การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 511 สหายเก่าได้พานพบ
แต่ไหนแต่ไรมาหลิวหรงเป็นคนที่ฉลาดเป็นกรด สิ่งสำคัญที่สุดคือนางรู้ว่าจะพูดอย่างไร ใช้คำพูดแบบไหน ต้วน
เจิ้งถึงยอมอ่อนโอนคล้อยตาม
ในเวลานั้น เมื่อหลิวหรงเห็นสายตาที่เลิกลั่กของต้วนเจิ้ง จึงทราบได้ทันทีว่าเขาเริ่มลังเลใจขึ้นแล้ว
เนื่องจากทุกคำพูดที่หลิวหรงพูดมา ล้วนคัดสรรมาจากความเป็นจริงทั้งสิ้น
ต้วนเจิ้งออกรบออกศึกมาเป็นเวลานานหลายปี จึงไม่ค่อยรู้จักชายหนุ่มในเมืองหลวงที่อายุถึงเกณฑ์แต่งงาน อีก
อย่าง หลิวหรงและหลิวเฟั่ยมีชาติกำเนิดที่ยากจนและยังไร้ญาติขาดมิตร ตั้งแต่เล็กหลิวเฟั่ยก็เข้าไปเป็นทหาร พอโตขึ้น
ถึงจะหาน้องสาวเพียงคนเดียวที่พลัดพรากกันพบ นับตั้งแต่นั้นมา หลิวหรงติดตามหลิวเฟั่ยไปใช้ชีวิตอยู่ค่ายทหาร
ผู้หญิงที่ไร้ญาติขาดมิตร หากไม่ได้แต่งงานมีที่พึ่ง ย่อมเป็นที่มองข้าม ดูถูกและไม่เป็นที่ต้อนรับของผู้คน สิ่งนี้ย่อม
ไม่เว้นให้กับหลิวหรงเช่นกัน
ดังนั้น ต้วนเจิ้งจึงอยากช่วยนางหาชายหนุ่ม ให้นางได้มีที่พึ่งและดูแลกันไป
หลิวหรงเห็นแววตาที่ตัดสินใจแน่วแน่ของต้วนเจิ้ง นางจึงเดินเข้าไปจับชายเสื้อของเขา พลางขอร้องวิงวอนอย่าง
น่าสงสาร “พี่ชายต้วนรู้หรือไม่ จิตใจของคนนั้นยากแท้หยั่งถึง หลิวหรงมีพี่เป็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่แล้ว จึงหวัง
เพียงได้พึ่งพาแต่พี่เพียงคนเดียวแล้ว… พวกเราลองมาคิดกันดู หากพี่ช่วยหาสามีให้กับหลิวหรง แต่ผู้หญิงที่ไม่ได้รับการ
อบรมสั่งสอนอย่างน้อง ย่อมเป็นที่ดูถูกดูแคลนจากบ้านฝั่ายชาย ดังนั้นพี่จะรู้ได้อย่างไรกันว่า เมื่อน้องแต่งออกไปจะไม่
ถูกแม่สามีรังแกข่มเหง น้องทราบดีว่าพี่หวังดีกับน้องเพียงใด แต่หากน้องแต่งออกไปแล้วเจอคนไม่ดี ก็เท่ากับทำลาย
ชีวิตที่เหลือทั้งหมดของน้องคนนี้มิใช่หรอกหรือ?”
คำพูดร่ายยาวของหลิวหรง เริ่มทำให้ต้วนเจิ้งลังเลใจขึ้นมา
อันที่จริง ต้วนเจิ้งเป็นคนที่ตัดสินใจเด็ดขาด ทว่าตั้งแต่ที่ตู้ชิงหรวนจากไป เขาก็เริ่มครุ่นคิดถึงชีวิตที่ผ่านมาว่า
การกระทำที่ผ่านมานั้นเขาทำผิดไปแล้วใช่ไหม?
