การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 52 คิดบัญชีกับหลิวยวน
“ชิงหมิง……ข้าขอบคุณเจ้ามาก!” หลิวยวนขอบคุณนางจากใจจริง
เด็กสาวยังคงยกยิ้มดุจเก่าทว่าเน้นนํ้าเสียงชัดเจน “พวกเราเป็นพี่น้องกันไม่ใช่หรือ?”
นางให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้เชียวหรือ
ผ่านไปชั่วครู่จึงเห็นต้วนชิงหมิงออกมาจากเรือนต้วนอวี้ เดินเลาะเรียบผ่านสวนด้านหลังจวนสายตาเหลือบไป
เห็นไปั๋หย่วนฮ่าวยืนอยู่ตรงนั้น นานเท่าไรก็สุดรู้
เด็กสาวหยุดนิ่งคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดก็เดินไปยืนอยู่ห่าง พูดกับเขา
“ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อวันก่อน!” นางพูดผ่านดอกไม้ใบหญ้าด้วยนํ้าเสียงที่เย็นชาและเหินห่างทำให้เขาหมุนตัว
กลับมามองอย่างช้าๆ
วันนี้ต้วนชิงหมิงใส่ชุดกระโปรงยาวสีฟั้าอ่อนปักลวดลายดอกเหมยรอบตัว ช่วยขับเน้นให้ร่างอรชรอ้อนแอ้นยาม
นี้ดูอ่อนหวานผูกผ้ารัดเอวสีขาว คลุมทับด้วยเสื้อโปร่งบางสีเดียวกับผ้ารัดเอวงามเฉิดฉันราวกับเทพธิดาเส้นผมดำขลับ
ถูกรวบยกขึ้นสูงเผยลำคอระหงปักปินลายดอกเหมยเข้าชุด แม้ดูเรียบง่ายแต่งดงามเมื่ออยู่ท่ามกลางหมู่มวลบุปผาหลาก
สีแย้มบานทั้งสีม่วงและแดงยิ่งขับให้นางดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร
เขายืนนิ่งงันมองไปยังผู้ที่มาใหม่กล่าวเสียงแหบพร่า “เจ้า……ขอบคุณข้าหรือ?” เขาตั้งใจมารอนางถึงที่นี่ คิดไม่
ถึงว่าจะได้ยินแค่เพียงคำว่า‘ขอบคุณ’
นางยังคงมองไปยังศาลาด้านหน้าที่มีพุ่มไม้สีเขียวยกยิ้มบาง “ชิงหมิงต้องขอบคุณคุณชายไปั๋ที่ยื่นมือเข้าช่วยชีวิต
ของต้วนอวี้เมื่อวันก่อน!”
แววตาไปั๋หย่วนฮ่าวค่อยๆหม่นหมองลง กัดฟันพูดตอบกลับ “ไม่เป็นไร!”
นางไม่รู้ฐานะของนางเองหรือไม่รู้ฐานะของเขากันแน่?
รู้หรือไม่เหตุใดเขาจึงต้องช่วยนาง?
เขาหาได้สนใจที่ล่วงเกินหลิวอี๋เหนียงกับต้วนอวี้หรานไว้แม้สักนิดแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นคำพูดแค่คำว่า
‘ขอบคุณ’เท่านั้นหรือ ทำไมนางถึงได้เลือดเย็นขนาดนี้?
นางพูดจบก็ขอตัวลาโดยไม่สบตากับเขาแม้แต่น้อย “เช่นนั้นข้าไปก่อนไม่รบกวนคุณชายไปั๋ชมบรรยากาศ
เจ้าค่ะ!”
ในทันทีไปั๋หย่วนฮ่าวก็หัวเราะแห้งๆ ออกมา ที่จริงเขาอยากจะถามนางว่าเขามีตรงไหนที่สู้หลิวยวนไม่ได้?
นางกับเขามีสัญญาหมั้นหมายไว้แต่นางกลับไม่เคยไว้หน้าเขาเลย พูดคุยหัวเราะกับหลิวยวนแต่กับเขาไม่เคยเลย
แม้สักครั้งเหมือนต้องการจะบอกว่ามีเพียงหลิวยวนที่ช่วยชีวิตน้องชายของนาง
เช่นนั้นเขาเคยช่วยชีวิตน้องชายนางมาแล้วหนึ่งครั้งวันข้างหน้าจะช่วยอีกสิบครั้ง ร้อยครั้ง!
