การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 516 เข้ากันไม่ได้
หลิวหรงมองต้วนอวี้หรานอย่างตะลึง ชั่วพริบตานั้น นางไม่รู้จะตอบอะไรอย่างไรดี
ที่นางยังไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นภรรยาเอก เพราะในใจของต้วนเจิ้งยังคงมีหญิงสองคนนั้นอยู่เต็มหัวใจ ต่อให้จวน
นี้จะเป็นหลิวหรงหรือคนอื่นดูแล ต้วนเจิ้งไม่ได้คิดเอามาใส่ใจ
หลิวหรงจะกล้าพูดได้อย่างไร ว่าที่ต้วนเจิ้งยังคงไม่ล้มเลิกความคิด ที่จะให้ตู้ชิงหรวนมาเป็นภรรยาเอกในจวนต้
วน
หลิวหรงจะมีหน้าพูดกับต้วนอวี้หรานได้เช่นไร สิบปีที่วางแผนมานี้ นางต้องใช้ความอดทนอดกลั้นมากมายเพียง
ใด ถึงจะก้าวมายืนจุดที่เป็นอยู่นี้ได้ แต่ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างกำลังใกล้เปลี่ยนแปลงไป
ไม่ใช่หลิวหรงไม่อยากขึ้นตำแหน่งภรรยาเอก แต่เพราะการปรากฏตัวของตู้ชิงหรวนต่างหาก ที่คอยขัดขวางไม่ให้
ฝันของหลิวหรงเป็นจริงได้
ยิ่งหลิวหรงมองหน้าต้วนอวี้หรานก็ยิ่งเศร้าใจมากขึ้นไปกว่าเดิม ทั้งชีวิตของนางรักต้วนเจิ้งแต่เพียงผู้เดียว ทว่า
นางอาจต้องทำให้บุตรสาวคนเดียวของนางต้องผิดหวัง
สำหรับหลิวหรงนั้น ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าตำแหน่งบุตรสาวภรรยาเอก ฉะนั้นถือเป็นเรื่องที่นางติดค้างต้วนอวี้
หราน
ต้วนอวี้หรานมองหลิวหรงด้วยสายตาที่เรียบนิ่งตอบ
ไม่นานนัก ต้วนอวี้หรานจึงเอ่ยปากถามถึงอย่างชัดเจน “หรานเอ๋อร์เข้าใจทุกสิ่งแล้ว เพราะท่านแม่รักท่านพ่อ จึง
ยอมเป็นได้ทุกอย่างแม้กระมั่งอนุภรรยา แต่ท่านแม่ไม่ได้ทำไป เพราะรักลูกสาวคนนี้ จึงไม่เข้าใจหัวอกความรู้สึกของ
ลูกสาวหรอก”
หลิวหรงสวนกลับทันควัน “เจ้าเพ้อเจ้ออะไรรู้ตัวหรือไม่?”
ถ้าใครบอกว่าหลิวหรงไม่ได้รักต้วนอวี้หรานก็คงเป็นไปไม่ได้เลย เพราะนางอยากจะเอาของที่ดีที่สุดในใต้หล้า
ทั้งหมด มากองรวมกันให้กับบุตรสาวคนนี้เพียงคนเดียว แต่ใครจะคิดว่าสุดท้ายหลิวหรงต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้
ทันใดนั้น แววตาของต้วนอวี้หรานกลับมืดบอดไปชั่วขณะ
นางพูดอย่างไม่เหลือเยื่อใยขึ้นมา “กล้าทำไม่กล้ารับใช่หรือไม่? ถ้าท่านแม่ไม่กล้ารับก็ให้หรานเอ๋อร์เป็นคนพูด
แล้วกัน… ท่านแม่แต่งงานกับท่านพ่อได้ไม่นานติงโหรวก็เสียชีวิตลง เมื่อเห็นท่านพ่อเสียใจเป็นที่สุด ท่านแม่ก็ยิ่งรู้สึกติด
ค้างท่านพ่อมากขึ้นไปอีก จึงยอมอยู่ในตำแหน่งอนุภรรยา โดยไม่คิดจะดิ้นรนให้ดีมากกว่านี้ ใช่หรือไม่?”