ด้านหลิวหรง หลังจากที่พูดร่ายยาวจบลง ก็แอบไปนั่งร้องห่มร้องไห้หลบที่มุมห้องอย่างน่าสงสาร
เสียงร้องไห้ของหลิวหรงทำเอาต้วนเจิ้งรู้สึกลำบากใจ จนสุดท้าย เขาก็จำใจตอบรับความต้องการของหลิวหรง
และพานางกลับมาที่จวนต้วน
ฮูหยินติงโหรวเป็นสตรีที่ฉลาดหลักแหลม และมีจิตใจเมตตากรุณา ดังนั้นเมื่อนางเห็นท่าทีของหลิวหรรง ก็เข้าใจ
ต้นสายปลายเหตุเป็นอย่างดี นางจึงตอบยิ้มๆ และเรียกหลิวหรงว่า “เชี่ย” ซึ่งก็คืออนุภรรยานั่นเอง
ฐานะของ “เชี่ย” นั่นสูงกว่าบ่าวใช้ แต่อยู่ใต้ฮูหยิน หากนายท่านไม่ได้อยู่ที่เรือน ผู้ที่มีอำนาจทั้งหมดในจวนย่อม
ตกเป็นของฮูหยินทั้งหมด ต่อให้เป็นเชี่ยก็ต้องเชื่อฟัง
ฮูหยินติงโหรวชักสงสัยในตัวหลิวหรงเป็นอย่างมาก ทว่านางเข้าใจว่าต้วนเจิ้งรับหลิวหรงมาด้วยความสงสาร ไม่ใช่
เพราะความรักเสน่ห์หาอันใด ฉะนั้น ฮูหยินติงโหรวหวังแค่ให้หลิวหรงรู้จักหน้าที่และฐานะของนาง อย่าได้ข้ามลํ้าเส้นมา
ก็พอ
แต่ไหนแต่ไรมา หลิวหรงเป็นคนที่ละโมบโลภมาก ตั้งแต่ที่นางเข้าจวนต้วนมาก็เริ่มไปเอาอกเอาใจต้วนเจิ้งต่างๆ
นานา
ต้วนเจิ้งได้สูญเสียคนรักสุดรัก ตามด้วยเพื่อนทหารคนสนิท ในทุกวันจึงใช้สุราดื่มย้อมใจให้เมามาย จึงไม่มีกระจิต
กระใจคิดถึงเรื่องรักใคร่ของชายหญิง
ทุกๆ ครั้งที่หลิวหรงถูกต้วนเจิ้งปฏิเสธ นางจะกัดฟันกรอดๆ ด้วยความไม่พอใจ ในเมื่อนางไม่ได้รับความรักจากต้
วนเจิ้ง ฮูหยินติงโหรวก็อย่าได้หวังเช่นกัน ด้านต้วนเจิ้งจะมาร่วมหอกับฮูหยินทุกวันที่หนึ่งและสิบห้าเท่านั้น ส่วนวันอื่น
เขาจะพักผ่อนที่ห้องอ่านหนังสือ
หลิวหรงรู้ดีว่าชายที่ขาดสติสัมปชัญญะ ย่อมติดกับได้ง่ายที่สุด นางจึงแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างงดงามและผลัด
แปั้งอย่างเรียบเนียนไปหาต้วนเจิ้งที่ห้องอ่านหนังสือ
ในคํ่าคืนนั้น ถึงแม้จะต้วนเจิ้งจะเอาแต่ร้องเรียกชื่อของตู้ชิงหรวนมิขาดปาก ทว่าคนที่หลับนอนอยู่ข้างกายเขา
กลับเป็นหลิวหรง
หลังจากที่ต้วนเจิ้งได้สติตื่นขึ้นมา รู้สึกผิดในใจเป็นอย่างมาก เขารีบขอโทษหลิวหรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นก็
เอาแต่หลบ ไม่กล้าเผชิญหน้ากับหลิวหรง
ด้านฮูหยินติงโหรว ทันทีที่รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ลงโทษหลิวหรงแต่อย่างใด แต่ฮูหยินติงโหรวเลือกที่ตัดหาง
ปล่อยวัดหลิวหรง จนนางแทบมิอาจทนอยู่ในจวนต้วนได้