กระทั่งจะยืนพูดกับเขายังต้องยืนห่างถึงเพียงนั้นแต่นางกลับเรียกหลิวยวนเป็นพี่ชายและนางเป็นน้องสาว นาง
รู้จักกับหลิวยวนก่อนเขาเพียงไม่กี่วันเท่านั้นทำให้ช่องว่างห่างเหินถึงเพียงนี้เลยหรือนางยอมรับในตัวหลิวยวนแต่ไม่
ยอมรับเขาเพียงเพราะเวลาไม่กี่วัน
ต้วนชิงหมิงเหตุใดถึงโหดร้ายเพียงนี้?
เขามองอีกฝั่ายไกลๆ กำสองมือไว้แน่น อยากจับนางมากรีดหัวใจดูว่าข้างในนั้นมีอะไร!
ต้วนชิงหมิงเดินผ่านสวนดอกไม้น้อยใหญ่ทั้งสีม่วงและแดงยิ่งขับให้นางดูโดดเด่นขึ้นมาแต่สำหรับไปั๋หย่วนฮ่าวทั้ง
ตัวและหัวใจของนางช่างเหินห่างออกไปไม่สามารถจับต้องทำได้เพียงแค่มองดูจากที่ไกลๆ เท่านั้น
เขามองตามหลังนางไปเห็นเพียงด้านหลังที่ค่อยๆเดินห่างออกไป ห่างเสียจนเขากลัวว่าจะไปไม่ถึงภายในใจกลับ
พะว้าพะวัง ที่สุดก็ทนต่อไปไม่ไหวจึงตะโกนออกไปด้วยความโกรธ
“ต้วนชิงหมิงหยุดอยู่ตรงนั้นนะ!” นางหยุดฝีเท้าลงหันหลังกลับมา
“ไม่ทราบว่าคุณชายไปั๋เรียกชิงหมิงด้วยเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?”
ไปั๋หย่วนฮ่าวตกใจอีกครั้งไม่รู้ว่าเขาตะโกนเรียกนางทำไมหรือเพราะว่าความพะว้าพะวังเมื่อครู่ทำให้จิตใจไม่สงบ
เขากลัวว่าถ้าพูดออกไปนางคงจะไม่เชื่อ
ผ่านไปครู่เดียวจึงถามขึ้น
“ต้วนชิงหมิง เจ้าลองบอกข้าสิว่าคิดยังไงกับข้า?” ถ้านางกล้าพูดว่าไม่มีความรู้สึกกับเขา……เขาจะ……เขาจะ
แต่ที่นี่เป็นจวนต้วนการหมั้นหมายยังไม่ได้รับการตกลงจากต้วนเจิ้งทั้งยังไม่ได้ตกลงสินสอดจึงไม่สามารถถือเป็น
สัญญาแต่งงานที่เป็นทางการได้ ถ้าต้วนชิงหมิงจะไม่ยอมรับก็ไม่แปลกดังนั้นต่อให้ต้วนชิงหมิงบอกว่าไม่มีความรู้สึก เขาก็
ทำอะไรไม่ได้!
สีหน้าท่าทางของเขาคล้ายกังวลพลางกุมมือไว้แน่นทว่าอีกฝั่ายยังคงยิ้มบาง ตอบกลับเนิบช้า
“คุณชายไปั๋เป็นแขกของจวนต้วนก็เท่ากับเป็นแขกของชิงหมิง ถ้ามีสิ่งใดที่ขาดตกบกพร่องสามารถบอกกับชิงห
มิงได้……”
ในชาตินี้ไปั๋หย่วนฮ่าวกลับมาถามนาง เขารู้หรือไม่ว่าคำถามนี้นางถามเขาหลายครั้งหลายคราเมื่อชาติที่แล้ว! ใน
เมื่อเขาไม่ชอบนางทำไมต้องแต่งกับนางกระทั่งตอนสุดท้ายยังส่งให้นางและลูกชายลูกสาวต้องตายอย่างน่าเวทนา
ฉะนั้นในชาตินี้นางจึงเลือกปล่อยมือและจะช่วยส่งเขาให้กับคนที่รักเขาคนนั้น!
