจะเลือกทางเดินที่สองคือ
ทำงานที่ท่านพ่อมอบให้มีชีวิตที่ดีและใช้วิธีนี้สานความฝันของท่านแม่ให้สำเร็จ”
เด็กสาวยังเอื้อนเอ่ยต่อไป
“ข้ารู้ว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายสำหรับพี่ถึงตอนนี้อาจจะเรียกร้องอะไรให้ท่านแม่มากไม่ได้แต่ว่าถ้าพี่สอบจอหงวนได้ระดับ
ที่สูงขึ้น……คนที่ภูมิใจก็มีเพียงท่านแม่ถึงตอนนั้นอยากจะเรียกร้องสิ่งใด อะไรๆ จะง่ายกว่าตอนนี้หลายเท่านัก”
แม้คำพูดของนางจะไม่ชัดเจนแต่หลิวยวนก็เข้าใจนางกำลังบอกเขาว่าถ้าอยากให้ท่านแม่มีชีวิตที่ดี ตอนนี้ทำได้แค่
อดทนต่อความอับอาย เพื่อวันข้างหน้าจะสามารถเรียกร้องอะไรให้ท่านแม่ได้มากกว่านี้!
ไม่มีเหตุผลใดที่จะปลดภรรยาใหม่ของท่านพ่อต่อให้เขากลับไปอยู่กับท่านแม่ที่บ้านเกิด แต่นั่นก็เป็นเพียงมีชีวิต
ธรรมดาสามัญส่วนทางออกที่ดีที่สุดคงเป็นการยอมรับท่านพ่ออย่างอดทนสักระยะหนึ่งเมื่อเขามีอนาคตแล้วถึงจะ
สามารถทำให้ท่านแม่ลืมตาอ้าปากได้`