ทันใดนั้น หลิวหรงหน้าซีดขาวไม่รู้จะตอบกลับเช่นไรดี
เดิมที ต้วนเจิ้งอาจจะไม่ได้รักฮูหยินติงโหรวมากมายขนาดนั้น เพียงคิดว่านางเป็นภรรยาและคนในครอบครัวไป
แล้ว จึงยากจะตัดความรู้สึกดีที่เคยมีออกไปได้หมด
หลังจากที่ติงโหรวเสียชีวิตลง ต้วนเจิ้งตกอยู่ในความเสียใจเป็นเวลายาวนาน เขาโทษตัวเอง เขาตีตัวเอง จนนํ้าตา
ของลูกผู้ชายคนหนึ่งได้ไหลรินออกมา แม้กระทั่งหลิวหรงยังรู้สึกซาบซึ้งในความรัก ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดในใจไปด้วย
ฉะนั้น นางจึงละทิ้งตำแหน่งภรรยาเอก เพื่อจะได้ให้ต้วนเจิ้งไม่รู้สึกต้องลำบากใจ
เรื่องบางเรื่องอาจมีจุดจบที่ถูกกำหนดให้เป็นไปมาแล้ว เฉกเช่น ลูกบอลที่กลิ้งไปมาไม่หยุด เมื่อยังไม่ทันตั้งตัวรับ
มันมักจะกลิ้งมาหาเสมอ ในทางกลับกัน หากเตรียมตัวมาดี บางทีก็ไม่อาจรักษามันไว้ได้
หลิวหรงค่อยๆ หลับตาลงอย่างเชื่องช้า พูดเสียงทุ้มตํ่าออกมา “หรานเอ๋อร์ แม่คนนี้… ขอโทษลูกด้วย”
อันที่จริง หลิวหรงรู้สึกอยากขอโทษบุตรสาวคนนี้จับใจ ใครจะไปรู้ว่า ต้วนอวี้หรานกลับพูดแทรกขึ้นมาทันที
“ทุกอย่างที่ท่านแม่อยากพูดอะไรกับหรานเอ๋อร์นั้น มันสายไปแล้ว! ตอนนี้หรานเอ๋อร์มีทางเลือกให้สองทาง ทางแรกคือ
ท่านแม่ได้ตำแหน่งภรรยาเอกมา ส่วนทางสองคือ ไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไปแล้ว ที่เหลือปล่อยให้หรานเอ๋อร์เป็นคนจัดการ
เอง”
คำพูดของต้วนอวี้หราน ทำเอาหลิวหรงพูดอย่างเสียอาการ “หรานเอ๋อร์กำลังคิดอะไรอยู่หรือลูก?”
ต้วนอวี้หรานใช้หางตามอง จากนั้นพูดอย่างยืนกราน ชัดเจนทุกคำพูด “หรานเอ๋อร์แค่อยากเอาของทุกอย่างที่
ควรจะเป็นของหรานเอ๋อร์กลับมาให้หมดก็เท่านั้น”
ต้วนอวี้หรานพูดอย่างเด็ดขาด จนหลิวหรงรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง รีบยกมือขึ้นมาลูบอกด้วยความใจหาย บุตรสาว
คนนี้ที่นางคอยเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ กลับดูเหมือนคนแปลกหน้าไปแล้ว แปลกเสียจนกระทั่งไม่ทราบแล้วว่านางกำลังคิดสิ่ง
ใด
ทันใดนั้น หลิวหรงเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาในจิตใจ… ต้วนอวี้หรานเปลี่ยนไปแล้ว!
การเปลี่ยนไปของนางมีทั้งสีหน้า แววตารวมทั้งคำพูด ก็ดูไม่ใช่ต้วนอวี้หรานคนเดิมอีกต่อไป!
เดิมทีอาจมีแค่เรื่องเดียวที่ทำให้นางรู้สึกไม่ดี แต่มิทราบว่าไปเจอเรื่องอะไรที่ใหญ่กว่าเข้า ความคิดความอ่านของ
นาง ก็พลันเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
สรุปแล้ว แผนการอุบายอันชั่วร้ายที่หลิวหรงทำไปทั้งหมดในชาตินี้ นางไม่อยากให้ผลกรรมตกไปถึงบุตรสาว ที่
จะต้องใช้วิธีโหดเหี้ยมอำมหิตแบบนาง แต่ปัญหาคือหลิวหรงคิดไม่ถึงว่าสิ่งเหล่านี้จะมารวดเร็วจนมิทันได้ตั้งตัว
นํ้าตาของหลิวหรงไหลรินออกมาอย่างฉับพลัน นางยื่นมือออกไปจับต้วนอวี้หราน พลางพูดเสียงพึมพำ “หรานเอ๋
อร์… หรานเอ๋อร์ของแม่……”
จากนั้น ต้วนชิงหมิงใช้แววตาที่เย็นชา พูดกลับอย่างไร้เยื่อใย “อี๋เหนียงไม่สู้ก็เป็นเรื่องของอี๋เหนียง แต่หรานเอ๋อร์
คนนี้ต้องทวงทุกสิ่งที่ควรจะเป็นกลับมาให้หมดทุกอย่าง……”
ไม่ว่าจะเป็น… ไปั๋หย่วนฮ่าว
ไม่ว่าจะเป็น… ตำแหน่งบุตรสาวภรรยาเอก
ไม่ว่าจะเป็น… ความโปรดปรานจากต้วนเจิ้ง
ไม่ว่าจะเป็น… เกียรติยศและศักดิ์ศรี
ทุกสิ่งทุกอย่าง ต้วนอวี้หรานต้องทวงกลับมาเป็นของนางให้จงได้!