พูดจบก็ขอตัวลา
หลังจากที่หมุนตัวเดินจากไปในใจของต้วนชิงหมิงพลันโล่งขึ้นเป็นปลิดทิ้ง หวนคิดคะนึงถึงเรื่องในกาลก่อนเพราะ
รูปร่างหน้าตาของนางใช่หรือไม่ที่ทำลายชีวิตนางนางเชื่อว่าไม่ว่าชายหนุ่มคนไหนเห็นก็ไม่มีทางชอบ แล้วนับประสาอะไร
กับไปั๋หย่วนฮ่าวที่ชอบความสมบูรณ์แบบเล่า
แม้นางจะสามารถปล่อยวางเรื่องบางเรื่องในกาลก่อนได้จริงทว่าเรื่องบางเรื่องก็คงไม่เกี่ยวกับชาติภพหรือเวลา
หากถูกกำหนดให้ไร้วาสนาต่อกันต่อให้ฝืนเพียงไรก็เป็นเวรเป็นกรรมต่อกันเท่านั้น
เป็นเพียงแขกเท่านั้นหรือ?
เหมือนมีเสียงหัวเราะดังลั่นก้องหูของเด็กหนุ่มละม้ายเยาะเย้ยที่เขาคิดกับนางไปเอง ในสายตาของนางอย่างมาก
เขาก็เป็นได้แค่แขกแค่นั้น!
เขามองตามอีกฝั่ายไปจนลับสายตาความรู้สึกเต็มไปด้วยความโกรธเกลียดจนพูดไม่ออก ได้แต่กำมัดแน่นจนเล็บ
จิกเข้าไปในผิวหนัง……ต้วนชิงหมิงในเมื่อทำแบบนี้กับเขาก็อย่าหาว่าเขาโหดเหี้ยม!
ด้านพุ่มไม้อีกฝังเงาของต้วนอวี้หรายวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พูดเสียงดังลั่น
“พี่ไปั๋ๆๆๆ”
ต้วนอวี้หรานกำลังวิ่งเข้ามาสายตาของไปั๋หย่วนฮ่าวแสดงความรู้สึกรังเกียจของออกมาพริบตาเดียวก็หายไปเมื่อ
มองไปยังต้วนชิงหมิงที่มีแต่ความเย็นชาต่อเขาจึงคลายมือออกและยิ้มออกมา
“อวี้หราน……”
นางวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาเมื่อเห็นใบหน้าของไปั๋หย่วนฮ่าวเปือนรอยยิ้มก็ยิ่งหลงใหลมากขึ้น
ในสวนดอกไม้ไกลออกไปชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งรวบผม มีใบหน้าหล่อเหลา แม้จะสวมเพียงชุดสีขาวกลับโดด
เด่นไม่เหมือนใคร ยืนพิงรั้วแกะสลักที่ศาลายามเมื่อพระพายพัดมาทำให้ผมยาวดำขลับปลิวลู่ลมราวกับเป็นเทพที่หลุดมา
จากภาพวาด
และสิ่งที่ดึงดูดมากที่สุดคือดวงตาเป็นประกายคู่นั้นเมื่อขยับมาหยุดที่ร่างของนาง จึงทำให้นางยิ้มสดใสออกมา
ละม้ายตกอยู่ในภวังค์รอยยิ้มที่ไม่สามารถช่วยตัวเองให้หลุดออกมาได้
ไปั๋หย่วนฮ่าวมองหน้าเด็กสาวผู้มาใหม่ที่กำลังเคลิบเคลิ้มด้วยรอยยิ้มทว่าภายใต้แววตาที่เป็นประกายกลับแฝงไป
ด้วยความเกลียดชัง เขารีบเปลี่ยนสายตาพลางเอื้อนเอ่ยวาจาสนิทสนมเข้าทีกับต้วนอวี้หราน
“น้องอวี้หรานเตรียมตัวจะไปไหนหรือ?”
อีกฝั่ายหน้าแดงขึ้นมาเมื่อไปั๋หย่วนฮ่าวถามประโยคนี้
วันนี้นางตั้งใจแต่งตัวเป็นพิเศษ
ชุดกระโปรงสีแดงกุหลาบผ้าคาดเอวสีเดียวกันผูกเป็นรูปโบว์ รวบผมขึ้นสูงเสียบปินอัญมณีแปดอย่าง การแต่งตัว
ที่แม้จะดูรํ่ารวย ทว่ากลับไม่เข้ากับสถานที่
ไปั๋หย่วนฮ่าวไล่มองไปที่นางเห็นเพียงใบหน้าขาวใสซีดราวกับหยกแต่งแต้มด้วยผงสีขาวทำให้ไม่ชวนพิศ