หลิวหรงที่จิตใจเต็มไปด้วยความเคียดแค้น กลับเลือกที่จะสนใจชีวิตในวันข้างหน้านับจากนี้ ส่วนเรื่องที่เจออยู่นี้
นับเป็นการฝึกลับคมบาดให้นาง
เมื่อต้วนเจิ้งกลับมา แผนการที่หลิวหรงได้เตรียมไว้จึงเริ่มต้นขึ้น นางทำตัวให้ทุกข์ทรมานจนต้วนเจิ้งเห็นแล้ว
สงสารจับใจ จากนั้นกลับมาโปรดปรานหลิวหรงอีกครั้ง นับแต่นั้นตำแหน่งอนุภรรยาของหลิวหรงก็ถือว่ามั่นคงในจวนต้
วนขึ้นมา
ฮูหยินติงโหรวเดือดดาลกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นที่สุด ประกอบกับเวลานั้นนางใกล้ให้กำเนิดลูกในท้อง แต่ด้วยความ
เดือดดาลและการยุแยงตะแคงรั่วของหลิวหรงให้ผิดใจกับต้วนเจิ้ง ร่างกายของฮูหยินติงโหรวจึงอ่อนแอไปอย่างรวดเร็ว
ต้วนชิงหมิงจึงถือกำเนิดมาในช่วงนั้น และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของนางกับต้วนเจิ้งให้กับมาดีดังเดิม จึงตั้งชื่อ
บุตรสาวคนนี้ว่า “ต้วนชิงหมิง”
ต้วนเจิ้งได้รู้ทราบชื่อบุตรสาวว่าคือต้วนชิงหมิง พลันดีอกดีใจอยู่มิน้อย จนละเลยความสนใจที่มีต่อหลิวหรงไป
แต่นั่นไม่ได้ทำให้หลิวหรงผู้มีความอดทนสูง สั่นคลอนไปกับการสูญเสียความโปรดปรานในช่วงนี้ เพราะนาง
สามารถสร้างจุดยืนได้เหมือนครั้งก่อนที่เคยทำมา
หลิวหรงจึงเริ่มทำดีต่างๆ นานากับฮูหยินติงโหรว ด้วยคิดว่าฮูหยินมิกล้าทำอะไรนางต่อหน้าต้วนเจิ้งอย่างแน่นอน
ในฐานะของคนที่เพิ่งเป็นแม่คนนั้น ได้แต่เอาแรงกายเอาใจในการเลี้ยงบุตรสาวเป็นอย่างดี โดยไม่ได้สนใจเข้ม
งวดหญิงอื่นที่มาแย่งความรักจากสามี
หลิวหรงยังคงใช้ชีวิตอย่างนั้นเพื่อเอาอกเอาใจฮูหยินตองโหรว จนกระทั่งคืนที่ฮูหยินได้ให้กำเนิดต้วนอวี้ออกมา ต้
วนเจิ้งกำลังออกรบอยู่ที่ชายแดน ตอนนั้นเอง หลิวหรงได้ลงมือแล้ว
หลิวหรงได้ถือโอกาสนี้ลงมือกับฮูหยินติงโหรว จนต้องเสียเลือดไปมาก เกือบเอาชีวิตไม่รอด ตั้งแต่นั้นมาฮูหยินติง
โหรวก็ปั่วยกระเสาะกระเเสะไม่มีทีท่าดีขึ้นเลย
เมื่อถึงต้นเดือนสาม ต้วนเจิ้งได้กลับจากชายแดน เห็นฮูหยินนอนซบอยู่บนเตียง นางจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย
ในการสั่งลาหลายๆ เรื่องกับต้วนเจิ้ง สุดท้ายก็จากไปอย่างสงบ
หลังจากที่ฮูหยินติงโหรวจากไปในสองปีแรก หลิวหรงยังคงปรนนิบัติต้วนเจิ้งด้วยดี พร้อมกับร้องไห้ทุกครั้งที่พูด