ในที่สุด หลิวหรงก็เข้าใจความต้องการของต้วนอวี้หราน ไม่ว่านางจะพูดปากเปียกปากแฉะกับต้วนอวี้หรานมา
กมายเพียงใด ก็ไม่มีวันที่จะสั่นคลอนความคิดของต้วนอวี้หรานไปได้
หลิวหรงได้แต่ถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง พูดเสียงแผ่วเบา “เอาล่ะ… ขอเพียงแม่ช่วยหรานเอ๋อร์ได้ จะให้แม่ทำ
อะไรก็ยินดีทำอย่างเต็มกำลังความสามารถที่มี”
ในเมื่อมิอาจโน้มน้าวกลับมาได้แล้ว เช่นนั้น จงปล่อยให้มันเป็นไปโดยไม่ต้องคิดกังวลล่วงหน้า
ในฐานะที่หลิวหรงเป็นแม่ หากต้วนอวี้หรานตัดสินใจทำเรื่องใดแล้ว ย่อมต้องตบปากรับคำและช่วยสุดกำลัง
หลิวหรงรู้ดีว่าต้วนอวี้หรานในตอนนี้ ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของต้วนชิงหมิง แต่ว่าหลิวหรงไม่เคยหวาดหวั่น เพราะหัวใจ
ของคนเป็นแม่ที่อยากเห็นลูกสาวมีอนาคตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ ย่อมพร้อมสละทุกสิ่งที่มีอยู่หมดหน้าตัก เพื่อให้ฝันลูกสาวได้
เป็นจริง
หลิวหรงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่ง หากต้วนอวี้หรานมีนางคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง และช่วยวางแผนการให้แล้ว ย่อม
ประสบความสำเร็จในการล้มต้วนชิงหมิงลงไปได้
ยังไม่ทันที่หลิวหรงจะได้พูดจบ ต้วนอวี้หรานกลับพูดขัดขึ้นมา “พอเถอะ พอเถอะ… ถ้าไม่ใช่ท่านแม่ใจอ่อนอยู่
แบบนี้ ตำแหน่งภรรยาเอกคงได้มาครอบครอง โดยไม่ต้องรอให้ลูกสาวคนนี้ต้องมาทนอยู่กับความอัปยศเยี่ยงนี้”
ต้วนอวี้หรานพูดด้วยนํ้าเสียงที่เรียบนิ่ง เสียจนฟังไม่ออกถึงการต่อว่าและอารมณ์ที่ขุ่นข้องหมองใจ พอมองไปที่
ดวงตาทั้งสอง กลับไม่พบแววตาของความเป็นเด็กน้อย เห็นแต่แววตาเป็นผู้ใหญ่ บัดนี้หลิวหรงรู้สึกว่าสิ่งที่นางทำมา
ทั้งหมดล้วนผิดพลาดไปหมดแล้ว
เมื่อเห็นหลิวหรงยังคงเงียบงันอยู่ ต้วนอวี้หรานกลับพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้าท่านแม่ไม่มีธุระอื่นแล้ว ก็เชิญ
กลับไปก่อนเถอะ หรานเอ๋อร์อยากพักผ่อนแล้ว”
พอสิ้นเสียงลง ต้วนอวี้หรานล้มตัวลงนอนดึงผ้าห่มมาปิดหน้าปิดตา
หลิวหรงอยากเอื้อมมือไปสะกิดต้วนอวี้หราน แต่พอยื่นออกไปได้เพียงครึ่งเดียวก็รีบชักกลับคืนมา อย่างไรเสีย
สำหรับหลิวหรงแล้ว นางติดค้างต้วนอวี้หรานอย่างไม่น่าให้อภัย นับจากนี้ต่อไป หลิวหรงจะไม่ทำให้หลิวหรงต้องเสียใจ
จนน้อยเนื้อตํ่าใจอีกแล้ว
หลิวหรงยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่เป็นเวลานาน ก่อนจะเดินออกจากห้องไป นางได้พูด
ความในใจสั้นๆ เพียงว่า “หรานเอ๋อร์ แม่จะออกไปก่อนนะ พักผ่อนให้เต็มที่แล้วกัน”
ต้วนอวี้หรานยังคงไม่โผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม นางตอบอย่างหงุดหงิดใจเพียง “ท่านแม่กลับดีๆ ล่ะ”
หลิวหรงจึงตัดสินใจจะเดินออกไป ทว่านางกลับพูดเสริมอีกประโยคด้วยความเป็นห่วง “ถ้าแม่ออกไปแล้ว ก็อย่า
คลุมโปงต่อเลย แบบนั้นอากาศถ่ายเทไม่ดี”
จากนั้น ไม่มีเสียงใดตอบรับคำห่วงใยของนาง
หลิวหรงยืนแน่นิ่งไม่ติงไหวอยู่ที่เดิม พร้อมกับความเสียใจที่ท่วมท้นออกมา แต่ก็จนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร เพ
ราะต้วนอวี้หรานไม่อยากได้ยินเสียงของนางอีกแล้ว
หลังจากนั้น หลิวหรงก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา และเดินอย่างหมดอาลัยตายอยากออกจากห้องไป