ถึงติงโหรวต่อหน้าต้วนเจิ้ง บัดนี้คนที่ใกล้ชิดต้วนเจิ้งมากที่สุดก็มีเพียงหลิวหรง ทุกอย่างในจวนต้วนก็มีนางคอยจัดการ
ดูแลทั้งหมด รวมทั้งต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้
ไม่นานนัก ต้วนเจิ้งก็ต้องออกนอกเมืองหลวงไปทำศึก อำนาจในการจัดการดูแลทุกอย่างในจวนต้วน ก็ตกเป็น
ของหลิวหรงโดยปริยาย
ทุกอย่างเป็นไปตามที่หลิวหรงได้วาดฝัน แม้แต่นอนหลับยังสามารถยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ได้ แต่สิ่งที่นางคิดไม่ถึงก็คือ
ตั้งแต่ให้กำเนิดต้วนอวี้หราน ร่างกายของนางก็มีปัญหาเกิดขึ้น นับแต่นั้นโรคที่นางเป็นได้พัวพันไม่ยอมเลิกรามาเป็นเวลา
นานหลายปี
ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ ต้วนเจิ้งก็มิอาจอยู่ที่จวนต้วนไม่ได้นานนัก เขาจึงเชื่อใจมอบอำนาจทั้งหมดให้กับนางจัดการดู
แลจวนต้วนดังเดิม
ถึงแม้ติงโหรวจะจากไปแล้ว แต่ตระกูลติงของนางเรียกร้องต้วนเจิ้ง ให้รอต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้แต่งงานออก
เรือนก่อน ค่อยหาฮูหยินคนใหม่เข้าเรือน แต่สิ่งนี้คงมิอาจมาขวางกั้นความปรารถนาของหลิวหรงลงได้
ต้วนเจิ้งตบปากรับคำความต้องการของตระกูลติงอย่างง่ายดาย และประพฤติตัวอย่างเคร่งครัด ผู้หญิงที่อยู่ในใจ
ของเขาทั้งสองคนมีอันต้องจากกันไปไกลแสนไกล
จากนั้น ต้วนเจิ้งได้เล่าเรื่องที่คิดมาทั้งหมดให้หลิวหรงฟังโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย ทางหลิวหรงที่ได้ฟัง กลับไม่ได้
ปลอบใจอะไรแม้แต่ประโยคเดียว
และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ใบหน้าที่แน่นิ่งดูเหมือนไม่สนใจ กลับเริ่มวางแผนเอาความโกรธที่มีระบายใส่ต้วนชิงห
มิงกับต้วนอวี้ เรื่องนี้เกี่ยวโยงไปถึงการกลับชาติมาเกิดของต้วนชิงหมิงด้วย เรื่องทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นคงถึงเวลาต้อง
ปิดลงได้แล้ว กลับมลายหายไปในพริบตา
เวลาผ่านมาเนิ่นนานหลายปี ทุกครั้งที่หลิวหรงนึกถึงเรื่องเหล่านี้ขึ้น ภาพเมื่อสิบปีก่อนก็จะปรากฏขึ้นในมโน
ทวาร
เสียงพูดคุยในห้องอ่านหนังสือ ช่างเป็นเสียงที่แสนจะคุ้นเคยเป็นที่สุด ราวกับว่านาง ตู้ชิงหรวนและต้วนเจิ้งยัง
เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว… ราวกับว่านางยังไม่ได้เป็นแม่คนและอนุภรรยา… ราวกับนางเป็นเพียงบ่าวใช้ที่คอยอิจฉาในความ
รักที่ต้วนเจิ้งมีให้ตู้ชิงหรวน